<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2019 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2019 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลยกฟ้อง&#039;สันธนะ&#039;กับพวก คดีกรรโชกทรัพย์ผู้ขายในตลาดดอนเมือง จ่อฟ้องกลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ธ.ค.62- ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1951/2561 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสันธนะ หรือ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ &amp;nbsp;(ถูกถอดยศเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2561) &amp;nbsp;อายุ 60 ปี อดีตรอง ผกก. สันติบาล 2 ในฐานะประธานที่ปรึกษา บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด, นายชนะโชติ หรือตั๋ม สุขสุคนธ์ อายุ 41 ปี, นายวรรณชัย หรือแก้ว ใจเรือง อายุ 37 ปี, นายวันเพ็ญ ผิวดำดี อายุ 52 ปี, นายสิริชัย หรือชัย เหล่ากุลประสิทธิ์ อายุ 66 ปี, นายประนอม หรือนอม แก้วสวัสดิ์ อายุ 60 ปี, นายกฤษณะ หรือตั้ม หลำรอด อายุ 42 ปี, นายคเณศ หรือต้น เปรมครุฑ อายุ 43 ปี, นายอดิศักดิ์ หรือโต้ง จันทร์ศรี อายุ 40 ปี, นายอนุชา หรือทอม วรเดช อายุ 54 ปี และนายอนุ หรือตุ๋ย สุขสุคนธ์ อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นพนักงานตลาดลูกน้องของนายสันธนะ เป็นจำเลยที่ 1-11 ในความฐานความผิดร่วมกันกรรโชกทรัพย์ผู้ค้าในตลาด ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.337 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท และ ความผิดฐานซ่องโจร ตาม ม.210 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้อัยการยื่นฟ้องจำเลยทั้ง 11 คน เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2561 พฤติการณ์คดีของจำเลยสืบเนื่องจากระหว่างเดือน ม.ค. 2559 - เม.ย. 2559 จำเลยทั้ง 11 ได้สมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จับกลุ่มปรึกษากันและตกลงกันเพื่อจะไปร่วมกันกรรโชกทรัพย์ผู้เสียหาย 19 ราย ซึ่งเป็นผู้ค้าในตลาดใหม่ดอนเมือง โดยพวกของจำเลยแบ่งออกเป็นกลุ่มประมาณ 3-5 คน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปที่ร้านค้า มีการเรียกเก็บเงินรายเดือนจากผู้ค้าขายที่เช่าพื้นที่ในตลาดใหม่ดอนเมืองประมาณร้านละ 1,000-3,000 &amp;nbsp;บาทต่อเดือน ร่วมทั้งค่าจอดรถยนต์อีกเดือนละ 700 บาท ส่วนรถจักรยานยนต์ 300 บาท ซึ่งจะเรียกเก็บเงินดังกล่าวของทุกเดือนในปลายเดือน โดยพวกจำเลยมีพฤติกรรมลักษณะข่มขู่คุกคามผู้ค้าขายจนทำให้เกิดความหวาดกลัว หากไม่ยอมจ่ายเงินและอาจทำให้เกิดความเดือดร้อนในการค้าขาย แต่ละรายหลายคราว หลายกรรมต่างกัน ร่วมกันกรรโชกทรัพย์รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 750,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้จำเลยทั้ง 11 คนซึ่งได้รับการประกันตัวคนละ 300,000 บาท เดินทางมาฟังคำพิพากษาครบ โดยนายสันธนะ เปิดเผยก่อนขึ้นศาลว่า วันนี้จำเลยมาครบทุกคน ตนติดตามพิจารณาคดีจึงมีความมั่นใจ แต่ต้องเผื่อใจไว้ระดับหนึ่ง เนื่องจากกระบวนการพิจารณามีความพยายามจะแทรกแซงเข้ามาพอสมควร อีกทั้งคำเบิกความของตน มีการกล่าวอ้างถึงผู้มีอำนาจในรัฐบาลอีกหลายคน ซึ่งเกี่ยวข้องเชื่อมโยงในคดีที่ยัดเยียดข้อหาให้ตน อย่างไรก็ตาม ตนก็เคยเป็นตำรวจมาก่อนเรื่องกฎหมายกระบวนการพิจารณา ตนก็นั่งฟังการเบิกความพยานปากสำคัญมาตลอด การสืบพยานหลายสิบปากของโจทก์ที่มีแต่ตำรวจ ซึ่งเกี่ยวข้องในคดีมาเบิกความและกล่าวหา แต่พยานปากอื่นๆ ไม่เคยมีใครพูดว่าติดใจหรือมากล่าวหาในคดีกระทั่งถึงวันนี้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหากมีการยกฟ้องในวันนี้จะมีการฟ้องกลับหรือไม่ นายสันธนะ เปิดเผยว่า ตนพูดแต่แรกเหมือนประชาชนทั่วไปในสังคมว่า หากไม่ได้กระทำผิด แล้วมีวันหนึ่งเจ้าหน้าที่รัฐมากล่าวหา สังคมจะให้ตนหยุดนิ่งหรือ ตนต้องต่อสู้แต่ไม่ได้ต่อสู้เพื่อตนเอง สู้เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าหากเกิดความอยุติธรรมเกิดขึ้นในสังคม โดยเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ถ้านิ่งเฉยยอมรับ หรืออย่างที่พูดกันว่าอยู่เป็น ตนเตรียมไว้แล้วว่าหลังจากอ่านคำพิพากษาเสร็จ ตนจะขยายผลกับผู้เกี่ยวข้อง 3 ระดับคือ ผู้ใช้อำนาจรัฐที่สั่งการ ต่อมาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐคอยกำกับการสนองคำสั่งผู้มีอำนาจรัฐ สุดท้ายคือเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายปฏิบัติการ ที่รู้เป็นอย่างดีว่าเป็นคำสั่งโดยมิชอบ แต่ยังใช้อำนาจหน้าที่ที่สังคมประชาชนมอบความไว้วางใจ นำมากลั่นแกล้งประชาชนคนทั่วไป แต่พวกคุณมาทำผิดคน มาทำกับตน ซึ่งตนจะต่อสู้ จึงเป็นที่แน่นอนว่าตนจะฟ้องกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอ่านคำพิพากษา พิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบหักล้างกันแล้ว คดีนี้มีผู้เสียหาย 16 ใน 19 ราย ขึ้นเบิกความ เห็นว่าผู้เสียหายที่ 1 ผู้เสียหายที่ 2 และผู้เสียหายที่ 3 ต่างเบิกความยืนยันถึงการเรียกเก็บเงินของกลุ่มจำเลย ตามที่มีการเรียกเก็บมีระยะเวลาต่อเนื่องนานนับปี และผู้เสียหายทั้งสามล้วนแต่เคยจ่ายให้ผู้ที่มาเรียกเก็บซึ่งอยู่ในทีมชุดบริหารชุดก่อน ทุกครั้งที่มีการเรียกเก็บ กลุ่มของจำเลยไม่ได้พกพาอาวุธ ไม่เคยพูดจาใดๆ อันเป็นการข่มขู่เพื่อให้จ่ายเงินภายหลังจ่ายเงินตามที่มีการเรียกเก็บ แล้วยังมีการจัดทำเอกสารเพื่อใช้เป็นหลักฐานเรียกเก็บเงินโดยแท้จริง ซึ่งเอกสารหลักฐานการรับเงินระบุจำนวนเงินถูกต้องตามที่ผู้เสียหายทั้งสามเบิกความ แต่ละฉบับระบุเล่มและเลขที่แตกต่างกันไป สอดคล้องกับคำเบิกความของผู้เสียหายที่ 9 ผู้เสียหายที่ 12 ผู้เสียหายที่ 13 และพยานปากอื่นที่มีการจ่ายเงินตามที่ถูกเรียกเก็บ ต่างเต็มใจจ่ายเงินตามที่มีการเรียกเก็บ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสุชาติ โชว์วิวัฒนา ประธานผู้บริหารโครงการตลาดใหม่ดอนเมือง เบิกความยืนยันว่า แต่งตั้งให้จำเลยที่ 1 เป็นที่ปรึกษาของตนและมอบหมายให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 11 ซึ่งเป็นพนักงานของตนไปเก็บเงินดังกล่าวด้วยตนเอง เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายว่าจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยและพนักงานรักษาความสะอาด นายสุชาติเป็นผู้บริหารของโครงการตลาดใหม่ดอนเมือง ย่อมมีส่วนรับผิดชอบโดยตรงในการดูแลกิจการค้าขายการเก็บเงิน จึงอยู่ในความรู้เห็นของนายสุชาติ สอดคล้องกับที่ผู้เสียหายกับผู้ประกอบการร้านค้าเบิกความรับว่า ต่างได้รับประโยชน์ตอบแทนให้การค้าขายเป็นไปโดยราบรื่น ไม่ได้ถูกข่มขู่หรือบังคับจากกลุ่มของจําเลย การเรียกเก็บเงินของกลุ่มจำเลยจึงเป็นรูปแบบการประกอบธุรกิจที่ต่างคนต่างถือเอาประโยชน์พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เสียหายในคดีนี้และผู้ประกอบการร้านค้าอีกหลายปากต่างเบิกความว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นภายในโครงการตลาดใหม่ดอนเมือง โดยไม่ปรากฏมีการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่กลุ่มของจำเลยเรื่องการกรรโชกทรัพย์มาตั้งแต่ต้น แต่เพิ่งมีการร้องทุกข์ดำเนินคดีจำเลยที่ 1 &amp;ndash; 11 ภายหลังจากการเข้าตรวจค้นของตำรวจเกี่ยวกับการขายสินค้าที่อาจจะไม่ได้มาตรฐานหรือผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งหากไม่มีการตรวจค้นดังกล่าวคงไม่มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งหมด จึงเป็นการผิดวิสัยบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้ร้องทุกข์ตั้งแต่ต้น แต่ยังคงมีการจ่ายเงินนานนับปี ทั้งที่ถูกกรรโชกทรัพย์ด้วยการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และไม่ได้ดำเนินคดีแก่ผู้กระทำความผิดให้ได้รับโทษ มิหนำซ้ำยังต้องสูญเสียเงินในแต่ละเดือนตลอดไปอีกด้วย พยานหลักฐานโจทก์จึงไม่มีน้ำหนักให้พอฟังลงโทษจำเลยทั้งสิบเอ็ดได้ พิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายสันธนะและพวกฟังคำพิพากษาแล้ว นายสันธนะ จำเลยที่ 1 ได้ยกมือไหว้ศาลภายในห้องพิจารณาคดีก่อนจะเดินทางกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นอกจากคดีนี้แล้ว เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2561 ศาลแขวงดอนเมืองได้พิพากษายกฟ้องนายสันธนะ ในคดีที่พนักงานอัยการคดีศาลแขวง 9 (ดอนเมือง) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทำการ ตามหน้าที่ มวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำปรับ และผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติตามหน้าที่ฯ ตามมาตรา 138 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำปรับ กรณีกล่าวหานายสันธนะว่าเมื่อวันที่ &amp;nbsp;3 พ.ค. 2561 เวลากลางวัน ได้เดินเข้าไปในเส้นแถบกั้นพื้นที่ของศูนย์ที่เจ้าหน้าตำรวจชุดปฏิบัติการตรวจค้นการกระทำผิดเกี่ยวกับเครื่องสำอางและอาหารเสริม แล้วยังแสดงอากัปกิริยา-วาจาลักษณะว่ามีอำนาจ ข่มขู่เจ้าหน้าที่เพื่อไม่ให้สามารถปฏิบัติงานได้ โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วปรากฏว่าจำเลยไม่ได้กระทำการขัดขวางเจ้าพนักงานระหว่างปฏิบัติงาน โดยขณะเกิดเหตุจำเลยเพียงแสดงกิริยาใช้เสียงดังเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52667</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดใหม่ดอนเมือง, ยกฟ้องสันธนะ, ศาลอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df85eacdf0bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2018 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2018 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สันธนะ&#039;เฮ! ศาลยกฟ้องคดีดูหมิ่นขวางจนท.