<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อง &#039;บิ๊กป๊อก&#039; สั่งเมืองพัทยาอนุรักษ์ &#039;ต้นหูกวาง&#039; ถูกตัดเหี้ยนไม่ฟังเสียงค้านของปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากเฟซบุ๊ก PattayaWatchdog&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.64 - นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวพัทยาว่า ต้นหูกวาง ต้นสน ต้นไม้ต่างๆริมชายหาดพัทยา ถูกเมืองพัทยาตัดทิ้งไปเมื่อสองวันที่ผ่านมา ตั้งแต่ชายหาดพัทยาเหนือถึงหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลจนเกือบถึงวอคกิ้งสตรีท มีประชาชนออกมาขอร้องไม่ให้ตัดต้นไม้อีก เพราะเสียดายต้นไม้ขนาดใหญ่และทัศนียภาพที่ดี ซึ่งชาวพัทยาได้ถ่ายรูปร้องเรียนส่งมาให้ด้วย ตนจึงขอร้องพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ควบคุมดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษให้ช่วยระงับยับยั้งเป็นการด่วนด้วย ตนก็เป็นเพียงปากเสียงให้กับชาวพัทยาและนักท่องเที่ยวว่า เมืองพัทยาควรทำประชาพิจารณ์ในทุกโครงการที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน การตัดต้นไม้ดั้งเดิมตามชายหาดโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของประชาชนเลย เป็นเรื่องที่ต้องทบทวนอย่างยิ่ง และต้องพึ่งอำนาจของพล.อ.อนุพงษ์ ให้ช่วยรักษาชีวิตต้นไม้ที่เหลือโดยด่วนที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;PattayaWatchdog โพสต์ข้อความว่า ต้นหูกวาง จากพัทยาเหนือ ถึงพัทยากลาง เหลือ 0 ต้น (เหลือแต่ลำต้น 1 ต้น) พัทยากลาง เหลือ 1 ต้น พัทยากลาง ถึงห้างไมค์ 0 ต้น ห้างไมค์ ถึง พัทยาใต้ 42 ต้น นี่คือผลงานของเมืองพัทยา ที่ไม่รับฟังความเห็นรอบด้าน มองแค่ผู้มีส่วนได้เสียเป็นคนแถวนั้น แต่ไม่คิดว่า ชายหาดพัทยาเป็นของทุกคน คนไทยและคนต่างชาติล้วนมีความทรงจำที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางที่ดี ถ้าจะแก้ไข โปรดนำต้นหูกวางกลับมาปลูกคืนที่ชายหาดพัทยาเหนือ และพัทยากลาง ถึงห้างไมค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พัทยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ปี 2510 พัทยามีอัตลักษณ์ ที่คนพัทยา รักและหวงแหน อย่าเปลี่ยนพัทยาเป็นไมอามี่ อย่าทำให้พัทยาเป็นชายหาดประดิษฐ์ ไร้รากเหง้าทางประวัติศาสตร์ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ควรทำไปควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ ที่เป็นความทรงจำของทุกคน โปรดสำนึกเสมอว่า ท่านไม่ใช่ตัวแทนของประชาชน อย่าใช้อำนาจเผด็จการ ทำลายอัตลักษณ์ ทำร้ายจิตใจคนพัทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายกเมืองพัทยา สนธยา คุณปลื้ม ชี้แจง ในที่ประชุมสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เรื่องการตัดต้นหูกวางที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ตอนนี้ จึงขอสรุปให้ทราบว่า&amp;nbsp;1. ภาพ 3D ที่เห็นกันยังไม่ใช่ภาพที่จะทำเสร็จทั้งโครงการ จึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ขอให้อย่าเพิ่งสรุปไปก่อน และจะมีการนำภาพทั้งโครงการมาแสดงให้เห็นในภายหลัง 2. ต้นไม้ที่ลงในโครงการไม่ได้มีแต่ปาล์มและลงเป็นแนวเพียงเท่านั้น จะมีจุดที่ทำกิจกรรม สันทนาการต่างๆ รวมทั้งต้นไม้ที่ให้ร่มเงาอีกตลอดทั้งโครงการ 3. เมืองพัทยายินดีรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สวนนงนุช เองก็ได้หยุดตัดโค่นต้นหูกวางเพื่อรับฟังความคิดเห็นและทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113871</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพฯ-พัทยา, ตัดต้นไม้, ต้นหูกวาง, วัชระ เพชรทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e23ec44d56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 21:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเยอรมันสั่งเทสลาหยุดโค่นต้นไม้สร้างโรงงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลเยอรมันมีคำสั่งให้บริษัท เทสลา