<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’หันเอาใจส.ส. กำชับครม.ฟังเสียงผู้แทน/‘ป้อม’หัวโต๊ะพปชร.ไม่เซตซีโรกก.บห.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; อารมณ์ดีประชุมคณะรัฐมนตรีแบบครบองค์ครั้งที่ 2 เดินสายทักทาย รมต.และหัวหน้าส่วนราชการ &amp;nbsp;ตอกย้ำให้รับฟังความเห็น ส.ส.มากขึ้น &amp;nbsp;ยอมรับกลางวงกาแฟ &amp;ldquo;ผมยังอยู่ของผมอย่างนี้ ขอให้สามัคคีกัน เตรียมตัวเลือกตั้งกันไปอีกปีกว่าๆ&amp;rdquo; &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เตรียมนั่งหัวโต๊ะประชุมพรรค ส.ส.พรรค สยบแรงกระเพื่อมไม่มีเซตซีโรโครงสร้างพรรค &amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; ฟันธงสภาอยู่ไปถึงปี 2566 แต่ครบเทอมหรือไม่ต้องรอ &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; อารมณ์ค้าง จัดเสวนาถล่มบิ๊กตู่-รัฐบาล &amp;nbsp;เชื่อซ้ำรอยยุค &amp;ldquo;บรรหาร-ชวน&amp;rdquo; แน่ เพราะเป็นคนป่วยโคม่า!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 14 ก.ย. มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เต็มคณะเป็นครั้งที่ 2 ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ช่วงเช้า โดยได้เดินทักทายรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ รอบห้อง บางช่วงมีการแซวหยอกล้ออย่างเป็นกันเอง และเป็นที่น่าสังเกตว่ามีรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)พยายามเข้าหา พล.อ.ประยุทธ์มากขึ้น หลังจากเกิดเหตุปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ออกจากรัฐมนตรี โดยเฉพาะนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม รัฐมนตรีในกลุ่ม 4 ช. ที่ปกติไม่เคยเข้าหา ไม่เคยเดินตาม และไม่เคยเดินไปรับ-ส่ง พล.อ.ประยุทธ์เลย แต่จะคอยไปรับ-ส่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค พปชร.มากกว่า แต่ครั้งนี้เข้าหา พล.อ.ประยุทธ์จนเป็นที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน&amp;nbsp;
ขณะที่ช่วงท้ายการประชุม ปรากฏว่า เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์ขอให้รับฟังความเห็น ส.ส. ซึ่งเคยพูดมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อการประชุม ครม.สัปดาห์ก่อน โดยได้กล่าวกับ ครม.ว่า ขอบคุณที่ร่วมกันทำงาน มีความสามัคคี รัฐบาลต้องทำงานร่วมกับ ส.ส. ก็ขอให้ ครม.ได้รับฟังความเห็นของ ส.ส.มากขึ้น เพราะ ส.ส.เป็นตัวแทนประชาชน ขอให้ทำงานร่วมกันในพื้นที่ ส.ส.ต้องการรูปแบบไหนก็ขอให้ทำงานร่วมกันในพื้นที่ ต้องทำงานร่วมกัน ดูแลให้เหมาะสมตามกฎหมาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนท่าทีระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับ พล.อ.ประวิตรในที่ประชุม ครม.นั้น มีการหันไปพูดคุยกันเป็นระยะ บางช่วงมียิ้มแย้มและหัวเราะให้กัน รวมถึงช่วงพักเบรกการประชุม ทั้งสองคนก็นั่งอยู่ในห้องรับรองด้วยกัน โดยมีรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการเข้าไปพูดคุยหารือตามปกติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ถือโอกาสกล่าวอวยพรวันคล้ายวันเกิดย้อนหลังอายุครบ 55 ปีให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ที่มีวันคล้ายวันเกิดเมื่อวันที่ 13 ก.