<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.เตรียมมาตรการเชิงรุกตรวจผู้ค้า-ลูกจ้างในตลาดพื้นที่สีแดงเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.64-น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในตลาดว่า จากที่กระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามข้อมูลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วประเทศ ได้พบว่าในส่วนของพื้นที่สีแดงเข้มโดยเฉพาะกรุงเทพฯและปริมณฑลได้พบผู้ติดเชื้อที่เชื่อมโยงกับตลาดสด และตลาดนัด โดยพบตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. -10 ส.ค.การติดเชื้อใน 23 จังหวัด ในตลาด 132 แห่ง ผู้ติดเชื้อรวม 14,678 คน สธ.จึงได้จัดทำมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในตลาด ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน จะได้พิจารณาเพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในตลาด จะประกอบด้วยร 3 ส่วน ได้แก่ มาตรการป้องกันคน ป้องกันสถานที่(ตลาด) และ จัดการระบบเฝ้าระวังควบคุมโรค ซึ่งในส่วนการป้องกันคนนั้นจะมีตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วยชุดตรวจ ATK ในกลุ่มเป้าหมายได้แก่ผู้ค้า ลูกจ้าง แรงงานที่เดินทางเข้าออก ผู้อยู่อาศัยที่ประกอบธุรกิจอยู่โดยรอบ และมีการสุ่มตรวจผู้ซื้อที่เดินทางเข้าไปใช้บริการในตลาด ซึ่งจะดำเนินการในจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มทั้ง 29 จังหวัด โดยแบ่งดำเนินการเป็น 3 ระยะ&amp;nbsp; ระยะที่1 ดำเนินการใน 9 จังหวัดสีแดงเข้ม ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ราชบุรี ชลบุรี นครราชสีมา สงขลา และสระแก้ว เป้าหมายที่ตลาดค้าส่งและตลาดขนาดใหญ่(500แผงขึ้นไป) ตลาดที่มีความเสี่ยงสูง มีชุมชนรอบตลาด&amp;nbsp; รวม 27 แห่ง&amp;nbsp; ระยะที่2 ดำเนินการตรวจในพื้นที่ตลาดทุกขนาด ในจังหวัดสีแดงเข้ม 16 จังหวัด ครอบคลุมตลาด 117 แห่ง&amp;nbsp; และระยะที่ 3 ดำเนินการครอบคลุมตลาดทุกขนาด ในพื้นที่สีแดงเข้มทั้ง 29 จังหวัด&amp;nbsp; รวมตลาด 683 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการตรวจครอบคลุมเป้าหมาย 202,010 คน ตรวจทุกสัปดาห์เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ใช้ชุดตรวจ ATK 808,040 ชุด&amp;nbsp; มีการสำรองสำหรับกรณีตรวจเชิงรุกอีก 41,960 ชุด รวมใช้ชุดตรวจ ATK ตามมาตรการนี้รวม 850,000 ชุด ซึ่งจะขอรับการสนับสนุนชุดตรวจจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ต่อไป นอกจากดำเนินการตรวจเชิงรุกแล้ว ตามมาตรการนี้จะมีการให้วัคซีนแก่ผู้เกี่ยวข้องในตลาดตามลำดับความเสี่ยง รวมถึงดำเนินมาตรการอื่นควบคู่ เช่น การมีแผนเผชิญเหตุ การจัดเตรียมโรงพยาบาลสนามหรือสถานที่แยกกัก เพื่อรองรับกรณีผู้ติดเชื้อหรือพบผู้มีผลตรวจ ATK เป็นบวก&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114140</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจโควิด, ตลาดสด, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6108ac17afc78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 14:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.เตรียมมาตรการตรวจเชิงรุกผู้ค้า-ลูกจ้างในตลาดพื้นที่สีแดงเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.64-น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในตลาดว่า จากที่กระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามข้อมูลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วประเทศ ได้พบว่าในส่วนของพื้นที่สีแดงเข้มโดยเฉพาะกรุงเทพฯและปริมณฑลได้พบผู้ติดเชื้อที่เชื่อมโยงกับตลาดสด และตลาดนัด โดยพบตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. -10 ส.ค.การติดเชื้อใน 23 จังหวัด ในตลาด 132 แห่ง ผู้ติดเชื้อรวม 14,678 คน สธ.