<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2019 20:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2019 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวเนซุเอลาตะเพิดทูตเยอรมัน ฉุนหนุนหลัง &#039;ไกวโด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศขับไล่เอกอัครราชทูตเยอรมนีออกนอกประเทศภายใน 48 ชั่วโมงเมื่อวันพุธ ไม่พอใจที่เสนอหน้าไปต้อนรับฮวน ไกวโด ผู้นำฝ่ายค้าน เมื่อเดินทางกลับจากต่างประเทศ ส่วนสหรัฐเพิกถอนวีซ่าพวกพ้องประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร เพิ่มอีก 77 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 19 ก.พ. 2562 แดเนียล ไครเนอร์ เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำเวเนซุเอลา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศเวเนซุเอลาประกาศเมื่อวันพุธที่ 6 มีนาคม 2562 ว่า แดเนียล ไครเนอร์ เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำเวเนซุเอลา เป็นบุคคลไม่พึงประสงค์ โทษฐาน &amp;quot;แทรกแซง&amp;quot; กิจการภายในของเวเนซุเอลา และต้องการให้เขาเดินทางออกนอกประเทศนี้ภายใน 48 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไครเนอร์เป็นหนึ่งในชาวต่างชาติมากกว่า 12 คน ที่ไปให้การต้อนรับไกวโดที่เดินทางกลับจากเยือนหลายประเทศมาถึงสนามบินการากัสเมื่อวันจันทร์ แต่เขาเป็นชาวต่างชาติเพียงคนเดียวที่โดนรัฐบาลมาดูโรสั่งเนรเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านไกวโด ประธานสมัชชาแห่งชาติที่ประกาศตนเป็นประธานาธิบดีเฉพาะกาล และได้รับการยอมรับจากรัฐบาลมากกว่า 50 ประเทศ กล่าวว่า การสั่งขับไครเนอร์จะถูกมองว่าเป็นการคุกคามโลกเสรี ทูตเยอรมนีผู้นี้ช่วยเหลือความพยายามนำสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าเวเนซุเอลา และดูเหมือนว่ารัฐบาลมาดูโรไม่ให้อภัยใครก็ตามที่พยายามช่วยเหลือประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศ ไฮโก มาสส์ ของเยอรมนี กล่าวว่า การสั่งขับทูตเยอรมนีผู้นี้รังแต่จะทำให้สถานการณ์แย่ลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลสหรัฐเรียกร้องให้เวเนซุเอลาปล่อยตัวนักข่าวอเมริกันที่มีรายงานว่าโดนควบคุมตัวนานกว่า 12 ชั่วโมง และอาจโดนเนรเทศ โคดี เว็ดเดิล นักข่าวรายนี้ทำข่าวในเวเนซุเอลามานานหลายปี โดยส่งข่าวให้สื่ออเมริกันหลายสำนัก องค์กรเอกชนเอสปาซิโอปูบลิโกเผยว่า ไม่ได้ข่าวคราวของเขาเลยนับแต่เจ้าหน้าที่ข่าวกรองไปสอบปากคำเขาที่บ้านเมื่อเช้าวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐยังคงกดดันมาดูโรอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เพิกถอนวีซ่าของบุคคล 77 คน ที่มีความเกี่ยวโยงกับผู้นำฝ่ายซ้ายรายนี้ ซึ่งรวมถึงพวกเจ้าหน้าที่และครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะถือเป็นภาระรับผิดชอบของทุกคนในระบอบของมาดูโรจนกว่าประชาธิปไตยและเสรีภาพจะได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ในประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สหรัฐก็เพิ่งเพิกถอนวีซ่าของชาวเวเนซุเอลา 49 ราย ที่เกี่ยวโยงกับรัฐบาลมาดูโร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30766</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตะเพิดทูต, นิโกลัส มาดูโร, ฮวน ไกวโด, เพิกถอนวีซ่า, เวเนซุเอลา, เอกอัครราชทูตเยอรมนี, แดเนียล ไครเนอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190307/image_big_5c811e1486234.