<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 23:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 23:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุรุษผู้ตบหน้าประธานาธิบดีฝรั่งเศสโดนตัดสินจำคุก18เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลฝรั่งเศสตัดสินลงโทษชายวัย 28 ปี ที่สร้างความตกตะลึงด้วยการตบหน้าประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง เมื่อวันอังคารที่่ผ่านมา โดยสั่งจำคุกเขา 18 เดือน แต่โทษ 14 เดือนรอลงอาญา ทำให้เขาต้องนอนคุกสิริรวม 4 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน กล่าวว่า ดาเมียน ตาเรล ชายวัย 28 ปี ผู้คลั่งไคล้ประวัติศาสตร์ยุคกลาง โดนควบคุมตัวไว้นับตั้งแต่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่จังหวัดโดรมเมื่อวันอังคารที่่ผ่านมา ซึ่งอัยการอเล็กซ์ เปรอง กล่าวต่อศาลเมืองวาลองซ์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า เป็นการกระทำที่ &amp;quot;ไม่อาจยอมรับได้อย่างสิ้นเชิง&amp;quot; และเป็น &amp;quot;การใช้ความรุนแรงโดยเจตนา&amp;quot; และขอให้ศาลลงโทษจำคุกเขา 18 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามฐานความผิดนั้น ชายหนุ่มผู้นี้เสี่ยงต่อการโดนลงโทษจำคุก 3 ปีและปรับอีก 45,000 ยูโร (ราว 1.7 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำตัดสินของศาลภายหลังการไต่สวนอย่างรวดเร็ว ผู้พิพากษาลงโทษเขาตามที่อัยการเสนอ คือจำคุก 18 เดือน แต่โทษ 14 เดือนให้รอลงอาญา ภายหลังคำพิพากษา เขาถูกจับกุมและส่งเข้าคุกเพื่อเริ่มรับโทษทันทีตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มผู้คลั่งไคล้บอร์ดเกมและประวัติศาสตร์ยุคกลางผู้นี้กล่าวกับพนักงานสอบสวนว่า ที่เขาทำลงไปนั้นเกิดด้วยสัญชาตญาณและไม่ทันยั้งคิด เหตุการณ์นี้เกิดระหว่างที่เขามารอดูผู้นำฝรั่งเศสเยี่ยมชมโรงเรียนในหมู่บ้าน Tain-l&amp;#39;Hermitage แล้วมาครงเดินทางทักทายประชาชนที่ยืนดูอยู่หลังแผงเหล็ก โดยมาจับมือทักทายเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีข่าว BFM รายงานว่า ระหว่างให้การในศาล ตาเรลแสดงความเห็นใจขบวนการ &amp;quot;เสื้อกั๊กเหลือง&amp;quot; ที่ต่อต้านรัฐบาล และว่า เขาและเพื่อน 2 คนเคยคิดกันว่า จะปาไข่หรือพายครีมใส่ศีรษะของประธานาธิบดีระหว่างมาเยือนจังหวัดโดรมครั้งนี้ &amp;quot;มาครงเป็นตัวแทนความเสื่อมถอยของประเทศเรา&amp;quot; เขากล่าวต่อศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มตกงานที่ใช้ชีวิตอยู่กับแฟนสาวพิการโดยอาศัยเงินสวัสดิการ กล่าวว่า เขารำคาญที่มาครงตัดสินใจเดินมาทักทายเขา ซึ่งเป็น &amp;quot;ยุทธวิธีการเลือกตั้งที่ผมไม่ชอบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านผู้นำฝรั่งเศสวัย 43 ปีกล่าวภายหลังโดนทำร้ายว่า เหตุการณ์นี้เป็นแค่เหตุการณ์เดี่ยวๆ ที่เกิดขึ้น เขาจะยังคงพบปะกับผู้มีสิทธิลงคะแนนต่อไป แม้ว่าจะมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยก็ตาม และในการตอบคำถาม BFM อีกครั้งเมื่อวันพฤหัสบดี มาครงกล่าวว่า นี่เป็นพฤติกรรมรุนแรงและโง่ ถือเป็นผลลัพธ์จากบรรยากาศของความเกลียดชังบนโซเชียลมีเดียที่ผู้คนคุ้นเคย แล้วคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่จะทำได้เมื่อเผชิญหน้ากับผู้คนจริงๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105982</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตบหน้าประธานาธิบดี, ตัดสินจำคุก, ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง, ศาลฝรั่งเศส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c2393558fcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 20:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 20:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดคุกระนาว ศาลฮ่องกงสั่งขังนักปชต.