<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งทูตพาณิชย์ดีซี ต่อรองGSPสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยันตัดจีเอสพีเป็นเรื่องธรรมดา เราโตแล้วอย่าทำตัวเป็นเด็กๆ ต้องเข้มแข็งด้วยตัวเอง &amp;quot;สมคิด&amp;quot; เตือนสหรัฐ ก้าวผ่านเรื่องสิทธิประโยชน์ไปแล้ว เป็นเรื่องของเพื่อนฝูง การให้น้ำใจกัน ด้าน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ชี้ตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวทำไม่ได้ ขณะที่ &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; เผยสำนักงานพาณิชย์ที่ ดี.ซี. เตรียมหารือยูเอสทีอาร์ 1 พ.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาจะระงับข้อตกลงตามมาตรการสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) 573 รายการ โดยจะมีผลในวันที่ 25 เมษายน 2563 ว่า หน่วยงานภาครัฐและรัฐบาลมีงานอีกมากที่ต้องทำ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์รัฐบาลดิจิทัล และต้องรับมือกับความท้าทายในหลายมิติ อุปสรรคหลายอย่างจะแทรกเข้ามา อย่างจีเอสพีหรืออะไร ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเรื่องธรรมดา อะไรที่เขาให้และเขาก็เอาคืนมันก็ได้หมด เพราะเป็นสิทธิประโยชน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าลืมว่าเราก็โตขึ้นมากแล้ว บางครั้งถ้าเราทำตัวเป็นเด็กเล็กๆ ต่อไปก็ไม่ได้อีก เราต้องสร้างความเข้มแข็ง คนไทยต้องสร้างประเทศไทยเข้มแข็งด้วยตัวเราเอง ด้วยความร่วมมือระหว่างกันให้เร็วที่สุด ก็จะไม่ไปเจออุปสรรคความท้าทายอื่นๆ ขึ้นมาโดยไม่จำเป็น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า โลกเปลี่ยนแปลงทุกวัน ทั้งสงครามการค้า มาตรการกีดกัน พหุภาคี การค้าเสรีมีปัญหาหมด เพราะทุกประเทศเริ่มนึกถึงตัวเอง ทำให้กติกามีมากขึ้น จากการเรียกร้องของประชาชน ทุกประเทศเจอเหมือนกันหมด ประชาชนต้องการอย่างโน้นอย่างนี้ รัฐบาลก็ต้องทำขึ้นมา ซึ่งเกิดผลกระทบกับคนอื่นเขาด้วย นี่คือสิ่งที่ยึดโยงระหว่างกัน เราจึงต้องใช้มาตรการละมุนละม่อม การเจรจา พูดคุยต่อรอง สิ่งเหล่านี้เป็นการอยู่ร่วมกันในโลกใบนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การค้าการลงทุนวันนี้เขาใช้วิธีต่างตอบแทน ถ้าขายเรา เราก็ต้องซื้อเขา หรือเราจะขายเขาแล้วเขาก็ต้องซื้อเรา เพราะถ้าเราจะขายให้เขาโดยไม่ซื้อเขาก็ไม่ได้อีก นี้เป็นการวิธีปฏิบัติการค้าเสรีที่เป็นแบบนี้มานานแล้ว แต่วันนี้โลกรวมกลุ่มกันมากขึ้น มีหลายกลุ่มอำนาจ&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทันทีที่สหรัฐประกาศตัดจีเอสพี หลายฝ่ายก็ตกอกตกใจ แต่ถามว่าจีเอสพีคืออะไร มันคือการช่วยเหลือจากประเทศที่พัฒนาแล้วให้กับประเทศที่ด้อยพัฒนา แต่วันนี้ไทยก้าวมาไกลมากแล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ควรภูมิใจด้วยซ้ำ เพราะแสดงว่าประเทศไทยมาได้ไกลแล้ว จึงอยากให้ทุกคนภูมิใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายสมคิดระบุว่า รายการสินค้าบางส่วนของไทยที่ถูกตัดสิทธิ์จีเอสพียังเป็นเรื่องของน้ำใจ เพื่อนฝูง ฉะนั้นต้องพูดคุยกัน อย่าให้บรรยากาศเสีย โดยยืนยันว่าไม่เอาหัวไปชนกำแพงแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตัดสิทธิ์จีเอสพี อยากให้สหรัฐคิดให้ดีๆ มันก้าวผ่านเรื่องสิทธิประโยชน์ไปแล้ว แต่เป็นเรื่องของเพื่อนฝูง เป็นเรื่องของการให้น้ำใจกัน สหรัฐก็เป็นเหมือนมหามิตรของเรา และเรื่องนี้เราคงไม่เอาหัวไปชนกำแพงแน่นอน&amp;quot; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อเสนอที่ให้ตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวนั้น โดยกฎหมายเวลานี้มันทำไม่ได้ รมว.