<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 23:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 23:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐตัดGSPเมียนมา รัสเซียยังอยากคบต่อแม้กังวลพลเรือนตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐประณามเมียนมาใช้ความรุนแรงกับพลเรือน ประกาศจะระงับกรอบความตกลงด้านการค้าและการลงทุนไว้ต่อไป พร้อมตัด GSP ส่วนรัสเซียแถลงแก้เก้อหลังส่งรัฐมนตรีและยุทโธปกรณ์ร่วมพิธีสวนสนาม ยอมรับพัฒนาสัมพันธ์กับเมียนมาแต่กังวลมากที่มีพลเรือนตายเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวเมียนมาปั่นจักรยานผ่านกองเพลิงที่ผู้ประท้วงเผาสิ่งกีดขวางบนถนนในย่างกุ้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่าทีของมหาอำนาจทั้งสหรัฐและรัสเซียเมื่อวันจันทร์ที่ 29 มีนาคม มีออกมาภายหลังการปราบปรามนองเลือดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาคร่าชีวิตพลเรือนเมียนมามากกว่า 100 คน และประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวประณามว่า &amp;quot;อุกอาจอย่างยิ่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สหรัฐขอประณามอย่างรุนแรงต่อการใช้ความรุนแรงอย่างโหดเหี้ยมของกองกำลังความมั่นคงพม่ากับพลเรือน&amp;quot; แคเธอรีน ไท่ ผู้แทนการค้าของสหรัฐ แถลงโดยใช้ชื่อเก่าของเมียนมา &amp;quot;การฆ่าผู้ประท้วงอย่างสันติ, นักศึกษา, แรงงาน, ผู้นำแรงงาน, หน่วยแพทย์และเด็ก สร้างความตกตะลึงต่อสามัญสำนึกของประชาคมระหว่างประเทศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้แทนการค้าสหรัฐกล่าวว่า กรอบความตกลงทางการค้าและการลงทุนจะถูกระงับไว้ต่อไปจนกว่าระบอบประชาธิปไตยจะกลับคืนมาในเมียนมา สหรัฐยังจะพิจารณากลั่นกรองประวัติด้านแรงงานของเมียนมา เพื่อตัดสินสถานะทางภาษีศุลกากร เนื่องจากความกังวลร้ายแรงเกี่ยวกับการปราบปรามของกองทัพต่อสหภาพแรงงานและสิทธิของแรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของรัฐบาลสหรัฐส่งผลให้เมียนมาถูกถอนสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) โดยปริยาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการกรอบความตกลงการค้า ที่เก่าแก่เกือบ 50 ปี หมดอายุลงเมื่อปี 2563 หลังจากสภาคองเกรสไม่ได้ต่ออายุให้ แต่ก่อนหน้านี้คาดกันว่าสภาซึ่งพรรคเดโมแครตกุมเสียงข้างมากจะต่ออายุความตกลงนี้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา บรรลุกรอบความตกลงการค้าฉบับนี้เมื่อปี 2556 และต่อมาได้เพิ่มเมียนมาเข้ารายชื่อประเทศที่ได้รับจีเอสพีด้วยหลังจากรัฐบาลทหารเมียนมาเปลี่ยนประเทศสู่ระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลรัสเซีย กระทรวงกลาโหมออกแถลงการณ์ยอมรับว่ารัสเซียกำลังพัฒนาความสัมพันธ์กับเมียนมา แต่รัสเซียก็มีความ &amp;quot;กังวลมาก&amp;quot; กับการเสียชีวิตของพลเรือนที่เพิ่มมากขึ้นในการประท้วงต่อต้านระบอบทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัสเซียมีความสัมพันธ์ยาวนานและสร้างสรรค์กับเมียนมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารัสเซียเห็นด้วยกับเหตุการณ์น่าเศร้าที่เกิดขึ้นใเมียนมา รัสเซียกังวลอย่างมากกับการบาดเจ็บล้มตายของพลเรือนที่เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม อเล็กซานเดอร์ โฟมิน และเจ้าหน้าที่อีกหลายคนมาร่วมพิธีสวนสนามเนื่องในวันกองทัพเมียนมาที่กรุงเนปยีดอเมื่อวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันปราบปรามนองเลือดที่สุด นอกจากนี้รัสเซียยังอวดยุทโธปกรณ์หลายชนิดในพิธีสวนสนามครั้งนี้ด้วย เช่น รถถังที-72, เครื่องบินขับไล่ มิก-29 และเฮลิคอปเตอร์ เอ็มไอ-24&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฟมินชี้แจงในแถลงการณ์ว่า เมียนมาเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้และหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของรัสเซียในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีกำหนดประชุมฉุกเฉินเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมาวันพุธนี้ตามการร้องขอของอังกฤษ เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของทูตหลายคนเมื่อวันจันทร์ว่า การประชุมจะเริ่มต้นด้วยวาระการรายงานแบบประชุมลับ โดยคริสติน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ ผู้แทนพิเศษของยูเอ็นประจำเมียนมา จะรายงานสรุปสั้นๆ ต่อสมาชิกทั้ง 15 ชาติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97719</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะมนตรีความมั่นคง, ความตกลงด้านการค้าและการลงทุน, ตัดจีเอสพี, ประณามฆ่าพลเรือน, ปราบปรามนองเลือด, พม่า, รัสเซีย, สหรัฐ, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_606201a328eb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2019 21:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2019 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียขึ้นภาษีสินค้าอเมริกัน ตอบโต้โดนตัดจีเอสพี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลอินเดียตอบโต้ที่รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสิทธิพิเศษทางการค้า เตรียมขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าอเมริกัน 28 