อาวุโส &#039;จิมมี ไหล่&#039;โดน14เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลฮ่องกงมีคำพิพากษาคดีของนักประชาธิปไตยอาวุโสหลายรายเมื่อวันศุกร์คดีมีส่วนร่วมและจัดการชุมนุมอย่างผิดกฎหมายเมื่อเดือนสิงหาคม 2562 &amp;quot;จิมมี ไหล่&amp;quot; เจ้าพ่อสื่อโดนตัดสินจำคุก 2 คดีรวม 23 เดือน แต่ได้ลดโทษเหลือจำคุก 14 เดือน คนอื่นมีโทษจำคุกตั้งแต่ 8-18 เดือนหรือรอลงอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาร์ติน ลี (ขวา) และอัลเบิร์ต โฮ มาถึงศาลเกาลูนตะวันตกเพื่อฟังคำพิพากษาโทษ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2564 (Photo by Anthony Kwan/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 16 เมษายน 2564 กล่าวว่า นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยเหล่านี้ถูกศาลตัดสินเมื่อต้นเดือนนี้ว่ามีความผิดในหลายข้อหา ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่เมื่อปี 2562 ในจำนวนนี้รวมถึงมาร์ติน ลี นักกฎหมายอาวุโสที่ช่วยก่อตั้งพรรคประชาธิปไตยที่เป็นพรรคฝ่ายค้านพรรคใหญ่ที่สุดของฮ่องกงในยุค 1990 และมักได้รับการกล่าวถึงว่าเป็น &amp;quot;บิดาแห่งประชาธิปไตย&amp;quot; ของฮ่องกง ลีถูกตัดสินจำคุก 11 เดือน แต่รอลงอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีของไหล่ มหาเศรษฐีเจ้าพ่อสื่อผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์แทบลอยด์แอปเปิลเดลี คำพิพากษาจำคุกเขาครั้งนี้เป็นการถูกลงโทษจำคุกครั้งแรกของเขา แต่ไหล่ถูกคุมขังมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้วระหว่างรอการพิจารณาอีกคดีหนึ่งตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่เขาไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไหล่มีความผิดในการพิจารณาคดี 2 คดีแยกจากกัน กรณีการชุมนุมที่ไม่ได้รับอนุญาตวันที่ 18 สิงหาคม 2562 และอีกคดี วันที่ 31 สิงหาคม 2562 คดีแรกเขาโดนศาลตัดสินจำคุก 15 เดือน แต่ลดหย่อนโทษ 3 เดือน คดีที่ 2 เขาถูกตัดสินจำคุก 8 เดือน แต่ลงโทษจริง 2 เดือน รวมแล้วไหล่ถูกลงโทษจำคุก 14 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาอะแมนดา วูดค็อก แห่งศาลแขวงฮ่องกง กล่าวว่า ถึงแม้ว่าการชุมนุมวันที่ 18 สิงหาคมจะเป็นไปอย่างสันติ แต่ก็มี &amp;quot;ความเสี่ยงของความเป็นไปได้ที่จะเกิดความรุนแรงซ่อนเร้นอยู่&amp;quot; และการลงโทษเพื่อป้องปรามและการจำคุกทันทีนั้นเหมาะสมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยคนอื่นๆ ที่มีความผิดเกี่ยวกับการชุมนุมวันที่ 18 สิงหาคม รวมถึง มาร์กาเร็ต อึ้ง นักกฎหมายชื่อดังของฮ่องกงอายุ 73 ปี และนักประชาธิปไตยอาวุโสอีกหลายคน ได้แก่ ลี ชุกยาน อายุ 64 ปี, อัลเบิร์ต โฮ อายุ 69 ปี, เหลียง กว๊อกฮุง อายุ 65 ปี, ซิด โฮ อายุ 66 ปี, อู่ นกฮิน อายุ 67 ปี และเหลียง อิวชุง อายุ 67 ปี สองรายหลังรับสารภาพผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดถูกตัดสินจำคุกระหว่าง 8 เดือน ถึง 18 เดือน โดยอึ้ง, เหลียง อิวชุง และอัลเบิร์ต โฮ เป็นโทษรอลงอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคดีที่ 2 ไหล่และลี ชุกยาน ถูกตัดสินว่ามีความผิดร่วมกับเหยิ่ง ซัม ซึ่งถูกตัดสินจำคุกแต่รอลงอาญา ทั้งสามคนรับสารภาพผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจาก 2 คดีนี้ ไหล่ยังโดนตั้งข้อหาดำเนินคดีอีกหลายคดี