<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธนาธรคอพาดเขียง ระทึกวันพิพากษาคดีหุ้นสื่อ‘กกต.’ขยับสอบ‘อนค.’กู้เ งิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ลุ้นระทึก! ศาล รธน.ตัดสินคดี &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ถือหุ้นสื่อ &amp;quot;บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม&amp;quot; ปัดไม่เกี่ยวข้องด้วย เป็นเรื่องของศาลจะพิจารณา กกต.ยันส่งเรื่องให้ศาล รธน.วินิจฉัยสถานภาพ ส.ส.ดำเนินการตาม รธน. ส่วนคดีอาญาทำตามระเบียบ กกต. จี้ อนค.ส่งเอกสารหรือหลักฐานกู้ยืมเงิน ปัดเร่งรัดหรือมีเหตุจูงใจทางการเมือง &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; โวย กกต.ทวงถามเอกสารผ่านสื่อ เปรียบเอาองค์กรอิสระเผาบ้านทั้งหลังเพื่อจัดการคนคนเดียว &amp;quot;ช่อ&amp;quot; ไม่ไร้เดียงสาท้า &amp;quot;มาดามเดียร์&amp;quot; ฟ้อง &amp;quot;พปชร.-ปชป.&amp;quot; แนะ อนค.ให้ตั้งสติอย่ากดดันศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพุธที่ 20 พฤศจิกายนนี้ เป็นที่จับตากรณีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติและอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องคดีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. อันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ ส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98 (7) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเมื่อวันอังคาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาตัดสินคดีของนายธนาธร ในวันที่ 20 พ.ย.นี้ ว่าเรื่องดังกล่าวตนไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย เพราะตนไม่ได้เป็นคนไปฟ้องต่อศาล และตนจะไปบังคับศาลรัฐธรรมนูญให้ตัดสินอย่างไรก็คงไม่ได้ เป็นเรื่องของกระบวนการศาล โดยตนคงไม่ไปก้าวล่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ไม่มีอะไร เป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณา ก็ดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องดูแลกำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คงไม่ต้องไปกำชับหรือดูแลอะไรเป็นพิเศษ ส่วนที่จะมีประชาชนแห่มาให้กำลังใจนายธนาธรในวัน 20 พ.ย.นี้ จำนวนมากนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินออกมา เป็นห่วงว่าจะมีความเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า อันนั้นมันแค่ถ้า ไม่ตอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนค. ได้มอบหมายให้ทนายความไปยื่นฟ้อง กกต.ทั้ง 7 คน ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ข้อหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หลังจาก กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าการดำเนินการกรณีสมาชิกภาพของ ส.ส.สิ้นสุดลงเป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรค 4 เรื่องการพ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกรัฐสภาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นการเฉพาะ ไม่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่นใด และไม่ได้อยู่ภายใต้บังคับของระเบียบ กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อ กกต.เห็นว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนใดคนหนึ่งมีเหตุสิ้นสุดลง ก็สามารถยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ทันที ซึ่งกรณีของนายธนาธร เป็นกรณีความปรากฏต่อกกต.ว่าสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หรือ บอจ.5 มีชื่อนายธนาธร &amp;nbsp;เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. อันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ ส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) &amp;nbsp;ประกอบมาตรา 98 (7) กกต.จึงได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย&amp;quot;
