<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2019 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2019 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศุภาลัย มั่นใจตลาดอสังหาฯปี 62 ยังเติบโต  ทุ่ม 40,000 ล้านขยายโครงการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค. 2562 นายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรการบริหาร บมจ.ศุภาลัย (SPALI) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 โดยบริษัทคาดว่า จะยังมีอัตราการเติบโตหรือเติบโตใกล้เคียงกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการที่ภาครัฐมีการเร่งลงทุน รวมไปถึงความชัดเจนในการเลือกตั้ง ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตามทั้งในเรื่องมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เข้ามาควบคุมอัตราส่วนการให้สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านเทียบกับมูลค่าบ้าน ความเข้มงวดในการปล่อยกู้ของสถาบันการเงินต่าง ๆ และราคาที่ดินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงขึ้น อย่างไรก็ตามบริษัทเชื่อว่าภาพรวมยังคงไปได้ดี จากความต้องการในกลุ่มแนวราบที่ยังมีต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในปี 2562 บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 35,000 ล้านบาท เติบโต 5% จากปีก่อน ที่มียอดขาย 33,343 ล้านบาท และตั้เป้ารายได้รวม 28,000 ล้านบาท โดยปีนี้บริษัทมีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่รวม 34 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 40,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมในเขตกรุงเทพฯ 6 โครงการ โครงการแนวราบในเขตกรุงเทพฯ 13 โครงการ และโครงการแนวราบในต่างจังหวัด 15 โครงการ โดยบริษัทมีที่ดินรองรับไว้หมดแล้วซึ่งในปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ที่ 8,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการซื้อที่ดินใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บริษัทยังคงมองหาโอกาสขยายการลงทุนเพิ่มเติมไปยังหัวเมืองหลักตามภูมิภาคที่เป็นศูนย์กลางของธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยในปีนี้จะพัฒนาในจังหวัดใหม่ ได้แก่ อยุธยา พิษณุโลก รวมทั้งเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ในจังหวัดที่ได้เข้าไปลงทุนแล้ว ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ อุดรธานี ขอนแก่น ชลบุรี ระยอง อุบลราชธานี นครราชสีมา สงขลา สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช เนื่องจากมีความมั่นใจว่าจังหวัดดังกล่าวมีพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทเน้นการลงทุนในระยะยาว ส่งผลให้มีสัดส่วนยอดขายในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นเป็น 27%&amp;rdquo;นายประทีป กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในช่วงไตรมาสแรกนี้บริษัทมีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่ จำนวน 6 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 15,000 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการแนวราบ จำนวน 5 โครงการ และเป็นโครงการคอนโดมิเนียม จำนวน 1 โครงการ คือ โครงการ ศุภาลัย ไพร์ม พระราม 9 โดยขณะนี้ได้เปิดโครงการไปแล้ว 2 โครงการ ได้แก่ โครงการคอนโดมิเนียม 1 โครงการ และโครงการแนวราบอีก 1 โครงการ ส่วนอีก 4 โคงการ จะเปิดในเดือน มี.ค. นี้ อย่างไรก็ตามบริษัทตั้งเป้าหมายในปีนี้อยู่ที่ 28,000 ล้านบาท เติบโต 7% จากปีก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 25,810 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน มูลค่ารวมกว่า 42,529 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2562 ที่ประมาณ 13,407 ล้านบาท ส่วนที่เหลือทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2563-2565 แบ่งเป็นรับรู้รายได้ปี 2563 จำนวน 10,029 ล้านบาท รับรู้รายได้ปี 2564 จำนวน 10,186 ล้านบาท และรับรู้รายได้ในปี 2565 จำนวน 8,907 ล้านบาท นอกจากนี้ ปัจจุบันบริษัทยังมีสินค้าพร้อมโอน รวมมูลค่ากว่า 17,000 ล้านบาท แบ่งเป็นจากโครงการคอนโดมิเนียมประมาณ 10,000 ล้านบาท และจากโครงการแนวราบประมาณ 7,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30415</URL_LINK>