ค้นตลาดดอนเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค. 61 - ที่ศาลแขวงดอนเมือง ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1078/2561 ที่พนักงานอัยการคดีศาลแขวง 9 (ดอนเมือง) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายหรืออดีตพ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อายุ 59 ปี อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล ประธานที่ปรึกษาบริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฎิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136, 138 กรณีเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2561 นายสันธนะ ได้ขัดขวางดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้นตลาดใหม่ดอนเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้นายสันธนะ ซึ่งได้รับการประกันตัวเดินทางมาฟังคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันธนะ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าฟังคำพิพากษาว่า กระบวนการที่ถูกกล่าวหาโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่กำกับโดยแก๊งค์ 3 นายพลตำรวจนั้น การพิสูจน์ข้อเท็จจริง ข้อพิรุธในศาล ศาลให้ความเมตตาตนในการสู้คดีเต็มที่ ตนพกความมั่นใจมา 99% คดีวันนี้ข้อหาดูหมิ่นขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติตามหน้าที่ คำว่าตามหน้าที่ต้องปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย การกล่าวหาตนโดยให้ พล.ต.ต.นราเดช กลมทุกสิ่ง เป็นผู้กล่าวหานั้น ถ้าตนผิดจริงไม่ต้องให้ พล.ต.ต.นราเดช กล่าวหาคนเดียว ตำรวจทั้ง สตช. กล่าวหาได้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเป็นตำรวจมาก่อน คนแต่งเครื่องแบบมาปฏิบัติหน้าที่มีหรือผมจะไม่ให้เกียรติ ถ้าทำตามกฎหมายตนพร้อมยอมรับ การแจ้งความใส่ร้ายทำให้สังคมมองผมไม่ดี แต่ถ้าถูกลงโทษก็พร้อมรับ เผื่อใจไว้ 1% เหมือนกัน เพราะขณะนี้ประเทศบริหารด้วยอำนาจพิเศษ ผมก็จะสู้ต่อไปในกระบวนการ ทั้งนี้ ไม่ได้สู้ด้วยปากเปล่า มีพยานเอกสารนำสืบให้ศาลเห็นตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ มีการวางแผนเป็นขั้นตอน มีข้อพิรุธที่ผมชี้ให้เห็นว่าบันทึกประจำวันมีการแก้ไขขีดลบ เอามาส่งศาลเป็นเอกสารเท็จ หลังพิพากษาแล้วต้องกลับไปถึงทุกคนแน่ เพราะคดีมาถึงศาลต้องการให้ผมต้องโทษจำคุก วันพฤหัสบดีหน้า (27 ธ.ค.) ผมจะไปฟ้อง 18 จำเลย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง&amp;quot; นายสันธนะ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลพิเคราะพยานหลักฐานโจทก์และจำเลยนำสืบแล้ว มีประเด็นวินิจฉัยว่าจำเลยได้ต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานหรือไม่ เห็นว่าแม้การกระทำของจำเลยจะเป็นการแสดงกิริยาท่าทางพร้อมแสดงหนังสือการได้รับมอบหมายจากเจ้าของสถานที่ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ออกจากสถานที่ แต่เมื่อพิจารณาเหตุว่าจำเลยมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาเจ้าของพื้นที่ ซึ่งผู้บริหารบริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมืองได้โทรแจ้งจำเลยและบอกกล่าวให้จำเลยไปดำเนินการบอกกล่าวให้ตำรวจออกไปจากพื้นที่ การที่จำเลยแสดงอาการท่าทางพร้อมชี้นิ้ว แม้จะเป็นเหตุให้ผู้เสียหายออกจากพื้นที่ แต่จำเลยก็ไม่ได้มีการแสดงท่าทางอื่นที่เป็นการข่มขู่คุกคาม ตรงนี้ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นการดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ศาลเห็นว่าการดูหมิ่น จะต้องเป็นคำพูดลักษณะที่ดูหมิ่นเหยียดหยามให้ผู้เสียหายได้รับความอับอาย การที่จำเลยใช้เสียงดังพร้อมชี้นิ้วที่หน้าอก แม้มีการแสดงท่าทางประกอบเป็นเพียงกริยาที่ไม่สุภาพเท่านั้น ยังไม่ถึงกับเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ พิพากษายกฟ้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24582</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน, ตลาดใหม่ดอนเมือง, ยกฟ้อง, ศาล, สันธนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181219/image_mid_5c19c28d0d483.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2018 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2018 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สันธนะ&#039;ขึ้นศาลคดีกรรโชกทรัพย์ตลาดดอนเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย. 61 - ที่ห้องพิจารณา 713 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 9.00 น. ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีหมายเลขดำ อ.1951/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการสันติบาล ในฐานะประธานที่ปรึกษา บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด, นายชนะโชติ หรือตั๋ม สุขสุคนธ์ อายุ 40 ปี, นายวรรณชัย หรือแก้ว ใจเรือง อายุ 36 ปี, นายวันเพ็ญ ผิวดำดี อายุ 51 ปี, นายสิริชัย หรือชัย เหล่ากุลประสิทธิ์ อายุ 65 ปี, นายประนอม หรือนอม แก้วสวัสดิ์ อายุ 59 ปี, นายกฤษณะ หรือตั้ม หลำรอด อายุ 41 ปี, นายคเณศ หรือต้น เปรมครุฑ อายุ 42 ปี, นายอดิศักดิ์ หรือโต้ง จันทร์ศรี อายุ 39 ปี, นายอนุชา หรือทอม วรเดช อายุ 53 ปี และนายอนุ หรือตุ๋ย สุขสุคนธ์ อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นพนักงานตลาดลูกน้องของ พ.