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 22:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขัดแย้งแรงงานบานปลาย ฟิลิปปินส์งงคูเวตตะเพิดทูต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ความขัดแย้งทางการทูตบานปลายจากกรณีแรงงานฟิลิปปินส์โดนทารุณกรรม คูเวตเคืองฟิลิปปินส์กัดไม่ปล่อย เรียกทูตของตนกลับประเทศและเนรเทศทูตอีกฝ่าย ขณะรัฐบาลฟิลิปปินส์งง เรียกร้องให้คูเวตชี้แจงเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2561 เรนาโต เปโดร วียา เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำคูเวต แถลงข่าวที่สถานทูตในกรุงคูเวตซิตี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2561 ว่าความสัมพันธ์ระหว่างคูเวตและฟิลิปปินส์กลับมาเลวร้ายลงอีก ภายหลังสัปดาห์ที่แล้วฟิลิปปินส์เผยแพร่วิดีโอเกี่ยวกับปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สถานทูตฟิลิปปินส์ ที่เข้าให้การช่วยเหลือแรงงานฟิลิปปินส์พ้นการทารุณกรรมของนายจ้างในคูเวต ซึ่งรัฐบาลคูเวตตำหนิว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อลัน ปีเตอร์ คาเยตาโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ ได้ขอโทษต่อคูเวตแล้ว แต่เมื่อวันพุธ เจ้าหน้าที่คูเวตประกาศว่า คูเวตขับไล่เรนาโต เปโดร วียา เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำคูเวต และกำลังเรียกเอกอัครราชทูตของคูเวตประจำกรุงมะนิลากลับประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์กล่าวว่า กระทรวงได้ยื่นหนังสือทางการทูตต่อสถานทูตคูเวต เพื่อแสดงความประหลาดใจอย่างหนักและความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อคำประกาศของคูเวต ที่ว่าเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์เป็นบุคคลไม่พึงประสงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหนังสือนี้ คาเยตาโนยังเรียกร้องให้รัฐบาลคูเวตชี้แจงเหตุผลที่คูเวตยังคงควบคุมตัวชาวฟิลิปปินส์ 4 คนที่สถานทูตฟิลิปปินส์ว่าจ้าง และยังออกหมายจับบุคลากรทางการทูตฟิลิปปินส์อีก 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลฟิลิปปินส์กล่าวว่า สถานทูตจ้างชาวฟิลิปปินส์ 3 คนใน 4 คนที่ทางการคูเวตควบคุมตัวไว้ เพื่อให้พวกเขาร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือแรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฮร์รี โรเก โฆษกของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ฟิลิปปินส์หวังว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่ทำให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างคูเวตและฟิลิปปินส์เลวร้ายลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติตึงเครียดขึ้นภายหลังเกิดคดีฆาตกรรมโจอันนา เดมาเฟลิส คนงานทำงานบ้านชาวฟิลิปปินส์ ศพของเธอถูกพบแช่แข็งในตู้แช่ของนายจ้างเมื่อต้นปีนี้ และทำให้ประธานาธิบดีดูเตร์เตสั่งห้ามแรงงานฟิลิปปินส์ไปทำงานที่นั่น แต่ความสัมพันธ์เริ่มดีขึ้นเมื่อศาลคูเวตตัดสินประหารชีวิตนายจ้างที่เป็นชาวเลบานอนและภรรยาชาวซีเรียของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังคำตัดสิน ดูเตร์เตประกาศแผนเดินทางเยือนคูเวตเพื่อทำข้อตกลงเกี่ยวกับความปลอดภัยของแรงงาน แต่โรเกยอมรับว่ากำหนดการไม่มีความแน่นอนแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7960</URL_LINK>