โดยในวันเดียวกันเขายังเข้าร่วมการพิจารณาคดีอีก 2 คดีที่ยังอยู่ในขั้นตอนการไต่สวน โดยเขาถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกับต่างชาติประเทศหนึ่ง และคดีฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับการให้เช่าอาคารที่เป็นที่ตั้งสำนักงานของแอปเปิลเดลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการกล่าวด้วยว่า ไหล่จะถูกตั้งข้อหาเพิ่มอีก 2 ข้อหาเกี่ยวกับการสมคบคิดเพื่อสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติ และสมคบคิดเพื่อขัดขวางกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จิมมี ไหล่ ลงจากรถของกรมราชทัณฑ์เมื่อมาถึงเรือนจำไหลชีก๊อก เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าพ่อสื่อของฮ่องกงรายนี้เดินทางเยือนกรุงวอชิงตันบ่อยครั้ง และได้พบเจ้าหน้าที่สหรัฐหลายราย เช่น ไมค์ ปอมเปโอ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ เพื่อระดมการสนับสนุนประชาธิปไตยฮ่องกง ทำให้รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่เรียกเขาว่า &amp;quot;คนขายชาติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจับกุมเขาหลายข้อหาเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากรัฐบาลของหลายชาติตะวันตกและกลุ่มสิทธิระหว่างประเทศหลายกลุ่ม ที่แสดงความวิตกต่อเสรีภาพที่ถดถอยลงในดินแดนที่เป็นศูนย์กลางการเงินโลกแห่งนี้ รวมถึงเสรีภาพในการพูดและการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยามินี มิชรา ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า การดำเนินคดี, การตัดสินและการพิพากษาโทษนักเคลื่อนไหวเหล่านี้โดยมิชอบ ขับเน้นเจตนาของรัฐบาลที่จะกำจัดฝ่ายค้านทางการเมืองทั้งหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99699</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิมมี ไหล่, ตัดสินจำคุก, นักประชาธิปไตยอาวุโส, ประชาธิปไตยฮ่องกง, มาร์ติน ลี, ศาลฮ่องกง, ฮ่องกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_607989491a174.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2021 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 19:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โจชัว หว่อง&#039;โดนตัดสินจำคุกเพิ่มอีก4เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลฮ่องกงพิพากษาจำคุกโจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยผู้โด่งดังของฮ่องกง อีก 4 เดือนเมื่อวันอังคาร จากความผิดฐานเข้าร่วมการชุมนุมที่ไม่ได้รับอนุญาตและฝ่าฝืนกฎหมายห้ามการสวมหน้ากากระหว่างร่วมการชุมนุมปี 2562 เพิ่มเติมจากโทษจำคุกเดิม 13 เดือนครึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โจชัว หว่อง ถูกพาขึ้นรถบัสของกรมราชทัณฑ์ฮ่องกงเพื่อไปขึ้นศาลเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2563 Photo by Anthony Kwan/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หว่อง วัย 24 ปี เป็นหนึ่งใน 47 นักเคลื่อนไหวฝ่ายประชาธิปไตยที่โดนตั้งข้อหาภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ที่จีนออกมาบังคับใช้กับฮ่องกงเมื่อปีที่แล้ว แต่คดีที่ศาลพิพากษาฮ่องกงพิพากษาเมื่อวันอังคารที่ 13 เมษายน เกี่ยวข้องกับการเข้าร่วมการชุมนุมเมื่อเดือนตุลาคม 2562 ที่ชาวฮ่องกงชุมนุมประท้วงต่อรัฐบาลครั้งใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานว่า หว่องรับสารภาพทั้ง 2 ข้อหา ได้แก่ เข้าร่วมการชุมนุมที่ไม่ได้รับอนุญาตในครั้งนั้น และปิดบังใบหน้าขณะเข้าร่วมการชุมนุมประท้วง โทษสูงสุดตามข้อกล่าวหาเหล่านี้คือจำคุก 