<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2020 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์การค้าฯ พลิกธุรกิจ โดดเข้าวงการตลาดออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
22ก.ย.63-นายธนพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ สกสค.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะกรรมการสกสค.ที่มีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน ที่ประชุมได้อนุมัติโครงสร้างบุคลากรขององค์การค้าของ สกสค. ตามแผนปฏิรูปหน่วยงานองค์การค้าของ สกสค. จำนวน 295 อัตรา ซึ่งในเรื่องนี้นายณัฏฐพล มีข้อคิดเห็นว่า เป็นเรื่องดีที่มีการปรับโครงสร้างองค์การค้าของ สกสค. ด้วยการลดภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ไม่จำเป็นลง เพื่อให้สภาพคล่ององค์การค้าของ สกสค.ยังเดินหน้าต่อไปได้ แต่ขณะเดียวกันที่ประชุมยังมีความเห็นว่าต้องการให้องค์การค้าของ สกสค.มีการปรับปรุงระบบการขายแบบใหม่ โดยอยากให้มีการปรับรูปแบบการขายในรูปแบบออนไลน์ให้มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์การขายของยุคเทคโนโลยีสมัยใหม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงเรื่องการมอบหมายให้ผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.ทำนิติกรรม เนื่องจากที่ผ่านมากสรทำนิติกรรมต่างๆ จะเป็นหน้าที่ของ เลขาฯ สกสค.ในการดำเนินการมอบหมาย ซึ่งจากนี้ผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.จะต้องบริหารจัดการนิติกรรมต่างๆ เองหมดทุกเรื่อง ซึ่งที่ประชุมมองว่าเป็นไปไม่ได้ และการดำเนินการในลักษณะนี้เหมือนเป็นการเพิ่มภาระงาน ดังนั้นที่ประชุมจึงมีข้อสรุปให้มีการแก้ไขข้อบังคับคณะกรรมการสกสค.ว่าด้วยการบริหารสำนักงานพ.ศ.2562 หมวด 3 เรื่องการปฏิบัติการแทน เพื่อให้ผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.มีความคล่องตัวในการบริหารงานและมอบหมายงานให้ผู้บริหารคนอื่นๆในองค์การค้าของ สกสค. จัดการเรื่องคดีความการฟ้องร้องเรื่องต่างๆขององค์การค้าของ สกสค.ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การประชุม สกสค.ครั้งนี้ถือเป็นนัดแรกที่ผมได้รับตำแหน่งเลขาฯ สกสค.ซึ่งรมว.ศธ. ได้มอบหมายให้มาดูเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินของพนักงานองค์การค้าของ สกสค.เนื่องจากพนักงานองค์การค้าของ สกสค.บางคนยังมีหนี้ผูกพันอยู่กับธนาคารออมสิน เพราะองค์การค้าของ สกสค.เป็นลูกหนี้เงินกู้ของ สกสค.ซึ่งธนาคารออมสินจะขอหักเงินชดเชยจากการเลิกจ้างพนักงานองค์การค้าของ สกสค.โดยเราจะไปเจรจากับธนาคารออมสิน เพื่อหาแนวทางใหม่ให้ รวมถึงนายณัฏฐพลยังมอบหมายให้ผมดูแลให้ข้าราชการครูได้เข้าถึงสิทธิสวัสดิการอย่างเต็มที่ด้วย&amp;rdquo;เลขาฯ สกสค. กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78263</URL_LINK>
                <HASHTAG>#องค์การค้าคุรุสภา, ตลาดออนไลน์, ธนพร สมศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f59fcfacc716.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมส่งเสริมการเกษตรผลักดันตลาดออนไลน์ นำเกษตรกรแปลงใหญ่พบผู้บริหาร Lazada และสื่อมวลชน แนะนำสินค้าแปรรูปเกรดพรีเมี่ยมพร้อมต่อยอดทางธุรกิจสินค้าเกษตรแบบออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันรูปแบบการดำเนินชีวิตของประชาชนเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งนี้เป็นผลจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระบบการขนส่งสินค้า (logistic)ที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ทำให้ผู้คนออกจากบ้านหรือเดินทางน้อยลงจึงเป็นตัวเร่งทำให้แนวโน้มการตลาดออนไลน์ได้รับความนิยมอย่างสูงและเติบโตแบบก้าวกระโดด ผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อสินค้าโดยต้องไม่ต้องเดินทางออกจากบ้าน เพียงแค่ใช้แอพพลิเคชั่นบนเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย จ่ายค่าสินค้าผ่านบัตรเครดิต หรือระบบ internet banking และรอรับสินค้าซึ่งจัดส่งให้ถึงบ้านอย่างรวดเร็วโดยบริษัทขนส่ง ดังนั้นเพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้ได้ การจำหน่ายสินค้าเกษตรจึงต้องพัฒนาให้ทันกับความต้องการของผู้บริโภคด้วยเช่นเดียวกัน เกษตรกรทุกกลุ่มทั้งกลุ่มแปลงใหญ่ วิสาหกิจชุมชน Young Smart Farmer และกลุ่มพัฒนาอาชีพต่างๆ จึงต้องเรียนรู้การผลิตสินค้าคุณภาพได้มาตรฐาน การจัดหาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมทำให้สินค้ายังคงคุณภาพดีจนถึงมือผู้บริโภค รู้จักเลือกใช้ระบบการขนส่งที่เหมาะสม รวมทั้งพัฒนาและเลือกใช้ช่องการจำหน่ายออนไลน์ผ่านสื่อโซเชียลของตนเอง เช่น Facebook, Line, Instagram และ platform จำหน่ายสินค้าแบบออนไลน์ต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ด้านนายทวี มาสขาว รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เป็นการพัฒนาเกษตรกรแบบบูรณาของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยยึดพื้นที่เป็นหลัก (Area-based Approach) เน้นการลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิต การพัฒนาคุณภาพและพัฒนาให้ได้มาตรฐาน การบริหารจัดการ และการจัดการด้านการตลาด คำนึงถึงความเหมาะสมของพื้นที่ตามข้อมูลแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri Map) หรือเป็นพื้นที่ที่สามารถปรับปรุงและพัฒนาได้ มีขนาดที่คุ้มค่าต่อการลงทุน สามารถใช้ปัจจัยการผลิตร่วมกันจากการรวมซื้อรวมขาย การใช้เครื่องมือ/อุปกรณ์/เครื่องจักรกลร่วมกันได้อย่างคุ้มค่า ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง มีกระบวนการกลุ่มที่เข้มแข็ง เช่น กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และง่ายต่อการเข้าถึงการส่งเสริม สนับสนุนจากภาครัฐทั้งด้านองค์ความรู้ แหล่งทุน ให้เกิดการพัฒนาที่เข้มแข็งต่อไปในอนาคต ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมหรือนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการผลิต รวมถึงปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งอีกประการหนึ่งคือ ความร่วมมือร่วมใจของเกษตรกรที่มารวมตัวกันเป็นกลุ่มร่วมกันผลิต มีผู้จัดการแปลงเป็นผู้บริหารจัดการพื้นที่ในทุกกิจกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรยังได้ดำเนินการพัฒนาช่องทางการตลาดหลายช่องทางให้กับเกษตรกร ทั้งแบบ offline และ online ได้แก่ การจัดทำบันทึกความเข้าใจร่วมกับผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดหลายแห่ง การจัดทำโครงการเพื่อจัดสรรพื้นที่จำหน่ายสินค้าให้กับเกษตรกรกับตลาดค้าส่งสินค้าขนาดใหญ่ การจัดทำโครงการความร่วมมือในการพัฒนาความรู้และทักษะของเจ้าหน้าที่และเกษตรกรเข้าสู่ระบบจำหน่ายสินค้าออนไลน์กับผู้ประกอบการแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ รวมถึงการพัฒนาเว็บไซต์ &amp;ldquo;ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&amp;rdquo; ที่เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลสินค้าพร้อมช่องทางติดต่อซื้อขายสินค้าโดยตรงกับกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสินค้า ซึ่งผ่านการคัดสรรจากหน่วยงานในระดับพื้นที่ทั่วประเทศในรูปแบบ e-catalog &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ด้านนายแจ็ค จาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า &amp;ldquo;ลาซาด้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเกษตรกรไทยในการเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรบนตลาดออนไลน์ โดยมีแพลตฟอร์มลาซาด้าเป็นตัวกลางเชื่อมต่อเกษตรกรไทยกับผู้บริโภคทั่วประเทศ ทั้งนี้ ทางลาซาด้าเองพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ในการส่งเสริมสินค้าเกษตรกรไทยให้เป็นที่รู้จัก