<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 20:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.สส.พม่าอ้างเลี่ยงไม่ได้ต้องขับไล่&#039;ซูจี&#039; สหรัฐจ่อตัดความช่วยเหลือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐระบุอย่างเป็นทางการว่า สถานการณ์ที่กองทัพพม่าขับไล่รัฐบาลของนางอองซาน ซูจี คือการก่อรัฐประหาร ซึ่งผูกมัดให้สหรัฐต้องตัดความช่วยเหลือที่ให้แก่เมียนมา ขณะพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย อ้าง &amp;quot;เลี่ยงไม่ได้&amp;quot; ต้องยึดอำนาจเพราะรัฐบาลซูจีไม่ตรวจสอบคำกล่าวหาทุจริตเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวเมียนมาในญี่ปุ่นคาดเทปกาวทับใบหน้าของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย บนป้ายประท้วงระหว่างชุมนุมคัดค้านรัฐประหาร ที่กรุงโตเกียวเมื่อวันจันทร์ (Photo by Carl Court/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองทัพเมียนมาซึ่งมีพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ควบคุมตัวนางอองซาน ซูจี, ประธานาธิบดีวิน มยิน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคนเมื่อเช้ามืดวันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ ก่อนที่เวลาต่อมากองทัพจะยืนยันว่าได้เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน ด้วยเหตุผลว่าล้มเหลวในการจัดการกับปัญหาการทุจริตเลือกตั้ง พร้อมกับประกาศภาวะฉุกเฉินนาน 1 ปี โดยมอบอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ อยู่ภายใต้การควบคุมของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ว่า ในคำกล่าวต่อสาธารณะครั้งแรกนับแต่ยึดอำนาจ พลเอกอาวุโสผู้นี้อ้างว่า การยึดอำนาจของกองทัพ &amp;quot;เป็นไปตามกฎหมาย&amp;quot; หลังจากรัฐบาลไม่ตอบสนองต่อข้อข้องใจของกองทัพเรื่องคำกล่าวหาทุจริตเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากข้อเรียกร้องมากมาย วิธีนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับประเทศ และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องเลือกวิธีนี้&amp;quot; เพจเฟซบุ๊กทางการของกองทัพเมียนมาอ้างคำกล่าวของพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงวอชิงตัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า กระทรวงได้ประเมินแล้วว่า &amp;quot;อองซาน ซูจี ผู้นำพรรครัฐบาล (เมียนมา) และวิน มยิน ผู้นำรัฐบาลจากการเลือกตั้งโดยถูกต้อง โดนขับออกจากตำแหน่งในการรัฐประหาร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การระบุเช่นนี้หมายความว่า สหรัฐจะไม่สามารถมอบความช่วยเหลือแก่รัฐบาลเมียนมา ถึงแม้ว่าผลกระทบจากการนี้จะเป็นในเชิงสัญลักษณ์เสียมาก เนื่องจากความช่วยเหลือเกือบทั้งหมดที่สหรัฐมอบให้เมียนมานั้นมอบให้แก่องค์กรเอกชน ส่วนกองทัพเมียนมาก็โดนสหรัฐคว่ำบาตรอยู่แล้วจากกรณีการปราบปรามชาวมุสลิมโรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงยืนยันว่า สหรัฐจะยังคงความช่วยเหลือโครงการด้านมนุษยธรรมไว้ต่อไป รวมถึงการช่วยเหลือชาวโรฮีนจา แต่จะทบทวนความช่วยเหลือที่มอบให้แก่เมียนมาในวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า นับแต่ปี 2555 สหรัฐให้ความช่วยเหลือแก่เมียนมา 1,500 ล้านดอลลาร์ (ราว 45,048 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนประชาธิปไตย,สันติภาพภายในประเทศ และชุมชนที่เผชิญกับความรุนแรง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91869</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดความช่วยเหลือ, ผบ.สส.