ย. พร้อมกับอวยพรวันคล้ายวันเกิดล่วงหน้าอายุครบ 70 ปี ให้กับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่มีวันคล้ายวันเกิดในวันที่ 15 ก.ย. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ได้เชิญหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลและแกนนำรัฐบาลมาที่ห้องรับรอง เพื่อดื่มกาแฟและพูดคุยอย่างเป็นกันเอง โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้บอกกับทุกคนในห้องว่าถ้ามีปัญหาอะไรให้พูดคุยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันให้มากๆ &amp;ldquo;ผมก็ยังอยู่ของผมอย่างนี้ ขอให้ทำงานกัน สามัคคีกัน แล้วก็เตรียมตัวเลือกตั้งกันไปอีกปีกว่าๆ&amp;rdquo;
ขอให้ช่วยงานนายกฯ ต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบรรยากาศก่อนการประชุม ครม. ซึ่งโดยปกติตอนที่ ร.อ.ธรรมนัสและนางนฤมลไม่ถูกปลด รัฐมนตรีกลุ่ม 4 ช. มักไปเข้าพบ พล.อ.ประวิตรที่ตึกบัญชาการ 1 ก่อนเสมอ แต่ปรากฏว่าวันเดียวกันนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะกรรมการบริหารพรรค พปชร., นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง รองหัวหน้าพรรค พปชร., นายอธิรัฐ, นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ และนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ ได้ขึ้นไปหารือกับ พล.อ.ประวิตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ซึ่ง พล.อ.ประวิตรได้กล่าวกับคนที่เข้าพบว่า &amp;quot;ขอให้ทำงานช่วยนายกฯ ต่อไป&amp;quot; โดยผู้เข้าพบกล่าวตอบไปว่า &amp;quot;ถ้ามีอะไรให้ท่านสั่งได้เลย ทุกคนพร้อมช่วยทำงาน&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการหารือกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับ พล.อ.ประวิตร ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ว่า บรรยากาศแฮปปี้ๆ จากที่ได้คุยกับผู้ใหญ่ทั้ง 2 ท่านทุกอย่างปกติดี ไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนคาดคิด ท่านยังคุยเรื่องการทำงานปกติ ไม่มีอะไรอย่างที่เป็นข่าว&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีสัญญาณอะไรบ่งชี้หรือไม่ที่จะมีการเลือกตั้งในเร็วๆ นี้ หลังจากที่รัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบ นายวราวุธกล่าวว่า สัญญาณที่สำคัญคือปัญหาประเทศยังมีอีกเยอะ การเลือกตั้งจะมีเมื่อไหร่ หรือยุบสภาเมื่อไหร่ เป็นเรื่องที่นายกฯ ต้องตัดสินใจ ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลและรัฐมนตรีคิดว่าปัญหาสำคัญคือการแก้ปัญหาของประเทศก่อน เรื่องการเมืองเดี๋ยวเราก็จะรู้เอง ซึ่งนายกฯ ไม่ได้ส่งสัญญาณอะไร ท่านยืนยันว่าจากนี้ไปให้ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน นับเวลาก็เหลือปีกว่าๆ ที่จะครบวาระรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยที่ว่างลง 2 ตำแหน่งกระทบกับการทำงานในรัฐบาลถึงขั้นจำเป็นต้องปรับ ครม.หรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ไม่ใช่หน้าที่ที่เราจะมานั่งคิด เป็นหน้าที่ซึ่งนายกฯ ต้องพิจารณา และทุกคนต้องให้สิทธิ์นายกฯ ตัดสินใจและพิจารณา เพราะเมื่อถึงเวลานายกฯ เป็นผู้เสนอขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายหรือจะไม่เสนอ แต่ในขณะนี้ส่วนตัวคิดว่าเมื่อเรามีกันอยู่เท่าไหร่ก็ทำงานเท่าที่มี และนายกฯ เองก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องนี้ และถ้าหากมีก็เป็นสัดส่วนของพรรค พปชร. และถ้าจะมีการปรับ ครม.จริงๆ ก็คงต้องมีการมาพูดคุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตรตอบข้อถามถึงการประชุม ส.ส.พรรค พปชร.ในวันที่ 15 ก.ย.นี้ ที่รัฐสภาจะเข้าร่วมการประชุมด้วยหรือไม่ว่า ห้ะ! เดี๋ยวต้องไปคุยกันก่อน และเมื่อถามต่อว่า พล.อ.ประวิตรยังเป็นหัวหน้าพรรค พปชร. และ ร.อ.ธรรมนัส พรมเผ่า เลขาธิการพรรคหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวตัดรำคาญว่า &amp;ldquo;เออ!&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจาก พปชร.แจ้งว่า ในวันพุธที่ 15 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น. ซึ่งเลื่อนจากเดิม 08.30 น. จะมีการประชุม ส.ส.พรรคที่ห้องพรรค พปชร.ชั้น 6 อาคารรัฐสภา ตึกสุริยันต์ โดย พล.อ.ประวิตรจะเป็นประธานการประชุมและพูดคุยกับ ส.ส.ด้วยตัวเอง เพื่อแสดงความชัดเจนว่าจะไม่มีการปรับระบบหรือเปลี่ยนตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) หรือลาออกจากหัวหน้าพรรค หลังเกิดกระแสข่าวความขัดแย้งต่างๆ ภายในพรรค ทั้งนี้ พรรคได้แจ้งกำชับให้ ส.ส.ทุกคนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรค จะเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย ขณะที่นางนฤมลที่เก็บตัวนิ่งเงียบหลังถูกปลดออกจากตำแหน่ง พบว่าปัจจุบันยังคงทำงานใกล้ชิด พล.อ.ประวิตรอยู่ แม้ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีแล้วก็ตาม ไม่ว่าจะเรื่องธุรการ เอกสาร ตลอดงานประชาสัมพันธ์ให้ พล.อ.ประวิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชัยวุฒิ​ ธนาคมานุสรณ์​ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ (ดีอีเอส)​ ในฐานะ กก.บห.พรรค พปชร. กล่าวถึงการประชุมพรรคว่า จะหารือถึงวาระที่จะเข้าสภา ไม่ได้มีเรื่องการเมืองหรือการบริหารภายในพรรค มีแต่เรื่องการทำงานในสภา เพียงแต่เปลี่ยนที่ประชุมจากที่ทำการพรรคมาเป็นรัฐสภาเท่านั้น ส่วนสาเหตุที่ไม่ใช้ที่ทำการพรรค เนื่องจากอยู่ติด ถ.รัชดาภิเษก และเคยมีผู้ชุมนุมมาก่อกวนและประท้วงที่พรรค​ เกรงจะไม่ปลอดภัยต่อสมาชิก ช่วงนี้จึงย้ายมาประชุมที่รัฐสภา ไม่ได้มีผลจากเรื่องการเมืองใดๆ
&amp;ldquo;ชัยวุฒิ&amp;rdquo;ลั่นไม่มีเซตซีโร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสข่าว​ พล.อ.ประวิตรจะลาออกเพื่อปรับโครงสร้างพรรค เหมือนเป็นการเซตซีโร นายชัยวุฒิกล่าวว่า ไม่มี​ ไม่ได้ยิน​ และไม่ได้มีการพูดคุยกัน ส่วนกระแสข่าวยุบสภาและมีการเลือกตั้งใหม่นั้น ยืนยันว่ายังไม่มีเลือกตั้ง​ อีกนาน เพราะต้องแก้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ​ (พ.ร.ป.)​ ว่าด้วยการเลือกตั้งก่อน​ ถ้าตอนนี้ยุบสภาขณะที่กฎหมายลูกและกฎหมายเลือกตั้งยังไม่ได้ทำเลย ก็จะมีข้อขัดข้องเยอะในการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง​ (กกต.)