<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. เผยยอดติดเชื้อในต่างจังหวัดเริ่มแซงหน้ากทม.-ปริมณฑล เหตุเดินทางกลับภูมิลำเนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 15,376 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 14,321 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 11,064 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 3,257 ราย มาจากเรือนจำและที่ต้องขัง 1,041 ราย มาจากต่างประเทศ 14 ราย โดย ศปก.ศบค.ได้หารือกันถึงสถานการณ์ติดเชื้อในประเทศเพื่อนบ้านที่มียอดติดเชื้อสูง จึงมีความเป็นห่วงเรื่องการเข้าประเทศ เพราะยังมีการลักลอบเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 512,678 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 6,782 ราย หายป่วยสะสม 341,475ราย อยู่ระหว่างรักษา 167,057 ราย อาการหนัก 4,289 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 967 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 87 ราย เป็นชาย 52 ราย หญิง 35 ราย โดยมากสุดอยู่ใน กทม. 40 ราย ขณะนี้ผู้เสียชีวิตกระจายตัวในจังหวัดต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะ กทม.และปริมณฑลเท่านั้น ทำให้ปัจจุบันมียอดผู้เสียชีวิตสะสม 4,146 ราย ส่วนข้อมูลการฉีดวัคซีนวันที่ 25 ก.ค. มีจำนวน 90,934 โดส ทำให้มียอดฉีดวัคซีนสะสม 15,906,778&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดส ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 194,825,130&amp;nbsp;&amp;nbsp;ราย เสียชีวิตสะสม 4,175,080 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 26 ก.ค. ได้แก่ กทม. 2,573 ราย ซึ่งตัวเลข กทม.ยังไม่ได้รวมกลุ่มที่ตรวจหาเชื้อแบบ&amp;nbsp;Rapid Antigen Test (ATK)&amp;nbsp;ที่พบผลเป็นบวก อีก 1,000 กว่าราย สมุทรสาคร 1,074 ราย สมุทรปราการ 970 ราย ชลบุรี 867 ราย นนทบุรี 719 ราย ระยอง 411 ราย ฉะเชิงเทรา 320 ราย นครปฐม 311 ราย ปทุมธานี 301 ราย และพระนครศรีอยุธยา 290 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พบว่าตัวเลขการติดเชื้อในต่างจังหวัดมียอดรวมกันสูงกว่า กทม.และปริมณฑล หลายจังหวัดพบว่าผู้ติดเชื้อมีประวัติเดินทางกลับจาก กทม.และปริมณฑล จึงทำให้จังหวัดเหล่านี้มีผู้ติดเชื้อสูง และทำให้บางจังหวัดมีอัตราครองเตียงสูงไปถึง 70% แล้ว สำหรับจังหวัดที่มีนโยบายรับผู้ป่วยจาก กทม.และปริมณฑลไปรักษานั้น ขอเน้นย้ำมาตรการคัดกรองอย่างเคร่งครัด และการรักษาอาจต้องใช้ระบบเดียวกับ กทม.และปริมณฑล คือ แยกกักที่ชุมชน และแยกกักตัวที่บ้าน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111153</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัวเลขผู้ติดเชื้อ, ศบค., สถานการณ์ประจำวัน, โควิดวันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60eeb689888c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มคงที่! ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 1,547 ราย เศร้าเสียชีวิต 2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.64 - นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. รายงานสถานการณ์โควิดประจำวันเสาร์ที่ 17 เมษายน 2564 เวลา 11.30 น. ดังนี้ สถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศ ผู้ป่วยรายใหม่ 1,547 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 40,585 ราย หายป่วยเพิ่ม 90 ราย รวมแล้ว 28,750 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย สะสมรวม 99 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 16 เมษายน 2564 มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 605,259 ราย วันที่ 16 เมษายน 2564 มีผู้รับการฉีดวัคซีน
เข็มที่ 1 จำนวน 13,374 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 5,853 ราย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99735</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัวเลขผู้ติดเชื้อ, ศบค., สถานการณ์ประจำวัน, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_607960f121e89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศบค.&#039; เผยพบผู้ติดเชื้อ 6 รายเดินทางกลับจากต่างประเทศ ส่วนในประเทศยังเป็นศูนย์ต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.63 - ที่กระทรวงสาธารณสุข พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า วันนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6 ราย ทั้งหมดเป็นคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศและเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ โดย 4 รายเดินทางมาจากอินโดนีเซีย เป็นเพศชายอายุ 21 ปีอาชีพนักเรียนนักศึกษา และรายที่2-4 เพศชายอายุ 37ปี 43 ปี 62ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป ทั้ง 4 รายเดินทางถึงไทยวันที่ 24 มิ.ย. มีผู้โดยสารในเที่ยวบินทั้งหมด 172 คน ซึ่งอยู่ในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ใน จ.ชลบุรี มีการเก็บตัวอย่างผลการพบเชื้อเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ซึ่งทั้ง 4 รายไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.พรรณประภา กล่าวว่า รายที่ 5 เดินทางมาจากแอฟริกาใต้ เป็นเพศชายอายุ 20ปี อาชีพนักศึกษา มีอาการไอ 1สัปดาห์ เดินทางถึงไทยวันที่ 28 มิ.ย. มีผู้โดยสารเดินทางร่วมกัน106คน ซึ่งมีการคัดกรองที่ด่านสุวรรณภูมิ ผลการตรวจรายดังกล่าวครั้งที่ 1เมื่อวันที่28 มิ.ย.ไม่พบเชื้อ และส่งตรวจครั้งที่2 วันที่ 30 มิ.ย.พบเชื้อ ส่วนรายที่ 6 เดินทางกลับจากประเทศซูดาน เป็นเพศชายอายุ 21 ปีอาชีพรับจ้างทั่วไป เดินทางถึงไทยวันที่ 24 มิ.