จึงได้จัดทำมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในตลาด ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน จะได้พิจารณาเพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในตลาด จะประกอบด้วยร 3 ส่วน ได้แก่ มาตรการป้องกันคน ป้องกันสถานที่(ตลาด) และ จัดการระบบเฝ้าระวังควบคุมโรค ซึ่งในส่วนการป้องกันคนนั้นจะมีตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วยชุดตรวจ ATK ในกลุ่มเป้าหมายได้แก่ผู้ค้า ลูกจ้าง แรงงานที่เดินทางเข้าออก ผู้อยู่อาศัยที่ประกอบธุรกิจอยู่โดยรอบ และมีการสุ่มตรวจผู้ซื้อที่เดินทางเข้าไปใช้บริการในตลาด ซึ่งจะดำเนินการในจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มทั้ง 29 จังหวัด โดยแบ่งดำเนินการเป็น 3 ระยะ&amp;nbsp; ระยะที่1 ดำเนินการใน 9 จังหวัดสีแดงเข้ม ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ราชบุรี ชลบุรี นครราชสีมา สงขลา และสระแก้ว เป้าหมายที่ตลาดค้าส่งและตลาดขนาดใหญ่(500แผงขึ้นไป) ตลาดที่มีความเสี่ยงสูง มีชุมชนรอบตลาด&amp;nbsp; รวม 27 แห่ง&amp;nbsp; ระยะที่2 ดำเนินการตรวจในพื้นที่ตลาดทุกขนาด ในจังหวัดสีแดงเข้ม 16 จังหวัด ครอบคลุมตลาด 117 แห่ง&amp;nbsp; และระยะที่ 3 ดำเนินการครอบคลุมตลาดทุกขนาด ในพื้นที่สีแดงเข้มทั้ง 29 จังหวัด&amp;nbsp; รวมตลาด 683 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการตรวจครอบคลุมเป้าหมาย 202,010 คน ตรวจทุกสัปดาห์เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ใช้ชุดตรวจ ATK 808,040 ชุด&amp;nbsp; มีการสำรองสำหรับกรณีตรวจเชิงรุกอีก 41,960 ชุด รวมใช้ชุดตรวจ ATK ตามมาตรการนี้รวม 850,000 ชุด ซึ่งจะขอรับการสนับสนุนชุดตรวจจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ต่อไป นอกจากดำเนินการตรวจเชิงรุกแล้ว ตามมาตรการนี้จะมีการให้วัคซีนแก่ผู้เกี่ยวข้องในตลาดตามลำดับความเสี่ยง รวมถึงดำเนินมาตรการอื่นควบคู่ เช่น การมีแผนเผชิญเหตุ การจัดเตรียมโรงพยาบาลสนามหรือสถานที่แยกกัก เพื่อรองรับกรณีผู้ติดเชื้อหรือพบผู้มีผลตรวจ ATK เป็นบวก&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114139</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจโควิด, ตลาดสด, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6108ac17afc78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดลตาระบาดหนักตลาดสดมุกดาหาร! ผู้ว่าฯสั่งล็อกดาวน์พื้นที่เสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 64 - ทีมสอบสวนโรคสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ได้ระดมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองมุกดาหาร ออกให้บริการตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( COVID-19) เชิงรุกให้กับกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า พระภิกษุ สามเณร และประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่อาศัยอยู่บริเวณตลาดสดเทศบาล 2 เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ภายหลังพบคลัสเตอร์ที่ร้านทีบีสนุกเกอร์คลับ (TB Snooker Club)&amp;nbsp; ที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้พื้นที่ตลาด พบผู้ติดเชื้อโควิด สายพันธุ์เดลดา 16&amp;nbsp; ราย และคาดว่าจะมีเพิ่มจำนวนมากขึ้น&amp;nbsp; เนื่องจากมีกลุ่มนักพนันที่ก่อนหน้านี้ปกปิดข้อมูล ไม่แสดงตัว และใช้อุปกรณ์ตรวจหาเชื้อ COVID-19 ด้วยตนเอง หรือ Antigen Test Kit (ATK) แต่ผลเป็นลบ จึงไม่ได้เข้ารายงานตัวเพื่อรับคำแนะนำในการเฝ้าระวังและเข้ารับตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ศูนย์สุขภาพชุมชนโรงพยาบาลมุกดาหาร ตามประกาศจังหวัดมุกดาหาร จนกระทั่งเริ่มมีอาการไข้ อุณหภูมิร่างกายขึ้นสูง เจ็บคอ ไอ จึงได้ทยอยเดินทางเข้าไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลและพบว่าติดเชื้อ โดยผู้ป่วยจากคลัสเตอร์โควิดบ่อนโต๊ะสนุกเกอร์ทีบีคาดว่าจะมีจำนวนมากขึ้นเป็นทวีคูณ เนื่องจากไม่ได้มีการกักตัว โดยยังใช้ชีวิตสัมผัสกับผู้อื่นอย่างเช่นคนปกติ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดหารสั่งปิดแหล่งแพร่เชื้อ 14 วันพร้อมได้ออกคำสั่งที่ 38 32/2564 ประกาศปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ของโรคทุกแห่ง ห้ามชุมนุม หรือมั่วสุมกัน โดยมีประเด็นสำคัญ คือให้ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ของโรค และห้ามชุมนุม หรือมั่วสุม เช่น สถานบริการสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ และสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกันสถานที่สำหรับจัดให้มีการซ้อม หรือเล่นการพนัน ชนไก่ กัดปลา สนามม้า และสถานที่อื่นใดในทำนองเดียวกัน ทั้งห้ามชุมนุม หรือมั่วสุมกันลักลอบเล่นการพนันทุกประเภทในสถานที่ต่างๆ โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ โควิด-19 ระลอกใหม่ จังหวัดมุกดาหาร ของวันที่ 16 สิงหาคม 2564 พบว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 37 ราย โดยเป็นการติดเชื้อนอกจังหวัด 31 ราย และในจังหวัด 6 ราย มีผู้ป่วยสะสมรวมทั้งหมด 1,582 ราย สะสมรักษาหาย 1,000 ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม สะสมมีผู้เสียชีวิต 4 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113470</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดสด, มุกดาหาร, ล็อกดาวน์, เดลตา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a0a8ad19ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 07:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมืองนนท์ฯสรุปผลค้นเชิงรุกตลาดสดพบติดเชื้อ5.55%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.2564 - เพจศูนย์ข้อมูล COVID-19 นนทบุรี โพสต์รูปพร้อมเนื้อหาว่า ผลการค้นหาเชิงรุก (Active Case finding) ตลาดสดเทศบาลนครนนทบุรี สมบัติตลาดสด และบริเวณอาคารพาณิชย์โดยรอบ วันที่ 8, 11 - 14 พฤษภาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไทย &amp;nbsp;5,509 คน พบเชื้อ 89 คน คิดเป็นร้อยละ 1.6 &amp;nbsp;ชาวต่างชาติ 1,301 คน พบเชื้อ 289 คน คิดเป็น ร้อยละ 22.2 รวม 6,810 คน พบเชื้อ 378 คน คิดเป็น ร้อยละ 5.55
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103383</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดสด, เชิงรุก, เพจศูนย์ข้อมูล COVID-19 นนทบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a45b185f710.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 00:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2021 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉีดวัคซีนเข็มแรกต้นมี.ค. ผงะ!ทารก2วันติดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หมอทวีศิลป์&amp;quot; เผยพบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่เพิ่ม 157 ราย ผงะ! ทารกวัย 2 วันติดด้วย เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน เปิดตัวเลขตลาดสดหนักกว่าตลาดนัด ผู้ขายติดเชื้อมากกว่าผู้ซื้อ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; เผยปิดดีลวัคซีน 63 ล้านโดสแล้ว ล็อตแรกปลายเดือนนี้ ฉีดเข็มแรกต้นเดือนหน้า ขณะที่ อภ.เตรียมทดสอบวัคซีนโควิดในมนุษย์ ระยะที่ 1 ช่วงเดือน มี.