<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มกอช. ร่วมมือ สมาคมการค้าตลาดกลางฯ ลงนาม MOU หนุนนำมาตรฐานสินค้าเกษตรไปใช้ในตลาดกลาง เสริมความเชื่อมั่น สร้างความเป็นธรรมในการซื้อขายสินค้าเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 29 ก.ย.64 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานและร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการนำมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) ไปปฏิบัติใช้สำหรับตลาดกลาง ระหว่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และ สมาคมการค้าตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย (TAWMA) โดยมีนายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการ มกอช. และนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ นายกสมาคมการค้าตลาดกลางค้าฯ&amp;nbsp; เป็นผู้ลงนาม ณ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลด้านเกษตรกรรมของประเทศ รู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่มีส่วนช่วยสนับสนุนให้ตลาดกลางสินค้าเกษตรไทย ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในระบบห่วงโซ่คุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเกษตร โดยเฉพาะการบริหารจัดการสินค้าเกษตรเข้าสู่ตลาด เพื่อให้สินค้าคงคุณภาพ จนถึงปลายทางผู้บริโภค โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการผลิตและจัดการการค้าสินค้าเกษตรของประเทศ ให้มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้รับความเชื่อถือ และนำพาประเทศให้ก้าวสู่การเป็นตลาดชั้นนำที่มีคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิศาล พงศาพิชณ์ กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้เกิดขึ้นโดย มกอช. ได้หารือร่วมกับสมาคมการค้าตลาดกลางสินค้าเกษตรไทย ในการส่งเสริมและสนับสนุนการนำมาตรฐานสินค้าไปปฏิบัติใช้สำหรับตลาดกลาง เริ่มตั้งแต่การคัดแยกคุณภาพ ตัดแต่ง บรรจุ ตลอดจนการขนส่ง เพื่อให้สินค้าคงคุณภาพ ลดการสูญเสีย จนถึงปลายทางผู้บริโภค การวางระบบมาตรฐานคุณภาพสินค้าเกษตรสำหรับตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย ถือเป็นกลไกสำคัญ ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนให้เกิดการยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าเกษตร ช่วยอำนวยความสะดวกในการค้า และสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ ความปลอดภัย รวมถึงสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งผลิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีแผนการดำเนินงานประกอบด้วย ระยะ Quick win คือแผนปฏิบัติการระยะเร่งด่วน โดย มกอช. และสมาคมฯ ได้กำหนดให้มีการจัดพิธีลงนามในวันนี้ รวมถึงการอบรมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้มีความรู้ ความเข้าใจ มาตรฐานสินค้าเกษตรและระบบการรับรอง รวมถึงระบบการตรวจสอบย้อนกลับ การดำเนินงานในระยะที่ 1 การจัดทำคู่มือปฏิบัติงานและพัฒนาต้นแบบการจัดการสินค้าเกษตร ตามมาตรฐาน โดยนำร่องที่ &amp;ldquo;ตลาดไท&amp;rdquo; ซึ่งเป็นตลาดกลางค้าส่งขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง และมีความสำคัญมากต่อห่วงโซ่อาหารและสินค้าเกษตรของประเทศ การดำเนินงานในระยะที่ 2 เป็นการจัดทำมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยและคุณภาพตลาดกลางสินค้าเกษตร และการดำเนินงานในระยะที่ 3 เป็นการเตรียมความพร้อมระบบการตรวจสอบรับรองมาตรฐานและจัดทำระบบ Supply Chain จากนั้นจะนำต้นแบบจาก &amp;ldquo;ตลาดไท&amp;rdquo; ขยายผลไปยังตลาดกลางสินค้าเกษตรแห่งอื่นเพิ่มเติมในปีถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ กล่าวว่า สมาคมฯ ให้ความสำคัญในการพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารเพื่อใช้เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ผลิต ผู้ซื้อ ผู้ขาย ให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพสินค้าเกษตร ซึ่งปัจจุบัน สมาคมฯ มีสมาชิกตลาดกลางค้าส่งทั่วประเทศ 17 แห่ง ในการกระจายสินค้าเกษตร โดยเฉพาะสินค้าประเภทผักและผลไม้จำนวนมากที่ต้องกระจายผ่านตลาดกลางค้าส่งเหล่านี้ จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยของสินค้าเกษตร ดังนั้น ทางสมาคมฯ จึงมีความยินดีและพร้อมที่จะสนับสนุน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การนำมาตรฐานสินค้ามาปฏิบัติใช้สำหรับตลาดกลาง โดยได้ร่วมมือกับ มกอช. ในการพัฒนาตลาดกลางต้นแบบด้านการจัดการความปลอดภัยและคุณภาพตลาดสินค้าเกษตร โดยผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน เช่น ผู้ซื้อจะได้รับสินค้าเกษตรที่ได้มาตรฐานตรงกับความต้องการ ผู้ขายมีความมั่นใจในสินค้าเกษตร ส่งผลให้การซื้อขายมีความสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งตลาดมีพื้นที่จัดสรรและหมุนเวียนเพื่อการซื้อขายสินค้าเกษตรมากขึ้น ภายใต้ความเป็นธรรมในการค้าขายสินค้าเกษตร รวมถึงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นทางด้านอาหารในช่วงสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 อีกด้วย&amp;quot;นายประดิษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118347</URL_LINK>
                <HASHTAG>MOU, TAWMA, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, คู่มือปฏิบัติงานและพัฒนาต้นแบบการจัดการสินค้าเกษต, ตลาดไท, นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์, นายประภัตร โพธสุธน, นายพิศาล พงศาพิชณ์, พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ, มกษ., มกอช., มาตรฐานสินค้าเกษตรไปใช้ในตลาดกลาง, สมาคมการค้าตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย, สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ, สินค้าเกษตร, โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการนำมาตรฐานสินค้าเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_61557fc2a67df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กตส.ชู “กลุ่มแปลงใหญ่ไผ่อำเภอท่าตะเกียบ” จ.ฉะเชิงเทรา ต้นแบบความสำเร็จ ลดต้นทุน – เพิ่มรายได้ ด้วยบัญชี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ชู &amp;ldquo;กลุ่มแปลงใหญ่ไผ่อำเภอท่าตะเกียบ&amp;rdquo;จ.ฉะเชิงเทรา ต้นแบบความสำเร็จ ในการลดต้นทุน &amp;ndash; เพิ่มรายได้ ด้วย &amp;ldquo;บัญชี&amp;rdquo; หนุนสมาชิกนำองค์ความรู้ด้านบัญชีมาใช้วางแผนการประกอบอาชีพ สร้างรายได้มั่นคง ยั่งยืน ยกระดับสู่แปลงใหญ่ดีเด่น ระดับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมวิสาหกิจเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้เกษตรกร โดยมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ตลอดจนมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้าน &amp;quot;การตลาดนำการผลิต&amp;rdquo;กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ร่วมเป็นหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมบูรณาการขับเคลื่อนการนำระบบบัญชีไปวางรากฐานในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเพื่อเพิ่มพูนรายได้เกษตรกรในระดับพื้นที่ ให้เกษตรกรได้นำองค์ความรู้ด้านบัญชีมาใช้วางแผนการประกอบอาชีพ วางแผนกิจกรรมทางการเกษตรมีความรู้และเข้าใจในการนำระบบบัญชีไปใช้ในการบริหารจัดการภาคการเกษตรได้ รู้รายรับรายจ่าย รู้เวลาที่เหมาะสม รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดกลไกการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อจำหน่ายผลผลิตออกสู่ตลาด สร้างเสริมให้เกษตรกรไทยพร้อมก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มแปลงใหญ่ไผ่อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา นับเป็นแบบอย่างความสำเร็จในการนำบัญชีต้นทุนอาชีพเป็นกลไกลสำคัญในการบริหารจัดการ จนได้รับรางวัลชนะเลิศ แปลงใหญ่ดีเด่น ระดับประเทศ ประจำปี ๒๕๖๓ เริ่มต้นจากการประสบปัญหาช้างป่าทำลายพืชผลทางการเกษตร เกษตรกรในพื้นที่ จึงปรับเปลี่ยนการปลูกพืชอาหารเป็นพืชอื่น ๆ ทดแทน และรวมตัวกันปลูกไผ่ตงซึ่งเป็นพืชทางเลือกชนิดหนึ่ง ในพื้นที่ และจัดตั้งเป็น &amp;ldquo;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกไผ่อำเภอท่าตะเกียบ&amp;rdquo; จนกระทั่งในปี ๒๕๖๑ ได้เข้าร่วม โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อร่วมกันผลิต