ย.เข้าพักสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้จ.ชลบุรี เก็บตัวอย่างวันที่29มิ.ย.พบเชื้อ รายนี้ไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.พรรณประภา กล่าวว่า ขณะจำนวนผู้ติดเชื้อภายในประเทศยังคงศูนย์รายต่อเนื่อง สำหรับสถานการณ์ภาพรวมในประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,179 ราย โดยเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ2,444 ราย และตรวจพบในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้242ราย ผู้รักษาหายป่วยแล้ว 3,059 ราย ยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล 62 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม คงที่ 58 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวว่า ในส่วนสถานการณ์ทั่วโลกมีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสม 10,803,599 ราย มีผู้ป่วยรายใหม่ 200,145 ราย ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดตั้งแต่มีการระบาดทั่วโลก ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น5,055 ราย รวมเสียชีวิตแล้ว 518,968 ราย สำหรับเที่ยวบินนำคนไทยตกค้างกลับไทยวันที่ 2 ก.ค.จากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 174 ราย กาตาร์ อินโดนีเซีย 200 ราย และวันที่ 3 ก.ค. จากอียิปต์ 250 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยโฆษกศบค. กล่าวอีกว่า สำหรับผลการตรวจกิจการและกิจกรรมตามมาตรการผ่อนคลาย วันที่ 1 ก.ค. ผลการตรวจ 1,885 ราย ปฏิบัติไม่ครบ 3 ราย ไม่มีแพลตฟอร์มไทยชนะ 433 ราย ทั้งนี้ตนขอฝากในวันหยุดสุดสัปดาห์และตามด้วยวันหยุดยาว หลังมีการผ่อนคลายระยะที่ 5 ซึ่งประชาชนอาจจะมีการเดินทางท่องเที่ยว ขอย้ำว่ามาตรการป้องกันการติดเชื้อเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ประกอบการต้องเน้นย้ำในมาตรการ รวมถึงประชาชนที่เดินทางท่องเที่ยวต้องระมัดระวังสวมหน้ากาก หมั่นล้างมือบ่อยๆ และมีระยะห่างระหว่างกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70321</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัวเลขผู้ติดเชื้อ, พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล, ศบค., โควิด - 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200607/image_big_5edc898e4bef8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2020 20:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลดล็อกระยะ2แน่ ประยุทธ์ย้ำหวังกระตุ้นศก./ศบค.แจงผู้ป่วยใหม่เพิ่ม8ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เตรียมผ่อนปรนระยะ 2 หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง พร้อมสั่งรวบรวมแบบอย่างที่ดีและผู้ประกอบการตัวอย่าง &amp;nbsp; วอนทุกฝ่ายอดทนช่วยกัน อย่าเอาทุกเรื่องเป็นความขัดแย้ง ศบค.พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 8 ราย เป็นแรงงานต่างด้าว 5 ราย ค้นหาเชิงรุก 3 ยัน ยังไม่ถอนลิสต์จีน-เกาหลีใต้ ขอให้มั่นใจได้ เผยมี 43 จว.ไร้ผู้ติดเชื้อในรอบ 28 วัน สธ.ร่วมมือพัฒนาชุด PPE รุ่นเราสู้แจก รพ.ทั่วประเทศ &amp;ldquo;หมอหนู&amp;rdquo; ลั่นไทยต้องเป็นมหาอำนาจทางสาธารณสุข มท.สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคในแต่ละระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังผ่านมาครึ่งทางของการประเมินระยะแรก 14 วันในการผ่อนปรนมาตรการ ซึ่งบรรดาผู้ประกอบการและทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จนตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง ว่า ต้องขอขอบคุณ ซึ่งที่ผ่านมาได้มอบหมายให้โฆษกรัฐบาลชี้แจงและขอบคุณไปแล้ว และวันนี้ได้สั่งการให้รวบรวมแบบอย่างที่ดีและตัวอย่างที่ผู้ประกอบการได้ดำเนินการในส่วนขององค์กรนั้นๆไม่ว่าจะเป็นในส่วนของร้านค้าปลีก ร้านค้าย่อยต่างๆ เพื่อให้เห็นเป็นตัวอย่างและแบบอย่าง ถ้าทุกคนช่วยกันแบบนี้ ก็จะทำให้เกิดความปลอดภัย ไว้วางใจ และทำให้เกิดความเชื่อมั่นที่จะออกมาใช้ชีวิตปกติ แม้จะเป็นในช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาดของโรคอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุด ถ้าเราไม่ทำแบบนี้แล้วถ้าเกิดการระบาดกลับมาอีก จะเดือดร้อนและลำบากมากกว่าเดิม ฉะนั้นทุกคนต้องช่วยกันตรงนี้ รัฐบาลมีทุกมาตรการออกมาแล้ว แต่ถ้าทุกคนไม่ทำ ไม่ปฏิบัติตาม ก็มีปัญหาทุกเรื่องไป ขออย่าให้ทุกเรื่องเป็นความขัดแย้งเลย ทุกประเทศก็เจอปัญหาเช่นเดียวกันกับเรา และเราก็ถือว่าเราทำดีที่สุดของเราในปัจจุบัน รวมทั้งความร่วมมือจากต่างประเทศด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ทุกคนอดทนและช่วยกัน รัฐบาลก็พยายามทำเต็มที่ การช่วยเหลือก็มีการทยอยออกมาตามลำดับ เพราะเรามีคนจำนวนมาก เราต้องดูแลทั้งผู้ประกอบการ ประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบ และเราก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะยาวนานไปอีกแค่ไหน แต่ทำอย่างไรที่จะทำให้ในประเทศของเราปลอดภัยให้ได้โดยเร็วมากที่สุด และจากภายนอกก็ต้องระวังอีกด้านหนึ่ง เราต้องทำทั้งสองทางด้วยกัน และคิดว่าในระยะเวลาอันใกล้จะมีการเปิดกิจการอย่างอื่นเพิ่มเติมอีก ซึ่งต้องขอประเมินกันอีกนิด&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แนวนโยบายในการจ้างงานในพื้นที่ต่างๆ เพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ใช่ การจ้างงานดังกล่าวได้เริ่มขึ้นแล้ว ซึ่งทำให้มีงานมีเงินเดือน บางส่วนก็ได้รับการชดเชยตามกฎหมาย หากมีการเปิดโรงงานได้ก็จะมีการเริ่มจ้างงาน นั่นคือการฟื้นฟูแล้ว แต่ทำอย่างไรจะให้กลับมาเท่าเดิม บางกิจการหากจะทำให้สูงขึ้นก็จะต้องมีการพัฒนาในส่วนนั้น ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมต่างๆ เพื่อให้ทุกคนไว้วางใจกลับมาเที่ยวประเทศไทย และสุขภาพเราก็ดูแลดีเป็นพิเศษ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะมาก่อนหรือไม่ต้องคิดแบบนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กิจกรรมไม่ได้เปิดทุกประเภทพร้อมกัน เพราะอาจทำให้รวนไปทั้งหมด ตรงนี้ต้องเห็นใจรัฐบาลบ้าง ภาคธุรกิจเอกชนส่วนใหญ่ทุกคนจะได้ไปพบและคุยกันแล้ว ยืนยันรัฐบาลจะดูแลทุกคนให้ดีที่สุดมากเท่าที่สามารถจะทำได้ตามกรอบกฎหมาย และวงเงินงบประมาณที่มีอยู่รัฐบาลจะใช้เงินให้เกิดประสิทธิภาพ ดังนั้นขอให้เชื่อมั่นและฟังรัฐบาลบ้าง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า วันที่ 17 พ.