แรงงานได้ออกมาพูดแล้วว่าทำไม่ได้ หลายประเทศไม่ได้เปิดโอกาสให้ทำ และเข้าใจว่าในสหรัฐก็ยังไม่ได้ทำ จึงยากหากจะต้องทำ แม้แก้กฎหมายก็ต้องใช้เวลานาน เกินกว่ากรอบเวลาที่สหรัฐให้ไว้ 6 เดือน ดังนั้นคงต้องใช้วิธีการเจรจา เพราะมีช่องทางที่จะเจรจากันหลายเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ใช้คำว่าปิดประตูเรื่องตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวไปเลยใช่หรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ไม่อยากพูดเช่นนั้น เพราะเรื่องนี้กระทรวงแรงงานต้องเป็นผู้ไปพิจารณา เขายกเรื่องแรงงานเป็นเรื่องแรก แต่การเจรจาเราอาจยกเรื่องอื่นขึ้นมาเจรจาเพื่อแลกเปลี่ยนกันก็ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประสานงานร่วมกับทูตแรงงาน ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ไปหารือร่วมกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ สำหรับหมวดสินค้าที่สหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพีครั้งนี้ 573 รายการ จะทำให้นำสินค้าเข้าสหรัฐบางรายการเสียภาษีเพิ่มประมาณร้อยละ 4-5 และบางรายการเสียภาษีสูงถึงร้อยละ 20 ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์เชิญภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบมาประชุมหารือ เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแก้ไขปัญหาด้านการตลาดนั้น ภาพรวมจะเร่งรัดตลาดใหญ่ๆ ทั่วโลกสำคัญ 10 ประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย ตุรกี เยอรมนี ศรีลังกา บังกลาเทศ ตะวันออกกลาง แอฟริกาใต้ อังกฤษ ยุโรป โดยจะเจาะลึกการส่งออกรายตลาดมากขึ้น และได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์แต่ละประเทศศึกษารายละเอียดก่อนจะนำทัพภาคเอกชนเข้าไปขยายตลาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีสหรัฐเรียกร้องให้ไทยมีการจัดตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวในไทยนั้น นายจุรินทร์ระบุไม่เกี่ยวข้องกับการที่สหรัฐตัดจีเอสพี ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงแรงงานจะต้องไปพิจารณาถึงความเหมาะระหว่างการจัดตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวกับการเสียภาษี อะไรจะส่งผลดีต่อประเทศมากกว่ากัน ส่วนกรณีที่สหรัฐจะให้ไทยนำเข้าหมูสารเร่งเนื้อแดงนั้น เป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข และไม่มีความเกี่ยวข้องกับการที่สหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพีไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกีรติ รัชโน ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า การหารือกับยูเอสทีอาร์จะเป็นการสอบถามถึงสาเหตุที่ไทยถูกตัดสิทธิ์ และสิ่งที่ไทยและสหรัฐจะดำเนินการต่อไปหลังจากนี้ ซึ่งในทางปฏิบัติ การประกาศตัดสิทธิ์ไทยของยูเอสทีอาร์ถือว่าขั้นตอนการทบทวนการให้จีเอสพีรายประเทศ (Country Review) จบแล้ว ดังนั้นหากในการเจรจาครั้งนี้สหรัฐยอมคืนสิทธิให้ไทย ก็ไม่น่าจะคืนได้ทันภายในปีนี้ คงต้องเห็นผลในปีถัดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้สหรัฐตัดสิทธิ์ไทย แต่ยังมีโอกาสเจรจาขอคืนสิทธิได้ เพราะในการประกาศสหรัฐใช้คำว่า แขวน (suspend) ซึ่งต่างจากอินเดียและตุรกีที่ใช้คำว่า ยุติการให้สิทธิ (terminate) และถอนออกจากการเป็นประเทศที่ได้รับสิทธิ แต่ภายหลังการเจรจาแล้วสหรัฐจะคืนสิทธิให้หรือไม่ อยู่ที่การพิจารณาของเขา แต่ที่ผ่านมา กรมเตือนผู้ส่งออกมาตลอดว่าวันหนึ่งสหรัฐอาจตัดจีเอสพีไทย ดังนั้นต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้แข่งขันได้มากขึ้น จะมารอแต่จีเอสพีตลอดไปไม่ได้ ซึ่งผู้ส่งออกได้ปรับตัวมาอย่างต่อเนื่องแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากสถิติการใช้สิทธิจีเอสพีส่งออกสินค้าไปสหรัฐ ผู้ส่งออกไทยใช้สิทธิประมาณ 70% ของมูลการส่งออกสินค้าที่ได้รับสิทธิ ส่วนอีก 30% ไม่ใช้สิทธิ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสินค้าไทยมีศักยภาพการแข่งขันที่ดีในตลาดสหรัฐ ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิจีเอสพี และผู้นำเข้ายอมเสียภาษีนำเข้าในอัตราปกติแทน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49219</URL_LINK>