​ จึงคิดว่ายังไม่ใช่เวลายุบสภา ที่สำคัญพรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ส.ทุกคนก็ให้ความร่วมมือในการทำงาน ไม่ได้มีปัญหาขัดแย้งอะไรกัน เป็นแค่เรื่องของคนบางกลุ่ม ไม่มีผลต่อการทำงานของสภาหรอก ไม่ต้องซีเรียส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า​ พล.อ.ประยุทธ์ได้กำชับให้ดูแล ส.ส.ภายในพรรค พปชร.อย่างไรหรือไม่ นายชัยวุฒิ​กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับนายกฯ และนายกฯ ไม่ได้มาสั่งให้ทำอะไรภายในพรรค มีแต่สั่งงานในเรื่องของการทำงานของรัฐบาล แต่ไม่ได้สั่งงานเรื่องการเมือง และนายกฯ ไม่ได้เข้ามาบริหารจัดการการเมืองภายในพรรคอยู่แล้ว เป็นเรื่องของหัวหน้าพรรคและ กก.บห.พรรคดูแลกันเอง ยืนยันนายกฯ ไม่เคยเข้ามาแทรกแซง และ พล.อ.ประวิตรก็เป็นหัวหน้าพรรค ที่เป็นที่เคารพรักของเราทุกคน ยังเป็นหลักในการทำงานให้พวกเราทุกคนอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมศักดิ์กล่าวถึงการปรับโครงสร้างภายในพรรค ว่าถ้าฟังจากผู้บริหารยังไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ แสดงว่าไม่มีการปรับอะไรทั้งสิ้น คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งแล้วค่อยพูดคุยกัน เพราะยังเป็นเรื่องใหม่ ส่วนเรื่องที่พูดคุยกันเป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เช่น ฝนตก น้ำท่วม หรือแนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจน เป็นต้น อย่าไปคิดอะไรที่เลยเถิด ไม่มีอะไร เป็นไปตามปกติ ให้คิดถึงเรื่องของประชาชน เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนเรื่องพรรคเป็นเรื่องรองลงไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ส.ส.ของพรรคจะเรียกร้องให้นายกฯ กระชับมิตรกับ ส.ส.มากขึ้นหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้มีระยะห่างกับพรรค นายสมศักดิ์กล่าวว่า ส.ส.เรียกร้องอย่างนั้น แต่เรื่องนี้ไม่สามารถไปบอกหรือไปกดดันอะไร อยู่ที่การตัดสินใจของแต่ละท่านที่มีชื่อถูกเรียกร้องให้เข้ามาช่วยดูแล แต่คงไม่สามารถไปกดดันท่านได้ แต่ถ้าท่านมาก็ดี&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า มีสัญญาณการเปลี่ยนเลขาธิการพรรค พปชร.หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่มีครับ เลขาฯ ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไร คงยังเหมือนเดิมอยู่&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ในฐานะที่เป็นหนึ่งในแกนนำพรรค พปชร. จะทำอย่างไรให้ภาพของพรรคออกมาไม่แตกแยก เพราะที่ผ่านมามีภาพแตกแยกกันมาตลอด นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มีความระหองระแหงกันบ้าง ในเรื่องการนำนโยบายจากพรรคไปดำเนินการ เราก็ต้องถกเถียงกันระหว่าง ส.ส.กับผู้บริหารของพรรค โดยเราคุยกันว่าจะทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนไม่รู้สึกว่าห่างไกลกับเรา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า มั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรค พปชร.จะยังเป็นพรรคใหญ่ในการขับเคลื่อนการเลือกตั้ง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ก็ต้องเชื่อสิ เราจึงคิดถึงนโยบายว่าเราจะทำอะไร ถ้าผ่านโควิดไปแล้วต้องเข้าสู่โหมดเร่งรัดให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น มีเงินใช้หนี้ และมีเงินใช้จ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีการปรับ ครม.ในสัดส่วนของพรรค พปชร.ที่ว่างอยู่ 2 เก้าอี้ นายสมศักดิ์กล่าวว่า อำนาจการปรับ ครม.เป็นของนายกฯ เราไปพูดอะไรไม่ได้ และไม่ควรพูด &amp;nbsp;