ชนิดตั้งแต่วันอาทิตย์ รวมถึงอัลมอนด์และแอปเปิลที่อินเดียนำเข้าจากสหรัฐมากที่สุดเป็นอันดับ 1 และ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สนทนากับนายกฯ นเรนทรา โมดี ระหว่างการประชุมนอกรอบที่กรุงมะนิลา เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า คำประกาศของรัฐบาลอินเดียระบุว่า มาตรการขึ้นภาษีสินค้าที่ผลิตหรือส่งออกมาจากสหรัฐจะเริ่มมีผลบังคับใช้วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายนนี้ เพื่อตอบโต้ที่ประธานาธิบดีทรัมป์มีคำสั่งเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ยกเลิกสิทธิพิเศษทางการค้า (จีเอสพี) ของอินเดีย ซึ่งกระทบต่อสินค้าส่งออกแบบปลอดภาษีของอินเดียมูลค่ากว่า 5,600 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอินเดียเคยออกคำสั่งเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 เพื่อขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐหลายรายการสูงสุดถึง 120% ด้วยความไม่พอใจที่สหรัฐปฏิเสธจะยกเว้นการขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากอินเดีย แต่อินเดียชะลอมาตรการตอบโต้สหรัฐหลายครั้งระหว่างที่รัฐบาลทั้งสองเจรจาต่อรองทางการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งนี้รัฐบาลอินเดียประกาศว่า การตัดจีเอสพีของอินเดียเป็นเรื่องโชคร้าย และอินเดียจำเป็นต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศ โดยเมื่อวันเสาร์ รัฐบาลอินเดียได้ปรับแก้คำสั่งฉบับก่อนหน้านี้ เพื่อเริ่มใช้มาตรการตอบโต้ทางภาษีศุลกากรต่อสินค้า 28 รายการ ที่ผลิตหรือส่งออกมาจากสหรัฐอเมริกา ส่วนสินค้าประเภทเดียวกันจากประเทศอื่นๆ นั้นยังคงอัตราภาษีไว้เช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สินค้าในรายการขึ้นภาษีที่น่าจะกระทบต่อสหรัฐมากที่สุดคืออัลมอนด์จากแคลิฟอร์เนีย และแอปเปิลจากรัฐวอชิงตัน นอกจากนี้ยังรวมถึงถั่ววอลนัต ซึ่งอินเดียจะขึ้นภาษีนำเข้าจาก 30% เป็น 120% และถั่วชิคพีและถั่วเลนทิล จะเพิ่มภาษีจาก 30% เป็น 70%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การค้าระหว่างอินเดียกับสหรัฐในปี 2561 นั้นมีมูลค่าประมาณ 142,100 ล้านดอลลาร์ โดยสหรัฐขาดดุลการค้า 24,200 ล้านดอลลาร์ อินเดียเป็นผู้ซื้ออัลมอนด์จากสหรัฐรายใหญ่ที่สุด คิดเป็นมูลค่า 543 ล้านดอลลาร์ และยังเป็นผู้นำเข้าแอปเปิลรายใหญ่เป็นอันดับสอง มูลค่า 156 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ และนายกฯ นเรนทรา โมดี จะหารือประเด็นการค้ากันนอกรอบการประชุมจี 20 ที่เมืองโอซากาของญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 28-29 มิถุนายนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38703</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นภาษีศุลกากร, ตัดจีเอสพี, ตัดสิทธิพิเศษทางการค้า, สหรัฐ, สินค้าอเมริกัน, อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190616/image_big_5d064e5506bd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2019 20:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2019 20:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐประกาศตัดจีเอสพี &#039;ตุรกี-อินเดีย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐประกาศจะตัดสิทธิพิเศษทางการค้าของอินเดียและตุรกี อ้างสองประเทศนี้มีคุณสมบัติไม่เข้าข่ายสิทธิพิเศษสำหรับประเทศกำลังพัฒนาอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โรเบิร์ต ไลธีเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของสำนักงานผู้แทนการค้าของสหรัฐเมื่อวันจันทร์ที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา สอดคล้องกับนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังต่อสู้กับการปฏิบัติทางการค้าต่างประเทศ ที่เขาเห็นว่าไม่ยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (จีเอสพี) นี้ให้สิทธิพิเศษแก่สินค้าจากภาคโรงงานอุตสาหกรรมของอินเดียและตุรกีในหลากหลายประเภท เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์, ยางรถยนต์ และชิ้นส่วนอุปกรณ์ แต่โรเบิร์ต ไลธีเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลทรัมป์จะยกเลิกจีเอสพีนี้ซึ่งให้สำหรับประเทศกำลังพัฒนา เนื่องจากอินเดียและตุรกีไม่มีคุณสมบัติเข้าข่ายอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวด้วยว่า อินเดียซึ่งได้ประโยชน์จากโครงการจีเอสพีมากที่สุด ไม่อาจทำให้สหรัฐเชื่อมั่นว่าอินเดียอนุญาตให้สหรัฐเข้าถึงตลาดตามต้องการ ทั้งยังตั้งอุปสรรคทางการค้าที่ส่งผลกระทบต่อการค้าขายสินค้าของสหรัฐอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐยังต้องรออย่างน้อย 60 วันจึงจะมีผลบังคับใช้ เนื่องจากต้องแจ้งให้สองประเทศและแจ้งต่อสภาคองเกรสทราบ โดยทรัมป์ได้เริ่มกระบวนการส่งหนังสือแจ้งแก่ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภาแล้วตั้งแต่วันจันทร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30580</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดจีเอสพี, ตุรกี, สหรัฐ, สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร, อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190305/image_big_5c7e732289053.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
