<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราคาน้ำมันทรุดกดดันหุ้นไทยภาคเช้าปิดลบ 8.39 จุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค 64 - &amp;nbsp;ตลาดหุ้นไทยเช้าวันที่ 7 ก.ค. 64 ดัชนี SET Index ปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 1,583.04 จุด ปรับตัวลดลงหรือลบ -8.39 จุด คิดเป็น&amp;nbsp;-0.53 % มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 39,150.18 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MENA&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 2.60 บาท เพิ่มขึ้น +1.40 บาท มูลค่าการซื้อขาย 5,068.32 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;KBANK&amp;nbsp; ปิดที่ 117.00 บาท ลดลง -1.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,386.79 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;BBL&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 109.50 บาท ลดลง -2.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,103.33 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;SCB&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 94.50 บาท&amp;nbsp; ลดลง -1.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 969.47 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;CBG&amp;nbsp; ปิดที่ 149.00 บาท ลดลง -0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 750.40 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิจิตร อายะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวลงคล้ายตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างติดลบ หลังราคาน้ำมันปรับตัวลง เงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น ขณะที่เงินบาทอ่อนค่า รวมถึงยังเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ไม่ดีขึ้น จากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันนี้ทำนิวไฮกว่า 6 พันราย ส่งผลทำให้ตลาดฯปรับตัวลงในช่วงเช้า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ตลาดฯยังได้แรงหนุนจากการเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มส่งออกได้บ้าง โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มอาหาร ที่ได้อานิสงค์จากเงินบาทอ่อนค่าลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108948</URL_LINK>
                <HASHTAG>SET, ดัชนีตลาดหุ้น, ตลาดหุ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062f608afbc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หุ้นไทยปิดตลาดเช้า +7 จุด ซื้อขาย 3.9 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นไทยเช้าวันที่ 29 มิ.ย. ดัชนี SET Index ปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 1,586.28 จุด ปรับเพิ่มขึ้น +7.11 จุด หรือคิดเป็น +0.45 % มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 39,959.69 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดัชนี SET50 อยู่ที่ 953.57 จุด เพิ่มขึ้น +3.31 จุด คิดเป็น +0.35% มีมูลค่าซื้อขายรวม 16,959.81 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดัชนี SET100 อยู่ที่ 2,177.18 จุด เพิ่มขึ้น +8.65 จุด คิดเป็น +0.40% มีมูลค่าซื้อขายรวม 25,310.03 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดัชนีตลาด mai ปิดที่ 505.48 เพิ่มขึ้น +6.28 คิดเป็น +1.26% มีมูลค่าซื้อขายรวม 3,889.55 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;KBANK&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 119.50 บาท เพิ่มขึ้น +0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,368.69 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;RCL&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 55.50 บาท เพิ่มขึ้น +4.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,596.47 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;BANPU&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 15.70 บาท&amp;nbsp; เพิ่มขึ้น -0.20 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,102.63 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;GUNKUL ปิดที่ 4.80 บาท ลดลง -0.02 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,078.97 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;UKEM&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 1.96 บาท ลดลง +0.38 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,077.34 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล. เอเซีย พลัส เปิดเผยภาพรวมตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ ว่า ตลาดหุ้นไทยย่อตัวลงมา 8 วันติดแล้ว มีโอกาสที่จะมีการรีบาวด์ของตลาด ซึ่งถ้ามองจากกราฟจะเห็นได้ชัดว่าเป็นการรีบาวด์ หุ้นส่วนใหญ่เป็นฟื้นตัวจากการลดลงมาแรง อย่างเช่น หุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้าง หุ้นส่งออก หุ้นกลุ่มสายการบิน หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ที่ได้อานิสงค์จากการตรวจและการฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งมองว่าตลาดช่วงบ่ายยังคงมีการผันผวนอยู่ เนื่องจากปัจจัยที่ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวนมาก และต้องรอดูการกระจายตัวของสายพันธุ์ใหม่ของโควิด-19 ว่าจะมีการกดดันภาพรวมของตลาดหุ้นไทยอย่างไร และจะยังฟื้นตัวได้อย่างที่นักลงทุนหลายๆ คนคาดการณ์ไว้ได้หรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังคงแนะนำให้นักลงทุนลงทุนในหุ้นเชิงรับ หรือ Defensive Stock ซึ่งเป็นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว สามารถป้องกันผลกระทบของสภาวะโควิด-19 ได้เช่น&amp;nbsp; ADVANC , AS เป็นต้น หุ้นกลุ่มส่งออก ที่ในช่วงนี้ที่ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงจะได้รับผลประโยชน์มากขึ้น เช่น NER ,TFG และหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ที่ปัจจัยบวกมาจากที่มีการรักษาผู้ติดเชื้อที่มากขึ้น รวมถึงการฉีดวัคซีนทางเลือก เช่น BDMS เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108034</URL_LINK>
                <HASHTAG>SET, ตลาดหุ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dac7d5c5ec4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลท.ประกาศย้ายKIATเข้าเทรดSETหุ้นไทยภาคเช้าบวก0.92จุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย. 64 - รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงตลาดรองสําหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยย้ายหลักทรัพย์บริษัท เกียรติธนา ขนส่ง จํากัด (มหาชน) (KIAT) เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (SET) เริ่มวันที่ 28 มิถุนายน 2564 จากเดิม KIAT อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ ซึ่งจะย้ายเข้าตลาดหลักทรัพย์ SET เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ และลักษณะธุรกิจเป็นบริษัทให้บริการขนส่งด้านวัตถุอันตราย ปิโตรเคมี และผลิตภัณฑ์พิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดการซื้อขายภาคเช้าวันนี้ (25 มิ.ย.64) มีการปรับขึ้นเล็กน้อย 0.92 จุด หรือ 0.06% ที่ระดับ 1,586.64 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 34,297.56 ล้านบาท โดยหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;BANPU&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 16.00 บาท เพิ่มขึ้น +0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,805.28 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;BDMS&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 23.70 บาท เพิ่มขึ้น +0.60 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,294.28 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;KBANK&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 120.00 บาท&amp;nbsp; เพิ่มขึ้น +0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,240.12 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;GUNKUL ปิดที่ 4.84บาท ลดลง -0.02 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,012.14 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;PTTGC&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 58.75 บาท ลดลง -0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 914.74 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107590</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดหุ้น, บริษัท เกียรติธนาขนส่ง จำกัด (มหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d577f89602b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 17:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 17:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักลงทุนขายลดความเสี่ยงโควิด-19 ระบาดรอบใหม่ กดดันหุ้นไทยดิ่ง 23.10 จุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เมษายน 2564 รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 7 เมษายน 2564 เคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน รับแรงขายลดความเสี่ยง หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และพบในกลุ่มหลากหลายอาชีพ โดยดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,556.56 จุด ลดลง 23.10 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 1.46% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 107,774.43 ล้านบาท&amp;nbsp;ขณะที่ ดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,570.69 จุด และต่ำสุดอยู่ที่ 1,555.57 จุด

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินว่า การระบาดของไวรัสโควิด--9 ในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงสั้นๆ โดยช่วงเวลาที่ให้น้ำหนัก คือ หลังเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp; หากผ่านพ้นไป และผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก เชื่อว่าดัชนีหุ้นไทยยังอยู่ในทิศทางขาขึ้นได้&amp;nbsp; เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันดูดีกว่าปี 2563 และช่วงต้นปี 2564 ที่เกิดการระบาด เพราะเริ่มมีการกระจายวัคซีนในประเทศมากขึ้น ซึ่งล่าสุดมีผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วจำนวน&amp;nbsp; 248,000 ราย หรือประมาณ 0.36% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ&amp;nbsp; และวัคซีนชุดใหญ่ จาก AStrazeneca จะมาหลักๆ หลังช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคม 2564 ที่ดีกว่ารอบก่อนหน้ามาก

