<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ตักบาตรดอกเข้าพรรษา&quot; ย้อนตำนานประเพณีที่สระบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บรรยากาศวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ปีที่ผ่านมา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันเข้าพรรษาทุกๆ ปี เทศบาลเมืองพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี จะจัดงาน &amp;ldquo;ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพระราชทาน&amp;rdquo; ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นประเพณีเที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่นสระบุรี ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยา และถือเป็นประเพณีที่สำคัญที่อยู่คู่กับวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารมาช้านาน พี่น้องประชาชนชาวพระพุทธบาทและพื้นที่ใกล้เคียงจะถือเอาวันเข้าพรรษาของทุกปี ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันตักบาตรดอกเข้าพรรษามาโดยตลอด เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น กระทั่งมาเป็นประเพณีของจังหวัดสระบุรี และปัจจุบันเป็นประเพณีระดับประเทศ ได้ชื่อว่า &amp;ldquo;เป็นประเพณีหนึ่งเดียวในโลก&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เทศบาลเมืองพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ชวนคนไทยร่วมตักบาตรดอกเข้าพรรษา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เปิดเผยว่า ความเป็นมาของการตักบาตรดอกเข้าพรรษานั้น มีแจ้งในพุทธตำนานว่า นายมาลาการ เป็นผู้ทำหน้าที่นำดอกมะลิสดไปถวายพระเจ้าพิมพิสาร พระราชาแห่งเมืองราชคฤห์เป็นประจำทุกวัน มาวันหนึ่งขณะที่นายมาลาการออกไปเก็บดอกมะลิอยู่ในสวน สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์กำลังเสด็จออกบิณฑบาตผ่านมา นายมาลาการเห็นดังนั้นจึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธองค์ ได้นำดอกมะลิ 8 กำมือไปถวาย พระเจ้าพิมพิสารทรงทราบข่าวพระศาสดาเสด็จออกบิณฑบาตมาถึงใกล้ๆ พระราชวังจนนายมาลาการได้พบ และถวายดอกมะลิบูชา พระองค์จึงเสด็จไปถวายบังคมต่อพระศาสดา แล้วตามเสด็จพระศาสดาไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา พระเจ้าพิมพิสารเลยบำเหน็จรางวัลความดีความชอบและพระราชทานสิ่งของทั้งปวงให้กับนายมาลาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ภาพบรรยากาศตักบาตรดอกเข้าพรรษา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นับแต่นั้นมา นายมาลาการก็อยู่อย่างร่มเย็นปราศจากทุกข์ใดๆ ทั้งปวง ด้วยอานิสงส์ของการนำดอกมะลิบูชาแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแทนการตักบาตร จากอานิสงส์ดังกล่าวแต่ครั้งพุทธกาล ชาวพุทธทั่วไปจึงถือเป็นประเพณีตักบาตรดอกไม้เป็นประจำทุกปี จนกระทั่งถึงปัจจุบันเกิดเป็นประเพณี &amp;ldquo;ตักบาตรดอกเข้าพรรษา&amp;rdquo; ที่ชาวบ้านหาเก็บดอกไม้ใกล้ตัวที่ชื่อว่าดอกเข้าพรรษา หรือหงส์เหิน มาทำบุญตักบาตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(โฉมหน้าของดอกเข้าพรรษาที่จะออกดอกเฉพาะช่วงวันเข้าพรรษา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ว่าฯ เล่าอีกว่า สำหรับดอกเข้าพรรษา หรือหงส์เหิน เป็นพืชที่จัดอยู่ในวงศ์ขิง เป็นไม้ดอกเมืองร้อน เกิดในป่าร้อนชื้น พบในประเทศไทย, เมียนมาและเวียดนาม ภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่หรือตามชายป่า มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น มีความเชื่อว่า เมื่อนำมาตักบาตรจะได้บุญกุศลแรง และสีของกลีบประดับมีหลายสี เช่น สีเหลือง สีขาว และสีม่วง ซึ่งแต่ละสีมีความเชื่อต่างกัน เช่น สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์แห่งพระพุทธศาสนา สีเหลือง หมายถึง สีแห่งพระสงฆ์ สีม่วง เป็นสีที่หายากที่สุด และชาวอำเภอพระพุทธบาทเชื่อว่าการใส่บาตรด้วยดอกสีม่วงจะได้บุญกุศลมากที่สุด ซึ่งเมื่อพระสงฆ์ได้รับบิณฑบาตแล้วก็จะนำไปสักการะรอยพระพุทธบาท