<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039; เผยสิ่งที่จะทำอันดับแรกเมื่อเปิดสภาถกร่างพรบ.งบฯปี 65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.64 - นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อสภาเปิดวันที่ 22 พ.ค. สิ่งที่จะเกิดขึ้นอันดับแรกคือ พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ในส่วนของพรรคเพื่อไทยเตรียมการอภิปรายกฎหมายหมายฉบับนี้ โดยชี้ให้ประชาชนเห็นถึงปัญหาของการแพร่ระบาดโควิด ที่รัฐบาลต้องเตรียมงบประมาณในการเยียวยาทั้งในแง่สาธารณสุข ที่ต้องดูแลผู้ที่ติดเชื้อโควิด และแง่เศรษฐกิจที่ต้องดูแลผู้ประกอบการและแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด ดังนั้นการพิจารณางบประมาณรัฐบาลต้องลำดับความสำคัญ ตัดงบที่ไม่จำเป็นออกเช่น งบจัดซื้ออาวุธ แล้วมาเพิ่มในงบประมาณสำหรับการกอบกู้สถานการณ์โควิด ทั้งการจัดหาวัคซีน และเยียวยาคนที่ได้รับผลกระทบ ถ้ารัฐบาลยังไม่ฟังแล้วยังจัดงบสำหรับจัดซื้ออาวุธเข้ามา พรรคร่วมฝ่ายค้านจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้งบประมาณของประเทศเป็นไปตามที่ถูกที่ควรเพื่อให้เปิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102412</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดงบกองทัพ, ตัดงบซื้ออาวุธ, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, พรรคเพื่อไทย, ร่างพรบ.งบประมาณปี 65</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606ae4874beb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2021 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยหนุนตัดงบซื้ออาวุธ38,000ล้านมาใช้ลงทุนพยุงเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค.2564 นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงถึงการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายปี 2565 โดยตัดงบลงทุนส่วนใหญ่ลงว่า ขณะนี้ธุรกิจต่างๆ ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ดังนั้นรัฐบาลควรเพิ่มงบลงทุนเพื่อให้มีเงินในธุรกิจหมุนเวียน และในครั้งนี้มีการระบาดซ้ำ ซึ่งรุนแรงกว่าครั้งแรก นายกรัฐมนตรีควรช่วยเหลือเยียวยาประชาชนมากกว่านี้ และไม่ควรอ้างว่าไม่มีเงิน เพราะจากการตรวจสอบการจัดสรรงบประมาณของกองทัพ เห็นว่าในงบประมาณปี 2565 ยังมีการขอจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ โดยในส่วนของกองทัพเรือ มีการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีนอีก 2 ลำ 25,000 ล้านบาทขณะเดียวกัน ยังมีข้อมูลการตั้งงบประมาณในส่วนของกองทัพบก การจัดหาเฮลิคอปเตอร์ 4,226 ล้านบาท และยังมีโครงการจัดหายานเกราะและจัดหายานเกราะล้อยางรวม 6,152 ล้านบาท ส่วนกองทัพอากาศ มีโครงการจัดหาเครื่องบินโจมตีขนาดเบา 4,500 ล้านบาท การสร้างโครงการจัดหากระสุนและวัตถุระเบิดของกองทัพอากาศ 900 ล้านบาท และโครงการปฏิบัติการในอวกาศรวม 6,000 กว่าล้านบาท ในขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ยังมีอยู่ดังนั้น นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะต้องเลิกและตัดงบประมาณการจัดซื้อเหล่านี้ออกไป ซึ่งรวม 3 เหล่าทัพ มีโครงการที่ยังไม่จำเป็นในตอนนี้ถึง 38,000 ล้านบาท ควรนำเงินเหล่านี้มาช่วยเหลือเยียวยาประชาชนให้ครอบคลุมทุกจังหวัด ไม่ใช่เฉพาะ 28 จังหวัด ซึ่งจะช่วยประชาชนคนละ 3,500 บาท ได้ถึง 5.43 