ร่วมกันจำหน่าย และนำไปสู่การลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพการตลาดและการบริหารจัดการ เชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่การผลิต ตามนโยบาย&amp;ldquo;ตลาดนำการผลิต&amp;rdquo; ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีนายประสิทธิ์ รูปต่ำ เป็นประธานกลุ่มฯ ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน ๖๐ ราย พื้นที่ปลูก ๖๐๑ ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ฉะเชิงเทรา ร่วมกับครูบัญชีในพื้นที่ ได้เข้าไปสอนแนะการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพให้แก่เกษตรกร ตั้งแต่เริ่มที่มีการจัดตั้งกลุ่มแปลงใหญ่ในปี ๒๕๖๑ โดยได้แนะนำการจดบันทึกบัญชีผ่าน Application SmartMe ซึ่งเป็นหนึ่งในนวัตกรรม Smart4M ที่พัฒนาโดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นทางเลือกใหม่ให้เกษตรกรสามารถจัดทำบัญชีรับ-จ่าย ได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านอุปกรณ์ SmartPhone ทำให้เกษตรกรผู้จดบันทึกบัญชี สามารถวางแผนการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ สมาชิกมีเงินออมและมีกำไรจากการปลูกไผ่ขายได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังให้คำปรึกษาการทำงบดุล การจัดหากองทุนสำรอง และการขอสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้แก่กลุ่มฯ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประสิทธิ์ รูปต่ำ ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ไผ่ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ปัจจุบันสามารถปลูกไผ่ตง ไผ่เลี้ยงหวาน สร้างรายได้ให้แก่กลุ่มฯ ประมาณปีละ ๑ ล้านบาท โดยส่งผลผลิตของสมาชิกออกไปจำหน่ายยังตลาดผักร่วมใจ (GAP) ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี และตลาดต่าง ๆ ในจังหวัดราชบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดสระบุรี และห้างสรรพสินค้าแม็คโครสาขาจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดนครนายก และศูนย์กระจายสินค้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดสมุทรสาคร ทั้งนี้ การปลูกไผ่ในช่วงแรกประสบปัญหาต้นทุนสูงจากการใช้ปุ๋ยเคมี แต่หลังจากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ฉะเชิงเทราเข้ามาแนะนำให้จัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพทำให้เห็นต้นทุนในการผลิต รู้รายรับ รู้รายจ่าย รู้กำไร รู้ขาดทุน เมื่อเห็นตัวเลขต้นทุนทางบัญชี สมาชิกก็เริ่มหันมาปรับลดการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีแล้วหันมาทำปุ๋ยขี้ไก่และปุ๋ยหมักจากปลาใช้เอง ทำให้ลดต้นทุน/ไร่ ได้ประมาณ ๒๐ &amp;ndash; ๒๕% เมื่อต้นทุนลดลง รายได้ก็เพิ่มขึ้น ทำให้สมาชิกในชุมชนมีรายได้ในการเลี้ยงครอบครัวและมีความสุขในอาชีพมากขึ้น ปัจจุบันสมาชิกในกลุ่มฯ มีการจัดทำบัญชีประมาณ ๖๕% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ใช้ Application SmartMe ในการบันทึกบัญชีจำนวน ๒๐ คน ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ซึ่งครูบัญชีอาสาได้เข้าไปแนะนำให้สมาชิกหันมาใช้โปรแกรมฯ มากขึ้น สำหรับสมาชิกที่ไม่ดำเนินการเนื่องจากอายุมาก สายตาไม่ดี แต่ทุกคนก็เห็นประโยชน์ในการทำบัญชี สมาชิกผู้สูงอายุบางรายจึงพยายามใช้วิธีจดจำแทน เพื่อหาวิธีปรับลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การส่งเสริมให้สมาชิกหันมาทำบัญชีต้นทุนอาชีพ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้กลุ่มแปลงใหญ่ไผ่ อ.ท่าตะเกียบ ประสบความสำเร็จด้านการลดต้นทุนและการเพิ่มรายได้ให้สมาชิก จึงขอฝากไปยังเกษตรกรทั่วประเทศให้หันมาทำบัญชีในการพัฒนารายได้ ให้เกิดความยั่งยืนในอาชีพ เพราะบัญชีจะเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นต้นทุนที่แท้จริงและเห็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อให้เราได้นำมาเป็นข้อมูลในการปรับเปลี่ยนการผลิตให้มีความเหมาะสม และนำไปพัฒนาการผลิต แปรรูปและการตลาดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo; นายประสิทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105141</URL_LINK>