จี้อนค.แจกเอกสารกู้เงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการดำเนินการกรณีคดีอาญา เป็นการดำเนินการตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 &amp;nbsp;มาตรา 151 กรณีที่นายธนาธรมีผู้กล่าวหาว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 151 ประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) รู้อยู่ว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ซึ่ง กกต.ได้ดำเนินการตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 ขณะนี้เป็นสำนวนอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน กกต.ยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การดำเนินการของ กกต.ได้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด และข้อเท็จจริงแล้วแต่กรณี โดยมิได้มีการเร่งรัดหรือมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองแต่อย่างใด&amp;rdquo; เอกสารชี้แจง กกต.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ สำนักงาน กกต.ออกเอกสารข่าวว่า กกต.ได้ประชุมพิจารณาสํานวนการสืบสวน กรณีมีผู้กล่าวหาว่านายธนาธรได้ให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินของตนเองถือว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 โดยได้บริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองมีมูลค่าเกินกว่า 10 ล้านบาท ต่อพรรคการเมืองต่อปี ซึ่งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของสํานักงาน กกต. และคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคําร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ได้ดําเนินการเป็นไปตามกระบวนการและขั้นตอนที่กฎหมายกําหนดทุกประการแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มติของ กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อให้การพิจารณาในเรื่องดังกล่าวข้างต้นปรากฏข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ ชัดเจนและเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้พรรคอนาคตใหม่ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต่อไป โดยเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องเป็นเอกสารที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยคําร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้งใดเคยเรียกเอกสารดังกล่าวแล้ว แต่พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้แก่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยคําร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้งแต่อย่างใด&amp;quot; เอกสาร กกต.ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค แถลงว่า ตามมติ กกต.กรณีเงินกู้พรรค ก็ไม่ได้มีส่วนไหนระบุว่าเรามีความผิด ขอตั้งข้อสังเกตในส่วนของการแถลงข่าวของกกต.ปกติแล้ว เจ้าหน้าที่ กกต.จะประสานกับฝ่ายกฎหมายของพรรคมาโดยตลอดว่าจะให้ส่งเอกสารอะไรไป ซึ่งฝ่ายกฎหมายของพรรคก็ได้แจ้งด้วยวาจาไปแล้วว่าขอเลื่อนกำหนดการส่งเอกสารไปเล็กน้อย เพราะพรรคเราโดนคดีหลายเรื่องมาก ขณะที่สิ่งที่ กกต.ขอนั้นเยอะ และละเอียดมาก เราเลยต้องขอเวลาอีกนิดหนึ่ง ตนไม่แน่ใจว่ากรณีที่ผ่านๆ มาเคยมีแบบนี้หรือไม่ ที่ กกต.ต้องมาทวงเอกสารจากผู้ถูกฟ้องผ่านสื่อ ที่เป็นเอกสารข่าวแจก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด น่าจะเป็นครั้งแรกที่ กกต.ทวงเอกสารผู้ถูกร้องผ่านสื่อ โดยใช้เอกสารข่าว ผมไม่อยากจะคิดว่านี่เป็นปฏิกิริยา โต้กลับที่ทางคุณธนาธรไปฟ้อง กกต.ทั้ง 7 ท่านหรือไม่&amp;rdquo;