ค.นี้จะสามารถดำเนินการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ในระยะที่สองใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ใช่ ก็กะไว้อย่างนั้นแหละ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรณีที่มีการตั้งคณะที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจ แสดงว่าขณะนี้เราเข้าสู่โหมดการฟื้นฟูแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เราต้องทำทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
ผู้ป่วยใหม่ดีดกลับ 8 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์ในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นการค้นหาเชิงรุกใน จ.ยะลา 3 ราย เป็นชายไทยทั้งหมด มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยที่เคยสัมผัสกับผู้เดินทางกลับมาจากมาเลเซีย ถือเป็นรุ่นที่ 3 ส่วนอีก 5 ราย เป็นแรงงานต่างด้าว เพศหญิงทั้งหมด อายุ 19-30 ปี ที่อยู่ในศูนย์กักกันผู้ต้องกักตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา จ.สงขลา ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,000 ราย หายป่วยสะสม 2,784 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 161 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม และในรอบ 28 วันที่ผ่านมา มี 43 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์ผู้ติดเชื้อทั่วโลก มี 3,916,338 ราย เสียชีวิต 270,711 ราย ซึ่งนักวิจัยในสหรัฐอเมริกามีความกังวลว่าโควิด-19 มีการกลายพันธุ์ใหม่ อาจทำให้การพัฒนาวัคซีนช้าลงไปอีก ในส่วนประเทศไทยถือเป็นนโยบายระดับประเทศ ในฐานะที่เรามีความก้าวหน้าทางการแพทย์ มีนักวิทยาศาสตร์เก่งๆ ขณะนี้มี 5 หน่วยงานที่ร่วมพัฒนาวัคซีน ทั้งภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย และถ้าร่วมกับอาเซียน เราอาจจะเป็นประเทศแรกๆ ที่มีโอกาสได้ใช้วัคซีน จึงต้องส่งกำลังใจและฝากความหวังให้คนเหล่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผลการปฏิบัติการงานด้านความมั่นคงในช่วงเคอร์ฟิวคืนวันที่ 7 พ.ค. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 8 พ.ค. มีผู้กระทำผิดชุมนุม มั่วสุม 126 ราย เพิ่มจากคืนก่อน 28 ราย โดยดื่มสุรายังเป็นอันดับหนึ่ง ออกนอกเคหสถาน 610 ราย ลดลงจากคืนก่อน 73 ราย ขอเน้นย้ำว่า แม้จะมีการผ่อนคลายแต่ก็ต้องมีการจำกัดพฤติกรรมในบางส่วน ต้องไม่ผิดกฎหมาย ไม่แพร่กระจายเชื้อ ส่วนผลการตรวจกิจการ กิจกรรมที่ได้รับการผ่อนปรนประจำวันที่ 7 พ.ค. ตรวจ 15,414 แห่ง ปฏิบัติตาม 14,993 แห่ง ไม่ปฏิบัติตาม 421 แห่ง คิดเป็น 2.73% ถือว่าลดลงกว่าวันที่ผ่านมา ย้ำว่าเราไม่ต้องการลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืน แต่ต้องการทำให้เกิดความปลอดภัย ถ้าทำดีแล้วก็ให้ทำต่อ ถ้าทำไม่ดีก็ปิดเพื่อให้ปรับปรุงให้ดีแล้วมาเปิดใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความชัดเจนในการถอนจีนและเกาหลีใต้ออกจากประกาศเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า การเสนอถอนออกจากลิสต์ยังไม่ได้เสร็จสิ้นตอนนี้ เป็นข้อเสนอของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ต่อที่ประชุม ศบค. ตอนนี้ยังไม่ได้อนุมัติ เพราะต้องมีขั้นตอน และต้องนำเข้าคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติเพื่อพิจารณานำชื่อออก ไม่ต้องกังวลว่าจะเปิดให้คนจีนเข้าไทยได้อีก เนื่องจากมาตรการต่างๆ เรายังเหมือนเดิม ทั้งการจำกัดเที่ยวบินไม่ให้เครื่องโดยสารปกติเข้ามา ต้องมีใบรับรองแพทย์ ถ้าเข้าตอนนี้ต้องอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ 14 วัน หากเป็นนักท่องเที่ยวเจอมาตรการนี้ก็ยังไม่อยากเข้ามา เพราะวันนี้ยังไม่ใช่สถานะการเดินทางโดยเสรี ขอให้ประชาชนมั่นใจได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ที่มีความไม่มั่นใจระบบการตรวจหาผู้ป่วยรายใหม่ ทั้งกรณี 40 คนที่ จ.ยะลา และกรณีทหารเรือที่ต้องตรวจซ้ำนั้น เป็นเรื่องของการทวนสอบ เป็นมาตรฐานโดยปกติ เพราะถ้าไม่มั่นใจจะให้ตรวจซ้ำ กรณีที่ จ.ยะลาเกิดขึ้นจากการพัฒนาศูนย์แล็บ ส่วนกรณีทหารเรือ ทราบข้อมูลว่าตรวจครั้งแรกเป็นบวก และตรวจอีกครั้งเป็นลบ เป็นการตรวจซ้ำเพื่อให้เกิดความมั่นใจ ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้สูงมาก จะไม่ปล่อยกรณีที่มีข้อสงสัยออกไปแน่นอน