ระงับการโค่นต้นไม้หลายพันต้นชั่วคราว ในบริเวณป่าบนที่ดินเตรียมสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ของบริษัทนอกกรุงเบอร์ลิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายด้วยโดรนเผยภาพการตัดต้นไม้เพื่อเปิดที่ดินสำหรับก่อสร้างโรงงานเทสลา เมื่อวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลเบอร์ลิน-บรันเดนบวร์กมีคำสั่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ ให้บริษัท เทสลา ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของสหรัฐ ยุติการพัฒนาที่ดินชั่วคราวบริเวณป่าที่บริษัทซื้อมาเพื่อเตรียมสร้างโรงงานผลิตรถยนต์และแบตเตอรี่รถยนต์ในเมืองกรุนไฮเดอ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเบอร์ลิน หลังศาลได้รับการยื่นอุทธรณ์จาก &amp;quot;กรีนลีกบรันเดนบวร์ก&amp;quot; ซึ่งเป็นสมาคมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมท้องถิ่น ยื่นฟ้องต่อศาลคัดค้านการโค่นต้นไม้หลายพันต้นในป่าแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มมีการโค่นต้นไม้ในป่าพื้นที่ 91 เฮกตาร์ หรือราว 568 ไร่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สร้างความไม่พอใจกับกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยกลุ่มกรีนลีกบรันเดนบวร์กออกมาเรียกร้องให้ยุติการโค่นต้นไม้ในป่าแห่งนี้ทันที และยื่นอุทธรณ์ฉุกเฉินต่อศาลเบอร์ลิน-บรันเดนบวร์กให้ยุติการก่อสร้างโรงงานขนาดยักษ์ของเทสลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากถ้อยแถลงของศาลในเรื่องนี้ระบุว่า เนื่องจากการโค่นต้นไม้ในป่าเพื่อสร้างโรงงานของเทสลาจะเสร็จสิ้นภายในเวลาแค่ 3 วัน ก่อนที่คณะผู้พิพากษาจะตัดสินขั้นสุดท้ายในคดีที่กรีนลีกบรันเดนบวร์กยื่นร้องเรียนให้ยุติการก่อสร้างโรงงานแห่งนี้ ศาลจึงตัดสินใจออกคำสั่งให้ระงับการโค่นต้นไม้ชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ส.ส.จากพรรคคริสเตียนเดโมแครตและพรรคฟรีเดโมแครตเตือนว่าการต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อคัดค้านการสร้างโรงงานของเทสลา จะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงและระยะยาวต่อภาพลักษณ์ของเยอรมนีที่บริษัทต่างชาติจะเข้ามาลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบรันเดนบวร์กขายที่ดิน 300 เฮกตาร์ให้เทสลา เพื่อสร้างโรงงานในราคาเกือบ 41 ล้านยูโร เทสลามีแผนเริ่มผลิตรถยนต์อย่างเร็วที่สุดกลางปีหน้า โดยตั้งเป้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในโรงงานที่จะสร้างนี้ปีละ 150,000 คัน และจ้างพนักงาน 12,000 ตำแหน่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57468</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดต้นไม้, ศาลเยอรมนี, สร้างโรงงาน, เทสลา, เบอร์ลิน-บรันเดนบวร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e4a9c98200eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2018 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2018 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มรักษ์ต้นไม้ร้องศาลปกครองสั่งรฟม.-อิตาเลียนไทยระงับตัดรื้อย้ายต้นไม้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.61 - ที่ศาลปกครองกลาง เครือข่ายประชาชนรักษ์ต้นไม้ และชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ &amp;nbsp;นำโดยน.ส.ช่อผกา วิริยานนท์ &amp;nbsp;นางอรยา สูตะบุตร นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด &amp;nbsp;เข้ายื่นฟ้องรฟม. &amp;nbsp;และบริษัทอิตาเลียนไทย ดิเวลล๊อปเมนต์ จำกัด มหาชน ต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้มีคำสั่งให้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบริษัทอิตาเลียนไทย รวมทั้งบริษัทที่เกี่ยวข้องหยุดการตัด ย้าย หรือการกระทำใด ๆ ต่อต้นไม้ที่อยู่ในแนวการก่อสร้างรถไฟฟ้า 11 สายในกรุงเทพมหานคร จนกว่าจะได้มีการปฏิบัติถูกต้องตามหลักวิชาการ กฎหมายที่ชัดเจน &amp;nbsp;โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม และขอให้ศาลมีคำสั่งให้รฟม. ผู้รับเหมา นำต้นไม้ชนิด ประเภท และขนาดเดียวกันกับที่ตัดโค่น ทำลาย หรือขุดล้อม ย้ายออกไป กลับคืนมาปลูกในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับจุดเดิม &amp;nbsp;หากต้นไม้ที่ย้ายไปตายไปแล้วก็ให้มีการซื้อหามาปลูกทดแทนให้มากขึ้นเป็น10 เท่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ จรรยา ในฐานะผู้รับมอบอำนาจในการฟ้องคดี กล่าวว่า เนื่องมาจากบริษัทอิตาเลียนไทยได้รับสัมปทานก่อกสร้างโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต -สะพานใหม่ - คูคต &amp;nbsp;โดยเมื่อต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาได้มีการตัดต้นไม้บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 14 ต้นอย่างผิดวิธีและไม่ได้มีการขออนุญาตในการตัดจากกรุงเทพมหานคร ถือว่าเป็นการกระทำขัดต่อพ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง 2535 พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม 2535 รวมถึงรัฐธรรมนูญหลายมาตรา &amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ- รังสิต ก็มีตัดและล้อมย้ายไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ &amp;nbsp;ทำให้เกิดความเสียหายและเมื่อนำไปแล้วก็ไม่มีการบำรุงรักษาจนต้นไม้ทยอยยืนแห้งตาย &amp;nbsp;ประกอบกับไม่มีความชัดเจนว่าเมื่อก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าแล้วเสร็จจะมีการนำต้นไม้เดิมกลับมาปลูก หรือปลูกอื่นทดแทนในจำนวนเท่าเดิมก่อนการก่อสร้างหรือไม่ &amp;nbsp;จึงเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมากจึงต้องฟ้องต่อศาลปกครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน.ส.ช่อผกา กล่าวว่า การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าในประเทศอื่นๆ ล้วนมีการรักษาต้นไม้ใหญ่ ให้อยู่คู่กับเมือง ดังนั้นคนกรุงเทพจึงไม่จำเป็นต้องเลือกหรือแลก แต่เราสามารถมีได้ทั้งความเจริญจากรถไฟฟ้าและเครื่องฟอกอากาศธรรมชาติจากต้นไม้ในเมือง ก่อนหน้านี้เครือข่ายต้นไม้ในเมืองได้เคยร้องเรียนเรื่องการตัดต้นไม้ผิดวิธีในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ ไปยังกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;จนเกิดการนำนักวิชาการด้านการล้อมต้นไม้มาให้ความรู้กับผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทุกราย แต่เพียง 2 เดือนถัดมาบริษัทอิตาเลียนไทย ก็ตัดต้นไม้ผิดวิธีที่หน้าม.เกษตร แสดงให้เห็นว่าทั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างและรฟม.เจ้าของสัมปทานยังไม่มีแนวปฏิบัติต่อต้นไม้ในเมืองที่ถูกต้องดีพอ &amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้อำนาจศาลคุ้มครองต่อการกระทำหรือการใช้อำนาจของรฟม. และบริษัทอิตาเลียนไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4788</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดต้นไม้, ม.เกษตรศาสตร์, รักษ์ต้นไม้, ร้องศาลปกครอง, อิตาเลียนไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa6168aa47bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 08:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิตาเลียนไทยฯยันไม่ได้ตัดต้นไม้แค่รื้อย้าย  เครือข่ายปชช.ไม่เชื่อลุยยื่นฟ้องศาล-จี้หน่วยงานรัฐฟัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค. 61 - บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ที่มีนายเปรมชัย กรรณสูต &amp;nbsp;ตกเป็นเป้าโจมตีอย่างต่อเนื่องนับจากเหตุการณ์ล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร &amp;nbsp;ล่าสุดวันนี้เครือข่ายภาคประชาชน &amp;nbsp;นำโดยนางสาวช่อผกา วิริยานนท์ เครือข่ายต้นไม้ในเมือง ,นางอนยา สูตะบุตร สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน &amp;nbsp;,นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ,กลุ่มจตุจักโมเดล ,ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ &amp;nbsp;รวมตัวกันเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐคำเนินการต่อบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) ในกรณีการตัดต้นไม้ริมทางเท้าหน้าม.