<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116489</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมออุดมชี้อย่าเพิ่งชะล่าใจ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ไทยติดเชื้อใหม่ 14,029 ราย ดับ 180 คน พบเด็ก 5 เดือนเสียชีวิตด้วย &amp;quot;หมออุดม&amp;quot; เตือนอย่าชะล่าใจ อีก 2สัปดาห์ตัวเลขเพิ่มแน่หลังผ่อนมาตรการ ขอป้องกันตนเองเคร่งครัด รอดู 1 ต.ค.ประเมินสมควรคลายล็อกเพิ่มหรือไม่ โควิดภูเก็ตยังไม่กระเตื้อง ผู้ว่าฯ สั่งขยายเวลาปิดสถานศึกษา ผับบาร์ 15-28 ก.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 กันยายน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานตัวเลขสถานการณ์ประจำวันว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 14,029 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 13,749 ราย เป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศเข้า State Quarantine 4 ราย จากเนเธอร์แลนด์ 1 ราย, มาเลเซีย 2 ราย จากด่านพรมแดนทางบก และเมียนมา 1 ราย จากช่องทางธรรมชาติ เป็นการค้นหาเชิงรุก/โรงงานและในชุมชน 1,525 ราย ค้นหาเชิงรุกในเรือนจำ 276 ราย และเข้าระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ 12,224 ราย รวมผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งหมด 1,382,173 ราย รักษาอยู่ 135,966 ราย รักษาในโรงพยาบาล 40,601 ราย และโรงพยาบาลสนาม 95,365 ราย เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 4,103 ราย และต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 856 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 1,231,854 ราย หายเพิ่ม 15,742 ราย มีเสียชีวิตใหม่ 180 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 14,353 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้เสียชีวิตรายใหม่เป็นผู้ป่วยชาย 101 ราย ผู้ป่วยหญิง 79 ราย เป็นชาวไทย 175 ราย, เมียนมา 4 ราย และจีน 1 ราย ค่ากลางอายุผู้ป่วย 70 ปี อายุระหว่าง 5 เดือน-108 ปี ตั้งครรภ์ 1 ราย ที่จังหวัดยะลา และเป็นเด็กอายุ 5 เดือน 1 ราย ที่จังหวัดยะลา เสียชีวิตนอกโรงพยาบาล 1 รายที่จังหวัดชลบุรี ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ 10 อันดับแรก แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร 3,356 ราย, ชลบุรี 848 ราย, สมุทรปราการ 832 ราย, ระยอง 524 ราย, ราชบุรี 516 ราย, สมุทรปราการ 506 ราย, นนทบุรี 410 ราย, ยะลา 402 ราย, สงขลา 396 ราย และปราจีนบุรี 379 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.อุดม คชินทร รองประธานที่ปรึกษา ศบค. ชี้แจงสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่พบต่ำกว่า 15,000 คนนั้น เป็นผลพวงมาจากการล็อกดาวน์ตั้งแต่ 20 ก.ค. และตลอดเดือน ส.ค. อีกทั้งการระดมฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังและผู้สูงอายุ ทำให้ตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อค่อยๆ ทยอยลดลง แต่การผ่อนคลายมาตรการกิจกรรมบางอย่าง ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา จะเริ่มเห็นตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อเปลี่ยนไปในอีก 2 สัปดาห์หน้า กราฟผู้ป่วยติดเชื้อจะค่อยๆ กลับมาเพิ่มขึ้นแน่นอน เพราะเป็นปฏิกิริยาที่ต้องเกิดขึ้น เหมือนกับกฎของโมเมนตัมอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอีก ประชาชนทุกคนต้องช่วยกัน ทั้งมาตรการป้องกันตัวเองแบบครอบจักรวาล และในหน่วยงาน องค์กร หรือออฟฟิศต่างๆ ร่วมกันทำ Covid free setting สุ่มค้นหาผู้ป่วยในสถานที่ทำงานทุกสัปดาห์ ร่วมกับมาตรการส่วนบุคคลที่เคร่งครัด ก็ช่วยลดจำนวนผู้ป่วยได้แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้มีการอธิบายสถานการณ์ตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อ นายกรัฐมนตรีรับทราบและเข้าใจแล้ว จึงยังไม่ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ทั้งหมดในวันที่ 15 ก.ย. พร้อมย้ำว่าตัวเลขของผู้ป่วยติดเชื้อ หลังผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ที่เริ่มไป 1 ก.ย. จะสะท้อนในอีก 2 สัปดาห์ ดังนั้นรอให้ถึง 1 ต.ค. จึงค่อยมาดูสถานการณ์ตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อ ว่าสมควรที่จะผ่อนคลายมาตรการต่างๆ หรือไม่&amp;quot; ศ.นพ.อุดมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยอมรับที่ผ่านมาคนมักมองว่าเรื่องของสุขภาพและเศรษฐกิจมักสวนทางกัน แต่ก็ไม่ใช่เพราะทาง ศบค.