                <HASHTAG>34 โครงการใหม่, ตลาดอสังหาฯปี 62, บมจ.ศุภาลัย, ประทีป ตั้งมติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c185733834.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2019 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2019 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนอสังหาฯจับตาหลังเลือกตั้ง หวังรัฐบาลใหม่สานต่อเมกะโปรเจกต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ. 2562 นายวิทย์ กุลธนวิภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แคปปิตอล วัน เรียลเอสเตท จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2562 นี้ แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์จะมีการขยายตัวได้ในทิศทางที่ดี โดยมีปัจจัยจากความชัดเจนในการเลือกตั้ง ซึ่งถือว่าเรื่องการเมืองเป็นสิ่งสำคัญต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ส่งผลให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น โดยหากรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศและสานต่อโครงการเมกะโปรเจกต์ เช่น โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือรถไฟฟ้า จะมีผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่จะมีการขยายตัวมากขึ้น

&amp;ldquo;สิ่งที่คาดหวังให้รัฐบาลใหม่ปรับปรุงนโยบายเกี่ยวกับภาคอสังหาฯ มีหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจ กลุ่มผู้ซื้อที่อยู่อาศัย และกลุ่มลูกค้าต่างชาติ โดยกลุ่มลูกค้าชาวไทย ควรส่งเสริมให้คนซื้อบ้านเพื่อเป็นทรัพย์สินเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เช่าที่อยู่อาศัย เพื่อเป็นการสร้างระบบเศรษฐกิจให้เติบโต เช่น การนำดอกเบี้ยการกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัย มาหักลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน เนื่องจากดอกเบี้ยเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น จากเดิมที่ลดหย่อนได้เพียง 100,000 บาท ซึ่งมาตรการนี้ ช่วยกระตุ้นคนซื้อบ้าน จะทำให้คนเช่าบ้านหันมาพิจารณาซื้ออยู่อาศัยเองมากกว่า&amp;rdquo;นายวิทย์ กล่าว

ปัจจุบันการประเมินลูกค้าที่กู้ซื้อบ้านค่อนข้างประสบปัญหา เนื่องจากระบบในการตรวจสอบฐานะของผู้กู้ จะต้องผ่านบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ เครดิตบูโร และในการตรวจเช็กประวัติลูกค้าแต่ละสถาบันการเงินก็แตกต่าง ทั้งนี้ เครดิตบูโร ก็เปรียบเสมือนหน่วยงานกลางที่มีบทบาทในการให้เครดิตผู้กู้ แทนที่จะเป็นหน้าที่ของธนาคารพาณิชย์ในการตรวจผล โดยใช้เครดิตสกอริ่งของธนาคารในการประเมิน

ด้านนายธาตรี นุชสวาท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที กรุ๊ป แอซเซ็ท จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้ จะเห็นภาพผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระบายสต๊อกสินค้าเพื่อเร่งยอดขาย&amp;nbsp; แต่สภาพตลาดในช่วงที่ผ่านมายังซบเซา เพราะความเข้มเรื่องนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคาพาณิชย์&amp;nbsp; ทำให้ลูกค้าจำนวนมากไม่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งเรื่องนี้มีผลกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาก บางธนาคารประกาศนโยบาย ไม่รับพิจารณาสินเชื่อที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต่างจังหวัด และยังมีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นอย่างมาก