                <HASHTAG>GSP, จีเอสพี, ตัดสิทธิ์จีเอสพี, ตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าว, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สหภาพแรงงานต่างด้าว, สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db9982c85c9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวังพลิกวิกฤติGSP นายกฯให้3กระทรวงเจรจาอุปทูตอเมริการุดพบสมคิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เรียกประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจถกด่วนเรื่องสหรัฐตัดจีเอสพี หวังพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ตั้งคณะทำงาน 3 กระทรวง ทั้งพาณิชย์-แรงงาน-ต่างประเทศ รีบเจรจากับมะกัน ย้ำอย่าวิตกเกินเหตุ &amp;ldquo;หม่อมเต่า&amp;rdquo; ลั่นไม่ให้ต่างด้าวตั้งสหภาพ-ด่านายจ้างแน่ อุปทูตอเมริการุดพบ &amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; แจงสัมพันธ์อยู่ช่วงขาขึ้น GSP ยังไม่สะเด็ดน้ำต้องคุยกันอีก เผยหากถูกลงดาบจริงไทยก็ยังคงได้รับสิทธิพิเศษสูงที่สุดในโลก &amp;ldquo;เฮียกวง&amp;rdquo; ดีดปากหญิงหน่อย อย่าโยงการเมืองระหว่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 29 ตุลาคม ยังคงมีความต่อเนื่องถึงผลพวงประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศระงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) สินค้าไทย 573 รายการชั่วคราว ในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เรียกประชุมด่วนคณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจในช่วงเช้า&amp;nbsp;
ต่อมาเวลา 09.45 น. ภายหลังการประชุม ครม.เศรษฐกิจ พล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามถึงแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวสั้นๆ ว่าก็ต้องหาวิธีการเจรจาพูดคุย เดี๋ยวเขาทำกันเอง อย่าเพิ่งไปตื่นเต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังประชุม ครม.ในช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์แถลงเรื่องนี้อีกครั้ง ว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ชี้แจงแล้ว ซึ่งอยู่ในขั้นตอนดำเนินการ เรื่องนี้มีการทำอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของกระทรวงแรงงานและกระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว มีการเจรจากันทุกปี แต่ครั้งนี้เมื่อเขาประกาศออกมา เราก็ต้องไปดูสิ่งที่เป็นปัญหามันอยู่ตรงไหน เพื่อหาทางเจรจาพูดคุยกัน ซึ่งเราเคยเจรจาขอคืนสิทธิในเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว โดยปีก่อนได้คืนมา 7 รายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้มีผลเฉพาะกับไทย ประเทศในอาเซียนก็โดนไปด้วย ซึ่งถ้าเรามองวิกฤติเป็นโอกาส ก็ต้องพยายามเจรจา ในระยะสั้นขอคืนสิทธิให้ได้โดยเร็ว จะยกขึ้นเจรจาภายใต้กรอบการตกลงทางการค้าการลงทุนไทย-สหรัฐต่อไป ส่วนในระยะยาวสิ่งที่เราต้องทำคือหาตลาดใหม่ทดแทนตลาดเดิม รวมทั้งใช้ประโยชน์จากการจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี FTA ต่างๆ ขยายการลงทุนไปยังประเทศที่ได้รับสิทธิจีเอสพีสหรัฐ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นการขยายตลาด ขยายการลงทุน รวมทั้งยังต้องปรับกลยุทธ์ในการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า ยกระดับความสามารถด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เป็นสิ่งที่เราต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้พวกเราอย่าวิตกกังวลเรื่องนี้ให้มากนัก อันนี้จำเป็นต้องหารือกับภาคเอกชนของเราด้วย ว่ามีมาตรการช่วยเหลืออะไรกันอย่างไร เป็นธรรมดาเมื่อมีการให้ ก็มีสิทธิเรียกคืน ส่วนเรื่องแรงงานก็มีกฎหมายหรือบางมาตรการที่เราปฏิบัติไม่ได้ เพราะว่าเป็นเรื่องภายในของเรา ซึ่งต้องระมัดระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอื่นๆ อีกหลายอย่างด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิประโยชน์เรื่องสหภาพของแรงงานต่างด้าว หลายประเทศก็ไม่ได้ทำเหมือนกับเรา เดี๋ยวไปดูอีกที อย่าเอาไปยึดโยงกับเรื่องนู้นเรื่องนี้เลย มันไม่เกิดประโยชน์ วันนี้ก็ขอให้ลดผลกระทบในเรื่องเหล่านี้ ฝากไปถึงประชาชน สังคม ให้ลดในเรื่องนี้ลงไป มันจะไม่มีผลดีต่อการพูดคุยในอนาคต&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรณีดังกล่าวเกี่ยวกับการแบน 3 สารพิษหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้อง เมื่อถามว่าไม่เกี่ยวได้อย่างไรในเมื่อสินค้าของสหรัฐมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท ไม่สามารถส่งมาไทยได้ เนื่องจากติดเงื่อนไขขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;quot;ก็เดี๋ยวมีการเจรจา&amp;quot;&amp;nbsp;
ตั้งทีมงานเจรจามะกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์กล่าวหลังประชุม ครม.เศรษฐกิจ ว่าที่ประชุมได้มอบหมายกระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกันหาแนวทางในการขอให้สหรัฐทบทวนเรื่องนี้ เพราะผลที่จะเกิดขึ้นจากการยกเลิกจีเอสพีในอีก 6 เดือนข้างหน้าจะทำให้ไทยต้องเสียภาษีนำเข้าสินค้าไปไปสหรัฐประมาณ 1,500-1,800 ล้านบาท จากเดิมเป็นศูนย์ โดยก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ประสานกับทูตไทย วอชิงตัน หารือกับตัวแทนผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ซึ่งคงจะมีคำตอบกลับมาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ปัญหาในระยะยาวนั้น ก่อนหน้านี้ พณ.เตรียมบุกตลาดทั่วโลกเพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออก โดยจะร่วมมือกับเอกชนเปิด 10 กลุ่มตลาดใหญ่ เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น แอฟริกา เยอรมนี และตุรกี รวมไปถึงสหรัฐ ซึ่งในส่วนของสหรัฐจะเจาะลึกรายมลรัฐ เพราะพบว่ามีศักยภาพซื้อสินค้าไทย แม้ถูกตัดจีเอสพีก็ตาม ขณะที่กระทรวงแรงงานที่ดูแลในเรื่องของแรงงานที่ต้องการให้แรงงานต่างด้าวตั้งสหภาพนั้น กระทรวงแรงงานจะเตรียมทำความเข้าใจกับสหรัฐในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องหารือกัน แต่ไม่ใช่ประเด็นที่จะต้องกังวล และอย่าเอาเรื่องจีเอสพีไปผูกโยงกับเรื่องสารพิษ เพราะเป็นคนละเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ กล่าวเช่นกันว่า &amp;nbsp;เป็นเรื่องที่ไทยกับสหรัฐต้องหารือกัน ถ้าไม่พูดคุยกันคงไม่เกิดประโยชน์อะไร โดยนายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์ของสหรัฐจะเดินทางมายังไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุม Indo-Pacific Business Forum ในระหว่างประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง รมว.พาณิชย์ของไทยคงถือโอกาสนี้นัดหมายการหารือกับนายวิลเบอร์ในเรื่องของจีเอสพี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ต้องไปพูดคุยกับยูเอสทีอาร์ด้วยหรือไม่ นายดอนกล่าวว่า ปกติสถานเอกอัครราชทูตไทยสามารถขอนัดพบเขาได้อยู่แล้ว และเมื่อเกิดข่าวออกมาก็อยู่ในวิสัยที่เราต้องไปหารือกับยูเอสทีอาร์ในเร็วๆนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมชาติ ถ้าไม่ไปคุยกันจะถือเป็นเรื่องแปลก แต่คิดว่าอย่าห่วงกังวลต่อกรณีดังกล่าวมากเกินไป เพราะเรื่องจีเอสพีเป็นสิ่งที่ไทยกับสหรัฐได้เจรจากันมานานแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องใหม่หรือไม่เคยมีการพูดมาก่อน แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดประเด็นสำคัญ ฝ่ายไทยกับสหรัฐก็สามารถพูดคุยเจรจากันได้อยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ทุกคนไม่ต้องกังวล ข่าวที่ออกมาตอนนี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเกี่ยวโยงกับเรื่องต่างๆ จนดูว่ามีความซับซ้อน ทั้งที่จริง ฝ่ายสหรัฐมีกำหนดประกาศเรื่องจีเอสพีในช่วงปลายเดือน ต.ค.หรือต้นเดือน พ.ย.อยู่แล้ว ทุกอย่างมีเรื่องความประจวบเหมาะ ซึ่งหลายเรื่องที่เราไม่ได้คาดคิดมาก่อน มันก็เกิดขึ้น&amp;rdquo; นายดอนกล่าว