อันจะส่งผลบุญให้ผู้ทำบุญตักบาตรได้ขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ขบวน &amp;ldquo;ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพระราชทาน&amp;rdquo; ปีที่ผ่านมา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ดอกเข้าพรรษา 1 ปีจะออกดอกเพียงครั้งเดียวเฉพาะในช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษาเท่านั้น ในท้องที่อำเภอพระพุทธบาทพบว่ามี 2 สกุล ได้แก่ สกุลกระเจียว มีดอกสีขาวหรือขาวอมชมพู และสกุลหงส์เหิน เมื่อถึงวันเข้าพรรษา คือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ชาวอำเภอพระพุทธบาทจะพากันไปเก็บดอกเข้าพรรษาตามไหล่เขาโพธิลังกา หรือเขาสุวรรณบรรพต เทือกเขาวง และเขาพุในเขตอำเภอพระพุทธบาท นำมาจัดรวมกับธูปเทียนเพื่อตักบาตรถวายพระ ซึ่งที่จังหวัดสระบุรีได้จัดพิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพระราชทาน ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง และเป็นสถานที่ประดิษฐาน &amp;quot;รอยพระพุทธบาท&amp;quot; อันศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพบูชา ซึ่งมีความเชื่อในคติชาวลังกาว่า พระพุทธเจ้าได้ประทับรอยพระพุทธบาทไว้ 5 แห่ง และรอยพระพุทธบาทที่วัดพระพุทธบาทฯ นี้เป็น 1 ใน 5 แห่ง ต่อมารอยพระพุทธบาทนี้ถูกค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บรรยากาศ &amp;ldquo;ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพระราชทาน&amp;rdquo; ปีที่ผ่านมา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชนัตถ์ นันทปัญญา ที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดงานฯ หนึ่งในคณะกรรมการการจัดงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาฯ กล่าวว่า สำหรับประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาฯ ในปีนี้มีการจัดขึ้นระหว่างช่วงวันที่ 14-17 ก.ค. นอกจากพุทธศาสนิกชนจะได้สร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่กับการถวายดอกเข้าพรรษาแด่ภิกษุสงฆ์แล้ว ยังได้ตื่นตาตื่นใจกับขบวนรถต่างๆ อาทิ ขบวนพยุหยาตรา และขบวนแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์, ขบวนพสกนิกรไทย เทิดไท้องค์ราชัน เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และที่ขาดไม่ได้คือความงามของดอกเข้าพรรษาที่บานสะพรั่งทั่วทั้งบริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตั้งแต่เช้าตรู่จนกระทั่งตะวันเคลื่อนคล้อยลอยลงต่ำหลังมณฑปพระพุทธบาทและลับทิวเขาสุวรรณบรรพตไป เป็นการได้มาย้อนตำนานและสืบสานประเพณีเก่าแก่ที่มีแห่งเดียวในโลกอย่างประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา และผู้ใดที่มาเยี่ยมชมและร่วมทำบุญด้วยกัน ก็จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระพุทธรูปจำลอง พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสี่มุมเมือง มีอยู่ 4 องค์ ถูกจัดสร้างขึ้นตามความเชื่อและโบราณประเพณีของบ้านเมืองที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่จะต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องขอบขัณฑสีมาทั้งสี่ทิศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการสร้างพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศนั้น เป็นการสร้างพระพุทธรูปแบบ &amp;lsquo;จตุรพุทธปราการ&amp;rsquo; กล่าวคือเป็นการนำเอาวัดหรือพระพุทธรูปเป็นปราการทั้งสี่ด้าน เพื่อปกป้องภยันตรายจากอริราชศัตรู ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เสริมสร้างดวงชะตาแก่บ้านเมืองและคุ้มครองพสกนิกรทั้งมวลให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40733</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอกเข้าพรรษา, ตักบาตรดอก, ททท., วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร, สระบุรี, หงส์เหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d272bde03152.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