ขณะเดียวกัน มองว่าความผันผวนให้กับตลาดหุ้นในระยะสั้น โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเมือง, หุ้นที่มีรายได้หลักในพื้นที่กรุงเทพ ฯลฯ หากเปรียบเทียบกับการติดเชื้อระลอก 2 วันที่ 21 ธันวาคม 2563 หลังจากนั้นตลาดหุ้นไทยปรับฐานแรงเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น แล้วตลาดค่อยๆ ฟื้น เนื่องจากการควบคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อทำได้อย่างรวดเร็ว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98682</URL_LINK>
                <HASHTAG>#การระบาดของโควิด, ตลท., ตลาดหุ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062f608afbc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หุ้นผวาโควิดเปิดตลาดร่วงหนัก 22.18 จุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หุ้นไทยเช้านี้ เปิดตลาดร่วงหนัก 22.18 จุด หลุดแนวรับสำคัญ 1,560 จุด โบรกฯ ชี้นักลงทุนกังวลโควิด-19 รอบใหม่ คาดดัชนีเสี่ยงปรับฐาน 1,530-1,500 จุด ฝั่งราคาหุ้น STGT ทะยานขึ้นนำตลาด ธุรกิจถุงมือยางรับอานิสงส์
ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 7 เม.ย.2564 เปิดตลาดภาคเช้าปรับลง 22.18 จุด (ณ 10.15 น.) มาอยู่ที่จุดต่ำสุด 1,557.48 จุด ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยไปเคลื่อนไหวที่ 1,560 จุด บวกลบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98610</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดหุ้น, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062f608afbc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 09:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>FETCO ประเมินหุ้นขาขึ้นลงแผนฉีดวัคซีนโควิด-19 ชัดเจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค. 2564&amp;nbsp; นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยภายในงาน &amp;ldquo;โครงการตลาดทุนพบภาครัฐครั้งที่ 1/64 กระทรวงสาธารณสุขพบนักวิเคราะห์และนักลงทุนสถาบัน&amp;rdquo; ว่า หลังการหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข เกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ประชาชน พบว่าภาครัฐมีความชัดเจนเรื่องแผนการจัดหาวัคซีนให้ทุกคนภายในประเทศ ระยะเวลาการฉีด รวมถึงไม่ปิดกั้นการนำเข้าวัคซีนของภาคเอกชน และความคืบหน้าในการเปิดแหล่งท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต, สมุย ซึ่งส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวให้ฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น โดยคาดว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนได้ในระดับหนึ่ง

ทั้งนี้ ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยยังมีอัพไซด์รออยู่ เนื่องจากประเด็นหลายอย่างดีกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะแผนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ประชาชนและการเปิดประเทศเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงกำลังการผลิตวัคซีนในประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้อาจต้องปรับทบทวนมุมมองเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปี 64 ขึ้น จากเดิมที่คาดไว้ระดับ 1,600 จุด แต่ต้องรอประเมินกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ด้วย

&amp;ldquo;ผลจากการหารือร่วมกัน ถือว่าภาครัฐมีแผนที่ชัดเจน แต่ก็ต้องติดตามว่าภาครัฐจะได้ตามแผนที่วางไว้หรือไม่ เพราะคาดเดาได้ยากว่าจะเจออุปสรรค์อะไรบ้าง อีกทั้ง ประเทศไทยมีภาพพจน์ด้านการปฏิบัติที่ล่าช้าไปบ้างบางเรื่อง รวมถึงยังต้องรอดูว่าเมื่อเปิดประเทศได้แล้วจำนวนนักท่องเที่ยวจะกลับมาหรือไม่&amp;rdquo;

นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้ปิดกั้นภาคเอกชนนำเข้าวัคซีนโควิด-19 แต่จากการหารือกับผู้ผลิตวัคซีนเกือบทุกรายพบว่าเขาไม่ยินยอมที่จะขายให้แก่ภาคเอกชนโดยตรง แต่หากภาคเอกชนรายไหนติดต่อผู้ผลิตและนำเข้ามาได้บอกมาเลยตนเองพร้อมจะหาทางออกเรื่องใบอนุญาตการนำเข้าวัคซีนให้

ขณะที่ ความคืบหน้าการปลดล็อคผลิตภัณฑ์จากกัญชานั้น ในด้านกฎหมายยังอยู่ในขั้นตอนของรัฐสภา หากเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชนเชื่อว่าคนในสภาผู้แทนราษฏรจะต้องตอบสนองต่อความต้องการแน่นอน โดยปัจจุบันเริ่มมีผู้มาขอขึ้นทะเบียนแล้วหลัก 100 ราย ถือว่ายังมีจำนวนไม่เยอะมาก ส่วนวัตถุประสงค์หลักของภาครัฐที่ผลักดันตรงนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นช่องทางทำมาหากินของเกษตรกรมากขึ้นและใช้ในทางการแพทย์ รวมถึงสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้มากที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97733</URL_LINK>