                <HASHTAG>Application SmartMe, GAP, Smart4M, กตส., กรมตรวจบัญชีสหกรณ์, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กลุ่มแปลงใหญ่ไผ่อำเภอท่าตะเกียบ, การตลาดนำการผลิต, จ.ฉะเชิงเทรา, ตลาดผักร่วมใจ, ตลาดไท, นายประสิทธิ์ รูปต่ำ, นายโอภาส ทองยงค์, ประจำปี ๒๕๖๓, รางวัลชนะเลิศ แปลงใหญ่ดีเด่น, วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกไผ่อำเภอท่าตะเกียบ, สถาบันเกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b86e20163f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตลาดไท&#039;ขยายเครือข่ายรถพุ่มพวงส่งกับข้าวถึงประชาชนช่วงไวรัสระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.2563 นายโชคชัย คลศรีชัย รองประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด (ตลาดไท) กล่าวว่า ได้ร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าโครงการ &amp;ldquo;ตลาดไทช่วยไทย สู้ภัย COVID-19&amp;rdquo; เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือคนไทยให้ก้าวผ่านสถานการณ์อันยากลำบากจากการระบาดของ COVID-19 นี้ไปให้ได้ โดยภารกิจสำคัญคือการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้าทั้งผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากเกษตรกรทั่วประเทศ และอาหารสดอาหารแห้ง ส่งตรงไปถึงมือผู้ซื้อถึงหน้าบ้าน ให้ได้เลือกซื้อสินค้าตามที่ต้องการ นอกจากนั้น ยังเปิดให้ประชาชนทั่วไปที่ต้องการหารายได้ สามารถเข้าร่วมเป็นหนึ่งในรถเร่หรือรถพุ่มพวงของตลาดไทได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยและประชาชนคนไทยทั้งประเทศกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่จากการระบาดของ COVID-19 ตลาดไทขอเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมด้วยช่วยกัน ทำในสิ่งที่ทำได้ เพื่อช่วยกันนำพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปให้ได้ โดยใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของตลาดไทในฐานะตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหารครบวงจรที่สำคัญของประเทศ ต่อยอดระบบนิเวศทางการค้าที่เอื้อโอกาสและอำนวยความสะดวกตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อช่วยเหลือทั้งเกษตรกรผู้ผลิต พ่อค้าแม่ค้า และผู้บริโภค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยปกติ จะมีผู้ประกอบการรถเร่ที่หมุนเวียนเข้ามาซื้อสินค้าจากตลาดไท ทั้งผัก ผลไม้ และอาหารสด จำนวนประมาณ 500 คันต่อวัน เพื่อนำออกไปวิ่งรถขายให้ประชาชนตามที่ต่างๆ ซึ่งในช่วงสถานการณ์นี้จะเน้นกระจายและจัดจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด โดยผสมสินค้าทั้งอาหารสดอาหารแห้งที่หลากหลายเพื่อให้มีความครบครันทางโภชนาการ รวมถึงมีสินค้าที่จำเป็นสำหรับสถานการณ์แบบนี้ ประเภทอื่นๆ เช่น เจลล้างมือ ไปพร้อมกันด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ต้องการสินค้า แต่ไม่สามารถหรือไม่ต้องการเดินทางออกจากที่พัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการถูกพักงานหรือถูกเลิกจ้างอย่างกระทันหันในสภาวะวิกฤติครั้งนี้ ตลาดไทจึงเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้ประกอบการรถเร่หรือรถพุ่มพวง ขายอาหารสด อาหารแห้ง และสินค้าอื่นๆ โดยขอเชิญชวนผู้ที่มีรถกระบะและสนใจหารายได้หรืออาชีพเสริม เข้าร่วมโครงการ &amp;ldquo;ตลาดไทช่วยไทย สู้ภัย COVID-19&amp;rdquo; โดยตลาดไทได้จัดเตรียมพื้นที่จอดรถซึ่งสามารถรองรับรถเร่หรือรถพุ่มพวงได้อย่างเพียงพอไว้อำนวยความสะดวก&amp;rdquo; นายโชคชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายรถเร่ของโครงการ &amp;ldquo;ตลาดไทช่วยไทย สู้ภัย COVID-19&amp;rdquo; สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางโทรศัพท์ 02-264-6264 หรือแอดไลน์ (LINE) พิมพ์ @talaadthai&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61294</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดไท, รถพุ่มพวง, รถเร่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e80085e10841.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