                <HASHTAG>คูเวต, ตะเพิดทูต, นายจ้างทารุณ, ฟิลิปปินส์, แรงงานฟิลิปปินส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1eadd9d22a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2018 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2018 21:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียรับนักการทูตกลับจากสหรัฐ พร้อมแนะพลเมืองทบทวนแผนไปอังกฤษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักการทูตรัสเซียพร้อมครอบครัวที่โดนขับไล่ออกจากสหรัฐ เดินทางกลับถึงกรุงมอสโกแล้วเมื่อวันอาทิตย์ ขณะสถานทูตรัสเซียประจำกรุงลอนดอนแนะนำพลเมืองรัสเซียที่จะเดินทางไปอังกฤษควรคิดทบทวนให้รอบด้าน ชี้อาจโดนเจ้าหน้าที่อังกฤษกลั่นแกล้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;เครื่องบินอิล-96 ของรัสเซียนำนักการทูต 46 คนพร้อมครอบครัวกลับจากสหรัฐ จอดอยู่ที่สนามบินวนูโคโว 2 ในกรุงมอสโก เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤติการทูตที่รัสเซียและโลกตะวันตกครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปีทำให้เกิดการขับไล่นักการทูตตอบโต้กันไปมาแบบตาต่อตาฟันต่อฟันในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มต้นจากอังกฤษ ที่กล่าวหารัสเซียว่าอยู่เบื้องหลังการลอบวางยาพิษหมายสังหารอดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซียที่แปรพักตร์ จากนั้นสหรัฐและพันธมิตรอังกฤษอีกกว่า 20 ชาติได้ขับไล่นักการทูตรัสเซียอย่างพร้อมใจกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยรวมแล้วมีนักการทูตรัสเซียมากกว่า 150 คน ได้รับคำสั่งให้เดินทางออกจากสหรัฐและชาติสมาชิกอียู, นาโต และอื่นๆ ที่ประกาศว่าพวกเขาสนับสนุนคำกล่าวหาของอังกฤษที่บอกว่า &amp;quot;มีความเป็นไปได้สูง&amp;quot; ว่ารัสเซียใช้สารพิษทำลายประสาท โนวีชอก ลอบสังหารเซอร์เกย์ สครีปัล และยูเลีย ลูกสาวของเขา ที่เมืองซอลส์บรีของอังกฤษ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม สครีปัลยังอาการวิกฤติ แต่ยูเลียพ้นวิกฤติแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐขับไล่นักการทูตรัสเซียมากที่สุดถึง 60 คน โดยกล่าวหาว่าคนเหล่านี้เป็นสายลับที่ไม่แสดงตน และเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน 2561 นักการทูตรัสเซียพร้อมครอบครัว รวม 171 ชีวิต เดินทางจากกรุงวอชิงตันและนครนิวยอร์กกลับถึงกรุงมอสโกแล้วด้วยเครื่องบิน 2 ลำมาลงที่สนามบินวนูโคโว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทรทัศน์ของรัสเซียเผยแพร่ภาพผู้โดยสารเหล่านี้ลงจากเครื่องบินของรัฐบาล โดยมีรถบัสหลายคันมารับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัสเซียก็ตอบโต้สหรัฐด้วยการสั่งขับไล่นักการทูตสหรัฐ 60 คนเช่นกัน และปิดสถานกงสุลสหรัฐ 1 แห่งตอบโต้ในแบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนที่แล้ว อังกฤษได้ขับไล่นักการทูตรัสเซีย 23 ราย และรัสเซียได้เอาคืนแล้ว แต่เมื่อวันเสาร์รัสเซียประกาศมาตรการเพิ่มเติมโดยขอให้อังกฤษลดจำนวนนักการทูตของตนในรัสเซียลงให้เหลือจำนวนเท่ากัน และได้สั่งปิดสถานกงสุลอังกฤษในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและระงับโครงการทั้งหมดของบริติชเคาน์ซิลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน สถานทูตรัสเซียประจำลอนดอนเรียกร้องให้พลเมืองชาวรัสเซียคิดทบทวนอย่างรอบคอบ ก่อนจะเดินทางไปสหราชอาณาจักร หรือส่งบุตรหลานไปเรียนภาคฤดูร้อนที่นั่น คำเตือนของสถานทูตเมื่อวันเสาร์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทางการอังกฤษ รวมถึงตำรวจ อาจเจาะจงตรวจสอบเฉพาะกับชาวรัสเซียเพิ่มเติม เนื่องจากนโยบายต่อต้านรัสเซีย และวาจาข่มขู่คุกคามมากขึ้นของอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษยอมรับเมื่อวันเสาร์ว่า เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเข้าตรวจค้นเที่ยวบินแอโรฟล็อตจากรัสเซีย แต่อ้างว่าเป็นการตรวจปกติ เพื่อปกป้องอังกฤษจากองค์กรอาชญากรรม และพวกที่พยายามนำของอันตรายเข้าประเทศ ขณะที่รัสเซียประณามว่าเป็นการยั่วยุอย่างโจ่งแจ้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6236</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตะเพิดทูต, รัสเซีย, วางยาสายลับ, สถานทูตรัสเซีย, สหรัฐ, อังกฤษ, เซอร์เกย์ สครีปัล, เยือนอังกฤษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180401/image_big_5ac0eb7523f29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 21:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐตะเพิดนักการทูตรัสเซีย 60 คน โต้วางยาสายลับเมืองผู้ดี 14 ชาติอียูขับด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัสเซียโดนรุม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐมีคำสั่งให้ขับไล่นักการทูตรัสเซีย 60 คนออกจากสหรัฐ เพื่อตอบโต้การวางยาพิษลอบสังหารอดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซียในแดนผู้ดีเมื่อต้นเดือนนี้ ขณะ 14 ชาติอียูและพันธมิตรอังกฤษอีกหลายชาติสั่งขับนักการทูตรัสเซียเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;สถานทูตรัสเซียประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำรัฐบาลอังกฤษ สหรัฐ และหลายประเทศในสหภาพยุโรปลงความเห็นตรงกันว่า รัสเซียน่าจะอยู่เบื้องหลังการวางยาพิษทำลายประสาท หมายลอบฆ่าเซอร์เกย์ สครีปัล อดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย กับลูกสาวของเขา ที่เมืองซอลส์บรีทางใต้ของอังกฤษ เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา แต่รัสเซียยืนกรานปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 26 มีนาคม กล่าวว่า ทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งให้ขับนักการทูตรัสเซียที่เชื่อว่าเป็นสายลับ 60 คน พ้นจากสหรัฐ และยังสั่งการให้ปิดสถานกงสุลรัสเซียประจำนครซีแอตเติลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสในรัฐบาลทรัมป์กล่าวกันว่า เจ้าหน้าที่ข่าวกรองรัสเซีย 48 คนที่กงสุลรัสเซียในซีแอตเติล และอีก 12 คนในสำนักงานผู้แทนรัสเซียประจำองค์การสหประชาชาติ ต้องเดินทางออกจากสหรัฐภายใน 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านรัฐบาลแคนาดา ก็มีคำสั่งขับไล่นักการทูตรัสเซีย 4 คนด้วยในวันเดียวกัน และปฏิเสธตราตั้งสำหรับเจ้าหน้าที่รัสเซียอีก 3 คน เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับอังกฤษตอบโต้การวางยาพิษอดีตสายลับบนแผ่นดินของพันธมิตรที่ใกล้ชิดของแคนาดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทุสก์ ประธานอียู กล่าวว่า มีสมาชิกอียู 14 ประเทศสั่งขับนักการทูตรัสเซีย เพื่อเป็นการตอบโต้อย่างพร้อมเพรียงกันต่อการโจมตีอดีตสายลับรัสเซียในอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินการของสหรัฐและหลายประเทศในอียู เป็นการแสดงสัญญาณสนับสนุนรัฐบาลของนายกฯ เทเรซา เมย์ แห่งอังกฤษ ที่ได้กล่าวต่อบรรดาผู้นำอียูบนเวทีซัมมิต 28 ชาติที่กรุงบรัสเซลส์เมื่อสัปดาห์ก่อน เรียกร้องให้สนับสนุนการประเมินของอังกฤษที่เชื่อว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังการลอบสังหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลเยอรมนี, ฝรั่งเศส และโปแลนด์ กล่าวว่า พวกเขาจะขับนักการทูตรัสเซีย 4 คน ส่วนสาธารณรัฐเชกและลิทัวเนีย