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 157 คน เป็นการติดเชื้อภายในประเทศ 144 คน เป็นผู้ป่วยรายใหม่จากระบบการเฝ้าระวังและระบบบริการ 38 คน โดยผู้ติดเชื้อน้อยสุดมีอายุเพียง 2 วัน พบที่จังหวัดสมุทรสาคร และเป็นการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 106 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศ 13 คน ทำให้มียอดรวมผู้ติดเชื้อ 23,903 คน หายป่วยแล้ว 18,914 คน อยู่ระหว่างการรักษา 4,909 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 คน เป็นหญิงไทยอายุ 65 ปี มีโรคประจำตัวคือมะเร็งกล่องเสียง ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ไขมันในเลือดสูง โดยมีประวัติติดเชื้อจากจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นคนในครอบครัว โดยครอบครัวดังกล่าวมี 8 คน และติดเชื้อไปแล้ว 5 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์เผยว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก ได้พูดถึงการค้นหาเชิงรุกในชุมชนในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งรองผู้ว่าฯ จังหวัดสมุทรสาคร และ นพ.สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ได้แจ้งมาที่ประชุม ชี้แจงความคืบหน้าการตรวจในพื้นที่ว่าตรวจเชิงรุกไปแล้วกว่าแสนคน พบผู้ติดเชื้อกว่า 7,000 คน ซึ่งจากการเข้าไปตรวจโรงงานขนาดใหญ่ 9 แห่ง ที่เข้าไปตรวจและมี 4 โรงงานที่มีคนงานหลักหมื่น พบผู้ที่เชื้อตามข่าวร้อยละ 26-27 ของบางโรงงาน ขณะนี้จะใช้ระบบบับเบิลแอนด์ซีล แน่นอนว่าเมื่อตรวจพบผู้ติดเชื้อขนาดนั้น บางคนที่ยังไม่ติดเชื้อ ก็มีโอกาสติดเชื้อได้ ในภายหลังเราก็จะทอดระยะเวลาไปอีกสักระยะหนึ่งเพื่อให้เกิดการติดเชื้อโดยธรรมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บางคนอาจพูดว่าจากข้อมูลผู้ติดเชื้อจากการตรวจสอบเชิงรุก 106 คนในวันนี้อาจจะน้อยกว่าความเป็นจริงนั้นใช่ แต่ ณ ตอนนี้เข้าไปตรวจก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรในเชิงที่จะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ใหม่ๆ ยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำอีกระยะคือ ณ ตอนนี้จะเข้าไปตรวจสอบภูมิคุ้มกัน ขอให้เจ้าหน้าที่ได้สรุปชุดข้อมูลกันก่อน ถ้าเป็นไปตามที่คาด คนที่ติดเชื้อเมื่อนำออกมา คนที่อยู่ภายในอาจได้รับเชื้อมาบ้างอย่างอ่อนๆ ก็จะมีการติดเชื้อไปบ้าง ถ้ามีภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นจำนวนมากขึ้นโดยธรรมชาติจะทำให้เราเกิดภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ซึ่งหลายประเทศเขาก็ทำกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.เผยว่า กระทรวงสาธารณสุขได้นำข้อมูลผู้ติดเชื้อในพื้นที่ตลาด 1,815 คนมาแจ้งต่อที่ประชุม โดยพบว่า ร้อยละ 96.86 เป็นการติดเชื้อในตลาดสด ติดเชื้อในตลาดนัด ร้อยละ 3.14 คน โดยพบเป็นผู้ขายถึงร้อยละ 90.19 ผู้ซื้อร้อยละ 9.81 โดยปัจจัยของการติดเชื้อคือไม่มีมาตรการระวังตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข องค์การเภสัชกรรม (จีพีโอ) กระทรวงสาธารณสุข และมหาวิทยาลัยมหิดล แถลงข่าวผลวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 &amp;quot;NDV LaSota-S Hexapro COVID-19 vaccine( NDV-HXP-S )&amp;quot; ชนิดเชื้อตาย ด้วยเทคโนโลยีฟักในไข่ไก่ ที่เตรียมศึกษาวิจัยทางคลินิกในมนุษย์ระยะที่ 1 เดือนมีนาคม 2564 หากเสร็จสิ้นกระบวนทุกอย่าง และขึ้นทะเบียนตำรับกับทาง อย. คาดจะสามารถผลิตวัคซีนได้ถึงปีละประมาณ 25-30 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า องค์การฯ ได้ส่งวัคซีน NDV-HXP-S ไปทำการทดสอบความเป็นพิษในหนูที่ประเทศอินเดีย พบว่าวัคซีนมีความปลอดภัย และทดสอบประสิทธิภาพ (Challenge study) ในหนูแฮมสเตอร์ (Hamsters) ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยผลเบื้องต้นพบว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 สอดคล้องกับผลการศึกษาความสามารถในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ที่พบว่าวัคซีนสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อโปรตีนหนามของไวรัสโคโรนาได้ดี ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.