<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 08:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 08:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัยนาทตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่อ.มโนรมย์ทรุดตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.62-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;เกิดเหตุตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาทรุดตัว ดินสไลด์เป็นทางยาวกว่า 100 เมตร &amp;nbsp;เนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยาลดต่ำลงจากระดับกักเก็บกว่า 3 เมตร &amp;nbsp;ทำให้บ้านเรือนประชาชนพังเสียหาย &amp;nbsp;และยังมีบันไดท่าน้ำเขื่อนเรียงหิน บริเวณหน้าวัดศรีมณีวรรณ หมู่ที่ 3 ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ทรุดตัวพังเสียหายยาวกว่า 10 เมตร &amp;nbsp; เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลมโนรมย์ &amp;nbsp;ต้องนำแผงเหล็กและเชือกไปปิดกั้นบริเวณบันไดทางลงแม่น้ำหน้าวัด เพื่อป้องกันอันตราย &amp;nbsp;ขณะที่บ้านเรือนประชาชน อย่างน้อย &amp;nbsp;2 หลัง &amp;nbsp;เกิดการทรุดตัว พื้นที่บางส่วนของบ้านเอียงตัวลงไปในแม่น้ำ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายข้าวของ และรื้อตัวบ้านบางส่วน ที่กำลังทรุดตัว ออกจากตัวบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้บ้านทั้งหลังถูกดึงลงไปในแม่น้ำด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสุทัศนีย์ จูมะโรง อายุ 40 ปี &amp;nbsp;เล่าว่า &amp;nbsp; ปีนี้แม่น้ำเจ้าพระยา ลดต่ำลงมากกว่าทุกปี ทำให้ตลิ่งทรุดตัวมาเป็นระยะ &amp;nbsp;จนกระทั่งกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ครัวหลังบ้านเริ่มทรุดตัวแยกออกจากตัวบ้าน จึงต้องรีบขนย้ายข้าวของ และรื้อหลังคาครัวออกจากตัวบ้าน เพราะกลัวว่าบ้านทั้งหลังจะพังไปด้วย &amp;nbsp;เบื้องต้นได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลมโนรมย์ ทราบเรื่องเพื่อขอความช่วยเหลือแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา &amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไหลผ่าน จ.ชัยนาท ลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;โดยระดับน้ำที่ไหลผ่าน อ.มโนรมย์ และ อ.เมืองชัยนาท จ.ชัยนาท &amp;nbsp;ลดลงต่ำกว่าระดับน้ำเก็บกักที่ &amp;nbsp;16.50 เมตร(ระดับน้ำทะเลปานกลาง) &amp;nbsp;เหลือเพียง 13.37 เมตร(ระดับน้ำทะเลปานกลาง) &amp;nbsp; จึงอาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา เกิดการทรุดตัว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52559</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ชัยนาท, ตลิ่งทรุด, อ.มโนรมย์, แม่น้ำเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191216/image_big_5df6dd1c71b22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2018 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2018 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลิ่งแม่น้ำพองทรุดยาว50เมตร บ้านกว่า10หลังรอวันพังถล่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.61 - ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านบ้านท่าแก หมู่ 6 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ว่าตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำพองทรุดลง ทำให้บ้านเรือนพังทลายและได้รับความเสียหายแล้วหลายหลัง&amp;nbsp;โดยยังคงไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาดูแลและให้ความช่วยเหลือใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า กระแสน้ำในแม่น้ำพองได้กัดเซาะริมตลิ่งในพื้นที่ดังกล่าวยาวกว่า 50 เมตร โดยบ้านเรือนของประชาชนั้นได้พังทลายลงมาแล้ว 1 หลัง และอีกหลายหลังดินได้พังทลายลงมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเฉลิมยศ คำซาว อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 บ.ท่าแก หมู่ 6 ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า&amp;nbsp;ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำพองได้ทรุดลงเพิ่มขึ้น รวมระยะตามแนวฝั่งขณะนี้มากถึง 50 เมตร ขณะที่เมื่อคืนที่ผ่านมาที่บ้านของตนเองนั้นผนังบ้านได้พังทลายจมลงไปในแม่น้ำพองจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ โดยที่ครอบครัวได้ทำใจไว้แล้วเพราะก่อนหน้านี้ได้มีการรื้อบ้านไปบางส่วนแล้ว เพราะน้ำในแม่น้ำพองได้กัดเซาะพื้นที่ริมตลิ่งในจุดดังกล่าวนี้ทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เพื่อนบ้านที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ติดกับริมฝั่งลำน้ำพองด้วยกัน ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 10 หลังคาเรือนที่รอวันพังถล่มลงไปในลำน้ำพอง ซึ่งหลายคนก็ไม่กล้าอยู่แล้ว ได้ขนข้าวของหนีไปอาศัยอยู่ตามบ้านญาติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเฉลิมยศ กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนมาตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งตลิ่งได้พังลงทุกปี แต่ปีนี้หนักเพราะดินพังลงไปจนถึงตัวอาคารบ้านเรือนของชาวบ้าน ที่ผ่านมามีบ้านพังไปแล้วหลายหลัง ขณะที่บ้านของตนเองนั้นก่อนหน้านี้มีเนื้อที่อยู่จำนวน 1 งาน 65 ตารางวา แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 20-30 ตารางวาเท่านั้น จึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เร่งให้การช่วยเหลือหรือกำหนดมาตรการป้องกันให้กับชาวบ้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16951</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัดเซาะริมตลิ่ง, ขอนแก่น, ตลิ่งทรุด, บ้านพังทลาย, บ้านริมแม่น้ำพอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180906/image_big_5b90c31f6beaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2018 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2018 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มุกดาหารอ่วม!ฝนตกหนักเร่งอพยพพระใกล้ริมตลิ่งหลังดินถล่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงที่จังหวัดมุกดาหารเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 8.82 เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน (17 ก.ค.) 1.07 เมตร ซึ่งห่างจุดวิกฤตอยู่ที่ 3.68 เมตร โดยจุดวิกฤตน้ำในแม่น้ำโขงอยู่ที่ 12.50 เมตร&amp;nbsp; ทำให้พื้นที่วัดศรีมงคลเหนือ และโรงเจของมูลนิธิการกุศลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร อยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำโขง และกำลังก่อสร้างเขื่อนบริเวณปากห้วยมุก ซึ่งได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก และน้ำจากลำห้วยมุกกัดเซาะริมตลิ่ง ทำให้พื้นที่วัดที่อยู่ใกล้ลำห้วยมุกพังเสียหาย โดยมีการอพยพพระภิกษุและขนย้ายสิ่งของไปอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย รวมทั้งให้ผู้รับเหมาเร่งดำเนินการป้องกันตลิ่งจากน้ำกัดเซาะดังกล่าวโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร และส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่วัดศรีมงคลเหนือ โรงเจมูลนิธิการกุศลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำจากลำห้วยมุกกัดเซาะริมตลิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านเรือโดยสารข้ามฟากที่ท่าเทียบเรือเทศบาลเมืองมุกดาหาร ที่วิ่งข้ามไปยังแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ทาง พ.ต.อ. โกเมน&amp;nbsp; สุภาพ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ได้กำชับให้เรือทุกลำให้ผู้โดยสารใส่เสื้อชูชีพทุกคน เพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินในขณะเดินทางข้ามฝั่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13644</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดมุกดาหาร, ตลิ่งทรุด, ฝนตกหนัก, เทศบาลเมืองมุกดาหาร, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180718/image_big_5b4ef1efa731a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