สธ.ผลิตชุด PPE แจกทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการปลดประเทศจีนและประเทศเกาหลีใต้ออกจากบัญชีประเทศกลุ่มเสี่ยงว่า ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ จะมีคณะกรรมการวิชาการ ซึ่งประกอบไปด้วยบรรดาผู้ทรงคุณวุฒิ ประชุมพิจารณา ก่อนที่จะนำเสนอ รมว.สาธารณสุขพิจารณาและลงนาม ก่อนส่งไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งวันที่ 8 พ.ค.ที่ ศบค.เห็นชอบหลักการ ส่วนคาดว่าจะประกาศช่วงใด ยังไม่ทราบรายละเอียด ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการจะทำให้มีความการเคลื่อนย้ายนักท่องเที่ยวเข้าไทยนั้น การจะปลดประเทศใด คณะกรรมการวิชาการในฐานะที่ผ่านการพิจารณาทุกมิติอย่างรอบคอบแล้ว และประเทศไทยมีมาตรการกำหนดให้คนต่างชาติบินเข้าประเทศภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินและ พ.ร.บ.โรคติดต่อ รวมทั้งยังมีอีกหลายมาตรการป้องกัน ขออย่ากังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า สธ.ให้ความสำคัญเรื่องของบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยเป็นหลัก โดยจัดสรรงบประมาณและจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน ได้แก่ หน้ากากอนามัย N95 หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ชุด PPE เพื่อกระจายให้กับบุคลากรทางการแพทย์ทั้งประเทศมีใช้อย่างเพียงพอ โดยสั่งซื้อสิ่งของจากต่างประเทศให้น้อยที่สุด และสนับสนุนกิจการของคนไทยเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเศรษฐกิจของประเทศ เป็นที่มาสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมชุด PPE (Isolation Gown) รุ่นเราสู้ ซึ่งเป็นความร่วมมือของคนไทยทั้งภาครัฐและเอกชนหลายองค์กร ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, องค์การเภสัชกรรม, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, กรมวิทยาศาสตร์บริการ, สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ และมีผู้ประกอบการผลิตอีก 13 บริษัท เข้าร่วมดำเนินการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันกับแพทย์และพยาบาลว่าชุดนี้มีความปลอดภัย เราประหยัดงบให้กับประเทศมากยิ่งขึ้นกว่า 10,000 ล้านบาท ในส่วนของยาในวันนี้เราต้องมียาให้มากเพียงพอเพื่อจะได้ควบคุมสถานการณ์ได้ แม้ว่าขณะนี้ไม่มีวัคซีน แต่กระทรวงสาธารณสุขพร้อมดูแลคนไทยทุกคนและรักษาอย่างเต็มความสามารถ &amp;nbsp; ประเทศไทยต้องประกาศตัวเองให้เป็นมหาอำนาจทางการสาธารณสุข ไม่ต้องการเป็นมหาอำนาจทางสงคราม&amp;quot; นายอนุทิน กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม ระบุว่า ตอนนี้ไทยสามารถผลิตชุดป้องกัน PPE ได้แล้ว ข้อเด่นของชุดนี้คือสามารถนำมาซักแล้วใส่ซ้ำได้ถึง 20 ครั้ง แถมราคาอยู่ที่ 500 บาทต่อตัวเท่านั้น ตอนนี้ผลิตออกมาล็อตแรก 44,000 ตัว เมื่อวันที่ 7 พ.ค. องค์การเภสัชกรรมได้ทยอยส่งมอบชุดบางส่วนให้โรงพยาบาลต่างๆ ไปแล้วเป็นครั้งแรก และวันที่ 15, 22 และ 31 พ.ค.นี้จะทยอยส่งมอบชุดที่เหลือจนครบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. กล่าวเสริมถึงลักษณะชุดป้องกันการติดเชื้อนี้ว่า เป็นแบบเสื้อคลุมยาวกันน้ำ คาดว่าจะช่วยประหยัดการนำเข้าชุดจากต่างประเทศไปได้ถึง 800,000 ชุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รับมอบคูปองส่วนบดราคาสินค้าอาหารจำนวน 1,500,000 ฉบับ จากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เพื่อมอบให้กับ อสม.ทั่วประเทศเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ โดยนายสาธิตกล่าวว่า ตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา อสม.ได้ช่วยเคาะประตูบ้านให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันโรคกว่า 13 ล้านครัวเรือน ติดตามเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงกว่า 9 แสนคน เพื่อนำเข้าสู่ระบบรักษาเร็ว ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถควบคุมโรคได้ดี โดยขอขอบคุณที่ได้มอบคูปองส่วนลดราคาสินค้าอาหารให้กับ อสม. เพื่อนำไปใช้ที่ร้านซีพีเฟรชมาร์ท กว่า 350 สาขาทั่วประเทศ สร้างขวัญกำลังใจ ตอบแทนคุณงามความดีของ อสม.ทั่วประเทศ
ขู่ฟันแก๊งชวนดื่มแอลกอฮอล์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้มีกระแสการโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์เชิญชวนให้คนดื่มเหล้าที่บ้าน พร้อมโชว์รูปผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดื่มหรือที่กักตุนไว้เว็บไซต์ที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมดังกล่าว มีการแสดงภาพของผลิตภัณฑ์เบียร์และจัดโปรโมชั่นในช่วงที่ไทยมีวิกฤติโควิด-19 เชิญชวนให้ประชาชนซื้อผลิตภัณฑ์เบียร์ซึ่งเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 32 ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม โดยต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำนักงานได้รับเรื่องร้องเรียนนี้ ซึ่งจะตรวจสอบว่าหลักฐานเข้าข่ายความผิดเพิ่มเติมหรือไม่ก่อนที่จะนำสืบว่าผู้ใดเป็นผู้ดำเนินการและจะออกหมายเรียกมาให้ถ้อยคำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ทางการแพทย์ระบุว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ลดภูมิต้านทานของร่างกายทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เฉพาะเพียงแต่โควิด-19 เท่านั้น ยังรวมถึงโรคติดเชื้ออื่นๆ และโรคเรื้อรังด้วย แม้ว่าการเชิญชวนให้ดื่มที่บ้าน อ้างว่าสร้างความรับผิดชอบ แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาว่ามีการรวมกลุ่มเพื่อดื่มด้วยหรือไม่ เพราะก็ถือว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อและไม่เป็นไปตามแนวทางการรักษาระยะห่างทางสังคมที่ทุกหน่วยงาน ขอเรียกร้องความรับผิดชอบของผู้ขายสินค้าให้ทำตามกฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์ เพราะจากการเฝ้าระวังพบว่ามีการลดราคา จัดโปรโมชั่นต่างๆ ซึ่งขาดความรับผิดชอบต่อสังคมและขอให้หน่วยงานภาครัฐเร่งดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีการคาดการณ์การเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อโควิด-19 หลังมีมาตรการผ่อนปรนว่า เราภาวนาว่าจะไม่มีการติดเชื้อซ้ำ โดยสิ่งที่เห็นคือการคลายล็อกมาตรการต่างๆ มักจะทำให้การระบาดของเชื้อเพิ่มมากขึ้น หรือที่เรียกว่าคลื่นลูกที่ 2 แต่ขอให้เป็นคลื่นที่เตี้ยๆ ที่ทำให้เราสามารถควบุคมโรคได้ ทั้งนี้ การต่อสู้กับโรคโควิด-19 ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการรักษามาตรการป้องกัน เพราะเชื้อโรคอยู่ที่ตัวคน คนอยู่ที่ไหนเชื้อโรคก็อยู่ที่นั่น ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ให้บุคลากรของตนเองทำงานที่บ้าน เพื่อให้คนลดการสัญจรรถโดยสารสาธารณะและรถไฟฟ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า การเรียนการสอนในยุคโควิด-19 ประมาณการกันว่านักเรียนและนักศึกษาถึงร้อยละ 98.5 ของโลก ที่ต้องหยุดเรียน รวมทั้งประเทศไทยด้วย การเปิดเทอมในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ การกำหนดกฎเกณฑ์การไปโรงเรียน การเรียนการสอนจะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน ปัญหาจะอยู่ที่เด็กอนุบาล ในอดีตที่ผ่านมา พ่อแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน จะส่งลูกไปโรงเรียน และวันไหนลูกไม่ไปโรงเรียน พ่อแม่ก็จะเอาไปที่ทำงาน ต่อไปนี้ก็คงจะทำแบบนี้ไม่ได้ จะต้องมีการปรับกระบวนการเรียนการสอน ให้มีการพึ่งตัวเองมากขึ้น และมีการเรียนที่บ้านมากขึ้น &amp;nbsp;การปรับเปลี่ยนนี้ คงไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น จะเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก เพื่อลดการระบาดของโรค จนกว่าจะมีมาตรการในการควบคุมโรคมีประสิทธิผลมากกว่าปัจจุบัน
มท.สั่งผู้ว่าฯ ตั้งศูนย์ทุกระดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทำหนังสือด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้การกำกับ ดูแล ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามที่ทางราชการกำหนด จึงขอให้จังหวัดดำเนินการตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค หรือ ศปก.ในแต่ละระดับ โดยให้ผู้ว่าฯ เป็นผู้แต่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัด/นายอำเภอ เป็นผู้แต่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอและศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคตำบล และนายกเทศมนตรีเทศบาลนคร-เทศบาลเมือง เป็นผู้แต่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคเทศบาลนคร-เทศบาลเมือง ตามโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด พร้อมทั้งกำกับ ดูแล ติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคในพื้นที่โดยเคร่งครัด ทั้งนี้ จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามที่ ศบค. หรือปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การเดินทางอากาศในเดือน พ.ค. 5 สายการบินจะเปิดให้บริการ ในพื้นที่ท่าอากาศยาน 18 แห่ง เพื่อรองรับผู้โดยสารเดินทางในประเทศเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 07.00-19.00 น. เพื่อให้เหลือเวลาในช่วงก่อนเวลาเคอร์ฟิว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้ให้บริการจัดส่งอาหารและพัสดุ ณ ร้านเดอะพิซซ่าคอมปะนี สาขาพีเพิลพาร์ค คอมมูนิตี้ มอลล์ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ โดยนายเทวัญให้สัมภาษณ์หลังการตรวจสอบว่า การลงพื้นที่ร้านต่างๆ ซึ่งได้ทำมาต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า เมื่อคนอยู่บ้าน และสั่งอาหาร &amp;nbsp;อาหารที่ส่งถึงบ้าน ต้องปลอดเชื้อโควิด นอกจากขั้นตอนต่างๆ ในการส่งอาหารทางร้านยังได้รายงานให้ทราบถึงการเตรียมเปิดให้บริการนั่งรับประทานที่ร้าน ว่าได้ดำเนินการตามมาตรการที่รัฐกำหนด เช่น การจัดโต๊ะเว้นระยะ มีฉากกั้น และมีจุดให้ลูกค้าล้างมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุม 1 สถานวิทยาศาสตร์คลินิก ชั้น 7 อาคารกิตติวัฒนา (ตึกฉุกเฉิน) โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีการแถลงข่าวเปิดตัวหุ่นยนต์ยูงทอง AI ที่ใช้แทนบุคลากรทางการแพทย์ ในการรักษาคนไข้ เพื่อลดความเสียงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ เป็นต้นแบบนวัตกรรมด้านการรักษาพยาบาล สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการรักษาพยาบาลอื่นๆ ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการเสวนาออนไลน์ หัวข้อ &amp;ldquo;ถอดรหัสจัดระเบียบตลาด ลดเสี่ยงโควิด-19&amp;rdquo; ณ ห้องประชุมชั้น 2กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยในการเสวนามีการเสนอให้ สธ.ตรวจโควิดให้ผู้ค้าในตลาดสด-ตลาดนัดฟรี แนะเด็ก ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงไปตลาด ระบุว่าตลาดร้อยละ 90 ให้ความร่วมมือทั้งล้างมือและใส่หน้ากาก แต่ยังเป็นปัญหาเรื่องรักษาระยะห่าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65415</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อ, ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง, ประเมินระยะแรก 14 วัน, ปลดล็อก, ปลดล็อกระยะ2, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สาธารณสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200508/image_big_5eb556addb37e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2020 08:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2020 06:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่วโลกติดโควิด-19 ทะลุ 1.5 ล้านราย เสียชีวิตใกล้หลักแสน &#039;อเมริกา&#039; ยังวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.63 - เมื่อเวลา 06.30 น.