<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2018 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2018 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พิชัย’ แนะ ‘สมคิด’ บอกความจริงเศรษฐกิจ อย่าทำให้ ‘บิ๊กตู่’ เป็นตัวตลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25&amp;nbsp; มี.ค. 61 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในรัฐบาลนางสาวย่ิงลักษณ์​ ชินวัตร กล่าวว่า ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกว่าไม่อยากให้วิจารณ์เรื่องทุจริต คอร์รัปชัน&amp;nbsp; ห่วงนักลงทุนจะหนีนั้น ก็อยากให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ ได้อธิบายให้ พลเอกประยุทธ์ ได้ทราบความจริงเรื่องปัจจัยในการลงทุน และสาเหตุใดที่การลงทุนภาคเอกชนถึงหายไปมากตลอดเกือบ 4 ปี หลังการปฏิวัติและถึงตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้น ที่นายสมคิดบอกว่าการขอส่งเสริมการลงทุนเพิ่ม 224% จาก 190,000 ล้านบาท เป็น 600,000 ล้านบาทปีที่แล้วนั้น ความจริงคือ ก่อนปฏิวัติมียอดขอส่งเสริมกว่า 1.1 ล้านล้านบาทซึ่งมากกว่ามาก โดยหลังการปฏิวัติ ยอดได้ลดฮวบลงถึงกว่า 80%&amp;nbsp; และการลงทุนที่แท้จริงยิ่งลดน้อยลงมาก ปัจจัยที่ช่วยให้ลงทุนเช่น ความสะดวกในการทำธุรกิจที่ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 26 ก็ยังต่ำกว่าก่อนปฏิวัติที่อยู่อันดับที่ 18 และ หลังปฏิวัติอันดับได้ตกลงไปอยู่ที่ 46 และ การจ่ายใต้โต๊ะของไทยติดอันดับ 3 ซึ่งแย่กว่า กัมพูชา และ เมียนมาร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งอันดับความโปร่งใสอยู่ที่ 96 ซึ่งลดลงมาจากเดิมที่ 76 ซึ่งแสดงถึงการทุจริตและความไม่ไปร่งใสเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหากพลเอกประยุทธ์ยังไม่ให้มีการวิจารณ์การทุจริตที่เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่เรื่องโกงคนจนที่พบเพิ่มเป็น 49 จังหวัดแล้ว และมีแนวโน้มที่จะพบแทบทุกจังหวัด&amp;nbsp; การทุจริตในกระทรวงศึกษาที่เท่ากับเป็นการโกงอนาคตของเด็กที่พบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การทุจริตในร้านธงฟ้าประชารัฐที่ขายของเกินราคา เป็นต้น นี่ขนาดตรวจสอบไม่ได้ยังพบทุจริตมากมายขนาดนี้ หากวันใดรัฐบาลและ คสช. ออกจากอำนาจและถูกตรวจสอบ จะพบการทุจริตคอรัปชั่นมากขึ้นขนาดไหน และนี่คือเหตุผลที่ต้องเลื่อนเลือกตั้งไปเรื่อยๆใช่หรือไม่&amp;nbsp; ซึ่งถ้าพลเอกประยุทธ์ห้ามการวิจารณ์เรื่องทุจริตก็จะย่ิงทำให้ทุจริตมีมากยิ่งขึ้น เพราะขนาดมีการวิจารณ์แล้วการทุจริตยังมีไปทั่ว การห้ามวิจารณ์การทุจริตคอร์รัปชันจะยิ่งทำให้ดัชนีความโปร่งใสของไทยแย่ลงไปอีก และนักลงทุนจะยิ่งไม่ลงทุนเพราะเห็นว่าตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่นไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จึงอยากให้นายสมคิดได้อธิบายพลเอกประยุทธ์ อย่าทำให้นายกฯ เป็นตัวตลก เหมือนกับที่บอกว่าโพลความนิยมตกแปลว่ารัฐบาลทำงานดี ที่ไม่มีที่ไหนในโลกคิดกันแบบนี้ และอยากถามนายสมคิดว่าจะสร้างความมั่นใจได้อย่างไรว่างบประมาณกลางปี 150,000 ล้านบาทที่ดูเหมือนจะออกมาเพื่อช่วยหาเสียงให้พลเอกประยุทธ์และพรรคที่จะเชียร์พลเอกประยุทธ์นั้น จะไม่มีการทุจริตเหมือนโครงการอื่นๆ เพราะการทุจริตได้ระบาดไปทั่วแทบทุกโครงการของรัฐบาลแล้วคล้ายกับโรคพิษสุนัขบ้า และการทุจริตเหล่านี้เป็นส่วนที่ทำให้ชุมชนเป็นเหมือนขาโปลิโอที่นายสมคิดพูดถึงหรือไม่ เพราะรัฐบาลนี้ตั้งแต่เข้ามายังไม่เห็นมีแนวทางอะไรที่จะทำให้ชุมชนเข้มแข็งเหมือนรัฐบาลที่แล้วเลย แถมยังมีแต่ข่าวการทุจริตในแทบทุกโครงการของชุมชน จะไม่ทำให้ชุมชนอ่อนแอเหมือนเป็นโปลิโอได้อย่างไร ซึ่งนโยบายที่จะทำให้ชุมชนเข้มแข็งในทุกด้านเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนส่วนใหญ่จะเป็นนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้&amp;rdquo;นายพิชัย กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5716</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัวตลก, นายกฯ, บิ๊กตู่, พิชัย นริพทะพันธุ์, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa66e4b69986.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