ส่วน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน กล่าวหลังประชุม ครม.เศรษฐกิจ ว่าได้หารือเรื่องจีเอสพีซึ่งมีความสำคัญมากกว่าเรื่องของแรงงาน โดย พณ.มีหน้าที่ไปเจรจาเรื่องจีเอสพี ขณะที่เรื่องแรงงานไม่ค่อยมีอะไร โดยเรื่องที่สหรัฐต้องการให้ตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวในไทยนั้น เวลานี้เราให้คนต่างด้าวด้อยกว่าคนไทย เพราะหากให้คนไทยเท่ากับต่างด้าวอย่างนี้ก็จะยุ่ง กระบวนการของไทยไม่ได้มาอย่างนั้น เราไม่ได้เป็นประเทศที่เสรีภาพมากมาย กฎหมายของเราไม่ได้เป็นสากล และคิดว่าไม่จำเป็นต้องเป็นสากล
ไม่ยอมต่างด้าวตั้งสหภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเทศใครประเทศมัน ถ้าให้ตั้งแรงงานต่างด้าวเป็นสหภาพแรงงาน เราก็เหนื่อย คนต่างด้าวพูดภาษาไทยไม่ได้แล้วแบบนี้มันจะเป็นไปได้อย่างไร แม้กระทั่งกรณีสหภาพแรงงานที่เป็นคนไทยก็ยังทะเลาะกันเอง และอยู่ดีๆ จะมีต่างชาติล้านคนมาเป็นสหภาพกลุ่มใหญ่ ซึ่งเราผลักดันให้ไม่ได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้คิดอะไร จึงได้ตอบยาก ต้องดูก่อนว่ากระทรวงพาณิชย์ของไทยกับสหรัฐจะเจรจาตกลงเรื่องจีเอสพีได้หรือไม่ ถ้าตกลงได้ แต่มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแรงงานแล้วมาถามเราว่าทำอะไรได้บ้าง เราจึงจะได้ลงแรงคิดต่อไป&amp;rdquo; ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คิดว่าเรื่องแรงงานเป็นข้ออ้างในการใช้ตัดจีเอสพีหรือไม่ ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าวว่า ไม่ถึงขนาดนั้น เขามีเงื่อนไขเช่นนี้ 11 ข้อ ซึ่งสหรัฐยังไม่รับเรื่องการให้สิทธิ์แก่แรงงานต่างด้าว เพราะให้สิทธิคนต่างด้าวดีกว่านั้นอยู่แล้วก็ไม่รู้ เพราะไม่เคยไปเป็นคนต่างด้าวที่นั่น และ 2 ข้อที่เขาจะให้เรารับ เราก็รับไม่ค่อยได้ เพราะมันมากกว่าสิทธิ์ของคนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่อยากพูดว่าได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เป็นกระบวนการ ความเป็นมาของสังคม และกฎเกณฑ์ประเทศ ต่อไปเป็นอย่างไรไม่รู้ วันนี้กฎหมายเราไม่ใช่กฎหมายสากล และความเจริญของประเทศมีระดับหนึ่ง การทะเลาะไม่ค่อยมี เขาต้องการให้คนงานต่างด้าวด่านายได้ เราก็ไม่เห็นว่าจะมีใครให้คนงานด่านายเลย ต่อให้แก้กฎหมายแรงงาน ก็ยังติดกฎหมายอาญา หากจะแก้กฎหมายอาญาเพื่อให้สิทธิ์แรงงานที่เป็นคนของประเทศกลุ่มหนึ่ง มันเป็นไปไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงเรียน ครม. ว่าถ้ามีอะไรช่วยได้นิดๆ หน่อยๆ จะช่วยพยายาม ตอนนี้ก็นั่งคิดอะไรอยู่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม ครม. นายไมเคิล ฮีธ &amp;nbsp;อุปทูตรักษาราชการสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้เดินทางเข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่ห้องทำงานภายในตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไมเคิลกล่าวหลังเข้าพบว่า ความสัมพันธ์ของไทยและสหรัฐช่วงนี้ถือว่าเป็นขาขึ้น จากการที่รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ซึ่งกระบวนการจีเอสพีเป็นเรื่องที่มีการตัดสินใจมานานแล้ว ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงนี้ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแบน 3 สารพิษของไทย นี่คือหัวใจที่สหรัฐได้คุยกับนายสมคิด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตัดจีเอสพีไทยนั้นพูดคุยกันมานานแล้ว และจีเอสพีเป็นสิทธิพิเศษที่ไทยได้รับมานานกว่า 30 ปี แม้จะถูกตัดสิทธิ์ไปแล้ว แต่ไทยก็ยังคงได้รับสิทธิพิเศษสูงที่สุดมากกว่าประเทศใดในโลกในปัจจุบัน ดังนั้นจะหารือกับทางรัฐบาลไทยในข้อกฎหมายต่างๆ ในเรื่องของแรงงานว่าจะดำเนินการร่วมกันอย่างไร ทั้งนี้ การตัดสิทธิ์จีเอสพีมีผลกระทบไม่มาก ตัวเลขไม่เยอะ และกระบวนการนี้ยังไม่ถือว่าสิ้นสุด&amp;rdquo; นายไมเคิลกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมคิดกล่าวว่า คณะของสหรัฐจะมาร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ในระหว่างวันที่ 31 ต.ค.-4 พ.