ตามเวลาประเทศไทย ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกพุ่งสูงถึง 1.5 ล้านราย&amp;nbsp;เสียชีวิต 8.8 หมื่นราย&amp;nbsp;โดยสถานการณ์ในประเทศสหรัฐอเมริกายังคงวิกฤติหนักที่สุด ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 26,744 คน รวมทั้งสิ้น 427,079 คน ผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1,824 คน รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;14,665 คน ตามมาด้วยประเทศสเปน มีตัวเลขผู้ติดเชื้อรวม 148,220 คน เสียชีวิต&amp;nbsp;14,792 คน และอิตาลี มีผู้ติดเชื้อ 139,422 คน เสียชีวิต&amp;nbsp;17,669 คน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62580</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อ, ประเทศสหรัฐอเมริกา, สถานการณ์ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8e5ee0ebbe1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 01:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 01:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะลุล้านแล้ว! ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกพุ่งไม่หยุด ตาย 5 หมื่น &#039;อเมริกา&#039; หนักสุด เยอรมนีแซงจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.63 - สถานการณ์การระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 3&amp;nbsp;เมษายน เวลา 01.00 น. ตามเวลาประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อทะลุ 1,000,168&amp;nbsp;คนไปแล้ว ส่วนผู้เสียชีวิตมีทั้งสิ้น 51,354&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกา ยังคงนำอันดับที่ 1 พบผู้ติดเชื้อรวม 235,747&amp;nbsp;ราย เสียชีวิตแล้ว 5,620&amp;nbsp;ราย ตามมาด้วยอิตาลีติดเชื้อ 115,242&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เสียชีวิต 13,915&amp;nbsp;ราย สเปนพบผู้ป่วย 110,238&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เสียชีวิต 10,096 ราย เยอรมนีขึ้นแซงหน้าจีนเป็นที่เรียบร้อย โดยขณะนี้มีผู้ติดเชื้อ 84,264 ราย เสียชีวิต 1,074 ราย&amp;nbsp;และ จีนมีผู้ติดเชื้อ 81,589 ราย มีผู้เสียชีวิต 3,318 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61882</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อ, ติดเชื้อทะลุล้าน, ประเทศสหรัฐอเมริกา, สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e862bcb540f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยป่วยพุ่งแตะพันคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขแถลงตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่ม 107 ราย สะสมรวม 934 ระบุต้นเดือนเม.ย. ไทยจะได้ยาเพิ่ม 2 แสนเม็ดจากจีน-ญี่ปุ่น โอดประชาชนกลับต่างจังหวัดยังตั้งวงก๊งเหล้า ไม่ให้ความร่วมมือ เตือนถ้าทำแบบนี้แม้แต่เตียง-เครื่องช่วยหายใจก็อาจจะไม่พอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 มีนาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ว่า มีผู้ป่วยเพิ่ม 107 ราย รวมยอดสะสม 934 ราย กลับบ้านได้ 13 ราย แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.1 ผู้ที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยหรือเกี่ยวข้องกับสถานที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้จำนวน &amp;nbsp;27 &amp;nbsp;ราย 1.1 สนามมวย 4 ราย เป็นพนักงานขับรถ บขส.รับจ้าง อยู่กทม. และสมุทรสาคร 1.2 สถานบันเทิง 5 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นนักท่องเที่ยว นักร้อง นักดนตรี ประชาสัมพันธ์ รวมถึงเจ้าของ 1.3 สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานมาก่อนหน้านี้ 14 ราย ทำอาชีพรับจ้าง ค้าขาย พนักงานบริษัท นักศึกษา คนขับรถแท็กซี่ ผู้ต้องขัง และตำรวจ อยู่พื้นที่ จ.เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี ภูเก็ต และ กทม. 1.4 ผู้ที่ร่วมพิธีทางศาสนาในประเทศมาเลเซีย 4 ราย โดยอยู่ในสงขลาและยะลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มที่ 2 รายใหม่จำนวน 13 ราย 2.1 เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยเป็นคนไทยและชาวต่างชาติ รวม 6 ราย โดยชาวต่างชาติมีอังกฤษ ฟินแลนด์ เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา 2.2 ทำงานหรืออาศัยในสถานที่แออัด 5 ราย พนักงานบริษัท พนักงานร้านนวด แคชเชียร์ และเจ้าหน้าที่สนามบิน 2.3 แพทย์ 2 ราย พบว่าเป็นแพทย์ใช้ทุน และทำงานอยู่โรงพยาบาล และมีบุคลากรทางการแพทย์ที่สัมผัสร่วมกันจำนวนรวม 25 คน โดยต้องสั่งให้พักงานก่อน และกลุ่มที่ 3 ผู้ที่แพทย์พบเชื้อซึ่งต้องรอสอบประวัติและแต่ต้องรอสอบสวนโรคจำนวน 67 ราย ในส่วนผู้ป่วยที่มีอาการหนักจำนวน 4 ราย ซึ่งยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยสรุปภาพรวมมีผู้ป่วยที่ติดสะสมจำนวน 934 ราย กลับบ้านได้แล้ว 70 ราย กำลังรักษาอยู่ 860 ราย และเสียชีวิต 4 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในขณะนี้ประชาชนที่ทำงานใน กทม.และปริมณฑลมีการเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนา ท่านมีโอกาสนำโรคไปแพร่กระจายกับคนใกล้ชิด โดย สธ.ได้สั่งการให้ นพ.สธ.จังหวัด &amp;nbsp;ให้เจ้าหน้าที่ สธ.