<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 15:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;เอาจริง ตัดสัมพันธ์องค์การอนามัยโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศนำสหรัฐตัดความสัมพันธ์กับองค์การอนามัยโลกเป็นการถาวรแล้วเมื่อวันศุกร์ ระบุโลกต้องการคำตอบจากจีนและต้องการความโปร่งใส แต่องค์กรระหว่างประเทศแห่งนี้กลับไม่ยอมปฏิรูป ขณะยอดติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกใกล้หลัก 6 ล้าน ยอดตายในบราซิลแซงสเปนขึ้นเป็นอันดับ 5 ของโลกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐประกาศระงับเงินช่วยเหลือองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เมื่อ 1 เดือนก่อน โดยกล่าวหาว่าองค์กรนี้บริหารจัดการผิดพลาดในการรับมือกับโรคระบาดโควิด-19 และเมื่อ 10 วันก่อนหน้านี้ ทรัมป์กล่าวหาดับเบิลยูเอชโอว่าเป็น &amp;quot;หุ่นเชิด&amp;quot; ของจีน และว่าสหรัฐจะยกเลิกให้เงินช่วยเหลืออย่างถาวร เว้นแต่องค์กรระหว่างประเทศแห่งนี้จะปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพราะพวกเขาล้มเหลวในการทำตามที่ร้องขอและการปฏิรูปที่จำเป็นอย่างยิ่ง วันนี้เราจึงจะยุติความสัมพันธ์ของเรากับองค์การอนามัยโลก&amp;quot; ผู้นำจากพรรครีพับลิกันกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม และว่า เงินกองทุนของสหรัฐที่จัดสรรให้ดับเบิลยูเอชโอแล้วก่อนหน้านี้ จะถูกโยกย้ายไปทั่วโลก เพื่อใช้สำหรับความจำเป็นเร่งด่วนด้านสาธารณสุขทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โลกต้องการคำตอบจากจีนเรื่องไวรัส เราต้องมีความโปร่งใส&amp;quot; ทรัมป์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐเป็นผู้บริจาคเงินช่วยเหลือรายใหญ่สุดแก่ดับเบิลยูเอชโอ โดยปีที่แล้วสหรัฐให้เงินไม่ต่ำกว่า 400 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนพบการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่สหรัฐกล่าวหาว่าจีนปกปิดข้อมูลลดทอนความสำคัญของโรคระบาดนี้ ทางการจีนปฏิเสธคำกล่าวหาของสหรัฐด้วยความเดือดดาล และตอบโต้ว่า สหรัฐพยายามปัดความรับผิดชอบมาที่ดับเบิลยูเอชโอ และกล่าวโทษผู้อื่นเพื่อเบี่ยงเบนความล้มเหลวในการควบคุมโรคของสหรัฐเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ใน 188 ประเทศและดินแดนทั่วโลก ถึงวันเสาร์เพิ่มเป็น&amp;nbsp; 5,931,963 รายแล้ว ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการที่รวบรวมโดยมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ และมีผู้เสียชีวิต 365,034 ราย สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุดในโลก 1,747,087 ราย เสียชีวิต 102,836 ราย เมื่อวันศุกร์ สหรัฐมีผู้เสียชีวิตอีก 1,225 รายในรอบ 24 ชั่วโมงนับถึง 07.30 น.วันเสาร์ตามเวลาไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บราซิลมีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 2 ของโลกที่ 465,166 ราย กระทรวงสาธารณสุขบราซิลแถลงเมื่อวันศุกร์ว่า บราซิลมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 26,928 ราย และมีผู้เสียชีวิตรายวันถึง 1,124 ราย ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศเพิ่มเป็น 27,878 ราย มากเป็นอันดับ 5 ของโลก แทนที่สเปน ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 27,121 ราย โดยยังน้อยกว่าสหรัฐ, สหราชอาณาจักร (38,243 ราย), อิตาลี (33,229 ราย) และฝรั่งเศส (28,717 ราย).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67365</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, ตัดสัมพันธ์, องค์การอนามัยโลก, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaacd1f42a9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 21:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐชวนจีนวิวาท กรณีเอลซัลวาดอร์ตัดสัมพันธ์ไต้หวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐชวนรัฐบาลจีนทะเลาะด้วยเรื่องทางการทูตเพิ่มอีก ทำเนียบขาวกล่าวหาจีนบ่อนทำลายความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ หลังจากเอลซัลวาดอร์ตัดสัมพันธ์ไต้หวันแล้วหันไปคบจีนแทน ขณะรัฐบาลปักกิ่งโต้กลับสหรัฐกล่าวหาอย่าง &amp;quot;ไม่รับผิดชอบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปิดประตูรั้วสถานทูตไต้หวันในกรุงซันซัลวาดอร์ ของเอลซัลวาดอร์ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2561 ว่าทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐออกแถลงการณ์ที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันพฤหัสบดี กล่าวเตือนรัฐบาลเอลซัลวาดอร์ว่า การตัดสินใจของประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้ดำเนินการอย่างไม่โปร่งใส และจะส่งผลต่อความแข็งแรงและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอเมริกาทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนและไต้หวันทำศึกชักเย่อทางการทูตกันมานานหลายปี ด้วยการยื้อแย่งประเทศกำลังพัฒนาให้หันมาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับฝ่ายตน ด้วยการเสนอให้การสนับสนุนทางเศรษฐกิจและการช่วยเหลือด้านอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของทำเนียบขาวกล่าวว่า สหรัฐจะยังคงคัดค้านการบั่นทอนเสถียรภาพของความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบและการแทรกแซงทางการเมืองในซีกโลกตะวันตกของจีน การยอมรับของรัฐบาลเอลซัลวาดอร์ต่อความพยายามของจีนที่แทรกแซงการเมืองในประเทศของประเทศในซีกโลกตะวันตกเป็นเรื่องที่สหรัฐวิตกกังวลอย่างยิ่ง และจะส่งผลให้สหรัฐต้องประเมินความสัมพันธ์กับเอลซัลวาดอร์เสียใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนถือว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตน ที่จีนพร้อมใจใช้กำลังผนวกดินแดนหากไต้หวันประกาศเอกราช ความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบไต้หวันเลวร้ายลงนับแต่ไช่อิงเหวิน ชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีไต้หวันเมื่อปี 2559 รัฐบาลของเธอปฏิเสธจะยอมรับว่าเกาะไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของ &amp;quot;จีนเดียว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายปีมานี้ รัฐบาลจีนสามารถแย่งชิงประเทศที่ให้การยอมรับไต้หวันให้เปลี่ยนมาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับจีนแทน โดยเอลซัลวาดอร์เป็นชาติที่ 5 ที่ยกเลิกสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันในยุครัฐบาลของไช่ และเป็นชาติที่ 3 ในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลู่กัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า การตัดสินใจของเอลซัลวาดอร์ที่เชื่อมั่นต่อ &amp;quot;หลักนโยบายจีนเดียว&amp;quot; นั้น เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเหมาะสมและเปิดเผยตรงไปตรงมา มีบางประเทศกล่าวถึงเรื่องนี้ด้วยถ้อยคำที่ไม่รับผิดชอบ เรื่องนี้ไม่ใช่การแทรกแซงกิจการภายในของเอลซัลวาดอร์ หรือการก้าวก่ายทางการเมืองในภูมิภาคนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16103</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ตัดสัมพันธ์, สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต, สหรัฐ, เอลซัลวาดอร์, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180824/image_big_5b800ab3d35b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2018 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2018 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไต้หวันประกาศตัดสัมพันธ์ &#039;เอลซัลวาดอร์&#039; ก่อนโดนทิ้งซบจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลไต้หวันประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเอลซัลวาดอร์เมื่อวันอังคาร ก่อนที่ประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้จะสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนแผ่นดินใหญ่ในวันเดียวกัน รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวันลั่นไม่เอาด้วยกับ &amp;quot;การทูตดอลลาร์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจเซฟ อู๋ รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน (กลาง) แถลงข่าวที่กรุงไทเปเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจเซฟ อู๋ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไต้หวัน แถลงเมื่อวันอังคารที่ 20 สิงหาคม 2561 ประณาม &amp;quot;การกระทำหยาบคายของจีน&amp;quot; พร้อมกับประกาศว่า ไต้หวันจะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการดำเนินการทูตดอลลาร์กับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาอ้างด้วยว่า เอลซัลวาดอร์ได้ร้องขอ &amp;quot;เงินทุนก้อนมโหฬาร&amp;quot; สำหรับโครงการพัฒนาท่าเรือ ซึ่งไต้หวันไม่เต็มใจจะมอบให้ เพราะจะสร้างหนี้ทั้งต่อไต้หวันและเอลซัลวาดอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกันนี้เอง จีนและเอลซัลวาดอร์ก็ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ โดยหวังอี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน กับการ์ลอส กาสตาเนดา รัฐมนตรีต่างประเทศเอลซัลวาดอร์ ได้ลงนามความตกลงกันที่เรือนรับรองเตียวหยูไถ่ในกรุงปักกิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การ์ลอส กาสตาเนดา รัฐมนตรีต่างประเทศเอลซัลวาดอร์ (ซ้าย) และหวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ระหว่างพิธีลงนามสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังพิธี หวังกล่าวยกย่องการตัดสินใจของเอลซัลวาดอร์ที่ &amp;quot;ยอมรับว่าโลกนี้มีเพียงจีนเดียว&amp;quot; และแสดงให้เห็นว่านโยบายจีนเดียวนั้นสอดคล้องกับบรรทัดฐานระหว่างประเทศ ส่วนคาสตาเนดากล่าวว่า ประเทศของเขาตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ในวิถีทางที่ถูกต้องและเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ของไต้หวัน แถลงที่กรุงไทเป ระบุว่า ไต้หวันจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากจีน การตัดสินใจตัดความสัมพันธ์กับไต้หวันของเอลซัลวาดอร์เป็นหลักฐานอีกชิ้นที่จีนพยายามบีบคั้นไต้หวัน แต่จะทำให้ไต้หวันกลายเป็นประเทศที่ประชาชนยึดมั่นคุณค่าเดียวกัน ในการต่อสู้ร่วมกัน เพื่อต่อต้านพฤติกรรมระหว่างประเทศที่ควบคุมไม่ได้ที่เพิ่มขึ้นของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ของไต้หวัน (ซ้าย) ขณะไปเยือนเอลซัลวาดอร์ โดยมีประธานาธิบดีซานเชซ เซเรน ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2560 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันไต้หวันมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับเพียง 17 ชาติ ส่วนใหญ่เป็นชาติเล็กๆ ในอเมริกากลางและประเทศหมู่เกาะในแปซิฟิก และนับแต่ประธานาธิบดีไช่เข้ารับตำแหน่งในปี 2559 มี 5 ชาติที่ตัดความสัมพันธ์กับไต้หวัน ได้แก่ บูร์กินาฟาโซ, สาธารณรัฐโดมินิกัน, เซาตูเมและปรินซิปี, ปานามา และล่าสุด เอลซัลวาดอร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15891</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทูตดอลลาร์, จีน, ตัดสัมพันธ์, สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต, เอลซัลวาดอร์, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180821/image_big_5b7c1dfcaf820.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
