<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2018 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2018 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลปกครองสั่งรื้อถอน 5 ตลาดรอบบ้าน&#039;ป้าทุบรถ&#039;ภายใน60วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค. 61 -&amp;nbsp;นายสัจจา&amp;nbsp; เขม้นงาน ตุลาการศาลปกครองกลาง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม ได้อ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ ส. ๑ /๒๕๕๕ คดีหมายเลขแดงที่ ส. ๕๙ /๒๕๖๑ ระหว่าง นางสาวบุญศรี&amp;nbsp; แสงหยกตระการ ที่ ๑ กับพวกรวม ๔ คน ผู้ฟ้องคดี กับ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ ๑ ผู้อำนวยการเขตประเวศ ที่ ๒ สำนักงานเขตประเวศ ที่ ๓ กรุงเทพมหานคร ที่ ๔ ผู้ถูกฟ้องคดี และนายสุกิจ&amp;nbsp; นามวรกานต์ ที่ ๑ กับพวกรวม ๗ คน ผู้ร้องสอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;คดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่พักอาศัยอยู่ที่บ้านพักในหมู่บ้านเสรีวิลล่า แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร มาตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๔๑ บ้านดังกล่าวปลูกสร้างอยู่บนที่ดินจัดสรรเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ได้รับความเดือดร้อนรำคาญและเสียหายจากการก่อสร้างอาคารเพื่อใช้เป็นตลาดรอบบ้านพักอาศัย ทำให้ได้รับผลกระทบจากการที่คนงานของตลาดปีนขึ้นลงหลังคาเต็นท์มองเข้ามาภายในบ้าน มีการสาดไฟแรงสูงส่องเข้ามาภายในบ้านยามวิกาล และเกิดมลภาวะทางอากาศจากกลิ่นควันรถยนต์กลิ่นจากการประกอบอาหาร เสียงดังจากเครื่องขยายเสียงโฆษณาขายสินค้า น้ำเสียและขยะสิ่งปฏิกูลตกค้างอุดตันท่อระบายน้ำจากการทำตลาดพิพาทดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ได้มีหนังสือร้องเรียนไปยังผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่แล้วแต่ไม่ได้รับการเยียวยาแก้ไขปัญหา จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ศาลปกครองกลาง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดินในขณะเกิดข้อพิพาทอนุญาตให้ผู้จัดสรรที่ดินทำการจัดสรรที่ดินจำนวน ๓ โครงการซึ่งข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ที่ดินอันเป็นที่ตั้งบ้านพักอาศัยของผู้ฟ้องคดีทั้งสี่และที่ดินอันเป็นที่ตั้งของอาคารตลาดพิพาทของผู้ร้องสอดอยู่ภายใต้การจัดสรรที่ดินตามใบอนุญาตเลขที่ ๒๙๖/๒๕๓๐ ลงวันที่๕ ตุลาคม ๒๕๓๐ โครงการที่ ๒ (มิใช่โครงการที่ ๑) วัตถุประสงค์ตามโครงการจัดสรรเฉพาะที่ดินไม่มีสิ่งปลูกสร้าง การที่ผู้จัดสรรที่ดินระบุไว้ในแบบแสดงรายการโครงการจัดสรรที่ดินที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดินว่า &amp;ldquo;ทางบริษัทฯ ได้จัดสรรเฉพาะที่ดินเปล่า จึงดำเนินการทำทางเท้าให้แล้วเสร็จไม่ได้ เนื่องจากผู้ซื้อต้องมาก่อสร้างบ้าน และภายหลังจากที่ผู้ซื้อสร้างบ้านเสร็จ ผู้ซื้อจะเป็นผู้ดูแลและจัดทำทางเท้าเองทุกแปลง&amp;rdquo; กรณีจึงต้องตีความอย่างเคร่งครัดว่า ผู้จัดสรรที่ดินมีเจตนาให้การใช้ประโยชน์ที่ดินจัดสรรโครงการที่ ๒ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเท่านั้น โดยไม่ปรากฏข้อความแห่งใด

ที่ระบุว่าเป็นการจัดสรรที่ดินเพื่อเป็นที่ประกอบการพาณิชย์แต่อย่างใด&amp;nbsp; ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ออกใบรับแจ้งความประสงค์จะก่อสร้างอาคารเพื่อใช้เป็นตลาดให้แก่ผู้ร้องสอด จึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยวัตถุประสงค์ของการจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๖ ลงวันที่๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ ที่มีผลใช้บังคับในขณะนั้น ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ข้ออ้างของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ที่ว่า การก่อสร้างอาคารตลาดในที่ดินพิพาทไม่ได้เป็นการทำผิดวัตถุประสงค์ของการจดทะเบียนตามกฎหมาย นั้น จึงไม่อาจรับฟังได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ การที่ผู้ร้องสอดก่อสร้างอาคารเพื่อใช้เป็นตลาดทั้ง ๕ แห่งโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ไม่ได้มีคำสั่งให้รื้อถอนออกไป จึงถือได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ อีกทั้งการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ และพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕ มิได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องกับตลาดพิพาททั้ง ๕ แห่งของผู้ร้องสอดที่จัดตั้งโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งเป็นการกระทำผิดตามมาตรา ๓๔แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ และปล่อยปละละเลยให้มีผู้จำหน่ายสินค้าบริเวณหน้าบ้านผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ เมื่อนับเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่มีการก่อสร้างอาคารเพื่อใช้เป็นตลาดแห่งแรกในคดีนี้ จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่เกิดเหตุการณ์ทุบรถจอดกีดขวางหน้าบ้านผู้ฟ้องคดีทั้งสี่และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ได้ออกคำสั่งให้ผู้ร้องสอดหยุดประกอบกิจการตลาดพิพาท นับเป็นระยะเวลาประมาณ ๗ ปีเศษ กรณีจึงถือได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างล่าช้าเกินสมควร ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี อีกทั้งยังเป็นการกระทำละเมิดสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัวภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี ทำให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายและต้องตกอยู่ในภาวะทนทุกข์ทรมานทางด้านจิตใจมาเป็นระยะเวลานาน ศาลจึงเห็นควรกำหนดค่าสินไหมทดแทนที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ พึงต้องชดใช้แก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ส่วนหนึ่ง และกำหนดเพิ่มเติมให้เป็นค่าเสียหายสำหรับการสูญเสียความสุข (Hedonic losses) เพื่อเป็นการชดเชยความสงบสุขในชีวิตที่ต้องสูญเสียไปให้แก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่อีกส่วนหนึ่ง &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพื่อความเป็นธรรมและเป็นการเยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ในคดีปกครองเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ศาลปกครองกลาง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม จึงมีคำพิพากษา ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;๑. เพิกถอนใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์จะก่อสร้างอาคาร โดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๙ ทวิ ที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ออกให้แก่ผู้ร้องสอดที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๗ โดยให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันออกใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์จะก่อสร้างอาคารแต่ละฉบับดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;๒. ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และหรือผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ใช้อำนาจตามมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ดำเนินการกับอาคารของผู้ร้องสอดที่ ๑ และที่ ๓ ถึงที่ ๗ ภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;๓. ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และหรือผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ กับผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๒๖ มาตรา ๒๘ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๔ และมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ เพื่อมิให้ผู้ร้องสอดหรือผู้หนึ่งผู้ใดก่อเหตุรำคาญตามมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว และควบคุมดูแลมิให้มีผู้จำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะบริเวณหน้าบ้านผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;๔. ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และหรือผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ กับผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยสอดส่องกวดขันมิให้ผู้ใดจำหน่ายสินค้าบนถนนและทางเท้าบริเวณหน้าบ้านผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;๕. ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่เป็นเงินรายละ ๓๖๘,๔๐๐ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน ๑,๔๗๓,๖๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๖ ที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้ชำระให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด และคืนค่าธรรมเนียมศาลตามส่วนของการชนะคดีให้แก่ผู้ฟ้องคดี
ทั้งสี่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;๖. ให้คำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ลงวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๖ ของศาลยังคงมีผลต่อไปจนกว่าคำพิพากษาถึงที่สุด ส่วนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9296</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดล้อมบ้าน, ป้าทุบรถ, ศาลปกครอง, เขตประเวศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afbb869d1267.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 18:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 18:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลปกครองสั่งแล้ว!คุ้มครองป้าทุบรถ-ปรับผอ.เขตปฏิบัติตามคำสั่งศาลล่าช้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค. 61 -&amp;nbsp;ศาลปกครองกลาง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม มีคำสั่งเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครองในคดีหมายเลขดำที่ ส. 1/2555 ระหว่าง นางสาวบุญศรี &amp;nbsp;แสงหยกตระการ ที่ 1&amp;nbsp;กับพวกรวม 4&amp;nbsp;คน ผู้ฟ้องคดี กับ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ 1&amp;nbsp;ผู้อำนวยการเขตประเวศ ที่ 2&amp;nbsp;สำนักงานเขตประเวศ ที่ 3&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร ที่ 4&amp;nbsp;ผู้ถูกฟ้องคดี และนายสุกิจ &amp;nbsp;นามวรกานต์ ที่ 1&amp;nbsp;กับพวกรวม 7&amp;nbsp;คน ผู้ร้องสอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่พักอาศัยอยู่ที่บ้านพักในหมู่บ้านเสรีวิลล่า แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร บ้านดังกล่าวปลูกสร้างอยู่บนที่ดินจัดสรรเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยได้รับความเดือดร้อนรำคาญและเสียหายจากการก่อสร้างอาคารเพื่อประกอบกิจการตลาดรอบบ้านพักอาศัยทำให้ได้รับผลกระทบจากมลภาวะทางอากาศ เสียงดัง กลิ่นเหม็นและน้ำเสียจากการทำตลาดผิดกฎหมายดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ได้มีหนังสือร้องเรียนไปยังผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่แล้วแต่ไม่ได้รับการเยียวยาแก้ไขปัญหาผู้ฟ้องคดีทั้งสี่จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาล ขอให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างอาคารและควบคุมการประกอบกิจการตลาดในบริเวณพื้นที่ที่พิพาททั้งหมด รวมทั้งขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาและมีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ลงวันที่1สิงหาคม 2556&amp;nbsp;ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2&amp;nbsp;ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535&amp;nbsp;และพระราชบัญญัติอื่นที่เกี่ยวข้องโดยมิให้ผู้ใดก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ที่เกิดจากการจัดตั้งตลาดในพื้นที่ที่เป็นมูลคดีพิพาทไว้ชั่วคราวก่อนการพิพากษา จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ได้รับแจ้งคำสั่งศาลโดยชอบแล้วเมื่อวันที่ 5&amp;nbsp;สิงหาคม 2556&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในระหว่างการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล สำนักบังคับคดีปกครองได้มีบันทึกรายงานผลการปฏิบัติตามคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาแจ้งว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2&amp;nbsp;มีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามคำสั่งศาล ศาลจึงมีคำสั่งเรียกคู่กรณีมาให้ถ้อยคำในการไต่สวนเมื่อวันที่ 2&amp;nbsp;มีนาคม 2561&amp;nbsp;ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2&amp;nbsp;มีการปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครองล่าช้าเกินสมควรหรือไม่ อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงจากการไต่สวนและคำชี้แจงของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2&amp;nbsp;เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า การปฏิบัติตามคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2&amp;nbsp;เป็นการปฏิบัติล่าช้าเกินสมควรจริง แต่กรณีของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าเป็นการปฏิบัติล่าช้าที่เป็นไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร ส่วนกรณีของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2&amp;nbsp;ตามพฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับการไต่สวนข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งศาลล่าช้าเกินสมควรโดยไม่มีเหตุอันสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลปกครองกลาง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม จึงมีคำสั่ง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กำชับเตือนให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2&amp;nbsp;ปฏิบัติตามคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ลงวันที่ 1&amp;nbsp;สิงหาคม 2556&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2&amp;nbsp;ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535&amp;nbsp;และพระราชบัญญัติอื่นที่เกี่ยวข้องโดยมิให้ผู้ใดก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ที่เกิดจากการจัดตั้งตลาดในพื้นที่ที่เป็นมูลคดีพิพาทไว้ชั่วคราวก่อนการพิพากษา จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น อนึ่ง หากปรากฏข้อเท็จจริงต่อศาลว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2&amp;nbsp;มิได้ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครองให้ถูกต้องครบถ้วน หรือปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร ศาลอาจมีคำสั่งไต่สวนเพื่อพิจารณาและมีคำสั่งตามมาตรา 75/4&amp;nbsp;วรรคหนึ่ง และวรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542&amp;nbsp;แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2559&amp;nbsp;อีกต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2&amp;nbsp;ชำระค่าปรับต่อศาลปกครองเป็นเงินจำนวนห้าพันบาท โดยให้ชำระภายใน 30&amp;nbsp;วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งศาล หากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2&amp;nbsp;ไม่ชำระค่าปรับ ศาลอาจมีคำสั่งให้มีการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2&amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามมาตรา 75/4&amp;nbsp;วรรคหนึ่ง วรรคสามและวรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ให้สำนักบังคับคดีปกครอง สำนักงานศาลปกครอง ใช้อำนาจหน้าที่ในการติดตามผลการดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ลงวันที่ 1&amp;nbsp;สิงหาคม 2556 ของศาล และรายงานให้ศาลทราบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4492</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ตลาดล้อมบ้าน, ป้าทุบรถ, ศาลปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fcefc04cb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