ล้านคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90094</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดงบกองทัพ, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_6003d087782dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ตัดงบกองทัพ&quot; ดักคอ &quot;ทหาร&quot; สกัดเลือกตั้งสกปรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เชื่อว่าจะทำให้เกิดขึ้นได้ ด้วยการสร้างแคมเปญ เชิญมารับฟัง พูดคุยกันอย่างเป็นทางการหลังการรัฐประหาร ดูเหมือนว่าจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งหวังไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งเมื่อเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง หัวหน้าคณะรัฐประหารลงมาสู่สนามแข่งขันด้วยตัวเอง&amp;nbsp; ผันตัวจากคณะกรรมการมาเป็นผู้เล่นในสนาม ก็ยิ่งทำให้การต่อสู้ของคน 2 ขั้วในสังคมมากขึ้น จึงปฏิเสธได้ยากว่า กองทัพ ที่เปรียบเหมือนกระดูกสันหลังของรัฐบาลและ คสช.จะถูกลากเข้าไปอยู่ในเกมด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การรักษาเส้นแบ่ง และเว้นระยะห่างกับรัฐบาลจึงเป็นเรื่องที่ &amp;quot;ผู้นำกองทัพ&amp;quot; ย่อมตระหนักดีว่าควรอยู่ในระดับใด แม้ความรู้สึกส่วนตัวในฐานะพลเมืองจะยืนอยู่ข้างใครก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงไม่แปลกที่พรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของ ขั้วทักษิณ จะเดินหมากทิ่มไปที่การตัดงบกองทัพ การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร จากการถอดโจทย์ปัญหาในอดีต พร้อมแลกเช็ค-ซื้อฝันในการนำไปต่อยอดนโยบายด้านสวัสดิการสังคม เพื่อคนรากหญ้า-คนจน ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลิกดูนโยบาย ทั้ง เพื่อไทย-อนาคตใหม่ ชูธงประเด็นดังกล่าว โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่ คนรุ่นใหม่ที่สร้างสีสัน-ความเร้าใจ ให้กับบรรยากาศการหาเสียง ด้วยนโยบายการสร้างรัฐสวัสดิการที่ถ้วนหน้าครบวงจร เพิ่มสิทธิ์ลาคลอดเป็น 180 วัน และเพิ่มเงินเลี้ยงดูบุตร 0-6 ปี เป็น 1,200 บาท เงินอุดหนุนเยาวชนด้านการศึกษาเมื่ออายุ 18-22 ปี จำนวน 2,000 บาท และเมื่อเข้าสู่วัยทำงาน แรงงานทั้งในระบบและนอกระบบจะต้องมีหลักประกันในอนาคต ภายใน 5 ปี ขยายและปรับปรุงระบบประกันสังคม เพื่อให้คนที่เกษียณอายุ เพิ่มเงินยังชีพคนชราเป็น 3 เท่า คือ 1,800 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจรทั้งหมดนี้ใช้งบประมาณ 650,000 ล้านบาท โดยเงินจะนำมาจาก 1.จากของเดิมที่มีอยู่ 2.ลดงบกลาโหม 30% 3.กองทุนสวัสดิการแห่งรัฐ 4.ลดสิทธิประโยชน์ BOI 5.ลดสิทธิการลดหย่อนภาษีบางส่วน 6.ลดงบฯ ประจำ และงบกลาง 7.ขึ้นภาษีที่ดิน 8.เอาหวยขึ้นมาไว้บนดิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ &amp;quot;พรรคเพื่อไทย&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เปิดประเด็นตัดงบประมาณกระทรวงกลาโหมเอามาใช้เพื่อการศึกษาและด้านสังคมเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปมการหาเสียงในการ รุก กองทัพ นอกจากจะได้ใจฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่เอาการรัฐประหารแล้ว ในทางกลยุทธ์ยังเป็นการส่งสัญญาณไปถึงผู้นำกองทัพให้วางตัวเป็นกลาง แยกตัวออกมาจากรัฐบาล และพรรคการเมือง ที่สนับสนุนหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพราะแค่กติกาที่ออกมาเพื่อเอื้อต่อการรวบรวมเสียงหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เป็นการสร้างแต้มต่อในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้งมากพอแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงไม่แปลกที่ บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เลขาธิการ คสช. และยังดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 (ผบ.ฉก.ทม.รอ.904) จะถามผู้สื่อข่าวว่า &amp;quot;รู้ไหมช่วงนี้เพลงอะไรกำลังดัง?&amp;quot; ผู้สื่อข่าวก็นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น ที่ พล.อ.อภิรัชต์ไปตากฝนในการฝึกร่วมบรรเทาสาธารณภัยที่ จ.ลพบุรี กับ พล.อ.ประยุทธ์ เลยตอบกลับไปว่า &amp;quot;เพลงรักปอนปอน&amp;quot; ทว่าคำเฉลยของ &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; กลับกลายเป็นเพลง หนักแผ่นดิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นการ &amp;quot;ส่งสัญญาณ&amp;quot; ชัดๆ ถึงความไม่พอใจ &amp;quot;นักการเมือง&amp;quot;&amp;nbsp; ที่เริ่ม &amp;quot;แหย่&amp;quot; กองทัพให้ออกอาการ เพราะเรื่องงบประมาณของกองทัพ นักการเมืองรุ่นใหญ่อย่าง &amp;quot;เจ๊หน่อย&amp;quot; ที่เคยทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร ก็รู้ดีอยู่ว่า &amp;quot;แต่ละยุค-แต่ละสมัย&amp;quot; ต่างฝ่ายต่างเล่น ชักเย่อ เพื่อเป้าหมายที่ต่างกันอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งอาจเป็น &amp;quot;มิติ&amp;quot; ทางความคิดที่ต่างกัน และไม่สามารถบริหารจัดการให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยอมรับได้ หากย้อนกลับไปเมื่อครั้งรัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มุ่งเน้นการรักษาฐานเสียงทางการเมืองด้วยนโยบายประชานิยม มีการจัดสรรส่วนงบประมาณเพื่อใช้ &amp;quot;โปรย&amp;quot; ลงสู่รากหญ้า ขณะเดียวกัน ลดงบประมาณด้านความมั่นคงลง จนกองทัพเองก็ประสบปัญหาในการพัฒนากองทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนนี้นักการเมืองจึงตัดสินว่า เหตุผลหนึ่งในการรัฐประหารคือ การลิดรอนผลประโยชน์ในเรื่องการซื้ออาวุธ เพราะมีคนในกองทัพ &amp;quot;รับกิน&amp;quot; ส่วนเกินจากการซื้อ ด้วยการรับค่าคอมมิชชั่น ขณะที่อีกด้านหนึ่งในมิติความมั่นคงคือ อันตราย ในการถ่วงดุลอำนาจ ปฏิกิริยาของประเทศเพื่อนบ้านที่แข็งกร้าว เพราะกองทัพอ่อนแอ ผู้นำในชาติไม่ตระหนักถึงผลประโยชน์ของชาติ แต่คำนึงถึงการทำธุรกิจ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระนั้นยังมีปฏิบัติการข่าวสาร หรือไอโอ ซึ่งไม่ใช่แค่ฝ่ายทหารประจำการเท่านั้นที่ทำเป็น แต่ในพรรคการเมืองก็ยังมีการขับเคลื่อนงานดังกล่าวในฐานะของ ฝ่ายรุก อย่างเป็นระบบ โดยมีการใช้ &amp;quot;เพจปลอม&amp;quot; ที่สร้างข้อมูลเท็จขึ้นมาเผยแพร่ในโลกโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะการพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.อภิรัชต์ ที่ออกมาจัดเพลง &amp;quot;หนักแผ่นดิน&amp;quot; หลายเวอร์ชั่นผ่านเสียงตามสายในหน่วยทหาร และรายการวิทยุในเครือข่ายกองทัพบกก่อนหน้านี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งเรื่องการสร้างบ้านหรู-การเพิ่มจำนวนปีของ &amp;quot;ทหารเกณฑ์&amp;quot; ที่ต้องประจำการอยู่ในกองทัพ จาก 2 ปี เป็น 4 ปี เป็นเรื่องอ่อนไหวต่อคนที่อายุครบเกณฑ์ ซึ่งล้วนแต่เป็นชายไทยวัยรุ่นที่สามารถไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้แล้ว ล้วนมีผลต่อพรรคการเมือง และการวางตัวของผู้นำกองทัพที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรยากาศที่ขั้วการเมืองที่สัปยุทธ์จากฝ่าย &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; และ &amp;quot;ไม่เอาทหาร&amp;quot; จึงดุเดือดและเข้มข้นทั้งในสังเวียนและนอกสังเวียน นอกจากการสู้กันด้วย &amp;quot;คำพูด&amp;quot; แล้ว ในสมรภูมิโซเชียลมีเดียก็มีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกอบกับปรากฏการณ์ เล่นนอกเกม เริ่มมีข่าวหนาหูขึ้น ก่อนที่กลไกอำนาจอื่นจะทำหน้าที่ให้คนในพรรคเครือข่ายทักษิณ แพ้ฟาวล์ ด้วยกฎหมายไปก่อน การ &amp;quot;ทิ่ม&amp;quot; ตรงไปที่กองทัพเพื่อ &amp;quot;ต่อรอง&amp;quot; และค้ำคอให้กองทัพอยู่นิ่งๆ ไม่ขยับ ทำหน้าที่เป็น &amp;quot;ลมใต้ปีก&amp;quot; ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จึงออกมาเป็นระลอก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ &amp;quot;ผู้นำกองทัพ&amp;quot; ที่ยังต้องทำหน้าที่ใน คสช.โดยตำแหน่ง และเป็นกลไกขับเคลื่อนงานสนับสนุนรัฐบาล คสช.มาโดยตลาด ก็คงยากที่จะปล่อยให้มีการนำประเด็นที่ไม่เป็นจริงไปโฆษณาชวนเชื่อ โดยเฉพาะเรื่องที่กองทัพเข้าแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงไม่แปลกที่ช่วงนี้โฆษกของเหล่าทัพจะเร่งชี้แจงข้อมูลที่ถูกบิดเบือนอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันประชาชนเข้าใจผิด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ขณะนี้การนำเสนอข้อมูลข่าวสารก็จะยิ่งมีความเข้มข้นขึ้นอีก อาจมีผู้ไม่หวังดีบิดเบือนหรือสร้างข่าวเท็จออกมาเผยแพร่หวังให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองในช่วงของการหาเสียง จึงขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณ มีการตรวจสอบและมีความระมัดระวังในการส่งต่อข้อมูล การโพสต์ การแชร์ข้อความ และขอให้ติดตามข่าวสารตามช่องทางของส่วนราชการหรือสื่อมวลชนสำนักข่าวหลัก เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อในการเผยแพร่เรื่องเท็จ รวมถึงรู้เท่าทันในข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้น &amp;quot;พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ระบุ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนี้ไปคงเหลือเวลาอีกประมาณ 30 วันก็จะเข้าสู่วันเลือกตั้ง และด้วยเวลาที่งวดเข้ามา ก็เชื่อว่าพรรคการเมืองก็ต้องงัด อาวุธลับ ออกมาใช้เพื่อคว้าจำนวน ส.ส.ให้มากที่สุด ทั้งนี้ เพื่อความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล และอย่างน้อยคือการบีบให้ ส.ว.ที่ถูกมองว่าเป็นคนของ คสช.เคารพในเจตนารมณ์ของประชาชนในขั้นตอนสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามระบบ ก็เชื่อว่าการเลือกตั้งจะผ่านไปด้วยดี การคิดไกลไปถึงสูตรพิเศษ หรือรัฐบาลแห่งชาติ เพราะเกิดจากความวุ่นวาย-รุนแรง หลังการเลือกตั้งก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะเมื่อทุกฝ่ายเข้าร่วมการแข่งขันภายใต้กติกานี้ นั่นหมายถึงพร้อมรับผลลัพธ์ที่จะออกมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยกเว้นว่า เกิดการเลือกตั้งสกปรก มีหลักฐาน-ภาพถ่ายการโกงกันอย่างโจ๋งครึ่ม เลยไปถึง &amp;quot;กองทัพ&amp;quot; เอียงข้างช่วยฝ่ายใดชัดเจน ประเทศไทยก็คงต้องเจอกับ &amp;quot;วิกฤติทางการเมือง&amp;quot; เป็นวัฏจักรที่ไม่จบสิ้นกันต่อไป...