เสี่ยหนูเชื่อสภาอยู่ถึงปี 2566
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกระแสข่าว น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี ที่ถูกพรรค พท.ขับออกจะย้ายมาอยู่พรรค ภท.ว่า ยังไม่ได้คุยอะไรกับใคร และ น.ส.พรพิมลยังไม่เคยมาติดต่ออะไร และต้องดูก่อน ไปบอกยินดีแล้วเขาไม่มาจะทำอย่างไร ส่วนพรรคพร้อมอ้าแขนรับ ส.ส.ฝ่ายค้านที่ถูกขับออกจากพรรคทุกคนหรือไม่นั้น ต้องดูทุกอย่าง รวมทั้งกฎหมาย แต่จากการติดตามข่าวยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เป็นเพียงแค่แนวคิด ซึ่งถือเป็นเรื่องของแต่ละพรรคที่ต้องดำเนินการ ซึ่งพรรค ภท.ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย เรื่องนี้ต้องดูเป็นวันๆ ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวการยุบสภาทั้งที่กฎหมายลูกยังไม่เสร็จ ถือว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้คิดเลย แต่เราพร้อมทำตามกฎหมายและเราก็มีความพร้อม และไม่เคยคุยกับใครว่ามีสัญญาณยุบสภาหรือไม่ โดยมั่นใจว่าสภาจะอยู่ไปถึงปี 2566 ส่วนจะครบเทอมหรือไม่นั้น ไม่ทราบ แต่คิดว่าขณะนี้สภามีเสถียรภาพที่ดี และเพิ่งผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจมา รัฐมนตรีทุกคนได้คะแนนออกมาดี สะท้อนได้ว่าตัวแทนปวงชนชาวไทยให้ความไว้วางใจให้รัฐบาลทำงานต่อไป ยอมรับว่าสภาพหลายๆ อย่างดูดีขึ้น เราก็ต้องรีบหาทางออกจากสถานการณ์วิกฤตต่างๆ ให้เร็วที่สุด&amp;nbsp;
เมื่อถามย้ำถึงความเห็นว่าขณะนี้มีความเหมาะสมสำหรับการยุบสภาหรือไม่ นายอนุทินหัวเราะพร้อมชี้นิ้วไปที่ตึกไทยคู่ฟ้า และระบุว่า &amp;quot;คนยุบสภาอยู่บนตึกโน่น ตึกนี้ (ตึกบัญชาการ) ไม่มีใครยุบสภาได้สักคน เรื่องนี้ไม่อยากให้ถาม เพราะถามแล้วก็ไม่เกิดอะไรขึ้นมา ต่อให้ตัวเองอยากยุบก็ทำไม่ได้ ก็เลยไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าความขัดแย้งในพรรค พปชร.จะส่งผลให้ถึงขึ้นยุบสภาหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เรื่องของพรรคใครพรรคมัน ก็ต้องกลับไปดูพรรคตัวเองว่ามีความหวั่นไหวอะไรหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องไปทำความเข้าใจ และตอนนี้อยู่ในช่วงครึ่งเทอมหลัง ก็สั่งให้ลูกพรรคลงพื้นที่มากที่สุด รวมทั้งตนเองและรัฐมนตรีของพรรคก็ต้องลงพื้นที่ ถ้าใครไม่ลงก็น่าดู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงการปรับ ครม.