3 ปี คำตัดสินลงโทษจำคุก 4 เดือนจะเพิ่มเติมจากโทษจำคุกเดิม 13 เดือนครึ่ง ที่เขาถูกพิพากษาก่อนหน้านี้ ฐานจัดการชุมนุมและยุยงให้ชุมนุมอย่างผิดกฎหมายใกล้กองบัญชาการตำรวจฮ่องกงเมื่อเดือนมิถุนายน 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความผิดฐานปิดบังใบหน้านั้นเป็นไปตามกฎหมายอำนาจฉุกเฉินที่ตกทอดมาแต่ยุคอาณานิคม ที่แคร์รี หล่ำ หัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง นำมาใช้เป็นครั้งแรกในรอบมากกว่า 50 ปี เมื่อเดือนตุลาคม 2562 โดยห้ามการสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า อันเป็นวิธีที่ผู้ประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตยฮ่องกงใช้ปิดบังตัวตนเมื่อร่วมการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามกฎหมายนี้ไม่อนุญาตให้สวมหน้ากากปิดบังใบหน้าไม่ว่าจะร่วมการชุมนุมที่ถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมาย ผู้ฝ่าฝืนอาจโดนลงโทษสูงสุดจำคุก 1 ปี และปรับอีก 25,000 ดอลลาร์ฮ่องกง ส่วนผู้ที่ต้องสวมหน้ากากด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ, ศาสนา หรือเกี่ยวข้องกับหน้าที่การงาน จะได้รับการยกเว้น แต่นักวิจารณ์กล่าวกันว่า ข้อห้ามนี้สร้างความสับสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หว่องเป็นหนึ่งใน 47 นักเคลื่อนไหวที่โดนตั้งข้อหาสมรู้ร่วมคิดกันบ่อนทำลายตามกฎหมายความมั่นคงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากการจัดการเลือกตั้งขั้นต้นอย่างไม่เป็นทางการเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99390</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายห้ามสวมหน้ากาก, ชุมนุมประท้วงผิดกฎหมาย, ตัดสินจำคุก, ฮ่องกง, โจชัว หว่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210413/image_big_60758e0af0483.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 22:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 22:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สม รังสี&#039;โดนอีกแล้ว ศาลกัมพูชาตัดสินจำคุก25ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลแขวงพนมเปญของกัมพูชาพิพากษาลับหลังเมื่อวันจันทร์ ให้จำคุก &amp;quot;สม รังสี&amp;quot; ผู้นำฝ่ายค้านพลัดถิ่น เป็นเวลา 25 ปี จากแผนการโค่นล้มรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้สนับสนุนพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) พรรคฝ่ายค้านที่โดนศาลยุบพรรค ชูภาพของสม รังสี ระหว่างการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งปี 2560 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2560 (Photo by Satoshi Takahashi/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 1 มีนาคม โดยอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ศาลแขวงพนมเปญของกัมพูชาและรายงานของเฟรชนิวส์ สื่อที่นิยมรัฐบาล ว่า สม รังสี ซึ่งหนีไปใช้ชีวิตลี้ภัยในฝรั่งเศสนับแต่ปี 2558 เพื่อหลบเลี่ยงการโดนจำคุกในความผิดหลายคดีที่เขาระบุว่าเป็นเรื่องการเมือง ถูกศาลตัดสินจำคุกคดีล่าสุดซึ่งเกี่ยวข้องกับความพยายามเดินทางกลับเข้ากัมพูชาเมื่อปี 2562 นายกฯ ฮุน เซน เคยกล่าวถึงแผนเดินทางกลับประเทศของรังสีในครั้งนั้นว่าเป็นความพยายามก่อรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกศาลบอกกับเอเอฟพีว่า รังสีถูกตัดสินว่ามีความผิดฐาน (พยายาม) โจมตีในกัมพูชาเมื่อปี 2562 นอกจากโทษจำคุก 25 ปี ศาลยังตัดสิทธิ์ของเขาในการเลือกตั้งและลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านผู้นำฝ่ายค้านรายนี้ออกแถลงการณ์ผ่านทวิตเตอร์ว่า