                <HASHTAG>FETCO, ตลาดหุ้น, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, แผนฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_60628835723ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนวรับคลื่นเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤติโควิดเป็นวิกฤติคู่ขนานระหว่าง &amp;ldquo;วิกฤติสาธารณสุข&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;วิกฤติเศรษฐกิจ&amp;rdquo; เป็นวิกฤติคู่ที่เกี่ยวโยงซึ่งกันและกัน&amp;nbsp; ผลจากวิกฤติต่อภาคเศรษฐกิจเริ่มแสดงตัวที่ ภาคตลาดเงิน ตลาดทุน ที่อ่อนไหวต่อสถานการณ์และข่าวสาร หลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 ลามข้ามพรมแดน ข้ามทวีปไปทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 12 มีนาคม ตลาดหุ้นผันผวนสุดๆ จนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp; ตัดสินใจงัดมาตรการ หยุดซื้อ-ขายหุ้นชั่วคราว (circuit breaker) ขึ้นมาควบคุมสถานการณ์ จากที่เคยใช้ครั้งสุดท้ายในช่วงวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์เมื่อปี 2551&amp;nbsp; แต่หลังเปิดให้มีการซื้อ-ขายอีกครั้งแรงเทขายยังกระหน่ำเข้ามา ดัชนีไหลลงลึก&amp;nbsp; ไปหยุดที่ 1,095.37 จุด ลดลง 154.32 จุด หรือ 12.36%&amp;nbsp; ทำสถิติดัชนีต่ำที่สุดในรอบ 8 ปีกับ 1เดือน และดัชนีปิดตลาดที่ 1,114.91 จุด ลดลง 134.98 จุด หรือ 10.80 %&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาบเกี่ยวกันนั้นในช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนมีนาคมนักลงทุนเริ่มขายคืนหุ้นกู้อย่างหนักและต่อเนื่อง กระทั่ง บลจ. ทหารไทย ตัดสินใจ เลิกกองทุน ทหารไทยธนเพิ่มพูน กองทุนเปิดธนไพบูลย์ กองทุนเปิดทหารไทย ธนพลัส และกองทุนเปิดทหารไทย ธนไพศาล เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความปั่นป่วนในตลาดหุ้นกู้ ที่มีขนาดถึง 3.6 ล้านล้านบาทหรือประมาณ 20 % ของจีดีพี&amp;nbsp; และมากกว่า 70 % ถือครองโดยภาคเอกชน ทำให้แบงก์ชาติต้องออกมาตรการเข้ามาดูแล&amp;nbsp; เช่นมาตรการเพิ่มสภาพคล่องให้กองทุนรวมผ่านแบงก์พาณิชย์ และออก พ.ร.ก.การสนับสนุนสภาพคล่องเพื่อดูแลเสถียรภาพตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน วงเงินรวม 4 แสนล้านบาท หรือ พ.ร.ก.หุ้นกู้ 4 แสนล้านบาท เพื่อเป็นหลังพิงให้กับตลาดหุ้นกู้&amp;nbsp; เพราะเกรงว่าหากตลาดหุ้นกู้ไร้เสถียรภาพ จะส่งแรงกระเพื่อมถึงภาคการเงิน ดร.วิรไท สันติประภพ&amp;nbsp; ผู้ว่าการแบงก์ชาติขณะนั้น เปรียบมาตรการดูแลตลาดหุ้นกู้ว่า เหมือนโรงพยาบาลสนามเพื่อดูแลคนป่วยโรคโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในขณะที่ตลาดหุ้น และหุ้นกู้ปั่นป่วน การค้าทองคำในช่วงวิกฤติโควิดกลับคึกคัก เนื่องจากนักลงทุนหันมาถือสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงโควิดระบาด&amp;nbsp; ราคาทองคำทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องและ ราคาทองคำขึ้นไปสูงสุดของปี 30,400 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 7 สิงหาคม 2653&amp;nbsp; ทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 9 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาคเศรษฐกิจจริง อุตสาหกรรมได้รับผลกระทบอย่างหนักจากตลาดที่หายไป และระบบขนส่งโลจิสติกส์ มีปัญหาในช่วงล็อกดาวน์จนค่ายรถยนต์ใหญ่ ต้องหยุดสายการผลิตชั่วคราวในช่วงปลายเดือนมีนาคม ต่อเนื่องเมษายน 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากที่เคยทำรายได้เข้าประเทศ 3 ล้านล้านบาท รายได้หายไปกว่า 80 % ส่วนภาคส่งออกในช่วงล็อกดาวน์เดือนมิถุนายนมูลค่าส่งออกติดลบถึง 23 % และกระทรวงพาณิชย์คาดส่งออกปี 2563 ติดลบ 6-7 % &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อรับมือกับคลื่นเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามา รัฐบาลได้ออกมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด ด้วยการออก พ.ร.ก. 3 ฉบับ คือ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 หรือ พ.ร.ก. ซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาท และ พ.ร.ก.หุ้นกู้ 4 แสนล้านบาท&amp;nbsp; เพื่อขับเคลื่อนมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากมาตรการทางการคลังแล้ว แบงก์ชาติได้ดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายโดยลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 3 ครั้ง ลงเหลือ 0.5 % ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ร่วมกับแบงก์พาณิชย์ และธนาคารของรัฐลดภาระลูกหนี้ผ่านมาตรการพักหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ไตรมาส 3 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานจีดีพีติดลบ 6.4 % ติดลบน้อยกว่าไตรมาส2 เนื่องจากการทยอยคลายล็อก และมาตรการดูแลเศรษฐกิจที่รัฐบาลขับเคลื่อนออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนับสนุนโดย:กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหนึ่งของโครงการจัดทำหนังสือ &amp;ldquo;ถอดบทเรียนไทยสู้โควิด&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96317</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID -19, กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ตลาดหุ้น, ถอดบทเรียนไทยสู้โควิด, สศช, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_605177a1047e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
