<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีคอมเมิร์ซไทยปี 64 มูลค่าพุ่งสูงแตะ 4 ล้านล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค. 2564 สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Transactions Development Agency (ETDA) (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เผยผลสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ปี 2564 หรือ Value of e-Commerce Survey in Thailand 2021 พบว่า ในปี 2563 ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรืออีคอมเมิร์ซในประเทศไทยมีมูลค่าเท่ากับ 3.78 ล้านล้านบาท โดยมีสัดส่วนของมูลค่าอีคอมเมิร์ซในรูปแบบ B2C มากที่สุด คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.17 ล้านล้านบาท B2B มีมูลค่ากว่า 0.84 ล้านล้านบาท และ B2G มีมูลค่า 0.77 ล้านล้านบาท โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยในปี 2564 เติบโตอยู่ที่ 4.01 ล้านล้านบาท
ในปี 2564 นี้ นับเป็นปีที่ 7 ที่ ETDA ยังคงเดินหน้าสำรวจมูลค่าอีคอมเมิร์ซเพื่อให้ประเทศไทยมีข้อมูลที่สะท้อนสถานภาพ และทิศทางในการส่งเสริมการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซของประเทศ ซึ่งข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อภาครัฐและผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ที่สามารถนำข้อมูลสำคัญนี้ไปใช้วางแผนธุรกิจ กำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด รวมถึงจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลที่สำคัญของประเทศ อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้ทัดเทียมระดับสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2563 มูลค่าอีคอมเมิร์ซอยู่ที่ 3.78 ล้านล้านบาท หดตัวเล็กน้อย เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19
ETDA เผยผลการสำรวจมูลค่าอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ปี 2563 เท่ากับ 3.78 ล้านล้านบาท ซึ่งลดลงจากปี 2562 ที่มีมูลค่า 4.05 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 6.68 เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทำให้มีมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศและภายในประเทศ รวมถึงมาตรการ Work from&amp;nbsp; Home ซึ่งสร้างผลกระทบทางลบต่ออุตสาหกรรมการให้บริการที่พัก อุตสาหกรรมการขนส่ง และอุตสาหกรรมการผลิตเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าอุตสาหกรรมการค้าปลีกและการค้าส่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนไทยที่นิยมซื้อสินค้าและบริการออนไลน์เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มูลค่าอีคอมเมิร์ซในปี 2564 คาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องภายหลังจากการฟื้นตัวจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 เป็น 4.01 ล้านล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 6.11 จากปี 256 โดยคาดการณ์อัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมปี 2560 ถึง 2564 อยู่ที่ร้อยละ 9.79&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า
จากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มาตรการในการดูแลประชาชนของรัฐบาล ด้วยรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลให้การบริโภคของคนไทยเปลี่ยนไปด้วย ซึ่งต้องขอบคุณ ETDA ด้วยที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศมั่นคงปลอดภัย น่าเชื่อถือ และเกิดการใช้ธุรกรรมต่าง ๆ ทางออนไลน์ได้อย่างทั่วถึงด้วยระบบนิเวศที่เอื้อต่อการใช้งานทั้งด้านกฎหมาย มาตรฐาน แนวปฏิบัติ การตรวจประเมินรับรองระบบต่าง ๆ และการสร้างสนามทดสอบนวัตกรรม ETDA Sandbox สำหรับบริการดิจิทัล ก่อนเปิดให้บริการจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA เปิดเผยว่า &amp;ldquo;สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลให้เกิดการดำเนินชีวิตในรูปแบบใหม่หรือ New Normal ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้ผู้คนในสังคมใช้ชีวิตเปลี่ยนไป