การตัดสินว่าเขามีความผิดนั้นเกิดจากความอ่อนแอและความกลัว &amp;quot;ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กลัวความเสี่ยงที่ผมจะกลับเข้าสู่การเมืองกัมพูชา&amp;quot; รังสีเขียนลงทวิตเตอร์ และว่า ฮุน เซน ที่ครองอำนาจมานาน 36 ปี ยังขยาดว่าจะการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรมที่จะนำไปสู่จุดจบของระบอบอัตตาธิปไตยของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการพิพากษาลับหลังครั้งนี้ยังมีจำเลยที่เป็นนักการเมืองฝ่ายค้านอีก 8 คน รวมถึงภรรยาของรังสี ถูกตัดสินจำคุกระหว่าง 20-22 ปีด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94691</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, ตัดสินจำคุก, ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา, ศาลแขวงพนมเปญ, สม รังสี, ฮุน เซน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603d0e0e09f00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 21:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 21:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเกาหลีใต้ส่งทายาทซัมซุงกลับเข้าคุกอีก2ปี6เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลในกรุงโซลของเกาหลีใต้พิพากษาจำคุก 2 ปี 6 เดือน &amp;quot;อี แจยอง&amp;quot; ทายาทอาณาจักรซัมซุงซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดโดยพฤตินัย ในความผิดฐานติดสินบนและฉ้อโกง หลังจากรื้อฟื้นคดีมาพิจารณาใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อี แจยอง รองประธานซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ โดนนักข่าวรุมล้อมขณะมาฟังคำพิพากษาเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อี แจยอง รองประธาน บริษัท ซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและหน่วยความจำรายใหญ่สุดของโลก ถูกศาลแขวงกลางแห่งกรุงโซลตัดสินเมื่อวันจันทร์ที่ 19 มกราคมว่า มีความผิดในข้อหาติดสินบนและฉ้อโกง เชื่อมโยงกับเรื่องอื้อฉาวที่นำไปสู่การถอดถอนประธานาธิบดีปัก กึนฮเย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษากล่าวว่า อีติดสินบนโดยตรงและขอร้องเป็นนัยต่อประธานาธิบดีปัก กึนฮเย ให้ใช้อำนาจของเธอช่วยเขาให้สืบทอดตำแหน่งประธานอาณาจักรซัมซุงอย่างราบรื่น นับเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่ซัมซุง ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำของประเทศ และเป็นผู้สร้างนวัตกรรมระดับโลกที่เป็นความภูมิใจ แต่กลับเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมซ้ำแล้วซ้ำอีกเมื่อมีการเปลี่ยนอำนาจทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลสูงแห่งนี้ตัดสินว่า อีมีความผิดในข้อหาติดสินบน, ฉ้อโกงและปกปิดการกระทำความผิดอาญา โดยมีการติดสินบนมูลค่าราว 8,600 ล้านวอน หรือราว 233.81 ล้านบาท และพิพากษาจำคุกเขา 2 ปี 6 เดือน เป็นการปิดการนำคดีนี้กลับมาพิจารณาใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีเดินทางมารับฟังคำตัดสินของศาลเมื่อวันจันทร์ด้วยใบหน้าเคร่งขรึมและสวมหน้ากาก เขาปฏิเสธที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าวหน้าศาล หลังคำตัดสินของศาล เขาถูกควบคุมตัวไปรับโทษจำคุกในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทายาทซัมซุงวัย 52 ปีรายนี้ ขึ้นเป็นประธานโดยพฤตินัยของอาณาจักรซัมซุงตั้งแต่ปี 2557 ภายหลังอี คุนฮี บิดาของเขาล้มป่วยหนักจากอาการหัวใจวาย และเสียชีวิตเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเคยรับโทษจำคุกในความผิดคดีนี้ไปแล้วในปี 