พญ.พรรณี ปิติสุทธิธรรม หัวหน้าศูนย์วัคซีน และหัวหน้าโครงการวิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การทดลองในมนุษย์ระยะที่ 1 จะเริ่มมีการทดสอบในเดือนมีนาคม จำนวนอาสาสมัคร 210 คนและระยะที่ 2 ประมาณเดือนเมษายน-พฤษภาคม ในอาสาสมัครอีก 250 คน โดยในการศึกษาระยะที่ 1 และ 2 จะเป็นการประเมินความปลอดภัยความทนทานและความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกันของวัคซีน ทั้งนี้ ในช่วงของระดับ S-antigen ที่หลากหลายบางตัวมีการใช้ CpG 1018 เป็นตัวเสริมในการวิจัยทางคลินิกระยะแรก และในการวิจัยทางคลินิกระยะที่ 2 มีจุดมุ่งหมายในการคัดเลือกวัคซีนเพียงตัวเดียวเพื่อให้เข้าสู่การวิจัยระยะที่ 3 และคาดว่าในปี 2565 จะสามารถเริ่มการยื่นขอรับทะเบียนตำรับ และจะทำการผลิตในระดับอุตสาหกรรมที่โรงงานผลิต (วัคซีน) ชีววัตถุ ขององค์การฯ ที่ จ.สระบุรี ซึ่งโรงงานดังกล่าวมีเทคโนโลยีไข่ไก่ฟักที่ใช้ผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่อยู่แล้ว พร้อมปรับมาใช้ผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ กล่าวเสริมว่า การทดสอบวัคซีน NDV-HXP-S ในระยะที่ 1 และ 2 จะทดสอบในอาสาสมัครที่เป็นคนไทย เพื่อผลิตวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ โดยมีการแบ่งการทดสอบในกลุ่มอาสาสมัคร 3 ระยะ ในระยะที่ 1 กลุ่มอาสาสมัครจะได้รับวัคซีน ในกลุ่มวัคซีนหลอก และวัคซีนจริง และในบางกลุ่มที่จะการฉีดสารเสริมเร่งวัคซีน เพื่อประเมินประสิทธิภาพ และคัดเลือกกลุ่มที่ดีที่สุดเข้าสู่การทดลองระยะที่ 2 ในส่วนระยะที่ 3 หากในประเทศมีจำนวนผู้ป่วยน้อย ก็อาจต้องมีการทดสอบในต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้จัดหาวัคซีน จำนวนทั้งสิ้น 63 ล้านโดสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดส่งที่เป็นไปตามเงื่อนไข เพื่อมาทำการฉีดให้กับประชาชนไทยและคนกลุ่มเสี่ยงที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ในส่วนของวัคซีนซิโนแวคจากประเทศจีน ที่ได้มีการสั่งซื้อจำนวน 2 ล้านโดส จะแบ่งการจัดส่งเป็นภายในปลายเดือนกุมภาพันธ์ ล็อตแรกจำนวน 2 แสนโดส หลังจากมีการตรวจคุณภาพ ตรวจสูตรการผลิตเรียบร้อย ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จะเร่งขึ้นทะเบียนวัคซีนดังกล่าวให้ทันก่อนจะมาถึงประเทศไทย โดยเบื้องต้นได้รับข้อมูลเอกสารการผลิตวัคซีนซิโนแวคจากผู้ผลิตประเทศจีนที่ได้มีการขึ้นทะเบียนการใช้วัคซีนในสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็จะเริ่มฉีดภายในต้นเดือนมีนาคมเป็นต้นไป พร้อมกับมีการจัดส่งเพิ่มอีก 8 แสนโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภายในเดือนเมษายนจะจัดส่งอีก 1 ล้านโดส หลังจากนั้นคาดว่าภายในปลายเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน วัคซีนจากแอสตราเซนเนกาที่ผลิตร่วมกับสยามไบโอไซเอนซ์ในประเทศไทยจะเริ่มทยอยส่งล็อตแรก 26 ล้านโดส ดังนั้นเมื่อดูจากตารางเวลาการจัดส่งวัคซีนนั้นมีความต่อเนื่องกัน จึงอยากให้ประชาชนไว้วางใจในการจัดหาวัคซีน ซึ่งทุกคนจะได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 แน่นอน โดยการดำเนินการจะเป็นไปตามกระบวนการที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงความคืบหน้าอาการของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ว่าเมื่อวานผู้ว่าฯ สามารถหายใจด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นเวลาถึง 4 ชม. ซึ่งแสดงว่าปอดของผู้ว่าฯ สามารถฟื้นตัวได้ดี ทั้งนี้ ยังไม่อยากให้รีบร้อนในการถอดเครื่อง โดยวันนี้จะนำตัวผู้ว่าฯ ไปเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ดูว่าปอดเป็นอย่างไร ภาพรวมขณะนี้ทั้งระดับออกซิเจนในเลือด อวัยวะต่างๆ ถือว่าดีหมด และได้มีการลดถอยยาฉีดหมดแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92678</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตลาดสด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ผู้ขายติดเชื้อมากกว่าผู้ซื้อ, ศบค., สถานการณ์การแพร่ระบาด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_6023f13ad32be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2020 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2020 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สธ.