เผาบ้านทั้งหลังจัดการคนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีการกู้เงินของพรรค อนค. นายปิยบุตรกล่าวว่า พรรคการเมืองเป็นปัจเจกบุคคลมารวมตัวกัน ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ยึดเสรีภาพเป็นหลัก ฉะนั้น เรื่องไหนทำไม่ได้กฎหมายก็ไม่ให้ทำ อย่างเรื่องการรับเงินจากต่างชาติ และอีกสารพัดเรื่อง หากห้ามแล้วยังทำก็มีโทษตามมา แต่ตนอ่านทั้งฉบับมันไม่มีตรงไหนเลยที่บอกว่าห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน ดังนั้นเราต้องตีความว่าทำได้ ถ้าทำไม่ได้กฎหมายต้องห้าม จากที่อ่านทุกมาตรา ไม่มีตรงไหนที่บอกว่าพรรคการเมืองกู้เงินไม่ได้ &amp;nbsp;หากกรณีนี้ กกต.บอกว่าทำไม่ได้ บทลงโทษของมันก็ไม่ได้นำไปสู่การยุบพรรค ตนเข้าใจดี พอจบจากคดีหัวหน้าพรรค ก็เข้าแถวเรื่องนี้ต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เราตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา และต้องการทำระบบบัญชีให้โปร่งใส และเห็นว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ของเรามาจากที่ใด หลายคนก็แซวว่าทำไมพรรคอนาคตใหม่ไร้เดียงสา ทำไมไม่ทำแบบที่ทำๆ กันมา แค่ยื่นๆ เงินกันมา แล้วไม่ต้องประกาศก็ได้ ผมก็บอกว่าหากจะทำแบบนี้ผมไม่ต้องตั้งพรรคอนาคตใหม่ ที่หัวหน้าพรรคให้กู้เงิน เพราะจะแสดงเห็นว่าอย่างไรก็ต้องหาเงินไปคืน และทำให้เห็นว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ใช่พรรคของนายธนาธร ผมเองสงสัยเหมือนกันว่าประเทศนี้พรรคการเมืองที่พยายามพิสูจน์ตัวเองว่าโปร่งใส สุดท้ายกลายเป็นพรรคแบบนี้โดนคดี คำร้องไม่จบไม่สิ้น&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว และว่า ตนทราบดีว่าการเมืองไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้นเป็นอย่างไร แต่เราจงใจไม่ทำแบบที่ทำกันมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมั่นใจว่าประเทศนี้จะใช้กระบวนการทางกฎหมายอย่างยุติธรรม และไม่ใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งกัน ซึ่งถึงเวลาแล้วที่วิธีคิดที่ว่าเอากฎหมายและองค์กรอิสระทั้งระบบมาจัดการคนบางคน เป็นการลงทุนถึงขนาดเผาบ้านทั้งหลังเพื่อจัดการคนเดียว&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าวกรณีหากศาล รธน.วินิจฉัยว่านายธนาธรขาดสมาชิกภาพ จะมีการเดินเรื่องต่อจาก กกต. โดยไปยื่นกับศาลอาญาเพื่อเอาผิดกับนายธนาธรที่รู้ตัวอยู่แล้วว่าตนเองขาดสมาชิกภาพ แต่ก็ยังลงสมัคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค. ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประกาศจะใช้กระบวนการทางกฎหมายจัดการหลังถูกกล่าวพาดพิงเรื่องนักการเมืองถือหุ้นสื่อว่า เป็นสิทธิ์ของเขา แต่เราก็มีความมั่นใจ และไม่ไร้เดียงสาถึงขั้นที่จะไม่รู้ว่าการกล่าวพาดพิงบุคคลที่สามจะไม่เสี่ยงโดนฟ้อง เราจึงรัดกุมพอสมควรว่า สิ่งที่เราพูดเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด เช่น ผู้บริหารของเนชั่น ผู้บริหารของนิวส์ เน็ตเวิร์ค และผู้บริหารของสถาบันทิศทางไทย รวมไปถึงสัดส่วนเวลาที่ช่องเนชั่นนำเสนอข่าวของอนาคตใหม่ ถ้าสงสัยว่าข้อมูลส่วนไหนบิดเบือน ก็สามารถไปเช็กสถิติได้ และนำหลักฐานมาแสดง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ระบุเรื่องคุณสมบัติของ ส.ส.ว่าห้ามถือหุ้นสื่อ มีขอบเขตครอบคลุมแค่ไหน น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า อยู่ที่การตีความทางกฎหมาย ซึ่งตามกฎหมายคู่สมรสถือว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน เพราะเวลาที่นักการเมืองแสดงทรัพย์สินต่อกรรมการ ป.ป.ช. ก็ต้องแสดงทรัพย์สินของคู่สมรสด้วย เรื่องนี้ถ้าไม่พูดถึงเรื่องกฎหมายเลย ในทางจิตสำนึกทุกคนก็ย่อมทราบดีว่านายฉาย บุนนาค และ น.ส.วทันยาเป็นสามีภรรยากัน และใครๆ ก็ทราบว่าเนชั่นเป็นสำนักข่าวที่มีแนวคิดทางการเมืองเป็นแบบไหน ให้คุณกับฝ่ายไหน และให้โทษกับฝ่ายไหน เข้าใจว่า น.ส.วทันยาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับนายฉาย เพราะป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้น สำหรับพรรคอนาคตใหม่ ตอนนี้มีหลายคดีแล้ว เพิ่มอีกสักคดีคงไม่เป็นไร
ปลุกระดมกดดันศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่เนชั่นแฉความสัมพันธ์ระหว่างมติชนและนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า อาจจะเทียบกันได้ว่า น.ส.วทันยาและนายฉายเป็นสามีภรรยากัน เหมือนกับนางสมพรและนายธนาธรเป็นแม่ลูกกัน แม้จะไม่ใช่คนคนเดียวกัน ก็มีความเกี่ยวข้องกัน ที่สำคัญมากๆ คือตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ไม่ให้นักการเมืองถือหุ้นสื่อ เพื่อไม่ให้ใช้สื่อนั้นเป็นคุณกับตัวเองและเป็นโทษกับคนอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายธนาธรโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit ระบุว่า ทุกอย่างที่เราทำ เราทำตามความฝันของเรา เราทำตามสิ่งที่เราหาเสียงกับประชาชนเอาไว้ และแน่นอน สิ่งเหล่านี้ย่อมเป็นการขัดผลประโยชน์ของเขาแน่นอน ปากกาอยู่ในมือเขา แต่ถ้าต้องมานั่งห่วงว่าเราทำแบบนี้เขาจะพอใจมั้ย เขาจะจัดการเรามั้ย เขาจะยุบพรรคเรามั้ย เราก็ไม่ต้องทำงานอะไรกันพอดี แล้วเราจะตั้งพรรคนี้ขึ้นมาทำไม?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรค พปชร. กล่าวตอบโต้ น.ส.พรรณิการ์ ว่า น.ส.วทันยาปฏิบัติตามกฎหมายถูกต้องครบถ้วน และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าวใดๆ ของสื่อในเครือเนชั่น จึงขอให้ น.ส.พรรณิการ์ไปทำความเข้าใจเรื่องคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.และ ส.ส. ตามมาตรา 98 (3) รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่ระบุว่า &amp;ldquo;บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส...เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ&amp;rdquo; ก่อนที่จะออกมาชี้นำให้สังคมเกิดความสับสนเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากเห็นว่า น.ส.วทันยาขาดคุณสมบัติ ส.ส. ก็สามารถใช้กระบวนการทางกฎหมายยื่นตรวจสอบคุณสมบัติของ ส.ส.ได้ แต่เมื่อถึงเวลาใกล้กำหนดวันชี้ขาดกรณีของนายธนาธร กลับไปหยิบยกกรณีนี้ขึ้นมา หวังปั่นกระแสสร้างความเข้าใจผิด ซึ่งไม่ควรมาแถลงข่าวบิดเบือนให้ผู้อื่นเสียหายเช่นนี้ ควรตั้งสติรอผลคำตัดสินของศาลเสียก่อน เพราะยังไม่มีใครรู้ว่าผลจะออกมาเป็นคุณหรือโทษต่อพรรคอนาคตใหม่ แต่การแถลงข่าวของ น.ส.พรรณิการ์ ทำให้ประชาชนมีคำถามว่า กระทำเพื่อหวังกดดันกระบวนการพิจารณาคดีของศาลหรือไม่ หรือเป็นการหวังลดความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมของไทยหรือไม่&amp;quot; น.ส.ทิพานันกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าวันพรุ่งนี้หากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญออกมาไม่ถูกใจฝ่ายตนเอง บรรดากองเชียร์อาจจะออกมาโจมตีใส่ร้ายป้ายสีศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งโดยขาดหลักและเหตุผล การเคารพคำตัดสินของศาลไม่ใช่การ &amp;quot;อยู่เป็น&amp;quot; หรือ &amp;quot;อยู่ไม่เป็น&amp;quot; แต่เป็นการ &amp;quot;อยู่เป็นที่&amp;quot; ตามกติกาสังคม จึงอยากให้บรรดากองเชียร์ของนายธนาธรตั้งสติให้ดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50693</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ตัดสินคดี, ถือหุ้นสื่อ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ศาล รธน., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd40440606d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