ว่า ภายในพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ไม่ได้มีการพูดคุย และถ้าจะมีก็เป็นเรื่องของพรรค พปชร. ไม่ใช่เรื่องพรรคประชาธิปัตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวถึงกระแสข่าวจะถูกโยกไปเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่าไม่มีเรื่องการโยกสลับกระทรวงแต่อย่างใด ส่วนตัวยังทำงานต่อไป ส่วนข่าวว่ามีคนพยายามจะเลื่อยขาเก้าอี้นั้นก็ยอมรับว่าจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ได้ออกแถลงการณ์หลังจากพรรคเพื่อไทยมีมติขับออกจากพรรค โดยได้ไล่เรียงตั้งแต่เข้ามาทำงานตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทยจนถึงปัจจุบัน พร้อมติติงการทำงานของพรรคว่าเป็นนักรบห้องแอร์ &amp;nbsp;พูดเก่ง ได้แต่ประชุม และใช้พรรคเป็นเครื่องมือในการหาประโยชน์ทางการเมืองให้ตัวเองและพวกพ้อง ทอดทิ้งประชาชน กล่าวอ้างอุดมการณ์เป็นเรื่องจอมปลอมทั้งสิ้น มีแต่แสวงหาความมักใหญ่ใฝ่สูง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทยมีการจัดเสวนาในหัวข้อ &amp;ldquo;จนมุมกลางสภา แล้วยังกล้าไปต่ออีกหรือ?&amp;rdquo; โดยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา แม้จะไม่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่งทันที แต่เปรียบเหมือนคนป่วย คือตายคาที่ เพราะมีเสียงสนับสนุนยกมือโหวตในสภา เชื่อว่าจะตายระหว่างทางส่งโรงพยาบาลแน่นอน คล้ายกับกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ ในปี 2535 กรณีที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ซึ่งสุดท้ายนายชวนประกาศยุบสภา และอีกกรณีคือ สมัยรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจกรณีการทุจริตธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ (บีบีซี) เมื่อปี 2539 จนทำให้รัฐมนตรีหลายคนลาออกจากตำแหน่งในเวลาต่อมา ซึ่งทั้งสองกรณีเรียกว่าจนมุมในสภา แม้จะไม่ยุบสภาทันที แต่ทนเสียงกดดันของประชาชนไม่ไหว ประกาศลาออกและยุบสภาในเวลาต่อมา
เพื่อไทยอัดบิ๊กตู่มันปาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวต่อว่า การทำงานของฝ่ายค้านยุคใหม่ค่อนข้างยาก เนื่องจากการสื่อสารในปัจจุบันมีความรวดเร็ว จึงไม่จำเป็นต้องมีเซอร์ไพรส์ บอกข้อสอบให้หมด แต่สุดท้ายฝ่ายรัฐบาลก็ไม่สามารถตอบคำถามได้ ไม่มีศิลปะในการตอบ ยังตอบคำถามแบบเดินลุยโคลน ไม่สนใจข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น เพราะ พล.อ.ประยุทธ์เป็นโรคแพ้ไม่เป็น แม้เปิดเผยข้อมูลการกระทำที่อาคารรัฐสภาชั้น 3 และออกมาปฏิเสธในภายหลัง แต่พรรครู้ดีว่าในข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และแม้พรรคร่วมรัฐบาลยกมือโหวตแบบผิดๆ เมื่อถูกจับผิดได้ จึงปลด ร.อ.ธรรมนัสและนางนฤมลเป็นการนำวิธีทางทหารมาตัดสินทางการเมือง ปลดผู้อื่นเพื่อสังเวยความผิด เพื่อให้อยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ ทำให้เกิดความปั่นป่วนภายในพรรค และเชื่อว่าจะเกิดอาฟเตอร์ช็อก จะมีการปลดคนในพรรคร่วมรัฐบาลเพิ่มอีกแน่นอน และในที่สุดจะสะดุดขาตัวเองล้มลง เปรียบเหมือนเป็ดง่อย และคนซวยคือพี่น้องประชาชน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า เหตุการณ์ที่ชั้น 3 คือเหตุการณ์ของแถมที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น เป็นการทำลายสถาบันทางการเมือง เกิดวิกฤตศรัทธาจนประชาชนตั้งคำถามว่า ระบบรัฐสภาเป็นที่พึ่งพาได้หรือไม่ จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบสภา มันเป็นความผิดที่สภาไทยมีมนุษย์พันธุ์พิเศษเข้ามาบริหารประเทศก็เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อภิปรายขนาดนี้ยังปลดไม่ได้ คนยกมือให้คือจ้างมา รู้ตัวเลขด้วย ถามว่าเอาหลักฐานมาสิ ชอบท้า เรื่องอะไร ผมจะเอาหลักฐานมาให้คุณ ชั้น 3 ไม่มีกล้อง เพราะเรารู้ว่าคุณทำชั้นอื่น แต่หลักฐานการคุยกันมันมี บอกแค่นี้ อย่าท้ามาก &amp;nbsp;พวกคุณทำลายระบบการเมือง ทำลายระบบสภาให้ย่อยยับไปด้วย&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท. กล่าวว่า เวลานี้รัฐบาลจนมุมในสภาแล้ว ไม่สามารถตอบคำถามของพรรคร่วมฝ่ายค้านและชี้แจงในสภาได้ ข้อมูลทุกด้านที่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านอภิปรายในสภาจะถูกรวบรวมและนำไปสู่การตรวจสอบฝ่ายบริหาร &amp;nbsp;ผ่านกระบวนการยุติธรรมต่อไป &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มั่นใจว่าคนป่วยที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ตายก่อนถึงโรงพยาบาล แต่จะถึงโรงพยาบาลพอดีกับช่วงที่มีการโปรดเกล้าฯ รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งอาจเกิดขึ้นในช่วงเดือน ต.ค.นี้&amp;rdquo; นพ.ชลน่านกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. เชียงใหม่ พรรค พท. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ที่ไม่มีความรู้ในการบริหาร ทำให้ประเทศมีหนี้สาธารณะสูงมาก โดยคาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 9 ล้านล้านบาท และเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะกู้เงินอีก 1 ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นนายกฯ ที่ก่อหนี้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย และไม่มีใครทำลายสถิตินี้ได้ ไม่มีแนวโน้มว่าจะใช้คืนเงินอย่างไร เหมือนปู่ใช้เงิน หลานปู่มาใช้หนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สุดท้ายพี่น้อง 3 ป.ก็กลับมารักกัน ป.ที่ 4 คือประชาชน ก็คงต้องอกหักต่อไป แต่พรรคเพื่อไทยยังยึดมั่นทำเพื่อพี่น้องประชาชน เราจะพาประเทศที่ดีกลับคืนมาให้ได้&amp;rdquo; นายจุลพันธ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรค พท. กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ตอกย้ำความล้มเหลวในการบริหารสถานการณ์โควิด-19 ของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งฝ่ายรัฐบาลยังมี 4 พฤติกรรม ที่ตอบคำถามไม่ชัดเจน ได้แก่ 1.ตอบก่อนถาม 2.ตอบแบบไร้ภูมิปัญญา 3.ตอบไม่ตรงคำถาม และ 4.ไม่ตอบเลย โดยฝ่ายค้านได้เปิดแผลและรวบรวมเป็นหลักฐานพร้อมยื่นต่อ ป.ป.ช. ซึ่งการกระทำของรัฐบาลจะเป็นข้อมูลชั้นดีให้ประชาชนตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งหน้า สภาพของ พล.อ.ประยุทธ์คือสินค้าหมดอายุ รอวันย่อยสลาย แม้ครั้งล่าสุดจะชนะในสภาไปแบบทุลักทุเล แต่จะไม่สามารถฝ่าด่านประชาชนกลับมาเป็นนายกฯ ได้อีกแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116715</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตอกย้ำให้รับฟังความเห็น ส.ส.มากขึ้น, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_61373e5af08be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
