<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2020 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2020 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาล ชี้สหรัฐฯตัดสิทธิพิเศษทางการค้าไม่กระทบภาพรวมส่งออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย.63 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ กล่าวว่า&amp;nbsp;ตนเชื่อว่า กรณีที่สหรัฐฯ ประกาศตัดสิทธิพิเศษทางการค้า (GSP) ไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาพรวมการส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ในปี 2562 ไทย-สหรัฐฯ มีมูลค่าการค้ารวม 48,630.85 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบไทยเตรียมความพร้อมและมาตรการรองรับไว้แล้ว เช่น กระทรวงพาณิชย์เร่งจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยด้วยการวางแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในรูปแบบต่างๆ เช่น &amp;nbsp;การเจรจาจับคู่ธุรกิจออนไลน์ หรือ Online Business Matching ส่งเสริมสินค้าไทยเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเข้าสู่ผู้บริโภคในตลาดสหรัฐฯโดยตรง รวมทั้งร่วมมือกับผู้ประกอบเข้าถึงตลาดใหม่ๆ เพื่อทดแทนตลาดหลักที่เติบโตอย่างอิ่มตัวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังชี้แจงเพิ่มเติมว่า ไทยยังสามารถส่งสินค้าออกไปขายในตลาดสหรัฐฯได้ปกติ เพียงแต่ต้องกลับไปเสียภาษีนำเข้าในอัตราปกติ ซึ่งสินค้าที่ถูกตัดสิทธิ GSP จำนวน 231 รายการนั้น ไทยใช้สิทธิจริงในปี 2562 เพียง 147 รายการ มีการประเมินภาษีที่ไทยต้องเสียอยู่ที่ &amp;nbsp;600 ล้านบาท ส่วนสินค้าที่ถูกตัดสิทธิ GSP เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ และเคมีภัณฑ์บางชนิด ซึ่งเป็นสินค้าของไทยที่มีศักยภาพการส่งออกทั้งตลาดสหรัฐ ตลาดยุโรปและเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา​ ยังเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เคยให้ข้อสังเกตว่า สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ของสหรัฐฯนั้น เป็นการให้จากสหรัฐ ฯ เพียงฝ่ายเดียวกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและพัฒนาน้อยที่สุดแล้ว ซึ่งวันหนึ่งอาจจะต้องหมดไป เพราะไทยสามารถเติบโตและพัฒนาสูงขึ้นจนอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางตามการรายงานของธนาคารโลก ดังนั้น รัฐบาลจึงพยายามเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ เน้นการเติบโตจากเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทั้งการส่งเสริมการลงทุนใน 10 + 2 อุตสาหกรรมใหม่ อุตาหกรรมหุ่นยนต์โรโบติกส์ &amp;nbsp;อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การแพทย์และสุขภาพ รวมไปถึงการพัฒนาการเกษตร BCG &amp;nbsp;สนับสนุนการจดทะเบียนสินค้าเกษตร GI ของไทย เพื่อปรับโหมดสินค้าไทย เพิ่มมูลค่าแต่ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดโลกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82857</URL_LINK>
                <HASHTAG>กงสุลสหรัฐอเมริกา, ตัดสิทธิพิเศษทางการค้า, อนุชา บูรพชัยศรี, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7c6e0b2b78f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 20:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนฮึ่ม อเมริกาตัดสิทธิพิเศษการค้าฮ่องกงเจอดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนลั่น พร้อมใช้มาตรการจำเป็นทุกอย่างเพื่อปกป้องผลประโยชน์ หากสหรัฐตัดสิทธิพิเศษทางการค้าของฮ่องกงเพราะกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ ขณะรัฐมนตรีความมั่นคงฮ่องกงหนุนใช้กฎหมายฉบับนี้ปราบ &amp;quot;ลัทธิก่อการร้าย&amp;quot; และเสียงเรียกร้องเอกราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงต่อต้านกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ของจีนใช้ธงชาติสหรัฐคลุมตัวขณะร่วมชุมนุมประท้วงในเขตคอสเวย์เบย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลจีนเสนอร่างกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติเกี่ยวข้องกับเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ซึ่งห้ามการก่อกบฏ, การโค่นล้มระบอบ และการปลุกปั่นให้ขัดขืนอำนาจปกครอง เข้าที่ประชุมสภาผู้แทนประชาชนในกรุงปักกิ่ง เพื่อตอบโต้การชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ของฝ่ายประชาธิปไตยในฮ่องกงที่ยืดเยื้อนานหลายเดือนเมื่อปีที่แล้ว และเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โรเบิร์ต โอไบรอัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว ขู่ว่า กฎหมายฉบับนี้อาจทำให้สหรัฐตัดสิทธิพิเศษทางการค้าของฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศของจีนได้แถลงตอบโต้คำขู่ของสหรัฐว่า สหรัฐ &amp;quot;ไม่มีสิทธิวิจารณ์และแทรกแซง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวง กล่าวที่กรุงปักกิ่งว่า เขตปกครองพิเศษฮ่องกงจะออกกฎหมายใด อย่างไร และเมื่อใด ล้วนอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของจีน &amp;quot;หากสหรัฐยืนกรานทำร้ายผลประโยชน์ของจีน จีนจะต้องใช้มาตรการที่จำเป็นทุกอย่างเพื่อตอบโต้และต่อต้าน&amp;quot; เขากล่าว และว่า รัฐบาลจีนได้ยื่นหนังสือแสดงความไม่พอใจทางการทูตต่อสหรัฐแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ชาวฮ่องกงนับหมื่นคนออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่โดนตำรวจสลายการชุมนุม มีผู้ประท้วงถูกจับกุมอย่างน้อย 180 ราย ขณะเดียวกันกลับมีภาพวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ที่ผู้ประท้วงไม่เกิน 6 คนรุมเตะและใช้ร่มตีชายคนหนึ่งที่ใบหน้าโชกเลือด ซึ่งภายหลังสภาทนายความเผยว่าเขาเป็นทนาย ข่าวกล่าวว่าเขาทะเลาะกับผู้ประท้วงที่กำลังปิดกั้นถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์น ลี รัฐมนตรีความมั่นคงของฮ่องกง กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ ที่สนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ว่า ลัทธิก่อการร้ายกำลังเติบโตอยู่ในฮ่องกง และกิจกรรมที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงแห่งชาติ เช่น การเรียกร้องเอกราชของฮ่องกง ก็รุนแรงมากขึ้น กฎหมายนี้จึงจำเป็นต่อการปกป้องเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองของฮ่องกง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66918</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายความมั่นคง, จีนเตือนสหรัฐ, ตัดสิทธิพิเศษทางการค้า, ฮ่องกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200525/image_big_5ecbc888d54f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2019 21:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2019 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียขึ้นภาษีสินค้าอเมริกัน ตอบโต้โดนตัดจีเอสพี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลอินเดียตอบโต้ที่รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสิทธิพิเศษทางการค้า เตรียมขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าอเมริกัน 28 ชนิดตั้งแต่วันอาทิตย์ รวมถึงอัลมอนด์และแอปเปิลที่อินเดียนำเข้าจากสหรัฐมากที่สุดเป็นอันดับ 1 และ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สนทนากับนายกฯ นเรนทรา โมดี ระหว่างการประชุมนอกรอบที่กรุงมะนิลา เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า คำประกาศของรัฐบาลอินเดียระบุว่า มาตรการขึ้นภาษีสินค้าที่ผลิตหรือส่งออกมาจากสหรัฐจะเริ่มมีผลบังคับใช้วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายนนี้ เพื่อตอบโต้ที่ประธานาธิบดีทรัมป์มีคำสั่งเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ยกเลิกสิทธิพิเศษทางการค้า (จีเอสพี) ของอินเดีย ซึ่งกระทบต่อสินค้าส่งออกแบบปลอดภาษีของอินเดียมูลค่ากว่า 5,600 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอินเดียเคยออกคำสั่งเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 เพื่อขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐหลายรายการสูงสุดถึง 120% ด้วยความไม่พอใจที่สหรัฐปฏิเสธจะยกเว้นการขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากอินเดีย แต่อินเดียชะลอมาตรการตอบโต้สหรัฐหลายครั้งระหว่างที่รัฐบาลทั้งสองเจรจาต่อรองทางการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งนี้รัฐบาลอินเดียประกาศว่า การตัดจีเอสพีของอินเดียเป็นเรื่องโชคร้าย และอินเดียจำเป็นต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศ โดยเมื่อวันเสาร์ รัฐบาลอินเดียได้ปรับแก้คำสั่งฉบับก่อนหน้านี้ เพื่อเริ่มใช้มาตรการตอบโต้ทางภาษีศุลกากรต่อสินค้า 28 รายการ ที่ผลิตหรือส่งออกมาจากสหรัฐอเมริกา ส่วนสินค้าประเภทเดียวกันจากประเทศอื่นๆ นั้นยังคงอัตราภาษีไว้เช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สินค้าในรายการขึ้นภาษีที่น่าจะกระทบต่อสหรัฐมากที่สุดคืออัลมอนด์จากแคลิฟอร์เนีย และแอปเปิลจากรัฐวอชิงตัน นอกจากนี้ยังรวมถึงถั่ววอลนัต ซึ่งอินเดียจะขึ้นภาษีนำเข้าจาก 30% เป็น 120% และถั่วชิคพีและถั่วเลนทิล จะเพิ่มภาษีจาก 30% เป็น 70%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การค้าระหว่างอินเดียกับสหรัฐในปี 2561 นั้นมีมูลค่าประมาณ 142,100 ล้านดอลลาร์ โดยสหรัฐขาดดุลการค้า 24,200 ล้านดอลลาร์ อินเดียเป็นผู้ซื้ออัลมอนด์จากสหรัฐรายใหญ่ที่สุด คิดเป็นมูลค่า 543 ล้านดอลลาร์ และยังเป็นผู้นำเข้าแอปเปิลรายใหญ่เป็นอันดับสอง มูลค่า 156 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ และนายกฯ นเรนทรา โมดี จะหารือประเด็นการค้ากันนอกรอบการประชุมจี 20 ที่เมืองโอซากาของญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 28-29 มิถุนายนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38703</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นภาษีศุลกากร, ตัดจีเอสพี, ตัดสิทธิพิเศษทางการค้า, สหรัฐ, สินค้าอเมริกัน, อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190616/image_big_5d064e5506bd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