ขับ 3 คน อิตาลี, เดนมาร์ก และเนเธอร์แลนด์ขับ 2 คน และลัตเวียขับ 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชนโก ของยูเครน ก็ประกาศเช่นกันว่า เขาตัดสินใจเนรเทศนักการทูตรัสเซีย 13 คน เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับอังกฤษและพันธมิตรอีกฝั่งหนึ่งของแอตแลนติก และให้สอดคล้องกับประเทศในอียูด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5841</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับนักการทูต, ตะเพิดทูต, รัสเซีย, วางยาสายลับ, สหรัฐ, สายลับสองหน้า, อังกฤษ, อียู, เซอร์เกย์ สครีปัล, เนรเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8fd5b3791e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2018 19:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2018 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียแก้เผ็ด ตะเพิด 23 นักการทูตอังกฤษ ตอบโต้กล่าวหาวางยาสายลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;อาคารกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียในกรุงมอสโก ภาพวันที่ 12 มีนาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มอสโก / เอาแล้ว รัสเซียประกาศจะขับนักการทูตอังกฤษ 23 คน และยุติการดำเนินกิจกรรมของบริติชเคาน์ซิล ตอบโต้มาตรการ &amp;quot;ยั่วยุ&amp;quot; ของอังกฤษที่สั่งขับนักการทูตรัสเซีย 23 คนก่อนหน้านี้จากกรณีที่อังกฤษกล่าวหารัสเซียอยู่เบื้องหลังการวางยาอดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซียในอังกฤษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียประกาศมาตรการตอบโต้อังกฤษเมื่อวันเสาร์ที่ 17 มีนาคม 2561 หลังจากเรียก ลอรี บริสโทว์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำรัสเซีย เข้าพบที่กระทรวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของกระทรวงกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทางการทูต 23 คนของสถานทูตอังกฤษประจำกรุงมอสโกเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา และจะถูกเนรเทศภายใน 1 สัปดาห์ มาตรการนี้เป็นการตอบโต้ &amp;quot;พฤติกรรมยั่วยุ&amp;quot; ของอังกฤษ และ &amp;quot;คำกล่าวหาเลื่อนลอยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เมืองซอลส์บรีเมื่อวันที่ 4 มีนาคม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซอร์เกย์ สครีปัล อดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย และยูเลีย สครีปัล ลูกสาวของเขา โดนลอบทำร้ายด้วยสารพิษทำลายประสาทโนวีชอก ที่รัสเซียคิดค้นขึ้นในยุคสหภาพโซเวียต โดยทั้งคู่ถูกพบหมดสติบนม้านั่งด้านนอกศูนย์การค้าในเมืองซอลส์บรีในวันนั้น และอาการยังอยู่ในขั้นวิกฤติจนถึงขณะนี้ รัฐบาลอังกฤษและชาติพันธมิตรในซีกโลกตะวันตกต่างกล่าวโทษรัสเซียว่าอยู่เบื้องหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของรัสเซียเมื่อวันเสาร์กล่าวด้วยว่า รัสเซียได้สั่งให้องค์กรบริติชเคาน์ซิล ยุติการดำเนินกิจกรรมทั่วรัสเซียด้วย ทั้งยังเตือนอังกฤษว่า หากยังดำเนินพฤติกรรมที่ไม่เป็นผลกับรัสเซียต่อไป รัสเซียก็ขอสงวนสิทธิในการดำเนินมาตรการตอบโต้เพิ่มเติม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5218</URL_LINK>
                <HASHTAG>23 นักการทูต, ตะเพิดทูต, รัสเซีย, วางยาสายลับ, อังกฤษ, เซอร์เกย์ สครีปัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180317/image_big_5aace8db89d86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