มีการซื้อสินค้าและบริการออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างมาก และจำนวนผู้ประกอบการในช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด มีการทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มขึ้นมากมาย เช่น การดูคอนเทนต์ออนไลน์ การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Meeting) จึงส่งผลกระทบในเชิงบวกกับมูลค่าอีคอมเมิร์ซในบางอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมการค้าปลีกและการค้าส่ง อุตสาหกรรมข้อมูลและข่าวสาร ในขณะเดียวกันด้วยมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศและภายในประเทศกลับส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวอันเป็นธุรกิจที่สร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งธุรกิจนี้อยู่ภายใต้อุตสาหกรรมการให้บริการที่พัก ส่งผลให้อัตราการเติบโตของมูลค่าอีคอมเมิร์ซในภาพรวม ปี 2563 ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า การประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซไม่ใช่ทางเลือกแต่ถือเป็นทางรอดสำหรับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน โดยเราเชื่อมั่นว่าผลการสำรวจมูลค่าอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยครั้งนี้จะเป็นประโยชน์
อย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยรวมของไทยเป็นอย่างมาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ETDA ได้ดำเนินการสำรวจมูลค่าอีคอมเมิร์ซจากกลุ่มตัวอย่างของผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 900,626 ราย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ จัดแบ่งผู้ประกอบการออกเป็น 2 กลุ่ม และใช้เกณฑ์ผลประกอบการ ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการที่มีผลประกอบการมูลค่าอีคอมเมิร์ซน้อยกว่า 50 ล้านบาทต่อปี (SMEs) ใช้การสำรวจผ่านแบบสอบถามออนไลน์ และกลุ่มผู้ประกอบการที่มีผลประกอบการมูลค่าอีคอมเมิร์ซมากกว่าหรือเท่ากับ 50 ล้านบาทต่อปี (Enterprises) ใช้การสัมภาษณ์ ผลสำรวจครอบคลุมธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั้งหมด 8 อุตสาหกรรมในประเทศไทย ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมการค้าปลีกและการค้าส่ง อุตสาหกรรมการขนส่ง อุตสาหกรรมการให้บริการที่พัก อุตสาหกรรมข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร อุตสาหกรรมการประกันภัย อุตสาหกรรมศิลปะ ความบันเทิงและ นันทนาการ และอุตสาหกรรมการบริการด้านอื่น ๆ โดยเริ่มจัดเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนเมษายน&amp;ndash;มิถุนายน 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในปี 2562 ไทยยังคงครองแชมป์มูลค่า B2C สูงสุดในกลุ่มประเทศอาเซียนติดต่อกัน 6 ปีซ้อน โดยมีมูลค่า 55.92 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รองลงมาเป็นมาเลเซีย 46.19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อินโดนีเซีย 17.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เวียดนาม 10.08 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ฟิลิปปินส์ 2.36 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และสิงคโปร์ 2.16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
มูลค่าอีคอมเมิร์ซแบบ B2C ปี 2563 ยังคงมีมูลค่าสูงที่สุดติดต่อกันเป็นปีที่ 2 โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 2.17 ล้านล้านบาท (57.39%) ในขณะที่ B2B มีมูลค่าการขายออนไลน์เท่ากับ 0.84 ล้านล้านบาท (22.14%) และ B2G มีมูลค่า 0.77 ล้านล้านบาท (20.47%) สาเหตุที่ยอดขายออนไลน์ของผู้ประกอบการกลุ่ม B2B ลดลงเป็นอย่างมากในปีนี้ เกิดจากการที่ผู้ประกอบการกลุ่มนี้มีการปรับตัวโดยขายสินค้าและบริการกับผู้บริโภคโดยตรง (Direct to Customer)