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีมข่าวการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29789</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ตัดงบกองทัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190223/image_big_5c7145b4aaa8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2019 11:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2019 11:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;ฮึ่ม!ไปคิดดูหลังC-130ขัดข้องยันงบกลาโหมจำเป็นใช้ป้องกันประเทศ-ช่วยเหลือปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22ก.พ.62-ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีเครื่องบินC130 ของกองทัพอากาศที่นำคณะนายกรัฐมนตรี ไปตรวจราชการที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และกระบี่ เกิดใบพัดขัดข้อง หลังขึ้นบินได้ 45 นาที ต้องบินวนกลับมาเปลี่ยนเครื่องใหม่เป็น CN295 ของกองทัพบกแทน ว่า เครื่องเก่าแล้ว กำลังมีการคิดอยู่ที่จะปรับเปลี่ยนก็ต้องดูงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีนี้ได้มีการตรวจเช็คเครื่องก่อนขึ้นบินหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เขาก็ตรวจเช็คอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจากกรณีที่เกิดขึ้น ถือได้ว่างบประมาณของกองทัพยังมีความจำเป็นในการนำไปซื้อยุทโธปกรณ์หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็จำเป็นและเครื่องนี้เก่าแล้ว ใช้มานาน 30 กว่าปีแล้ว และงบประมาณของกระทรวงกลาโหมจำเป็นอยู่แล้วในการซื้อยุทโธปกรณ์ รวมถึงงบประมาณของกระทรวงกลาโหมก็ใช้ไปตามความจำเป็น ไม่ได้มากขึ้น งบประมาณเท่าเดิมทุกอย่าง ประมาณ 7.5 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่าจากกรณีที่เกิดขึ้นสามารถหักล้างข้อกล่าวหาบางพรรคการเมืองที่หาเสียงจะลดงบประมาณกองทัพได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า งบประมาณกระทรวงกลาโหมมีความจำเป็น เพราะต้องใช้กับประชาชนด้วย และใช้ในการป้องกันประเทศ ซึ่งมีความสำคัญก็ไปคิดดูแล้วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29690</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดงบกองทัพ, พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ, เครื่องบิน C-130</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190222/image_big_5c6f7bed13f00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 14:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 14:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;ตอกย้ำคำพูด&#039;บิ๊กแดง&#039;คนเสนอตัดงบกลาโหมไปฟังเพลง&#039;หนักแผ่นดิน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.62 - เมื่อเวลา 13.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงภาพรวมการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ขณะนี้ว่า เรียบร้อยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีบางพรรคการเมืองเสนอนโยบายตัดงบกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;ldquo;ให้ไปฟังเพลงที่ ผบ.ทบ. บอกให้ฟัง&amp;rdquo; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า ควรมีรัฐบาลรักษาการตามที่มีการเรียกร้องหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29394</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดงบกลาโหม, ตัดงบกองทัพ, บิ๊กป้อม, บิ๊กแดง, ผบ.ทบ., หนักแผ่นดิน, หาเสียงเลือกตั้ง, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181224/image_big_5c207afb3b109.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