2560 และคาดว่าจะนำมาลดโทษจำคุกที่เขาได้รับล่าสุด ทำให้เหลือโทษจำคุก 18 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีโดนจับครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 โดยซัมซุงถูกกล่าวหาว่าจ่ายเงิน 43,000 ล้านวอน หรือราว 116 ล้านบาท ให้กับมูลนิธิ 2 แห่งของชเว ชุนซิล เพื่อนสนิทของอดีตประธานาธิบดีปัก&amp;nbsp; เพื่อให้ปักสนับสนุนซัมซุง รวมถึงให้สนับสนุนการควบรวมกิจการของบริษัทในเครือซัมซุง เพื่อให้อีขึ้นเป็นประธานอาณาจักรซัมซุง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90252</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์, ตัดสินจำคุก, ติดสินบน, ทายาทซัมซุง, ปัก กึนฮเย, อี แจยอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_6005a18e6a2c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2021 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 21:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้เป็นเยี่ยงอย่าง สิงคโปร์จำคุกหญิงปิดบังข้อมูลสอบสวนโรคโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หญิงชาวสิงคโปร์โดนศาลตัดสินจำคุก 5 เดือนเมื่อวันศุกร์ ฐานปิดบังข้อมูลเจ้าหน้าที่สอบสวนโรคที่ติดตามการสัมผัสเชื้อไวรัสโคโรนา โดยไม่แจ้งเรื่องพบปะกับเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งเพราะไม่ต้องการให้ครอบครัวทั้งสองฝ่ายเข้าใจว่าคบชู้ สุดท้ายต่างติดโควิด-19 ด้วยกันทั้งคู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างข้อมูลในเอกสารของศาลสิงคโปร์ว่า โอ บีฮก อายุ 65 ปี กับลิม เกียงฮง เพื่อนชายวัย 72 ปี พบกัน 5 ครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่ทั้งคู่จะถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว แต่โอจงใจปิดบังข้อมูลเรื่องนี้ต่อเจ้าหน้าที่สอบสวนติดตามโรคของกระทรวงสาธารณสุข เพราะนางไม่ต้องการให้ครอบครัวของนางหรือครอบครัวของลิมรู้ว่าทั้งคู่พบปะกันบ่อยครั้ง ด้วยความที่กลัวว่าครอบครัวและเพื่อนๆ จะสงสัยว่าทั้งคู่คบหากันแล้วลือกันไปว่าพวกเขากำลังคบชู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รู้เรื่องการพบปะของทั้งสองคนหลังจากตรวจประวัติการจอดรถ, ดูภาพจากกล้องวงจรปิด, บันทึกการโทรศัพท์ และการใช้เครดิตการ์ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากโอเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพราะติดเชื้อไวรัสโคโรนา นางคุยโทรศัพท์กับลิม ขอให้เขาปิดเรื่องการพบกันเป็นความลับ ต่อมาในเดือนมีนาคม ลิมถูกตรวจพบว่าติดโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แชนเนลนิวส์เอเชียรายงานว่า ผู้พิพากษามาร์วิน เบย์ กล่าวในคำตัดสินว่า เหตุผลที่โอปิดบังข้อมูลนั้นเห็นแก่ตัว ในภาวะที่ผลประโยชน์ของสาธารณะเป็นเรื่องจำเป็นอย่างเร่งด่วนเพื่อควบคุมโรคระบาด ด้วยเหตุนี้ศาลจึงต้องส่งข้อความที่ชัดเจนให้เห็นว่า การเก็บงำข้อมูลที่อาจจะทำให้ผู้สอบสวนติดตามโรคเข้าใจผิดนั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอรับสารภาพผิดข้อหาขัดขวางความพยายามติดตามการสัมผัสโรค ความผิดนี้มีโทษสูงสุดปรับ 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือจำคุก 6 เดือน หรือทั้งจำและปรับ นางเป็นคนแรกที่โดนตัดสินลงโทษในความผิดที่เกี่ยวข้องกับข้อหานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันศุกร์ สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อไวรัสสะสมมากกว่า 58,800 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพียง 29 