ต.ท.สันธนะ เป็นจำเลยที่ 1-11 ในความผิดฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 และความผิดฐานซ่องโจร มาตรา 210&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้อัยการฟ้องระบุพฤติการณ์ของจำเลยสรุปได้ว่า ระหว่างเดือน เม.ย. 2559 - เม.ย. 2561 พวกจำเลยเรียกเก็บเงินรายเดือนจากผู้ค้าขายที่เช่าพื้นที่ในตลาดใหม่ดอนเมืองประมาณร้านละ 1,000-3,000&amp;nbsp; บาทต่อเดือน ร่วมทั้งค่าจอดรถยนต์อีกเดือนละ 700 บาท ส่วนรถจักรยานยนต์ 300 บาท ซึ่งจะเรียกเก็บเงินดังกล่าวของทุกเดือนในปลายเดือน โดยพวกจำเลยมีพฤติกรรมลักษณะข่มขู่คุกคามผู้ค้าขายจนทำให้เกิดความหวาดกลัว หากไม่ยอมจ่ายเงินและอาจทำให้เกิดความเดือดร้อนในการค้าขาย โดยจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ พ.ต.ท.สันธนะ พร้อมพวกจำเลยทุกคนซึ่งได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พ.ต.ท.สันธนะ ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นห้องพิจารณาว่า คดีนี้เป็นคดีหลักมุ่งเป้ามาที่ตนโดยตรง จะขอโอกาสพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างที่เรียนกับสังคมว่าเกิดอะไรขึ้น ไปถึงต้นน้ำว่าเขาทำอะไรอย่างไร เป็นเรื่องที่ตนทราบชะตากรรมมาโดยตลอดก่อนเกิดเหตุ เมื่อเกิดขึ้นจึงไม่ได้รู้สึกตระหนกตกใจ ถ้าพุ่งเป้ามาที่ตนคนเดียวไม่ติดใจ แต่มีผลกระทบกับคนอื่นอย่างกลุ่มผู้ค้า ตนมีความรับผิดชอบ นอนไม่หลับทุกคืนเพราะยอมรับว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้พวกเขาได้รับผลกระทบเดือดร้อนด้วย การค้าในตลาดถูกมองว่ามีมาเฟีย กระทำผิดกฎหมายเยอะแยะ ซึ่งเป็นการค้าขายปกติ ที่บอกว่าจะตรวจค้นจับกุมมีอีกไหม มาตรฐานมีอีกไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังจากดำเนินการที่ตลาดใหม่ดอนเมืองก็ไม่เห็นจะไปทำที่ไหน ไม่เห็นบูรณาการอะไรอย่างที่เคยพูดมา กล่าวหาตนมากมายทุกเรื่อง ตนก็แสดงความบริสุทธิ์ใจทุกอย่าง โดยไปที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แสดงความบริสุทธิ์ใจว่าช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุ ตนไม่มีทรัพย์สินอะไรเพิ่มขึ้นมามากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อเท็จจริงผมอยากให้ศาลท่านพิพากษาเลยในวันนี้พรุ่งนี้ สังคมจะได้ประจักษ์ แล้วพื้นที่ที่พวกคุณอยู่และผมอยู่จะได้รู้ ถ้าผมผิดเหมือนอย่างที่พวกคุณกล่าวหาผม ผมก็ขอจบตัวเองจริงๆ ในชีวิตนี้ ผมรู้ว่าผมสู้กับอะไร แต่ถ้าผมไม่สู้แล้วปล่อยให้สังคมเป็นไปอย่างนี้ เขานึกจะทำอะไรกับใครยังไงก็ได้ เผอิญผมมันพอมีกำลังที่จะสู้ แต่กับคนอื่นผมได้รับเรื่องอีกหลายๆ เรื่องที่เขาถูกกระทำโดยองค์กรนี้&amp;rdquo; พ.ต.ท.สันธนะ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทราบดีว่าอัยการก็หนักใจในคำฟ้องที่ยื่นฟ้อง ตนรับราชการมา 20 กว่าปี ขอพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้มากที่สุด ที่หาว่าเป็นหัวหน้าซ่องโจร กรรโชกทรัพย์แล้วจะเดินอยู่ในสังคมได้อย่างไร ตนประกาศแล้วใครที่หาว่าตนกรรโชกทรัพย์ก็มาช่วยแจ้งความดำเนินคดีกับตนให้ชัดเจน ไม่ใช่มีตำรวจกลุ่มเดียวพูด หากตนผิดก็ไปขอโทษ ถ้าผิดแล้วหน้าด้านพูดให้สังคมรับทราบอย่างนี้ไม่ใช่ตน เพราะเป็นอย่างนี้มาเกือบ 20 ปีหลังพ้นราชการตำรวจ และยืนยันหนักแน่นพร้อมสู้ตลอดไม่มีเลิกรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการนัดตรวจหลักฐานในวันนี้ อัยการโจทก์ได้ยื่นพยานหลักฐานจำนวน 161 รายการ เป็นพยานบุคคล 96 ปาก ส่วนฝ่ายจำเลยเห็นว่าทางโจทก์มีพยานมากเกินไป จึงขอให้มีการกำชับนำเฉพาะพยานปากสำคัญมา คัดให้เหลือเท่าที่จำเป็น เพื่อให้คดีดำเนินไปได้รวดเร็ว ศาลพิจารณาแล้วจึงให้นัดตรวจหลักฐานคดีนี้อีกครั้งในวันที่ 10 ก.ย.นี้ เวลา 9.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16695</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีกรรโชกทรัพย์, ตรวจหลักฐาน, ตลาดใหม่ดอนเมือง, ศาลอาญา, สันธนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8cce92ada6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สันธนะ&#039; ขึ้นศาลหลังครบฝากขัง ยันไม่หนีประเทศนี้น่าอยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สันธนะ&amp;#39;ขึ้นศาลหลังครบฝากขัง-อัยการยื่นฟ้องคดีกรรโชกทรัพย์ตลาดใหม่ดอนเมือง ซัดเละ ตร.คู่ปรปักษ์ ศาลนัดสอบคำให้การพุธ 4 ก.ค.นี้ ยันไม่หนีประเทศนี้น่าอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2ก.ค.61-ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อายุ 59 ปี อดีตรองผู้กำกับการสันติบาล 2 ในฐานะประธานที่ปรึกษา บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด ผู้ต้องหาในคดีกรรโชกทรัพย์ตลาดใหม่ดอนเมือง เดินทางมารายงานตัวต่อศาล หลังครบกำหนดฝากขัง 4 ผัด รวม 48 วัน ตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขังของศาล ซึ่งล่าสุดในคดีนี้ พ.ต.ท.สันธนะ และพนักงานตลาดที่ถูกกล่าวหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์กลุ่มผู้ค้าในตลาดใหม่ดอนเมืองได้ถูกอัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาไปเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;
พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า เมื่อวันศุกร์ (29 มิ.ย.) ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แถลงข่าวว่าได้สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องตนเองและผู้เกี่ยวข้องในคดีรวม 11 คน อยากจะเรียนให้สังคมทราบว่ากระบวนการสอบสวนเป็นเบื้องต้น ชั้นพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคู่ปรปักษ์กับตนเองมาโดยตลอด จึงไม่แปลกใจที่พนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความเห็นสั่งฟ้อง &amp;nbsp;แต่แปลกใจในเรื่องรายละเอียดของคดีตามแถลงข่าว รวมถึงข้อมูลในสำนวนการสอบสวน ปรากฏว่าคดีนี้ผู้เสียหายในคดี 11 คน เป็นกลุ่มผู้ค้าที่ตลาดใหม่ดอนเมือง มีพยาน 9 คน ความเสียหายทั้งสิ้น 770,000 กว่าบาท ในช่วงเวลา 2 ปี มีการกรรโชกทรัพย์ความเสียหายเพียงแค่ 7 แสนกว่าบาท แล้วไม่ทราบพวกตนเอง 10 กว่าคนไปแบ่งกันใช้ยังไง
&amp;nbsp;
พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวต่อไปว่า ตนเองถึงบอกว่ามันไปไม่ได้แล้ว คุณหาพยานหลักฐานอะไรไม่ได้ &amp;nbsp;เสียใจกับผู้เสียหายและเป็นผู้กล่าวหาตนเองในคดีนี้ทั้ง 11 คน ว่าคุณตกเป็นเหยื่อของกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นที่ไม่ยุติธรรม ส่วนตัวคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนก็น่าจะมีอนาคตเป็นผู้อำนวยความยุติธรรมให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ ดูท่าเหมือนราชสีห์ แต่ถึงเวลาจริงๆ ถูกสัตว์เลื้อยคลานดึงหางไปก็ตามเขา เพียงเพื่อหวังทะเยอทะยานในตำแหน่งสูงสุดขององค์กร ไม่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อประชาชน ตนเองจะบอกสังคมต่อไปว่ามันมีเหตุที่มาที่ไปอย่างไร ตั้งคณะพนักงานสอบสวน 174 คน สรุปสำนวนได้เท่านี้ อย่างที่บอกมันไม่มีการกระทำผิด ไม่มีเหตุเกิดขึ้นจริง สิ่งที่เขาพยายามยัดเยียดกล่าวหาตนก็ทำไม่ได้ตามเป้า วันนี้ก็สิ้นสุดขอบเขตอำนาจของพนักงานสอบสวนแล้ว
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการหรือไม่ พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า ไม่ร้อง แต่ผู้ต้องหาอื่นก็แล้วแต่ ทราบว่ามีการไปร้องต่ออัยการสูงสุด ก็เป็นดุลยพินิจของท่านอัยการสูงสุด อยากให้มีคำพิพากษาของศาลออกมา ถ้าตนเองไปร้องอัยการสูงสุดแล้วท่านมีความเห็นแย้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อในรายละเอียดของตนเอง ก็ต้องใช้เวลาอีกเยอะ กว่าจะส่งสำนวนไปให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พิจารณา แน่นอน ผบ.ตร.ก็คู่กรณีคู่ปรปักษ์ใช้วิธีการมากมายที่จะยื้อคดีไม่ใช่ประสงค์ของตนเอง &amp;nbsp;ทั้งนี้อยากเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ตกใจกับการเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย ไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องยากเย็น เมื่อคดีมีคำพิพากษาออกมาแล้วตนเองไม่ได้กระทำผิดใครคือคนรับผิดชอบ ไม่เป็นไรเปิดหน้าสู้ แต่เอาคนอื่นมาเกี่ยวข้องมาแถลงเหมือนเป็นกระบวนการยุติธรรมขั้นสูงสุดพิพากษาเขาหมด กล่าวหาแบบนั้นแบบนี้เดี๋ยวคุณโดนบ้างเหมือนที่ทำกับพวกเขา
&amp;nbsp;
เมื่อถามถึงกรณีที่เคยบอกว่าจะยื่นฟ้องนายพล พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ติดขัดทางคดี เขาไม่มอบเอกสารอะไรให้เลย เมื่อวันศุกร์ถึงต้องไปทวงเอง คุณกลัวทำไมในเมื่อเปิดหน้าทุกคนก็ทราบแล้ว เราไม่ใช่คดีปกติ เป็นเรื่องระหว่างพวกคุณกับผม &amp;nbsp;ถึงบอกว่าจะชี้ให้สังคมทราบว่ามีเหตุอะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร ทำไมถึงต้องออกมาล่อเป้า
&amp;nbsp;
เมื่อถามว่าทางอัยการมีคำสั่งฟ้องมาอย่างไรได้ดูหรือไม่ พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ท่าน เมื่อตำรวจสรุปสำนวนสั่งฟ้องส่งให้อัยการแล้ว วันนี้หมดอำนาจควบคุมฝากขังของทางอัยการก็สุดแท้แต่ ถ้ายื่นฟ้องไม่ทันก็ต้องปล่อยตัว แต่เชื่อว่าในคดีท่านคงยื่นฟ้องได้ทัน เพราะไม่มีในส่วนของตนเอง ซึ่งได้ปฏิเสธไม่ให้การในชั้นอัยการด้วย ก็ไม่มีเหตุอะไรที่ท่านจะไม่ฟ้อง &amp;nbsp;ซึ่งก็น้อมรับในชั้นนี้ ในชั้นศาลก็ต่อสู้เต็มที่แน่นอน ไม่หนีไปไหนอยู่แล้ว ประเทศนี้น่าอยู่
&amp;nbsp;
ต่อมา พ.ต.ท.สันธนะ เปิดเผยหลังการรายงานตัวว่า ในคดีนี้ตนเองก็จะต้องเดินทางมาศาลอีกครั้งในวันที่ 4 ก.ค.นี้ พร้อมกับพนักงานตลาดที่ตกเป็นผู้ต้องหาร่วมด้วยอีก 10 คน ตามที่ศาลอาญานัดหลังจากอัยการได้ยื่นฟ้องตนกับพนักงานตลาดรวม 11 คน ไว้แล้ว ซึ่งตนเองก็จะเดินทางมาตามนัดในเวลา 9.00 น.