ย. จึงพยายามเตรียมการทุกอย่างให้สมบูรณ์ เพราะต้องการมาลงทุนในไทย และจะลงพื้นที่ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) นอกจากนี้ยังจะหารือถึงเรื่องจีเอสพี ซึ่งนายไมเคิลระบุว่า การตัดสิทธิ์จีเอสพียังไม่ถึงที่สุด และมีมูลค่าไม่มากนักหรอก แต่ว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะพูดคุยกันและสื่อสารกัน โดยนายไมเคิลย้ำว่าการตัดจีเอสพีเกิดขึ้นในช่วงที่คณะของสหรัฐกำลังเดินทางมาไทย เป็นช่วงเวลาบังเอิญ และเมื่อยังไม่ถึงที่สุดอยู่ที่การพูดจากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในเรื่องแรงงานสหรัฐได้ขอความร่วมมืออย่างไรบ้าง นายสมคิดกล่าวว่า เขาไม่ได้ขอ ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เราบอกว่าใน 7 ข้อ ให้ไปตั้ง 4 ข้อแล้ว อีก 3 ข้อค่อยคุยกัน เขาก็เข้าใจ ซึ่งเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องเหล่านี้เลย พูดแต่ว่าอนาคตจะร่วมมือกันอย่างไร ส่วนเรื่องจีเอสพี กระทรวงพาณิชย์ต้องหารือกับตัวแทนยูเอสทีอาร์ ซึ่งอยู่ที่การสื่อความให้เขาทราบ และบอกว่าเราเป็นมิตรที่ดีมีกลุ่มต่างๆ จำนวนมากตั้งใจไปลงทุนประเทศเขาด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาโดยรวม อย่าพิจารณาเป็นชิ้นๆ อย่างไรก็ตาม นายไมเคิลมีบรรยากาศที่เป็นมิตรภาพสูง ซึ่งจริงๆ แล้วไทยเลยเวลาที่จะเป็นจีเอสพีมานานแล้ว จีเอสพีมีไว้สำหรับประเทศที่ด้อยพัฒนา เป็นความช่วยเหลือกันมาตั้งแต่ดั้งเดิม ส่วนไทยนั้นพัฒนาแล้ว เพียงแต่เราเป็นเพื่อนกัน ก็เก็บไว้ก่อนสิ จะรีบร้อนไปทำไม
เฮียกวงอบรมหญิงหน่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ระบุว่าต้องการให้เจรจาแบบคู่ค้าที่เท่าเทียมกัน ไม่ใช่ลูกไล่ นายสมคิดกล่าวว่า เรื่องมิตรภาพเป็นเรื่องสำคัญ ต้องไม่เอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นประเด็นการเมือง อย่าลืมว่า ทั้งสหรัฐ จีน และญี่ปุ่น เป็นประเทศใหญ่ การที่เราสร้างสัมพันธ์ได้เป็นสิ่งที่ดี ส่วนอะไรที่ไม่เป็นธรรม เราต้องเจรจากับเขาว่าเราทำเต็มที่แล้ว ต้องเกื้อกูลกัน ต้องเป็นเหตุเป็นผล และการที่นายไมเคิลมาเข้าพบ เขาก็ให้เกียรติทุกอย่าง รวมถึงหวังอย่างยิ่งว่าคณะที่มาจากสหรัฐจะได้เข้าพบนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมรับทราบกรณีที่สหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพี โดย ครม.เศรษฐกิจได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ ตั้งคณะทำงาน และหาช่องทางยื่นเรื่องให้สหรัฐทบทวนการเรื่องดังกล่าวและทำการคืนสิทธิ์ให้กับไทย ขณะเดียวกันได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมการร่วมกับภาคเอกชน เพื่อหาช่องทางในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยเร่งหาตลาดเพิ่มขึ้น รวมถึงเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการ โดยมีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการส่งออก ซึ่งกำหนดตลาดใหม่ที่สำคัญไว้ใน 10 ประเทศ รวมถึงสหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า รัฐบาลควรให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกับประชาชน และควรหาทางเจรจากับสหรัฐเพื่อขอคืนสิทธิจีเอสพี เพราะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหลายประเทศก็เคยเจรจาจนได้รับสิทธิคืนมาแล้ว ที่สำคัญคือ พล.อ.ประยุทธ์ควรให้ข้อมูลข้อเท็จจริงแก่พี่น้องประชาชนกับสิ่งที่เกิดขึ้น รัฐบาลไม่ควรปัดความรับผิดชอบ เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบกับประชาชนและผู้ประกอบการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศราวุธ เพชรพนมพร รองเลขาธิการพรรค พท. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในส่วน กมธ.จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมสัปดาห์หน้า โดยเราต้องการทราบว่าการที่สหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพี มีอะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริง เพราะจากคำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ระบุว่าถูกตัดสิทธิ์ เพราะเราเติบโตและพัฒนาเร็วเกินไปนั้น เห็นว่าไม่น่าจะใช่เหตุผลที่ถูกต้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ช่วงระยะเวลาที่เหลืออีก 6 เดือน ก่อนถูกตัดสิทธิ์ รัฐบาลต้องหาทางเจรจากับสหรัฐ เพราะหลายประเทศที่ถูกตัดสิทธิ์จีเอสพีก็เดินหน้าเจรจาสำเร็จมาหลายประเทศแล้ว ที่สำคัญรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหามาตรการเยียวยาผู้ประกอบการส่งออกที่จะได้รับผลกระทบ โดย กมธ.จะเชิญกรมการค้าระหว่างประเทศและกระทรวงการต่างประเทศมาหารือเพื่อหามาตรการเยียวยากลุ่มผู้ประกอบการด้วย&amp;rdquo; นายศราวุธกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49147</URL_LINK>