เข้าใจสถานการณ์ว่า ทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจต้องเดินควบคู่กันไป เพราะโควิดไม่สามารถจบลงได้โดยเร็ว แต่ต้องบริหารจัดการอย่างไรที่ทำให้ตัวเลขการป่วยติดเชื้อไม่เป็นภาระหนักจนระบบสาธารณสุขรับไม่ไหว และเศรษฐกิจยังขับเคลื่อนต่อไปได้ จะมาล็อกอย่างเดียวก็ไม่ได้ จะเห็นว่าตอนนี้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติ คนเต็มห้าง แต่ยังต้องขอให้ระมัดระวังตัวเอง เพราะการรับวัคซีน 2 เข็มครบแล้วไม่ได้เป็นการการันตีว่าไม่ติดเชื้อ ดังนั้นการบริหารจัดการทั้งเรื่องสุขภาพและเศรษฐกิจต้องสมดุล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.อุดมกล่าวว่า อัตราคนไข้ป่วยติดเชื้อที่ระบบสาธารณสุขรับได้ไม่เกินกำลัง ควรต่ำกว่าวันละ 5,000 คน และตายไม่เกิน 50 คน ถือว่ารับได้ไม่เหนื่อยมาก แต่หากตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้ออยู่ที่ 5,000-10,000 คนต่อวัน อันนี้จะทำให้การทำงานในระบบสาธารณสุขเรียกว่าต้องยอมเหนื่อย แต่ยังพอรับได้ เพราะหากดูตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อครองเตียงในขณะนี้แม้ตัวเลขลดลง แต่เตียงใน รพ.ในผู้ป่วยสีแดงยังเต็มอยู่ แต่หากตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อเกิน 10,000 คนต่อวัน จะทำให้ระบบการทำงานของสาธารณสุขเริ่มหลังแอ่น ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สมุทรสาคร พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 506 ราย เสียชีวิต 12 ราย อยู่ระหว่างการรักษาตัวในโรงพยาบาล 7,952 ราย รักษาหายกลับบ้านได้ 195 ราย และอยู่ระหว่างการสังเกตอาการอีก 8,528 ราย ทั้งนี้นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับนายบุญชู นิลถนอม นายกเทศมนตรีเทศบาลนครอ้อมน้อย เปิดโรงพยาบาลสนามทองอุไร โรงพยาบาลสีเหลืองรองรับผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้มากขึ้นอีกถึง 200 เตียง และที่สำคัญรองรับผู้ป่วยที่ต้องการออกซิเจนได้เลยทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระศักดิ์ยังโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ห่วงใย ผมค่อนข้างอึดอัด หลังทราบข่าวว่ามาตรการผ่อนคลายที่รัฐมีให้ ส่งผลให้ผู้คนออกจากบ้านมากขึ้น แต่ลดความระมัดระวังหรือป้องกันตนเองน้อยลง โรงพยาบาลสนามที่เรามี รวมทั้ง CI และ FAI จึงต้องคงสภาพเตรียมความพร้อมรับมือกับการระบาดระลอกใหม่ 100% ผมแจ้งทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่าอย่าประมาท โควิดระลอกใหม่มา ปัญหาใหญ่ก็จะเล็กลง หรืออาจไม่มีเลย ถ้าคนสมุทรสาครทุกคนช่วยกัน&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ได้ลงนามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต เรื่อง มาตรการปิดสถานที่หรือห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค โดยระบุว่าเพื่อการควบคุมสถานการณ์การระบาดให้อยู่ในวงจำกัดตามการประเมินของฝ่ายสาธารณสุข จังหวัดภูเก็ต จึงจำเป็นต้องคงมาตรการติดตามกำกับดูแลทั้งบุคคล สถานที่ การดำเนินกิจการและกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขของการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด ดังนี้ ปิดสถานบริการหรือสถานที่เสี่ยง ได้แก่ 1.สถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ สถานบันเทิง และสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการทุกแห่งในท้องที่จังหวัดภูเก็ต 2.สนามชนไก่ สนามกัดปลา สนามแข่งนก สนามแข่งไก่ สนามมวย หรือสถานที่จัดให้มีการเล่นการพนัน 3.สถานที่จัดให้มีโต๊ะสนุกเกอร์ บิลเลียด หรือโต๊ะพูล 4.ร้านเกมคอมพิวเตอร์ เกมออนไลน์ 5.สถานศึกษาในระบบและนอกระบบทุกแห่งทุกสังกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งห้ามจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของบุคคลซึ่งมีจำนวนรวมกันมากกว่า 100 คน และห้ามรวมกลุ่มทำกิจกรรม สังสรรค์ ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในพื้นที่สาธารณะ ชายหาด ส่วนสาธารณะ สนามเด็กเล่น ถนนริมคลอง ถนนรอบอ่างเก็บน้ำ ขุมน้ำสาธารณะ นอกจากนี้ให้งดการจัดงานสังสรรค์ งานเลี้ยง งานรื่นเริง ยกเว้นการจัดพิธีการตามประเพณีนิยมหากไม่สามารถเลื่อนได้ เช่น งานพิธีการศพ งานอุปสมบท งานมงคลสมรส วันสำคัญทางศาสนา ให้ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโรคที่เพียงพอ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. ถึงวันที่ 28 ก.ย.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอประชุมโรงเรียนเทศบาล 3 บ้านท่าแดง จ.