เพื่อนำมาซึ่งความสำเร็จอย่างยั่งยืนของเกษตรกรไทยบนตลาดออนไลน์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สำหรับผลการดำเนินงานแปลงใหญ่ปัจจุบัน มีดังนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2563) 1) มีการรับรองแปลงใหญ่ จำนวน 6,868 แปลง เกษตรกร 408,194 ราย พื้นที่ 6,615,298 ไร่ 2) มูลค่าเพิ่มในการผลิตสินค้าแปลงใหญ่สะสม 4 ปี (2559-2562) รวมมูลค่าเพิ่ม 36,180.25 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น ลดต้นทุน 16,888.76 ล้านบาท และเพิ่มผลผลิต 19,291.48 ล้านบาท 3) การรับรองมาตรฐาน รวมทั้งสิ้น 157,832 ราย ได้แก่&amp;nbsp; GAP 131,262 ราย เกษตรอินทรีย์ 15,509 ราย RSPO 2,270 ราย อื่นๆ 8,791 ราย และ 4) การเชื่อมโยงการตลาดแปลงใหญ่ ได้แก่ ตลาดข้อตกลงล่วงหน้า 876 แปลง ตลาดอื่นๆ 5,964 แปลง และตลาดออนไลน์ 304 แปลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ ในวันที่ 3 กันยายน 2563 ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้นำผู้แทนเกษตรกรพร้อมสินค้าแปลงใหญ่เกรดพรีเมี่ยม ซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดไปจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ เข้าพบผู้บริหารของบริษัท Lazada ประเทศไทย และสื่อมวลชน จำนวน 5 สำนัก เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าแปลงใหญ่และเปิดโอกาสให้ผู้แทนเกษตรกรแปลงใหญ่ได้พบปะและพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้ประกอบการและสื่อมวลชนในเรื่องพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76938</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการเกษตร, ตลาดออนไลน์, เข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58981c52c7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 21:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 21:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WeMahidol Enterprise มหิดลสร้างตลาดออนไลน์สู้วิกฤต Covid-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อประมาณกลางเดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยมหิดล โดยกองกิจการนักศึกษา ร่วมกับ องค์กรนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล จัดทำ FB Group ที่มีชื่อว่า &amp;ldquo;WeMahidol Enterprise&amp;rdquo; เพื่อช่วยเหลือร้านค้าภายในมหาวิทยาลัยมหิดลที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต Covid-19 ให้มีพื้นที่ตลาดออนไลน์ (Online Marketplace) ตลอดจนเป็นการส่งเสริมให้นักศึกษามี Entrepreneurial Mind และทักษะ Mahidol HIDEF โดยนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับคะแนนรับรองการเข้าร่วมกิจกรรม (AT - Activity Transcript) ที่จะปรากฏอยู่ในใบแสดงผลการศึกษาเมื่อนักศึกษาสำเร็จการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.เรืออากาศโท ทันตแพทย์ชัชชัย คุณาวิศรุต รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ก่อนวิกฤต Covid-19 เราคิดจะทำ Job Fair ในมหาวิทยาลัย ให้หน่วยงาน-บริษัทชั้นนำต่างๆ มาเปิดบูธ แล้วให้ศิษย์ปัจจุบันที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา รวมทั้งศิษย์เก่าที่ยังไม่มีงานทำได้มีโอกาสเข้ามา และพูดคุยกับนายจ้างเพื่อจะสมัครงาน แต่พอเกิดวิกฤต Covid-19 ทำให้งาน Job Fair ต้องเลื่อนออกไป ตนจึงมองเห็นโอกาสที่จะทำตลาดนัดออนไลน์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคน ทั้งที่เป็นศิษย์ปัจจุบัน และศิษย์เก่า ตลอดจนบุคลากร และร้านค้าที่อยู่ในพื้นที่มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต Covid-19 ได้เข้ามาร่วมด้วย โดยการริเริ่มสร้าง platform เพื่อเปิดพื้นที่ตลาดที่มุ่งผลระยะยาว ใน FB : WeMahidol Enterprise ที่ให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการดูแลเพจด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับนักศึกษาที่เดือดร้อนจริงๆ ก็สามารถใช้พื้นที่ WeMahidol Enterprise ในการประกาศหางานพิเศษ หรือขายสินค้า เพื่อให้ศิษย์เก่า บุคลากร และสมาชิกในเพจ ที่มีกำลังซื้อ หรือมีงานพิเศษที่อยากได้นักศึกษามาช่วยงาน สามารถมองเห็นได้&amp;rdquo; ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เรืออากาศโท ทันตแพทย์ชัชชัย คุณาวิศรุต กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร และหัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวเสริมในฐานะอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางการตลาดว่า WeMahidol Enterprise เป็นโครงการที่ดีของมหาวิทยาลัยมหิดล ในการช่วยสร้าง community ที่เปิดโอกาสให้พี่น้องช่วยเหลือกัน เป็นสังคมของมหาวิทยาลัยมหิดลที่จะต้องมีการช่วยเหลือในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับผู้บริหาร ลงมาถึงระดับอาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาของทุกหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย เป็นช่องทางลองตลาด ขยายตลาด แล้วเราอุดหนุนกันได้ จะทำให้เกิดแรงกระตุ้นผลักดันให้ WeMahidol Enterprise สามารถไปต่อได้ในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมา CMMU ได้มีการทำงานวิจัย &amp;ldquo;Lazy Consumer&amp;rdquo; เป็นการหาคำตอบว่า จะทำอย่างไรให้ &amp;ldquo;ผู้ซื้อ&amp;rdquo; (Consumer) ได้รับความสะดวกความสบายมากที่สุดในการเลือกซื้อสินค้า ที่สามารถตอบสนอง &amp;ldquo;ความรักสบาย&amp;rdquo; (Laziness) ตามหลักจิตวิทยาทางการตลาด ซึ่งจะสอดคล้องกับการใช้ online platform &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้กล่าวแนะนำช่องทางในการเพิ่มโอกาสในการขายว่า ควรมี social media อื่นมาเสริมประกอบ เช่น หากสมาชิกรายใดมีร้านขายสินค้าบน IG อยู่แล้ว อาจเข้ามาฝากร้านที่เพจ WeMahidol Enterprise เพื่อให้ผู้ที่สนใจกดลิงค์เข้าไปในดูภาพสินค้าใน IG ที่มีให้เลือกหลากหลาย ทำให้เกิดความเพลิดเพลินในการติดตาม และเกิดลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้นได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อความปลอดภัยในการดำเนินกิจกรรม WeMahidol Enterprise ในการสมัครสมาชิกจะใช้ระบบการกรอกข้อมูลส่วนตัว ที่มีการระบุตัวตน และที่มาของสมาชิกที่สามารถตรวจสอบได้ ผ่าน google form จากนั้นให้ปฏิบัติตามกฎ กติกา มารยาทที่แจ้งไว้ในเพจ โดยจะต้องมีการแนะนำตัวสมาชิก และตัวสินค้า พร้อมลงภาพประกอบด้วย โดยต่อไปมหาวิทยาลัยมหิดลจะเปิดกว้างให้เป็นตลาดแสดงนวัตกรรมจากผลงานวิจัย นอกจากนี้ ในส่วนของคนพิการ ทาง WeMahidol Enterprise จะพยายามพัฒนาระบบ เพื่อให้สามารถเข้าถึงคนพิการได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย โดยในเบื้องต้น นักศึกษาพิการสามารถติดต่อ งานบริการสนับสนุนสำหรับนักศึกษาพิการ (DSS - Disability Support Service) กองกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อขอคำแนะนำในเบื้องต้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เราพยายามปรับตัวจากสถานการณ์ Covid-19 &amp;nbsp;โดยพยายามมองวิกฤตให้เป็นโอกาส และในขณะเดียวกันเราพยายามปลูกฝังให้นักศึกษามี Entrepreneurial Mind เป็นพื้นฐานให้สามารถสร้างธุรกิจด้วยตัวเองได้ต่อไปในอนาคตด้วย เชื่อว่าตลาด WeMahidol Enterprise เมื่อใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ จะสามารถอยู่ได้ระยะยาว และเกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไป&amp;rdquo; อาจารย์ชัชชัย กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64834</URL_LINK>
                <HASHTAG>WeMahidol Enterprise, ตลาดออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200501/image_big_5eac35446c584.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