ทั้งนี้ มูลค่าอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ปี 2563 รายอุตสาหกรรม 3 อันดับแรก ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุตสาหกรรมการค้าปลีกและการค้าส่ง มีมูลค่า 1,434,663.54 ล้านบาท (47.70%)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุตสาหกรรมการให้บริการที่พัก มีมูลค่า 463,784.88 ล้านบาท (15.42%)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุตสาหกรรมการผลิต มีมูลค่า 460,220.36 ล้านบาท (15.30%)คาดการณ์มูลค่าอีคอมเมิร์ซแบบ B2C ปี 2564 ยังคงมีมูลค่าสูงที่สุดติดต่อกันเป็นปีที่ 3 โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 2.03 ล้านล้านบาท (50.59%) ในขณะที่ B2B มีมูลค่าการขายออนไลน์เท่ากับ 1.09 ล้านล้านบาท (27.24%) และ B2G มีมูลค่า 0.89 ล้านล้านบาท (22.17%)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คาดการณ์มูลค่าอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ปี 2564 รายอุตสาหกรรม 3 อันดับแรก ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุตสาหกรรมการค้าปลีกและการค้าส่ง มีมูลค่า 1,628,488.05 ล้านบาท (52.14%)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุตสาหกรรมข้อมูล ข่าวสาร และการสื่อสาร มีมูลค่า 477,293.12 ล้านบาท (15.28%)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุตสาหกรรมการผลิต มีมูลค่า 476,328.08 ล้านบาท (15.25%)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เกิดแนวโน้มที่สำคัญอันสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของตลาด
อีคอมเมิร์ซอย่างมีนัยสำคัญใน 5 ประเด็น ได้แก่ (1) พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ชีวิตติดกับดิจิทัลมากขึ้น ทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซโตตามไปด้วย (2) การเติบโตของแพลตฟอร์ม Ride-Hailing โดยเฉพาะการส่งอาหารและการสินค้าอุปโภคบริโภค (3) การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซเพิ่มมากขึ้น (4) กลยุทธ์การส่งเสริมการขายสินค้าและบริการของแพลตฟอร์ม e-Marketplace ทั้งแคมเปญโปรโมชัน ส่วนลด จัดส่งฟรี รวมทั้งการใช้ข้อมูลลูกค้าบนแพลตฟอร์มให้เป็นประโยชน์ (5) การขยายบริการใหม่ ๆ ของธุรกิจขนส่งสินค้า (Logistics) แบบครบวงจร รวมถึงบริการเกี่ยวกับคลังสินค้าและการจัดส่ง (Fulfilment)&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119707</URL_LINK>
                <HASHTAG>ETDA, ตลาดอีคอมเมิร์ซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6167b5f9ea1f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี ตอบโจทย์ตลาดอีคอมเมิร์ซโต เปิดตัวสินเชื่อธุรกิจ TMB SME Smart BIZ เพื่อเจ้าของธุรกิจออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี เดินหน้าต่อยอดให้เอสเอ็มอีสามารถเติบโต &amp;ldquo;ได้มากกว่า&amp;rdquo; (Get MORE with TMB) ล่าสุดเปิดตัว &amp;ldquo;สินเชื่อธุรกิจ TMB SME Smart BIZ เพื่อธุรกิจออนไลน์&amp;rdquo; ด้วยแนวคิด &amp;ldquo;เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นหลักประกัน&amp;rdquo; พร้อมผนึกความร่วมมือจาก ลาซาด้า (Lazada) ผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดโอกาสให้เจ้าของร้านค้าในแพลตฟอร์มลาซาด้า สามารถสมัครสินเชื่อธุรกิจจากทีเอ็มบีได้อย่างสะดวกผ่านทางออนไลน์ และได้รับเงินอย่างรวดเร็ว คว้าโอกาสทางธุรกิจได้ทันเวลา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของธุรกิจร้านค้าออนไลน์ ที่พร้อมเติบโตอย่างต่อเนื่องตามตลาดอีคอมเมิร์ซของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ในปี 2561 ข้อมูลวิเคราะห์จากสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย พบว่าคนไทยโดยเฉลี่ย ใช้เวลาบนโมบายล์ อินเทอร์เน็ตถึง 5 ชม. 13 นาที/ วัน ซึ่งสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลก (ค่าเฉลี่ยทั่วโลก คือ 3 ชม. 14 นาที/ วัน) โดยกิจกรรมการชอปปิ้งออนไลน์เป็นหนึ่งใน Top 5 กิจกรรมในเน็ตที่คนไทยใช้เวลามากที่สุด คือ 51.28% และข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) คาดการณ์ว่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยมีมูลค่ากว่า 3.2 ล้านล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายพร้อมพงษ์ พัฒนธีระเดช หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริหารผลิตภัณฑ์และ Portfolio ธุรกิจ เอสเอ็มอี ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ผลักดันให้เกิดการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ส่งผลให้เจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีได้เพิ่มช่องทางหรือขยายธุรกิจผ่านทางอีคอมเมิร์ซมากขึ้น แต่จากการศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มผู้ประกอบการเจ้าของธุรกิจร้านค้าออนไลน์พบว่ามีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพราะขาดเอกสารข้อมูล หลักฐานสลิปเงินเดือน หรือหลักทรัพย์ที่จะนำมาใช้ค้ำประกันสินเชื่อได้ และเพื่อเป็นการตอบโจทย์ ทีเอ็มบีได้เปิดตัว &amp;ldquo;สินเชื่อธุรกิจ TMB SME Smart BIZ เพื่อธุรกิจออนไลน์&amp;rdquo; ด้วยแนวคิด &amp;ldquo;เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นหลักประกัน&amp;rdquo; พร้อมกับร่วมมือจากลาซาด้า ผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการใช้ข้อมูลของเจ้าของธุรกิจร้านค้าออนไลน์ทั้ง รีวิว ความคิดเห็นของลูกค้า และข้อมูลการขาย มาวิเคราะห์เพื่อนำเสนอสินเชื่อธุรกิจฯ ให้กับร้านค้าออนไลน์ที่ดี มีคุณภาพ และมีความน่าเชื่อถือ โดยเจ้าของร้านค้าออนไลน์ในแพลตฟอร์มลาซาด้า สามารถสมัครสินเชื่อธุรกิจจากทีเอ็มบีได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่านทางออนไลน์ได้เลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ ทีเอ็มบียังเจาะลึกถึงในเรื่องของความต้องการเงินทุนที่รวดเร็วเพื่อไม่พลาดโอกาสในการเติบโตรายได้ นับเป็นความต้องการหลักของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ เพราะค่าใช้จ่ายของร้านค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ คือการลงทุนในการซื้อสต็อกสินค้าเพื่อรองรับธุรกิจร้านค้าออนไลน์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีแคมเปญพิเศษ หรือช่วงกระตุ้นยอดขายของแต่ละแพลตฟอร์ม ซึ่งถือเป็น &amp;lsquo;ช่วงเวลาทองคำ&amp;rsquo; ที่ร้านค้าออนไลน์จะสามารถเพิ่มยอดขายได้มากถึง 20-100 เท่า ร้านค้าออนไลน์จึงต้องการเงินลงทุนที่เพียงพอในเวลาที่รวดเร็ว เพื่อจะได้ไม่พลาดโอกาสในการสร้างรายได้ในช่วงเวลาดังกล่าว นายพร้อมพงษ์ กล่าวเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ดังนั้น ทีเอ็มบีจึงได้นำเสนอ &amp;ldquo;สินเชื่อธุรกิจ TMB SME Smart BIZ เพื่อธุรกิจออนไลน์&amp;rdquo; 2 รูปแบบ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของธุรกิจร้านค้าออนไลน์ได้อย่างครบถ้วน คือ (1) สินเชื่อเพื่อธุรกิจออนไลน์ พร้อมสร้างยอดขายช่วงเทศกาล ด้วยการให้วงเงินสินเชื่อ 15,000 &amp;ndash; 500,000 บาท สำหรับใช้ซื้อสต็อกสินค้าในช่วงแคมเปญพิเศษ ระยะเวลาในการกู้ 60 วัน ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ยื่นกู้สะดวก อนุมัติเร็ว รับเงินไว ผ่านช่องทางออนไลน์ (2) สินเชื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ สำหรับร้านค้าออนไลน์ วงเงินสินเชื่อ 30,000 &amp;ndash; 1,000,000 บาท สำหรับใช้หมุนเวียนกิจการ ด้วยระยะเวลาในการกู้ 1 ปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ทีเอ็มบียังพร้อมที่จะสนับสนุนร้านค้าออนไลน์ในแพลตฟอร์มอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมให้เจ้าของธุรกิจร้านค้าออนไลน์สามารถเติบโตและคว้าโอกาสทางธุรกิจได้มากกว่า&amp;rdquo; นายพร้อมพงษ์ กล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับเจ้าของธุรกิจร้านค้าออนไลน์ที่สนใจ สามารถคลิกสมัครได้ที่ ปุ่มขอสินเชื่อกับทีเอ็มบี ผ่านแอปพลิเคชันลาซาด้า หรือ www.tmbbank.com/sme/lazada และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี โทร. 02-828-2828 ในวันจันทร์ &amp;ndash; วันเสาร์ เวลา 8.00 &amp;ndash; 20.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดธนาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42748</URL_LINK>
                <HASHTAG>TMB SME Smart BIZ, ตลาดอีคอมเมิร์ซ, ทีเอ็มบี, พร้อมพงษ์ พัฒนธีระเดช, สินเชื่อธุรกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d47b347c7f12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