                <HASHTAG>GSP, จีเอสพี, ตัดสิทธิ์จีเอสพี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สหรัฐตัดจีเอสพี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจรจาอุปทูต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db84a34c1551.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อนุทิน’ลั่นไม่ใช่เมื่องขึ้น เมินแจงสารพิษให้อเมริกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อนุทิน&amp;quot; คว่ำขัน 3 สารพิษ ยันไม่ทบทวนมติเอกฉันท์ คกก.วัตถุอันตราย ส่งซิก &amp;quot;มนัญญา&amp;quot; ไม่ต้องส่งรายงานชี้แจงอเมริกา ชี้ไม่ใช่เมืองขึ้นใคร ด้าน รมว.เกษตรฯ ผุดคณะทำงานช่วยเหลือเกษตรกรได้รับผลกระทบ ขณะที่นักวิชาการเตือนชาวบ้านอันตรายขายตรงสารเคมี โฆษณาอวดอ้างโชว์อมยาพ่นหญ้าตาย คนปลอดภัย! เผยไล่ตรวจตัวอย่างเจอเพียบทั้งพาราควอต ไกลโฟเซต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการแบน 3 สารพิษว่า กระทรวงสาธารณสุขยังคงยืนยันที่จะไม่มีมติทบทวนในสิ่งที่ยกเลิกไปแล้ว และยืนยันว่าสารพิษ 3 ชนิดไม่มีประโยชน์ใดๆ เป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า สหรัฐอเมริกาอ้างผลการวิจัยขององค์การอนามัยโลก นายอนุทินกล่าวว่า ตนเองไม่อ้างผลวิจัย แต่เห็นคนที่ถูกลวก ถูกสารพิษ แทบเห็นกระดูก คนเป็นมะเร็ง กระทรวงสาธารณสุขมีข้อมูลการรักษาของโรคที่ติดมาจากสารพิษเหล่านี้เยอะแยะ ไม่เห็นจะต้องไปวิจัยอะไรเลย ไม่เช่นนั้นโรงพยาบาลจะขึ้นป้ายคัดค้านหรือ และที่ขึ้นป้ายไม่ใช่เกลียดสารพิษนี้ แต่เขาขี้เกียจรักษาคนพวกนี้แล้ว &amp;nbsp;ไม่ไหวแล้ว ทำไมไม่หยุดใช้สารพิษเสียที ปล่อยให้เกษตรกรมาเป็นผู้รับเคราะห์ จะให้คนไทยรับประทานอาหารดีๆ และปลอดภัยไม่ได้หรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะต้องส่งรายงานเหล่านี้ซัพพอร์ตให้ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;เพื่อทำรายงานชี้แจงไปให้สหรัฐฯ หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า &amp;quot;ไม่ต้องส่งอะไร เราเป็นเมืองขึ้นใครเสียที่ไหน หน่วยงานใดมีหน้าที่ชี้แจงก็ชี้แจงไป เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง และคณะกรรมการวัตถุอันตรายถูกตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ ไม่ได้มาตามอารมณ์ หรือตั้งขึ้นมารองรับการแบนสารพิษเหล่านี้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อมีมติอย่างไรเท่ากับเป็นกฎหมาย แล้วอยู่ดีๆ พอเป็นมติไปแบบเอกฉันท์ ขาดลอยแบบนี้แล้วยังจะต้องแปลอีกหรือ ถ้าทำแบบนี้ไปแล้วและบอกให้พลิกมติ บอกว่าเขาทำผิด แล้วจะมีคณะกรรมการไว้ทำไม ขวัญกำลังใจของคนที่มาเป็นกรรมการจะเป็นอย่างไร ข้าราชการเหล่านี้ไม่ได้อยู่ดีๆ เข้าไปโหวต แต่มีความคิดของตัวเอง ซึ่งดูมติของคณะกรรมการที่ออกมาก็เป็นคำตอบได้แล้วว่าทำถูกหรือทำผิด&amp;quot; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ออกคำสั่งกระทรวงเกษตรฯ ที่ &amp;nbsp;2300/2562 เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิด หลังจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติประกาศวัตถุอันตรายทางการเกษตรเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ได้แก่ พาราควอต, ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส &amp;nbsp;โดยกระทรวงเกษตรฯ จะเร่งขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานคณะทำงาน นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน ประกอบด้วย อธิบดีกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรวม 17 คน มีอำนาจหน้าที่ศึกษา รวบรวมข้อมูล นวัตกรรม เครื่องจักรกล เทคโนโลยีทางการเกษตร และสารเคมีทดแทน &amp;nbsp;และกำหนดแนวทางหรือมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกใช้สารเคมี 3 &amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กำหนดแนวทาง วิธีการสื่อสารตามแนวทางและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรต่างๆ ที่กำหนดเพื่อสร้างการรับรู้และทำความเข้าใจแก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไป, กำกับดูแลและติดตามผลการปฏิบัติงานตามแนวทางและมาตรการที่กำหนด, รายงานผลการดำเนินการต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ &amp;nbsp;พร้อมเชิญหน่วยงานหรือผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ความเห็น และข้อเสนอแนะ รวมทั้งจัดส่งเอกสาร และข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องตามที่คณะทำงานเห็นสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางจรรยา มณีโชติ นายกสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญด้านวัชพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;nbsp;&amp;quot;Chanya Maneechote&amp;quot; เมื่อ 27 ต.ค.62 ระบุว่า &amp;quot;ขณะนี้ยังไม่มีสารชีวภัณฑ์กำจัดวัชพืชที่ได้รับการรับรองคุณภาพจากกรมวิชาการเกษตร จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อผู้ที่โฆษณาอวดอ้างสรรพคุณบนโลกออนไลน์ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระวังโดนหลอกอย่าหลงเชื่อโฆษณาชีวภัณฑ์กำจัดวัชพืช ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่มีข่าวจะแบนพาราควอตและไกลโฟเซต มี fb โฆษณาขายชีวภัณฑ์กำจัดวัชพืช แบบเผาไหม้ แบบดูดซึม บางรายโชว์ใช้ปากอมพ่นหญ้าตาย คนไม่ตายปลอดภัย สารวัตรเกษตรตามไปเก็บ ตย.มาตรวจ เจอทั้งพาราควอต ทั้งไกลโฟเซต พอรู้ว่าถูกจับได้ก็ปิด fb หนีกันเป็นแถว ตอนนี้ยังไม่มีชีวภัณฑ์กำจัดวัชพืชที่ได้ทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตรเลย เพราะยังไม่ผ่านการทดสอบทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย ที่พูดๆ กันว่ามีชีวภัณฑ์กำจัดวัชพืชเยอะแยะ แต่ยังไม่มีใครกล้ามายื่นขึ้นทะเบียนเลย เพราะกลัวไม่ผ่านทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย เลยแอบขายกันไปตามสื่อออนไลน์ ระบบขายตรงถึงหน้าบ้าน&amp;quot; นางจรรยาระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กมธ.ยินดีรับข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่มีความเห็นร่วมกันในการพัฒนาด้านการเกษตรให้ปลอดภัยทั้งต่อเกษตรกรและผู้บริโภค กำลังรวบรวมจัดทำเป็นรายงานของ กมธ.เพื่อรายงานต่อสภา เป็นข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตของสภาแจ้งไปยังรัฐบาลต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สำนักงานศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ น.ส.อัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง เป็นตัวแทนกลุ่มเกษตรกรที่ประกอบอาชีพปลูกผลไม้และพืชไร่ใน 6 จังหวัด มาร้องขอความเป็นธรรมขอให้ศาลพิจารณาเพื่อมีคำสั่งระงับมติยกเลิกการใช้สารพาราควอต, ไกลโฟเซต &amp;nbsp;และคลอร์ไพริฟอสของคณะกรรมการวัตถุอันตราย คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา และหลังจากนี้จะทำหนังสือเพื่อขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อสะท้อนผลกระทบที่เกิดขึ้นจากมติการยกเลิกใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด และขอให้มีการทบทวนมติดังกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49064</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.วัตถุอันตราย, ตัดสิทธิ์จีเอสพี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล, อันตรายขายตรงสารเคมี, แบน 3 สารพิษ, ไม่ใช่เมื่องขึ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db6f360e4838.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