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89241</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดสินจำคุก, ปิดบังการสอบสวนโรค, สิงคโปร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2020 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2020 21:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลมาเลย์ตัดสินจำคุกอดีตนายกฯ นาจิบ 12 ปี ประเดิมคดีทุจริต1MDB</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไม่รอด อดีตนายกฯ นาจิบ ราซัค ของมาเลเซียถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดทุกข้อกล่าวหา ในคดีแรกที่โยงการยักยอกเงินจากกองทุนวันเอ็มดีบี โดนลงโทษจำคุก 12 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตนายกฯ นาจิบ ราซัค มาฟังคำพิพากษาคดีทุจริตกองทุนวันเอ็มดีบีเมื่อวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2563 กล่าวว่า อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียวัย 67 ปีถูกกล่าวหาหลายสิบข้อหาเกี่ยวโยงกับการทุจริตยักยอกเงินจากกองทุนวันมาเลเซียดีเวลอปเมนต์เบอร์ฮัด (วันเอ็มดีบี) โดยนาจิบยืนกรานปฏิเสธทุกข้อหา คดีที่ศาลสูงมาเลเซียตัดสินวันนี้เป็นคดีแรกที่เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดจาก 42 ข้อหาที่พัวพันการยักยอกเงินกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์เข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของนาจิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากพิจารณาหลักฐานทั้งหมดในคดีนี้แล้ว ศาลพบว่า การฟ้องร้องดำเนินคดีสามารถพิสูจน์ได้ว่าคดีนี้ปราศจากข้อสงสัย&amp;quot; โมหะหมัด นัซลัน โมหะหมัด กาซาลี ผู้พิพากษาศาลสูงกัวลาลัมเปอร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้เกี่ยวข้องกับการโอนเงิน 42 ล้านริงกิต (ประมาณ 312 ล้านบาท) จากบริษัท เอสอาร์ซี อินเตอร์เนชันแนล ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของวันเอ็มดีบี เข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของอดีตนายกฯ ผู้นี้ อัยการฟ้องเขา 7 ข้อหา ได้แก่ ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ 1 กระทง, ทำผิดทางอาญาต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 3 กระทง และฟอกเงิน 3 กระทง ทนายความของนาจิบอ้างว่า ลูกความของตนบริสุทธิ์และถูกหลอกให้เชื่อว่าเงินเหล่านี้เป็นเงินบริจาคจากราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย แต่ผู้พิพากษากล่าวว่าข้ออ้างนี้ฟังไม่ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อหาใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและทำผิดต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 20 ปี ส่วนฟอกเงินมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 15 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาต่อมา ผู้พิพากษาท่านนี้ตัดสินลงโทษนาจิบ 12 ปี และปรับอีก 210 ล้านริงกิต (ราว 1,555 ล้านบาท) ในความผิดฐานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ส่วนความผิดละเมิดอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายและฟอกเงิน มีโทษจำคุก 10 ปี หมายความว่านาจิบจะถูกจำคุกนานสุด 12 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72750</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดสินจำคุก, นาจิบ ราซัค, มาเลเซีย, วันมาเลเซียดีเวลอปเมนต์เบอร์ฮัด, วันเอ็มดีบี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200728/image_big_5f203aa5479e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