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อายุ 59 ปี, นายชนะโชติ หรือตั๋ม สุขสุคนธ์ อายุ 40 ปี, นายวรรณชัย หรือแก้ว ใจเรือง อายุ 36 ปี, นายวันเพ็ญ ผิวดำดี อายุ 51 ปี, นายสิริชัย หรือชัย เหล่ากุลประสิทธิ์ อายุ 65 ปี, นายประนอม หรือนอม แก้วสวัสดิ์ อายุ 59 ปี, นายกฤษณะ หรือตั้ม หลำรอด อายุ 41 ปี, นายคเณศ หรือต้น เปรมครุฑ อายุ 42 ปี, นายอดิศักดิ์ หรือโต้ง จันทร์ศรี อายุ 39 ปี, นายอนุชา หรือทอม วรเดช อายุ 53 ปี และนายอนุ หรือตุ๋ย สุขสุคนธ์ อายุ 41 ปี เป็นจำเลยที่ 1-11 ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์และซ่องโจร โดยศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.1951/2561 นัดสอบคำให้การวันที่ 4 ก.ค.นี้ใน&amp;nbsp;เวลา 8.30 น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12557</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรโชกทรัพย์, ตลาดใหม่ดอนเมือง, ศาลนัด, ศาลอาญา, สันธนะ, อัยการพิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180702/image_big_5b39c51778799.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 12:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการยื่นฟ้อง&#039;สันธนะ&#039;2คดีขวางตร.ค้นตลาดใหม่ดอนเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 มิ.ย. ที่สำนักงานอัยการศาลแขวงดอนเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ พนักงานอัยการศาลแขวงดอนเมืองได้นำตัว พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาตลาดใหม่ดอนเมือง ไปยื่นฟ้องต่อศาลแขวงดอนเมือง ในข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ กรณี พ.ต.ท.สันธนะ ขัดขวางการตรวจค้นตลาดใหม่ดอนเมืองเมื่อต้นเดือน พ.ค. 2561 โดยคดีนี้ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพจนารถ เหลืองประเสริฐ อัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวงดอนเมือง เปิดเผยว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานพร้อมความเห็นสมควรฟ้อง พ.ต.ท.สันธนะ ในสองข้อหาดังกล่าว โดยมีพยานหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอ ทางสำนักงานอัยการศาลแขวงฯ เห็นว่าคดีนี้เป็นคดีสำคัญ ประชาชนให้ความสนใจ จึงมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณา ซึ่งคณะทำงานได้พิจารณาจากคลิปวิดีโอและพยานเอกสารหลักฐานต่างๆ แล้ว มีความเห็นสั่งฟ้อง พ.ต.ท.สันธนะ ส่วน พ.ต.ท.สันธนะ ก่อนหน้านี้ก็ได้ยื่นเอกสารประกอบการสั่งคดีเรื่องขอบเขตอำนาจของพนักงานสอบสวน อัยการก็ได้นำส่วนนี้มาพิจารณาแล้ว ซึ่ง พ.ต.ท.สันธนะ เห็นว่า พล.ต.ต.นราเดช กลมทุกสิ่ง ผบก.สวัสดิการฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ปฏิบัติการตามหน้าที่นั้น อัยการก็ได้พิจารณาสำนวนอย่างถี่ถ้วนแล้ว ทั้งพยานเอกสาร พยานบุคคล พยานวัตถุ รวมทั้งภาพถ่ายและคลิป ซึ่งคณะทำงานอัยการเห็นพ้องกันว่า พล.ต.ต.นราเดช ปฏิบัติการตามหน้าที่ครบถ้วนและถูกต้อง โดยหนังสือที่ พ.ต.ท.สันธนะ ยื่นมาเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2561 ไม่ใช่ลักษณะของการร้องขอความเป็นธรรมโดยตรง แต่เราก็พิจารณาให้ เพราะเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน ดังนั้นอัยการจึงมีความเห็นสั่งฟ้อง พ.ต.ท.สันธนะ ทั้งสองข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า คดีนี้เมื่อพนักงานสอบสวนส่งมาให้พนักงานอัยการเป็นการครบผัดฟ้องครั้งที่ 4 เป็นคดีศาลแขวง สำนวนต้องแล้วเสร็จใน 30 วัน พนักงานอัยการพิจารณาแล้วเสร็จภายในวันนี้ เมื่อเป็นคดีสำคัญก็ตั้งคณะทำงาน 3 คน คือ น.ส.มนิมนา สุทธิพงศ์เกียรติ์, น.ส.ภันฑิลา อนุวุฒินาวิน และ น.ส.พิชญา นิยมการ โดยคณะทำงานเห็นควรสั่งฟ้องทั้ง 2 ข้อหา ดูหมิ่นและขัดขวางเจ้าพนักงาน เสนอมายังนางพจนารถเห็นพ้องต้องกันในการสั่งฟ้อง ขั้นตอนดำเนินการครบถ้วน สำนวนที่พนักงานสอบสวนทำมาครบถ้วน ผู้ต้องหามาตามนัดหมาย ทางอัยการก็นำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาลแขวงดอนเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ก่อนหน้าการยื่นฟ้อง พ.ต.ท.