&#039;ห่วงผ่อนคลายตลาดสดเสี่ยงพบเชื้อเพิ่มวอนทุกพื้นที่ร่วมกันคุมเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค.63-ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงการผ่อนปรนมาตรการต่างๆว่า วันนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประเทศไทย ที่มีการผ่อนปรนให้เปิดกิจการได้บางประเภท เพราะขณะนี้ระดับการระบาดของไทยต่ำมาก อยู่ที่ 0.31 แต่หลังเปิด 6 กิจการแล้ว 14 วัน ยังน่าเป็นห่วงว่าระดับการระบาดจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากการสัมผัสใกล้ชิดกันซึ่งพบมากถึง 41.53 % เพราะวันนี้พบปรากฏการณ์คนเดินทางออกต่างจังหวัดไปเจอกัน สัมผัสกัน ก็จะเสี่ยงติดจากตรงนี้ได้ และจากชุดข้อมูลการแพร่โรคในพื้นที่ของกรมควบคุมโรคพบว่า เช่น พบว่าจังหวัดนนทบุรี 1 คนมีความสามารถในการแพร่โรคไปได้อีก 1 คน ส่วนภูเก็ต สงขลา ชลบุรี เชียงใหม่ 1 คนสามารถแพร่โรคได้มากกว่า 1 คน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกจังหวัดสามารถมีการแพร่เชื้อได้ทั้งสิ้น ดังนั้นถือว่าน่าเป็นห่วงจึงต้องเข้าระบบการรายงานและกักตัว&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.บัญชา กล่าวว่า สถานที่ชุมชน เช่น ตลาดนัด แหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเดิมตอนที่เราคุมโรคได้ดี อัตราการระบาดอยู่ที่ 2.81% ดังนั้นเมื่อเปิดแล้วจะแพร่สูงหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการและประชาชนคือส่วนสำคัญ โดยมีป้อมปราการ 5 ด่านต้านโควิดคือ 1. คัดกรองไข้จะสามารถเอาอยู่ส่วนหนึ่ง เพราะผู้ป่วยโควิดกว่า 87% มีอาการไข้ จึงนำมาสู่มาตรการ 2 คือสวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัยต้องไม่น้อยกว่า 80% เพื่อลดการแพร่และรับเชื้อฯ มาตรการ 3 ถ้ายังมีเชื้อติดอยู่ที่มือการจัดให้มีที่ล้างมือ หรือเจลแอลกอฮอล์ก็สามารถฆ่าเชื้อได้ไม่น้อยกว่า 90% แล้ว รวมกับมาตรการเว้นระยะห่าง และลดจำนวนคนใช้บริการก็จะลดโอกาสแพร่โรคได้อีก 70%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นถ้าทำทั้ง 4 อย่างนี้อย่างเคร่งครัดเราจะช่วยกันลดการแพร่ระบาดของโรคได้เยอะ ส่วนมาตรการที่ 5 เป็นมาตรการเสริม อาทิ โหลดแอพพลิเคชั่นจัดคิว ลดความแน่น หรือโหลดแอพฯ ติดตามคนป่วยก็สำคัญแต่ไม่ได้บังคับ แต่ถ้าอัตราการแพร่โรคสูงขึ้นอาจจะต้องบังคับ ทั้งนี้เมื่อเปิดบริการแล้ว การจะออกตรวจทุกๆ สถานบริการทุกๆ 2 ชั่วโมง คงเป็นไปได้ยาก ดังนั้นคนที่จะร่วมตรวจสอบได้คือประชาชน ซึ่งที่หน้าร้านมีป้ายรับรองที่มีคิวอาร์โค๊ดอยู่ประชาชนสามารถแสกน ตรวจสอบร้องเรียนได้ ขอย้ำว่า ผู้ประกอบการคือแม่ทัพคุมด่านโควิด ส่วนลูกทัพคือประชาชน หากดื้อไม่ทำตาม จะเกิดปรากฎการณ์แพร่เชื้อสู่กันและกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายทวี เสริมภักดีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในการคลายล็อกดาวน์ให้เปิด 6 ประเภทกิจการ ซึ่งมีการออกแนวทางปฏิบัติต่างๆ อย่างที่ห่วงกันคือตลาดสด ซึ่งมีกว่า 4 พันแห่งทั่วประเทศ ตรงนี้มีการสั่งให้ทำอย่างเคร่งครัดคือการตรวจวัดไข้ จัดที่ล้างมือ หรือเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่างระหว่างบุคล ระหว่างแผงค้าขาย เป็นต้นอย่างๆ นั้น ในส่วนของจังหวัดจะมีทีมเจ้าพนักงานออกตรวจสม่ำเสมอ หากพบว่าฝ่าฝืนเจ้าพนักงานมีอำนาจในการตักเตือนหรือสั่งปิดกิจการนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64952</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอนามัย, ตลาดสด, นพ.