<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จุรินทร์สั่งเจรจาด่วนหลัง&#039;เมียนมา&#039;ประกาศห้ามนำสินค้าเครื่องดื่มไทยผ่านด่านทางบก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เมษายน 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแผนรับมือเมียนมางดการนำเข้าสินค้าเครื่องดื่มชั่วคราว ว่า ได้รับรายงานจากทูตพาณิชย์ประจำเมียนมาว่าในวันที่ 1 พ.ค.2564 อาจจะมีคำสั่งเรื่องสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่ม ที่เมียนมาอาจระงับไม่ให้นำเข้าผ่านด่านทางบก แต่ให้ส่งออกผ่านด่านทางเรือ ซึ่งตนได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และกรมการค้าต่างประเทศ เร่งดำเนินการเจรจา โดยจะมีการนัดหารือกับอธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา เพื่อถามถึงสาเหตุและหนทางในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหา และเมื่อได้หารือกันแล้วจะแจ้งข้อเท็จจริง รวมทั้งความคืบหน้าในการหาทางออกร่วมกันต่อไป

&amp;ldquo;การค้าชายแดนไทย-เมียนมา ยังเดินหน้าต่อไปได้ แต่เรื่องนี้ เป็นกรณีเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่ม เช่น เครื่องดื่มบำรุงกำลัง น้ำอัดลม น้ำผลไม้ และนมเปรี้ยว เป็นต้น โดยไทยส่งออกไปยังเมียนมาปีละประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยหากเป็นไปตามที่เมียนมาจะดำเนินการ จะกระทบทำให้ไทยต้องไปส่งทางเรือ มีต้นทุนการขนส่งมากขึ้นแทนที่ไปส่งทางบก ซึ่งที่ผ่านมา ไทยส่งผ่านด่านใหญ่ 3 ด่าน คือ 1.แม่สอด 2.แม่สาย 3.ระนอง&amp;rdquo;นายจุรินทร์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง เมียนมา แจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2564 เป็นต้นไป รัฐบาลเมียนมาประกาศห้ามนำเข้าสินค้า 5 รายการ ผ่านด่านการค้าชายแดนระหว่างประเทศทางบก โดยให้นำเข้าทางเรือแทน ได้แก่ เครื่องดื่มทุกประเภท เช่น น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาแฟ และชา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;กาแฟสำเร็จรูป&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นมข้นหวาน และนมข้นจืด จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

สำหรับสาเหตุที่จะมีการห้ามนำเข้า เพราะในช่วง 2 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ก.พ.) เมียนมานำเข้าสินค้าดังกล่าวจากไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก อีกทั้งยังขาดดุลการค้ากับไทยจำนวนมาก โดยนำเข้าเครื่องดื่มจากไทยมากถึง 2,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการที่ชาวเมียนมาต่อต้านสินค้าของบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทัพ จึงหันมานำเข้าจากไทยแทน และปัจจุบัน เมียนมายังมีปัญหาขาดดุลการค้ากับไทย รัฐบาลต้องการแก้ปัญหานี้ จึงได้ออกประกาศห้ามนำเข้าทางบก และให้นำเข้าทางเรือแทน

สำหรับเป้าหมายในการหารือกับเมียนมา ไทยจะขอให้เมียนมาทบทวนการออกประกาศดังกล่าว และย้ำให้เห็นว่า การขาดดุลการค้า ไม่ได้มาจากเมียนมานำเข้าสินค้าจากไทยเพียงฝ่ายเดียว แต่ไทยก็นำเข้าสินค้าจากเมียนมาเป็นจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมา ตัวเลขนำเข้าน้อย เพราะการขนส่งในเมียนมาไม่คล่องตัว จากเหตุการณ์ความไม่สงบ จึงส่งออกมาไทยได้น้อย โดยหวังว่าเมียนมาจะเข้าใจเหตุผลของไทย และยอมทบทวนการออกประกาศดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100920</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าชายแดน, ค้าชายแดนไทย-เมียนมา, ตลาดเครื่องดื่มอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_6084f813c97e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;ไทยเบฟ&quot;เตรียม 7,000 ล้าน ลุยตลาดเครื่องดื่มอาเซียน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 2562 นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำเครื่องดื่มครบวงจรของภูมิภาคอาเซียน ทั้งในกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนอนแอลกอฮอล์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของวิสัยทัศน์ 2020 หรือปี 2563 โดยเตรียมเงินลงทุนสำหรับงบประมาณประจำปี 2563 ที่ 7,000 ล้านบาท ยังไม่รวมการควบรวมกิจการ โดยผลการดำเนินธุรกิจในปีหน้าจะนับเป็นฐานของการสร้างการเติบโตในอนาคต หรือภายใต้วิสัยทัศน์ 2025 ในปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตลาดที่มองว่ามีศักยภาพคงเป็นซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา สปป. ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างดี รวมถึงตลาดในบางประเทศ ยังมีช่องว่างให้บริษัทได้เข้าไปทำธุรกิจ อย่างที่ผ่านมาก็ได้เข้าไปลงทุนธุรกิจเบียร์ในเวียดนาม หรือไซง่อนเบียร์ เบื้องต้นมองว่าอาจมีการนำเข้ามาจำหน่ายในไทย แต่อยู่ระหว่างการศึกษา เนื่องจากไทยเบฟเองก็มีสินค้ากลุ่มเบียร์ค่อนข้างครอบคลุมและหลากหลายในปัจจุบัน ส่วนเบียร์ช้างได้มีการวางจำหน่าย &amp;quot;ช้าง 25 ปี โคลด์ บริว ลาเกอร์&amp;quot; เพื่อฉลอง 25 ปี เพื่อเข้ามาสร้างความคึกคักให้ตลาดเบียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนธุรกิจสุราก็มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยในไทยได้เปลี่ยนขวดใหม่พร้อมการพิมพ์นูนคำว่า &amp;quot;รวงข้าว&amp;quot; ลงไปบนขวด ขณะที่สุราสีหงส์ทอง ก็จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ขนาด 1 ลิตร นอกจากนี้ในตลาดเมียนมากับแกรนด์รอยัล ยังมียอดขายทะลุ 10 ล้านลังในช่วงที่ผ่าน เป็นผลมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และกระจายสินค้าอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเลสเตอร์ ตัน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ในประเทศไทย บมจ.ไทยเบฟ กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาสินค้าใหม่ที่ทำมาจากข้าว ถั่ว ธัญพืช และถั่วเหลือง เพื่อมาตอบโจทย์เทรนด์ของตลาดที่มีแนวโน้มได้รับความนิยมมากขึ้น ควบคู่ไปกับการมองหาตลาดใหม่ๆ จากที่ผ่านมาจะมีความแข็งแกร่งในไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งเติบโตมาเยอะแล้ว การขยายตัวในปัจจุบันอาจไม่มาก จึงเป็นปัจจัยที่มองว่าต่องขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสขายให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจอาหาร ประเทศไทย บมจ. ไทยเบฟ กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจอาหารยังสร้างการเติบโตต่อเนื่อง ทั้งการขยายสาขาใหม่ 59 สาขา ควบคู่ไปกับการทำตลาดและสร้างแบรนด์ ขณะเดียวกันยังออกสินค้าใหม่ เพราะเป็นปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าอยากลองสินค้ากันมากขึ้น และยังเพิ่มบริการเดลิเวอรี่ในการตอบสนองความสะดวกให้กับผู้บริโภคยุคนี้อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47289</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐาปน สิริวัฒนภักดี, ตลาดเครื่องดื่มอาเซียน, ไทยเบฟเวอเรจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d96b0d4befd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