สันธนะ เปิดเผยว่า สำหรับคดีนี้ตนไม่ได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมเข้าไปในชั้นพนักงานอัยการ เพียงแต่ได้ส่งเอกสารชี้แจงเรื่องอำนาจการจับกุม ซึ่งต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามอำนาจที่มี ตำรวจมี 2-3 แสนคน ทำไมต้องเลือกคนที่ใกล้ชิดเจาะจงสั่งการได้ ถ้าตรงไปตรงมาใช้ใครก็ได้ คดีเป็นความผิดเล็กน้อย กระบวนการศาลตนจะใช้สิทธิแสวงหาข้อเท็จจริงข้อกฎหมายให้กระจ่างแจ้ง ตนไม่เคยได้รับเอกสารอะไรที่เกี่ยวข้องเลยนับแต่ชั้นตรวจค้น ไม่ว่าสำเนาหมายค้นหรือบันทึกตรวจค้น ยื่นขอไปก็ปฏิเสธไม่ส่งมอบให้ ส่วนที่กล่าวหาว่าตนกรรโชกทรัพย์ ตนเตรียมที่จะรื้อฟื้นคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจะมีนายตำรวจใหญ่ 2 นาย ยศพันตำรวจเอก ปัจจุบันเป็นพลตำรวจโท และพลตำรวจโท ที่ปัจจุบันเป็นพลตำรวจเอก มีตำแหน่งหน้าที่สำคัญทั้ง 2 คน แล้วจะชี้ให้สังคมเห็นว่านั่นเรียกว่าส่วยหรือไม่ ถ้าสังคมเห็นแล้วจะตกใจ ที่พูดไม่ได้ข่มขู่แต่เตือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาศาลแขวงดอนเมืองได้ประทับรับฟ้องไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำ 1078/2561 โดยนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐานและกำหนดวันนัดสืบพยาน ในวันที่ 6 ส.ค. 2561 เวลา 9.00 น. ขณะที่ พ.ต.ท.สันธนะ จำเลย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาแล้ว ศาลอนุญาตให้ประกันตัวไปโดยตีราคาประกัน 15,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10877</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีดูหมิ่น-ขัดขวางเจ้าพนักงาน, ตลาดใหม่ดอนเมือง, พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์, ศาลแขวงดอนเมือง, อัยการยื่นฟ้องสันธนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b18c3e7414e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 21:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สันธนะ&#039;ดิ้นส่งหนังสือแจงอัยการไม่ได้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่อ้างทีมค้นไม่ใช่เจ้าพนักงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.61- &amp;nbsp;พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ &amp;nbsp;ประธานที่ปรึกษาบริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง เปิดเผยว่า วันนี้ (5 มิ.ย.) ตนได้ส่งหนังสือถึงหัวหน้าพนักงานอัยการแขวง 9 (ดอนเมือง) เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพื่อประกอบการสั่งคดี กรณีที่ตนเองตกเป็นผู้ต้องหาในข้อกล่าวหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทำตามหน้าที่และขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฎิบัติตามหน้าที่ ที่มี พล.ต.ต.นราเดช กลมทุกสิ่ง เป็นผู้กล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พ.ต.ท. สันธนะ ระบุว่า ตามวันเวลาและตามสถานที่ที่เกิดเหตุ ผู้กล่าวหา คือ พล.ต.ต.นราเดช กลมทุกสิ่ง เป็นหัวหน้าเข้าตรวจค้นตลาดใหม่ดอนเมือง ซึ่งเป็นสถานที่ส่วนบุคคล และตนเองมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ตลาดดังกล่าวเห็นว่า เป็นการตรวจค้นสถานที่นอกเหนือจากคำสั่งศาลตามที่อ้างในหมายค้น ซึ่งตนได้ตรวจสอบว่ามีอำนาจตามกฎหมายหรือไม่ โดยขอตรวจดูเอกสารที่ให้อำนาจ คือหนังสือแต่งตั้งจากผู้บังคับบัญชาและคำสั่งศาล พร้อมขอให้แสดงตำแหน่งของหัวหน้า &amp;nbsp;แต่ไม่ได้รับความชัดเจนแต่อย่างใด โดยไม่มีหนังสือแสดงถึงอำนาจหน้าที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเห็นว่า พล.ต.ต.นราเดช ซึ่งมีตำแหน่ง ผบก.สวัสดิการฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;ไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา ในการตรวจค้นหรือปฎิบัติตามหมายค้นหรือคำสั่งศาล ซึ่งข้อความนี้ปรากฏชัดเจนไว้แล้ว &amp;nbsp;ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการ หรือส่วนราชการอย่างอื่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 ดังนั้นจึงถือว่า พล.ต.ต.นราเดช ไม่ใช่เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ จึงไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเข้ามาตรวจค้นหรือปฎิบัติ ตนจึงมีสิทธิตามกฎหมายที่จะปกป้องสถานที่ บุคคล ที่รับผิดชอบ การดำเนินการของตนจึงเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่เป็นความผิดแต่อย่างใด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า อัยการศาลแขวงดอนเมืองเตรียมนัดสั่งคดีนี้ ในวันที่ 7 มิ.ย. 2561 เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10759</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดิ้นเฮือกสุดท้าย, ตลาดใหม่ดอนเมือง, พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180525/image_big_5b07b1beedd82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สันธนะ&#039;ยันมีหมายเรียกพ่อแม่จริง เตรียมฟ้องกลับ3นายพลสตช. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค. 61 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานศาลปกครอง พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาบริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง และผู้ต้องหาคดีกรรโชกทรัพย์ เก็บค่าคุ้มครองผู้ค้าในตลาดใหม่ดอนเมือง ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องคดีที่โดนแจ้งข้อกล่าวหา ว่าทุกวันนี้สังคมและสื่อก็ทราบถึงการปฏิบัติของผู้มีอำนาจที่มีต่อบิดาและมารดาตน ที่ได้มีคำสั่งให้มีการออกหมายเรียกบิดาและมารดาของตนในข้อหาให้การช่วยเหลือผู้ต้องหา ซึ่งพนักงานสอบสวนผู้ที่ทำตามคำสั่งของผู้มีอำนาจสักวันจะได้รู้ว่าคนที่สั่งคุณจะมีความรับผิดชอบแค่ไหน เพราะเชื่อว่าสุดท้ายถ้ามีเหตุการณ์ฟ้องกลับผู้บังคับบัญชาของคุณก็จะต้องปัดป้องตัวเองว่าไม่เกี่ยว การออกหมายเรียกดังกล่าวเป็นเรื่องของสน.โชคชัย โดยการออกหมายเรียกบิดาและมารดานั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันว่าสน.โชคชัยมีการออกหมายเรียกและส่งเจ้าหน้าที่มาถึงหน้าบ้าน แต่สุดท้ายกลับมาให้ข่าวบอกว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด ส่วนเอกสารหมายเรียกในวันนั้นทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ส่งมอบ เป็นแค่การสอบถามว่าบิดาและมารดาผมอยู่ในบ้านหรือไม่ ในเรื่องคดีความส่วนตัวก็จะดำเนินการต่อที่มีข่าวว่าจะออกหมายเรียกตนไปรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมจากที่มีผุ้เข้ามาร้องทุกข์จำนวน 22 ราย ตนก็พร้อมที่จะไปรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งตนข้อให้แจ้งข้อกล่าวหามาที่ตนที่เดียวเลยไม่ใช่แจ้งข้อหามาแค่ 8 ข้อแล้วจะมาทยอยเพิ่มมาที่ละข้อหา ผมก็พร้อมตั้งรับปักหลักสู้ต่อ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้รับหมายเรียกแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการมาหรือไม่ พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า ตนได้รับทราบจากคนของตนว่าจะมีการออกหมายเรียกตนมารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนรายละเอียดข้อหา และวันเวลา ตนขอดูรายละเอียดอีกครั้ง ส่วนจะนัดให้ไปพบวันไหนถ้าตนไม่ติดคดีอื่นก็พร้อมที่จะไปแน่นอน ตนทราบอยู่แล้วว่าข้อหาที่จะแจ้งเพิ่มนั้นมันมีธงอยู่แล้วที่จะแจ้งข้อล่าวหาตนให้ครบองค์ประกอบว่าเป็นอั้งยี่ซ่องโจรเพื่อที่จะยึดทรัพย์กฎหมายฟอกเงิน แต่ตนก็ไม่สนจะยึดทรัพย์ก็ยึดไป เพราะทรัพย์สินนั้นมีมาก่อนทั้งสิ้น ในช่วง 4 ปี ที่คุณเสวยอำนาจทรัพย์ของตนก็มีแต่หดหาย เชิญมาตรวจสอบได้เลย ดังนั้นการกระทำของคุณมันไม่สำเร็จหรอก คุณจะออกหมายเรียกก็เรียกมา แต่คุณหมดสิทธิที่จะออกหมายจับแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าจะดำเนินการฟ้องกลับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกหรือไม่ พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า ในขณะนี้ยังรอว่ามีการแจ้งข้อกล่าวหาตนมาอีกหรือไม่ จึงจะพิจารณาฟ้องกลับแต่ละคน ซึ่งจะมี 3 นายพลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาตนมาอยู่ด้วย ซึ่งก็จะมีเจ้าหน้าที่อีกหลายคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตนก็จะฟ้องกลับทีเดียวจะได้ไม่เป็นภาระของศาลที่จะต้องมารวมคดีภายหลัง โดยคดีที่ตนฟ้องพวกคุณก็จะโดนต่างกรรมต่างวาระของจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเสนอให้มีการถอดยศนั้น พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า เรื่องถอดยศเป็นอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)ตามกฎหมายซึ่งก่อนหน้านี้ตนไม่เคยต้องคำพิพากษาให้โทษจำคุก มีแต่คดีที่เสียค่าปรับซึ่งก็ได้เสียค่าปรับแล้วก็จบกันไป ส่วนที่จะมีการรื้อฟื้นวินัยที่ผ่านมาเกือบ 20 ปี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ก็ต้องคิดด้วยว่า ผบ.ตร.ก่อนหน้านี้ไม่เคยนำเรื่องดังกล่ามาเสนอถอดยศ แต่ถ้าพล.ต.อ.จักทิพย์มาเสนอถอดยศตนจากกรณีที่มีคดีในปัจจุบัน ตนก็จะดำเนินการฟ้องกลับอดีตผบ.ตร. ตามมาตรา 157 เพราะที่ผ่านมาทำไมไม่ถอดยศตนแต่แรก แต่พอมามีเรื่องนี้พล.ต.อ.จักรทิพย์กลับมาถอดยศตนในขณะนี้เดี๋ยวอดีตผบ.ตร.ที่ผ่านมาจะเดือดร้อนกันหมดดังนั้นขอให้คิดให้ดี .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9649</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีกรรโชกทรัพย์ตลาดใหม่ดอนเมือง, ตลาดใหม่ดอนเมือง, พ.ต.ท.สันธนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b027e2f47452.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