บัญชา ค้าของ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200503/image_big_5eae8d29cd9b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้ &#039;ศบค.&#039; จัดระเบียบตลาดสด หวั่นเป็นแหล่งแพร่เชื้อ-พบขาดมาตรการรักษาระยะห่าง ไม่มีอ่างล้างมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.63 -&amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายณัฐพงษ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง พร้อมด้วย นายชูวิทย์ จันทรส เลขานุการขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน และแกนนำเยาวชนจำนวน 10 คน เข้ายื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ ศบค.ผ่านทางนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีเพื่อเรียกร้องให้มีมาตรการเร่งด่วน จัดระเบียบตลาดสด ตลาดนัด ทั่วประเทศ ลดความเสี่ยงการแพร่เชื่อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เครือข่ายฯได้นำอ่างล้างมือเท่าเหยียบเปิดปิดน้ำแทนการใช้มือ ที่เครือข่ายฯร่วมกับศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก ผลิตขึ้นมาและเตรียมนำไปมอบนำร่องให้กับตลาดต่างๆ นำเสนอให้เป็นแนวทาง ให้ทุกตลาดติดตั้งอำนวยความสะดวกในการล้างมือด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทั้งก่อนและหลังเข้าตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูวิทย์ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาเครือข่ายฯ ได้ลงพื้นที่สุ่มสำรวจตลาดสด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด กว่า 25 แห่ง พบว่าทุกตลาดทั้งผู้ซื้อและผู้ขายสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าแทบทั้งหมดหรือเกือบ100% ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่จุดที่น่าเป็นห่วงคือขาดการรักษาระยะห่างในตลาด ส่วนใหญ่ไม่มีอ่างล้างมือด้วยสบู่ เจล และไม่มีการจำกัดทางเข้าออกเพื่อทำการคัดกรองผู้เข้าตลาด ตลอดจนขาดการประชาสัมพันธ์ที่ต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์ของตลาดสด ตลาดนัด ณ ปัจจุบัน โดยส่วนใหญ่ยังมีความสุ่มเสี่ยงกับการเป็นแหล่งแพร่เชื้อได้ แม้ที่ผ่านมาทางกระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัยได้กำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนไว้ และพยายามขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์ไปยังตลาดและประชาชนแล้ว แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมตลาดทั้งประเทศ รวมถึงบรรดาตลาดนัดที่จดทะเบียนและยังไม่ได้รับการจดทะเบียน ตลอดจนจุดผ่อนผันที่ให้มีการขายของอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯก็ยังเป็นปัญหา ที่ลำพังการขอความร่วมมือ อาจจะไม่ทันต่อสถานการณ์ความเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เครือข่ายฯเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ด้วยการระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งเจ้าของตลาด ผู้ซื้อ ผู้ขาย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อรักษาตลาด แหล่งซื้อขายอาหารการกินของชาวบ้านเอาไว้ และถือเป็นโอกาสอันดีในการจัดระเบียบตลาดสด-ตลาดนัด ตลาดนอกระบบ ให้อยู่ในระบบสามารถเข้าถึงได้โดยปลอดภัย ลดความเสี่ยงโควิด-19 เป็นผลดีในระยะยาวอีกด้วย&amp;rdquo; นายชูวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากข้อห่วงในที่เกิดขึ้น เครือข่ายฯจึงขอแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอต่อรัฐบาล ดังต่อไปนี้ 1.ขอให้ ศบค.ออกมาตรการโดยด่วน ที่มิใช่แค่ขอความร่วมมือ โดยกำหนดให้ตลาดดำเนินการให้ผู้ขายและผู้ซื้อ สวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกคน กำหนดระยะห่างระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อให้มากกว่า 1-2 เมตร และกำหนดทางเข้าออกภายในพื้นที่ตลาดให้ชัดเจนเพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม ดูแล ตลาดต้องจัดให้มีจุดล้างมือน้ำ สบู่ แบบไม่สัมผัส หรือจุดติดตั้งเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ไว้บริการล้างมือก่อนและหลังเข้าตลาด ให้ตลาดทำความสะอาดร้านค้าและอุปกรณ์ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกวัน และมีการทำบิ๊กคลีนนิ่งตลาดอย่างน้อยทุกสัปดาห์ และสุดท้ายต้องมีสื่อประชาสัมพันธ์ สปอตเสียงตามสาย ป้ายรณรงค์ บอร์ดข้อมูลการปฏิบัติตัวเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 ให้ต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ขอให้จังหวัด เร่งฟื้นฟูตลาดสด-ตลาดนัด ที่ถูกสั่งปิดไปแล้วระยะหนึ่ง เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อไวรัส-โควิด 19 เข้ามาใช้บริการ ให้กลับมาเปิดบริการดังเดิม โดยผ่านการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ ตามฐานความปลอดภัย และจัดระเบียบตลาดใหม่ ทั้งนี้เพื่อคืนแหล่งซื้อขายอาหารของประชาชนและวิถีชีวิตชาวบ้านให้กลับมา ที่สำคัญยังช่วยเศรษฐกิจชุมชน ช่วยลดผลกระทบเศรษฐกิจภาพรวมได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ขอให้กรุงเทพมหานคร และองค์กรปกครองท้องถิ่น ทำการสำรวจตลาดที่ยังอยู่นอกระบบ เพื่อดำเนินการให้อยู่ในระบบอย่างถูกต้อง เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ4.เครือข่ายขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ บุคลากร อาสาสมัคร หน่วยงาน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการฝ่าฟันกับวิกฤติเชื้อไวรัสโควิด-19 เครือข่ายยินดีสนับสนุนมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาร่วมกับ ศบค.อย่างเต็มกำลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายธีรภัทร &amp;nbsp;ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังรับเรื่องว่า ต้องขอบคุณเครือข่ายฯที่ห่วงใยต่อปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 พร้อมเสนอแนวทางการป้องกัน ซึ่งรัฐบาล นำโดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ได้มอบหมายกทม.กระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลตลาดแหล่งอาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้ตัวพี่น้องประชาชน และขอความร่วมมือประชาชนโดยเฉพาะเครือข่ายฯให้ช่วยตรวจสอบเฝ้าระวัง ส่วนข้อเสนอที่เครือข่ายฯได้ห่วงใย ตนและทีมงานจะนำเรียนให้ผู้บริหารระดับสูง ทีมงานที่ดูแลเรื่องตลาดสด ตลาดนัด โดยเฉพาะในกทม.และต่างจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อให้คนซื้อคนขายได้รักษาสุขอนามัยซึ่งเป็นพื้นฐานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้รัฐบาลได้ออกมาตรการหลายอย่าง จนยอดผู้ติดเชื้อลดลง เรามีมาตรการป้องกัน ควบคุมการเดินทาง เพื่อให้ความปลอดภัยมากขึ้น อีกทั้งมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังคนภายในประเทศที่อาจจะแพร่เชื้อ มีหน่วยคัดกรองทุกพื้นที่ทั่วประเทศ มีทีมฝ่ายปกครอง ฝ่ายสาธารณสุข อสม. หน่วยจิตอาสา ช่วยกันทำงาน จนตอนนี้สามารถควบคุมได้ดีในระดับหนึ่ง&amp;rdquo; นายธีรภัทร กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63330</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ณัฐพงษ์ สำเภาแก้ว, ตลาดสด, เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง ( Active Youtg)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200416/image_big_5e97f26173753.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