สำรวจ ผู้ที่เดินทางจากภูมิลำเนา ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว แยกตัวเองอยู่บ้าน 14 วัน และเว้นระยะห่างทางสังคมประมาณ 1-2 เมตร และสวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม คนที่ไปงานเลี้ยงสังสรรค์ พบปะ เป็นเหตุให้มีรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 100 ราย ท่านต้องงดการรวมกลุ่มกิจกรรมต่างๆ หากพบผู้ป่วยให้แจ้งผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ สธ. ส่วนคนที่ไปทำงาน มีโอกาสรับเชื้อจากนอกบ้าน ให้เว้นระยะห่างในครอบครัว โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กอยู่ ถ้าป่วยให้พบแพทย์ทันที อย่าปกปิดข้อมูล เพราะจะส่งผลต่อการวินิจฉัยรักษาโรค เกิดความเสี่ยงต่อบุคลากรทางการแพทย์ หากติดเชื้อจะส่งผลต่องานบริการ และจะส่งผลต่อระบบสาธารณสุขเป็นอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประชาชนที่กลับไปแล้วยังมีชุดพฤติกรรมนั่งตั้งวงก๊งเหล้า เฮฮา กอดรัด โดยข้อมูลมีอยู่แล้วว่าให้มีการเว้นระยะห่าง แต่ท่านไม่ได้ทำเลย ถ้าเกิดป่วยขึ้นมาท่านจะต้องเสียใจว่านอกจากท่านป่วยแล้ว คนที่ใกล้ชิดท่านและชุมชนท่านจะลำบากด้วย ทำให้เห็นความร่วมมือที่ย่อหย่อน อีกประเด็นคือการทำงานเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุข เขาไปเคาะถึงประตูบ้าน เรียกได้ว่า 1 ต่อ 10 ครอบครัว เป็นเหมือนญาติ ต้องให้ความสำคัญพวกเขา เราจึงต้องขอความร่วมมือประชาชน แต่กลับได้ภาพสะท้อนกลับซึ่งความไม่ร่วมมือ ไม่พอใจ เราทำงานยากมากขึ้น ไม่ยากที่ประชาชนจะช่วยแค่เข้าใจ รับฟัง และปฏิบัติ จากกราฟในพื้นที่ต่างจังหวัดจะพุ่งขึ้น ถ้าทำไม่ทำเตียงจะไม่พอ ไอซียูจะไม่พอ เครื่องช่วยหายใจก็จะไม่พอ แต่ถ้าร่วมมือกันก็จะไม่เกิดภาพนั้นขึ้นมา&amp;rdquo;&amp;nbsp;
ยังไม่เข้าระยะ 3&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของยาฟาริพิราเวียร์ ถ้ามีการคาดการณ์ว่ามีผู้ป่วย 5,000 คน จะต้องมีการใช้ยานี้ 3.5 แสนเม็ด โดยเรามีสต๊อกไว้ครึ่งแสน ซึ่งประเทศไทยได้มีการสั่งซื้อจากประเทศจีนและญี่ปุ่น โดยประมาณต้นเดือนเม.ย.จะได้มา 2 แสนเม็ด น่าจะเพียงพอในการใช้ในช่วงนี้ ในส่วนของการบริจาคจากภาคเอกชน ถ้ามีคุณภาพและอยู่ในมาตรฐานให้ทุกโรงพยาบาลเปิดรับการรับบริจาค อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยืนยันว่าน้ำยามีการผลิตที่เพียงพอ แต่สำหรับคนที่ไม่ป่วยไม่มีอาการแต่สงสัยให้อยู่บ้าน เราต้องสะสมให้กับคนที่ป่วยจริง ถึงแม้จะมีเพียงพอ แต่ถ้าท่านแห่มาก็จะไม่เพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าผู้ต้องขังที่ติดเชื้อจะมีการกักตัวอย่างไรกับคนที่ใกล้ชิด หรืออันตรายอย่างไรกับผู้ต้องขัง นพ.ทวีศิลป์ตอบว่า ผู้ต้องขังเรามีการตรวจโรคติดต่อของผู้ต้องขัง เรามีห้องแยก เรื่องการดูแลสาธารณสุขในเรือนจำ ผู้ต้องขังรายใดถ้ามีอาการป่วยต้องมีพื้นที่แยก ถ้าหนักก็นำไปสู่การรักษาในโรงพยาบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าขณะนี้เข้าสู่ระยะที่ 3 หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์แจงว่า เรามีระยะของการสอบสวนโรค ถ้ากรณีที่เราเห็นว่ามีต้นทางของโรคก็ยังอยู่ในระยะที่ 2 ถ้ามีการกระจายไปเป็นกลุ่มที่ 4 โดยไม่ทราบสาเหตุก็จะเข้าสู่ระยะที่ 3 แต่ไม่ว่า 2 หรือ 3 มาตรการในตอนนี้เกินกว่าระยะที่ 2 ไปแล้ว โดยคณะกรรมการวิชาการจะมีการประชุมอีกรอบ ถ้าเข้าสู่ระยะที่ 3 ก็คงจะต้องประกาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันทั้งสิ้น 407,670 ราย หายดีแล้ว 104,673 ราย ผู้มีอาการรุนแรง 12,547 ราย เสียชีวิต 18,250 ราย ประเทศที่พบผู้ป่วยสูงสุดประกอบด้วย ประเทศจีน อิตาลี สหรัฐอเมริกา สเปน เยอรมนี อิหร่าน โดยประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 32 และมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า สธ.ให้ความสำคัญกับการควบคุมโรค โดยกรมควบคุมโรคร่วมกับกรมราชทัณฑ์ ได้มีการหารือกำหนดมาตรการงดเยี่ยมผู้ต้องขัง กรณีผู้ต้องขังรายใหม่กับผู้ต้องขังที่ย้ายเรือนจำ จำเป็นจะต้องมีการคัดกรองว่ามีความเสี่ยงหรือไม่ เพื่อไม่ให้ติดต่อไปสู่ผู้ต้องขังรายอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในส่วนของผู้ต้องขังที่ติดเชื้อโควิด-19 มีความเป็นไปได้ที่จะติดจากบุคคลที่ไปเยี่ยม ในระยะนี้จึงแนะนำให้งดการไปเยี่ยมผู้ต้องขัง เนื่องจากคนที่ไปเยี่ยมอาจจะติดเชื้อแต่ยังไม่มีอาการ ทุกคนจะต้องเข้าใจว่าแม้จะคิดถึง ต้องการที่จะไปเยี่ยมบุคคลอันเป็นที่รัก แต่ในระยะนี้การแสดงความห่วงใยต่อคนที่รัก จะต้องแสดงความห่วงใยด้วยการอยู่ห่างๆ จากกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ผ่านมากรมควบคุมโรคได้ร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์ในการดำเนินการมาตรการต่างๆ ในการลดความเสี่ยงการติดเชื้อในกลุ่มผู้ต้องขัง ตั้งแต่การคัดกรองผู้ที่เข้าเยี่ยม ไม่ให้มีการเยี่ยมในลักษณะที่มีการสัมผัสตัวกัน ส่วนผู้ต้องขังรายใหม่จะต้องแยกขังกับรายเก่าจนครบ 14 วัน จนแน่ใจแล้วว่าผู้ต้องขังใหม่ไม่มีอาการป่วย จึงจะนำเข้าสู่เรือนจำ รวมถึงการคัดกรองเจ้าหน้าที่เรือนจำด้วย เพราะอาจนำโรคเข้าไป&amp;nbsp;
นายกฯ เสียใจกับผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้กรมราชทัณฑ์ยังไม่มีรายงานผู้ต้องขังป่วยติดเชื้อโควิด-19 แต่เมื่อมีข้อมูลจากทางการแพทย์ออกมา ก็จะเร่งตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียด เบื้องต้นยังไม่ปรากฏข้อมูลชัดเจนว่าเป็นผู้ต้องขังในการควบคุมของหน่วยใด อยู่ในการควบคุมตัวของตำรวจ หรือเรือนจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงความเสียกับญาติและครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งสิ้น 4 ราย ขอให้มั่นใจว่าทีมแพทย์ให้การดูแลรักษาอย่างเต็มที่แล้ว และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ เยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอกล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้นในการสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และขอประชาชนปฏิบัติตามมาตรการและดูแลตนเองอย่างเข้มงวด สำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ ผู้ติดเชื้อ ทางสาธารณสุขและการแพทย์ให้การรักษาดูแลอย่างเต็มที่ ที่สำคัญขอให้ประชาชนติดตามรับฟังข่าวสารผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล เช่น การแถลงข่าวประจำวันที่ศูนย์แถลงข่าวโควิด-19 ทำเนียบรัฐบาล ที่มีข้อมูลเผยแพร่รอบด้าน ทันสถานการณ์ และทางช่องทางอื่นของรัฐบาลที่เชื่อถือและถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มาตรวจเยี่ยม สน.