อย่างไรก็ตามอยากเสนอรัฐบาลใหม่ให้มีการปรับปรุงนโยบายเกี่ยวกับภาคอสังหาริมทรัพย์ในการดูแลลูกค้าผู้ซื้อคนไทย ควรมีนโยบายลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่ออยู่อาศัย และผ่อนปรนมาตรการคุมเข้มสินเชื่อที่อยู่อาศัย และมาตรการลดภาษีและค่าธรรมเนียมในการซื้ออสังหาฯ&amp;nbsp; โดยปีนี้ ยอดขายภาคอสังหาริมทรัพยือาจจะลดลง โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียม แต่จะมียอดขายจากกลุ่มเรียลดีมานต์เพิ่มมากขึ้น เพราะภาวะเศรษฐกิจทำให้กลุ่มซื้อลงทุนชะลอการลงทุนออกไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29866</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดอสังหาฯปี 62, หลังเลือกตั้ง, แคปปิตอล วัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190102/image_big_5c2c1eadc8309.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอพี คาดตลาดอสังหาฯปี62 แข่งขันดุเดือด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอพี เล็งตลาดอสังหาฯปี 62 เชื่อการแข่งขันยังคงสูง แนะผู้ประกอบการยุคใหม่ วางแผนธุรกิจให้รอบคอบพัฒนสินค้าให้ตรงต่อความต้องการลูกค้า พร้อมปลื้มผลงานโกยยอดขายรวมกว่า 41,460 ล้านบาท และรายได้รวม ณ ไตรมาส 3 อยู่ที่ 27,113 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) (AP) เปิดเผยถึงแนวโน้มภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2562 โดยเชื่อว่าภาพรวมการแข่งขันในตลาดกว่า 70% ยังคงเกิดจากผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีความพร้อมทางด้านการเงิน และทรัพยากรบุคคล ซึ่งความท้าทายของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นอกเหนือปัจจัยภายนอกอย่างเช่น เศรษฐกิจโลกแล้ว เศรษฐกิจภายในประเทศ และภาคการเมืองก็ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาดูอย่างต่อเนื่อง อสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ ซึ่งผู้ประกอบการต้องวางแผนดำเนินธุรกิจในระยะยาวให้เป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเปิดตัวโครงการแล้วประกาศขายหมดภายในไม่กี่ชั่วโมงคงเห็นได้น้อยลงในปีหน้า โจทย์ของดีเวลลอปเปอร์ในอนาคตคือ การกำหนดสินค้าและแพคเกจราคาขายที่สอดรับกับความสามารถในการซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ได้จริงของลูกค้า ซึ่งสิ่งนี้คือคีย์สำคัญที่ทำให้เอพีประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดดในครั้งนี้ และจะนำความสำเร็จมาเป็นแรงขับเคลื่อน เป็นพลังในการทำงาน เพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ด้วยนวัตกรรมรูปแบบใหม่ๆ ที่จะสร้างความแตกต่าง เพื่อก้าวสู่เป้าหมายสูงสุด นั่นคือการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ให้กับคนไทยต่อไป&amp;rdquo; นายอนุพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในปี 2561 นี้บริษัทได้มีการปรับปรุงระบบการบริหารงานภายใน โดยการพัฒนาและสร้างผู้นำรุ่นใหม่ ให้สามารถก้าวขึ้นมาบริหารและรับผิดชอบโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีเป้าหมายในการสร้างนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้เน้นที่การผสมผสานประสบการณ์ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ากับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตสมบูรณ์แบบในทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริษัทยังได้นำแนวคิด STANFORD DESIGN THINKING เข้ามาใช้ในการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการ ผ่านการทำความเข้าใจลูกค้า ซึ่งต้องอาศัยการสังเกตพฤติกรรมของผู้บริโภค และบริการที่ตรงใจลูกค้าในแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกัน โดยสะท้อนจากยอดขาย และยอดรับรู้รายได้ที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทได้มีการเปิดตัวโครงการใหม่มูลค่ารวม 45,190 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายรวมที่กว่า 41,460 ล้านบาท และรายได้รวม ณ ไตรมาส 3 จากสินค้าแนวราบ กลุ่มคอนโดมิเนียม (100%JV) และธุรกิจอื่นๆ อยู่ที่ 27,113 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24195</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดอสังหาฯปี 62, อนุพงษ์ อัศวโภคิน, เอพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b751f7808ab2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