เกษตรศาสตร์ โดยไม่ได้รับอนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เครือข่ายดังกล่าวจะเข้ายื่นหนังหนังสือต่อผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(กลต.) และในวันที่ 12 มีนาคมจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ได้ชี้แจง &amp;quot;เรื่องการรื้อย้ายต้นไม้ที่ทางเท้าบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตร&amp;quot; ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Italian-Thai Development Public Company Limited &amp;quot;ITD&amp;quot; &amp;nbsp;ระบุว่า1. ตามแบบแนบสัญญา ITD ต้องก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามแยกเกษตร โดยในการก่อสร้างสะพานฯจำเป็นต้อง ขยายผิวถนนพหลโยธินทั้ง 2 ฝั่งของแยกเกษตร เป็นระยะทางฝั่งละประมาณ 280 เมตร เพื่อให้มีความกว้างถนนเพียงพอสำหรับวางทางลงของสะพานฯ ในการขยายผิวถนนนี้จำเป็นต้องรื้อย้ายตันไม้ที่ปลูกบนทางเท้า ออกจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ITD ได้แจ้งขออนุมัติรื้อย้ายต้นไม้ดังกล่าวไปที่ รฟม. โดยเป็นการแจ้งรวมกับจำนวนต้นไม้ในพื้นที่อื่นๆที่ต้องรื้อย้ายออก และ รฟม. ได้แจ้งขออนุมัติไปที่ สนง. เขตจตุจักร ตั้งแต่ 14 กันยายน 2558 ด้วยหนังสือเลขที่ รฟม.018(ขน)/ส1/29 จากนั้น ITD ได้ทยอยรื้อย้ายต้นไม้ในพื้นที่อื่นๆออกตามแผนก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สาหรับบริเวณแยกเกษตร ITD ได้สรุป Shop Drawing ของสะพานรถยนต์ข้ามแยกเกษตรจากแบบแนบสัญญาและส่งขออนุมัติเมื่อ 25 มกราคม 2561 โดยได้รับอนุมัติกลับมาเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ทั้งนี้จากแบบ Shop Drawing ซึ่งจะใช้ก่อสร้างจริง ITD จึงสรุปได้ยอดรวมของต้นไม้ที่กีดขวางงานขยายถนนที่แยกเกษตร ที่จำเป็นต้องรื้อย้ายออกทั้ง 2 ฝั่งของสี่แยกรวม 57 ต้น และแจ้งขออนุมัติรื้อย้ายไปที่สนง. เขตจตุจักร เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ในการรื้อย้ายต้นไม้ด้วยวิธีขุดล้อมแล้วยกต้นไม้ออกไปอนุบาลในพื้นที่ที่จัดไว้ ตามมาตรฐานการรื้อย้ายของกองสวนสาธารณะ กทม. นั้น จะเริ่มต้นด้วยการริดกิ่งตัดกิ่งออกก่อน เพื่อเป็นการเตือนต้นไม้ให้ปรับตัว ลดการคายน้า ของใบ จากนั้นจึงจะเริ่มขุดล้อม แล้วยกต้นไม้ออกไปไว้ที่ที่สำหรับอนุบาลต้นไม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ในกรณีของการริดกิ่งตัดกิ่งต้นไม้บริเวณหน้า ม.เกษตร ที่เป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม 2561 นั้น เป็นส่วนหนึ่งของต้นไม้จำนวนทั้งหมดที่ ITD ขออนุมัติรื้อย้าย โดยในระหว่างที่รอการอนุมัติจาก สนง. จตุจักร ITD ได้เข้าเริ่มเข้าไปเตรียมงานรื้อย้ายโดยเริ่มริดกิ่งตัดกิ่งก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ทั้งนี้พบว่าเหนือต้นดังกล่าวมีสายสื่อสารเป็นจำนวนมาก จึง
จำเป็นต้องริดกิ่งให้เพียงพอโดยคานึงถึงความปลอดภัยในขณะยกขนย้ายต้นไม้ออกจากตาแหน่งด้วย ต้องไม่ให้กิ่งของต้นไม้ไปเกี่ยวโดนสายสื่อสารข้างบน จนทำความเสียหายกับระบบสื่อสาร ซึ่งจะเกิดผลเสียหายต่อธุรกิจและประชาชนในวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเรียนชี้แจงความเป็นมาเพื่อให้ทราบโดยจะประสานงานกับ สนง.จตุจักร อย่างใกล้ชิดในการรื้อย้ายต้นไม้ดังกล่าวต่อไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณกมล มหาผล ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดการจราจร 08-9832-1159&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4453</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดต้นไม้, อิตาเลียนไทย, เกษตรศาสตร์, เครือข่ายภาคประชาชน, เปรมชัย กรรณสูต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9f3a63efa1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