เตาปูน พร้อมนำสเปรย์แอลกอฮอล์มามอบให้ หลังพบว่ามีตำรวจติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หลายนาย พร้อมกับให้สัมภาษณ์ว่าได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ ทั้งในส่วนของ สน.เตาปูน, สน.ท่าเรือ, สน.ลุมพินี และ สน.พระราชวัง ที่พบว่ามีตำรวจติดเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เฉพาะตำรวจ สน.เตาปูน ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 7 นาย ประกอบด้วย ฝ่ายสืบสวน 4 นาย, ตำรวจฝ่ายปราบปราม 1 นาย และตำรวจจราจร 2 นาย มีตำรวจอยู่ระหว่างกักตัวเฝ้าระวัง 14 วัน อีก 18 นาย ขณะเดียวกันยังมีครอบครัวของตำรวจ สน.เตาปูน ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อีก 2 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการดูแลประชาชนและการปฏิบัติหน้าที่ โดยเตรียมกำลังตำรวจนครบาล 2 ไว้คอยสนับสนุนกรณีมีเหตุหรือคดีสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ได้ปรับปรุงพื้นที่บนโรงพักให้ปลอดภัยสอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาด โดยทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไปแล้ว 3 ครั้ง จัดระเบียบที่นั่งเข้าพบพนักงานสอบสวน ให้มีระยะเพิ่มมากขึ้น จัดที่พักระหว่างรอแจ้งความ จัดทำแผ่นใส บริเวณโต๊ะรับแจ้งความ เพื่อป้องกันละอองฝอยจากน้ำลาย โดยเตรียมติดตั้งให้ครบทั้ง 88 สน. ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาลสั่งการไปตั้งแต่เมื่อวานนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดสงขลาน่าเป็นห่วง เพราะพบผู้ป่วยพุ่งพรวด 18 คน ทางจังหวัดได้ขยายพื้นที่ล็อกดาวน์แหล่งท่องเที่ยว ทั้งชายหาดแหลมสมิหลา น้ำตกทุกแห่ง ปั๊มน้ำมัน ส่วนโรงพยาบาลหาดใหญ่ก็ขอความร่วมมืองดเยี่ยมผู้ป่วยทุกกรณี และให้เฝ้าได้เพียง 1 คน
ภูเก็ตเพิ่มอีก 3 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ยังคงมีการขยายพื้นที่ปิดสถานที่ไม่เว้นแม้แต่บริเวณชายหาดแหลมสมิหลา ซึ่งมีการปิดบริเวณลานและที่นั่งริมชายหาดชั่วคราว ห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปนั่งเล่นหรือรับประทานอาหารอย่างเด็ดขาด ในขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น น้ำตกโตนงาช้าง และน้ำตกโตนปลิว ก็ปิดชั่วคราวแล้วเช่นกัน รวมทั้งในปั๊มน้ำมันบรรดาผู้ประกอบการ เช่น ร้านนวด ร้านตัดผม ก็ให้ความร่วมมือปิดบริการชั่วคราว รวมถึงโรงพยาบาลหาดใหญ่ก็ได้ออกประกาศขอความร่วมมือประชาชนงดเยี่ยมผู้ป่วยทุกกรณีในช่วงนี้และให้ญาติผู้ป่วยเฝ้าได้เพียง 1 คนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์ธนิศ เสริมแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;กล่าวว่า ข้อมูลสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดภูเก็ต ประจำวันที่ 25 มี.ค. พบผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันเพิ่มขึ้น 3 ราย รวมผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันสะสม 29 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 2 ราย ยังคงเหลือรักษาที่โรงพยาบาล 27 ราย ตรวจเชื้อทั้งหมด 718 ราย ไม่พบ 618 ราย พบเชื้อ 29 ราย รอผล 71 ราย สรุปจำนวนรักษาตัวที่โรงพยาบาล 98 ราย ทุกรายไม่มีอาการรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์ของโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีผู้ป่วยยืนยันโรคสะสม 5 คน ในจำนวนนี้ได้รับการรักษาและตรวจไม่พบเชื้อแล้วและอนุญาตให้กลับบ้านได้ จำนวน 1 คน และยังพักรักษาตัว จำนวน 4 คน ส่วนยอดการคัดกรองพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง จำนวนสะสมรวม 51 คน กลับบ้านแล้ว 49 คน และยังรักษาอยู่ จำนวน 2 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์, นพ.ภูวดล กิตติวัฒนาสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุรีรัมย์ และผู้แทนจากมณฑลทหารบกที่ 26 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้ร่วมกันแถลงข่าว &amp;ldquo;ข้อเท็จจริงการติดเชื้อโควิด-19&amp;rdquo; ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ กรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ยืนยันว่าได้มีวิสัญญีแพทย์ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ติดเชื้อโควิดจริง แต่ไม่ใช่ผู้ป่วยรายใหม่ เป็น 1 ในผู้ป่วย 5 รายที่แถลงยืนยันผลตรวจไปก่อนหน้านี้ คือเป็นชายชาวต่างชาติ 2 ราย หญิงไทย 3 ราย ซึ่งเป็นวิสัญญีแพทย์ด้วย 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กส่วนตัวของนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.สุรินทร์ ได้ลงข้อมูลที่พบว่า ขณะนี้ จ.สุรินทร์มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มอีก 1 ราย รวมทั้งหมด 4 รายแล้ว โดยเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า &amp;quot;ไกรสร กองฉลาด&amp;quot; ระบุข้อความว่า &amp;quot;สุรินทร์มีผู้ติดเชื้อ Covid-19 เพิ่มอีก 1 ราย รวมติดเชื้อแล้วถึงวันนี้ 24 มีนาคม 2563 ทั้งสิ้น 4 ราย (3 รายแรก ติดเชื้อจากเวทีมวยลุมพินี อาการดีขึ้นตามลำดับ).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60934</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กระทรวงสาธารณสุข, ตัวเลขผู้ติดเชื้อ, สาธารณสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7b6c653043e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