เมียนมา, พม่า, พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย, รัฐประหาร, สหรัฐ, อองซาน ซูจี, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a4e530e737.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2019 20:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2019 20:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ตัดเงินช่วยเหลือ 3 ชาติอเมริกากลาง - ขู่ปิดพรมแดนเม็กซิโก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประกาศตัดความช่วยเหลือเอลซัลวาดอร์, กัวเตมาลา และฮอนดูรัส ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ตำหนิประเทศอเมริกากลางเหล่านี้ว่าไม่ดำเนินการสกัดกั้นคาราวานผู้อพยพลี้ภัย และยังขู่จะปิดพรมแดนสหรัฐ-เม็กซิโกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดผ่านแดนสหรัฐ-เม็กซิโก ที่เมืองเอลปาโซ รัฐเทกซัส เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันที่ 31 มีนาคม กล่าวว่า ช่วงหลายวันมานี้มีผู้อพยพลี้ภัยจาก 3 ประเทศในภูมิภาคอเมริกากลางพยายามเดินทางเข้าสหรัฐผ่านชายแดนเม็กซิโกจำนวนเพิ่มมากขึ้น และเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวโทษรัฐบาลเอลซัลวาดอร์, กัวเตมาลา และฮอนดูรัส ว่า &amp;quot;จัดตั้ง&amp;quot; คาราวานผู้อพยพขึ้นแล้วส่งขึ้นเหนือมายังสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยังกล่าวหาเม็กซิโกด้วยว่า ล้มเหลวในการควบคุมการหลั่งไหลของผู้อพยพที่เข้าสหรัฐอย่างผิดกฎหมาย และขู่จะปิดชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก &amp;quot;สัปดาห์หน้า&amp;quot; ถ้าเม็กซิโกยังยังดำเนินการใดๆ ทั้งนี้ หากสหรัฐปิดชายแดนจริง จะกระทบต่อผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางข้ามชายแดนเป็นกิจวัตร โดยเฉพาะแรงงานและนักศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแถลงเมื่อวันเสาร์ว่า กระทรวงได้ปฏิบัติตามคำสั่งของประธานาธิบดีด้วยการยุติโครงการให้ความช่วยเหลือแก่ 3 ประเทศอเมริกากลาง ที่เรียกว่ากลุ่มสามเหลี่ยมตอนเหนือ และกระทรวงจะทำงานร่วมกับสภาคองเกรสเพื่อเดินหน้ากระบวนการดังกล่าว ซึ่งบอกเป็นนัยว่า รัฐบาลยังต้องขอการอนุมัติจากคองเกรส หากต้องการยุติความช่วยเหลือ ที่ประเมินว่ามีมูลค่าราว 700 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลเอลซัลวาดอร์กล่าวว่า เอลซัลวาดอร์พยายามยับยั้งขบวนของผู้อพยพแล้ว ส่วนกระทรวงการต่างประเทศของฮอนดูรัสกล่าวตอบโต้เมื่อวันเสาร์ว่า นโยบายของสหรัฐนั้นขัดแย้งกันเอง แต่ยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างฮอนดูรัสกับสหรัฐนั้นแข็งแกร่ง, ใกล้ชิด และเป็นในเชิงบวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการปราศรัยหาเสียงที่เมืองเอลปาโซ รัฐเทกซัสเมื่อวันเสาร์ เบโต โอรอร์ค ผู้เสนอตัวชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในนามตัวแทนพรรคเดโมแครต วิจารณ์นโยบายคนเข้าเมืองของทรัมป์ว่า เป็นการเมืองของการสร้างความหวาดกลัวและความแตกแยก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ส.ว.บ็อบ เมเนนเดซ กรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์จากเดโมแครต กล่าวว่า คำสั่งของทรัมป์เป็นคำประกาศที่มุทะลุ และเรียกร้องให้สมาชิกคองเกรสทั้งเดโมแครตและรีพับลิกันคัดค้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32657</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัวเตมาลา, ตัดความช่วยเหลือ, ปิดพรมแดน, สหรัฐ, อเมริกากลาง, ฮอนดูรัส, เม็กซิโก, เอลซัลวาดอร์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190331/image_big_5ca0c07a38bae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