กระบี่ สาธารณสุขจังหวัดได้ตรวจหาเชื้อให้กับประชาชน 1,000 คน ที่ไปร่วมงานพิธีบำเพ็ญกุศลศพพระปัญญาวุธธรรมคณี อดีตเจ้าอาวาสวัดแก้วโกรวารามพระอารามหลวง จังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ 30 ส.ค.-6 ก.ย. ผลปรากฏว่าพบติดเชื้อเพิ่มอีก 8 คน รวมคลัสเตอร์นี้ 44 คนแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116489</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ติดเชื้อใหม่, ศบค., สถานการณ์โควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3f11470421.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอยันซิโนแวคไร้เงินทอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อโควิดยังทรงตัว เตียงเริ่มว่าง ผู้ที่อยู่ระหว่างรักษาตัวลดลงเรื่อยๆ อธิบดี​กรมควบคุม​โรค​เผยฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้วร่วม 25 ล้านคน ยันจัดหาไม่มีเงินทอน รัฐบาลจีนให้ความสำคัญคอร์รัปชัน หากมีไม่นิ่งเฉยแน่ วอนอย่าด้อยค่าวัคซีนจนหลายคนกลัวไม่ไปฉีดโดยเฉพาะผู้สูงอายุ สุดท้ายต้องเสียชีวิตก่อนได้รับวัคซีน ขณะที่&amp;nbsp; &amp;quot;หมอโสภณ​&amp;quot; ยกภูเก็ตเป็นตัวอย่าง ส่วนใหญ่ผู้ป่วยไม่แสดงอาการ เพราะฉีดเยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 15,942 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 15,659 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 13,549 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 2,110 ราย&amp;nbsp; จากเรือนจำและที่ต้องขัง 277 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 6 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 1,265,082 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 20,351 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยอดรวมหายป่วยสะสม 1,097,317 ราย อยู่ระหว่างการรักษา&amp;nbsp; 155,134 ราย อาการหนัก 4,741 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ&amp;nbsp; 1,004 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 257 ราย เป็นชาย 135 ราย หญิง&amp;nbsp; 122 ราย อยู่ใน กทม.มากที่สุด 57 ราย ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 12,631 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนวันที่ 3 ก.ย.เพิ่มขึ้น&amp;nbsp; 925,627 โดส ทำให้ขณะนี้มียอดฉีดสะสม 35,218,164 โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ&amp;nbsp; 3,835 ราย สมุทรปราการ 1,570 ราย ชลบุรี 955 ราย&amp;nbsp; สมุทรสาคร 895 ราย ราชบุรี 502 ราย นนทบุรี 468 ราย ระยอง&amp;nbsp; 446 ราย นราธิวาส 341 ราย นครปฐม 340 ราย และนครราชสีมา 296 ราย ส่วนสถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม&amp;nbsp; 220,616,345 ราย เสียชีวิตสะสม 4,566,961 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการบริหารจัดการและการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ว่า ได้ปรึกษาหารือกับหลายฝ่ายด้วยกัน คณะแพทย์และสาธารณสุขก็มีนโยบายว่าเราจะดูแลเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปีได้บ้าง ซึ่งเราจะได้วัคซีนไฟเซอร์ในเดือนกันยายน ก็จะพิจารณาในส่วนนี้เพื่อนำไปฉีดให้เด็ก ซึ่งตนเป็นห่วง และไฟเซอร์ก็เป็นวัคซีนที่เขารับรองว่าสามารถฉีดได้ ก็กำลังหารือกันอยู่ ซึ่งก็น่าจะดีกับเด็กนักเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สถานการณ์วัคซีนในขณะนี้ดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่ เพราะประเทศญี่ปุ่นกำลังจะบริจาคให้เราอีก นายกฯ ตอบว่า เขาบริจาคเข้ามาก็เพราะเขาอยากจะช่วยเรา วันข้างหน้าเราจะได้ช่วยประเทศรอบบ้านเราด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกันนี้ นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์ ​อธิบดี​กรมควบคุม​โรค​&amp;nbsp; แถลง​สถานการ​ณ์การ​แพร่ระบาด​ของ​โรค​โค​วิด​-19 ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกตอนนี้ยังเป็นขาขึ้น วันนี้มีรายงานการติดเชื้อเพิ่มขึ้น 633,846 คน ทำให้ขณะนี้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 220 ล้านคน ยอดเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 9,441 คน สะสมอยู่ที่ 4,566,961 คน&amp;nbsp; โดยประเทศที่มีการระบาดมากที่สุดคือสหรัฐอเมริกา​ ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&amp;nbsp; 182,593 คน สะสม 40 ล้านคน เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1,512 คน&amp;nbsp; ทั้งๆ ที่ฉีดวัคซีน mRNA ค่อนข้างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น วัคซีนเป็นเครื่องมือ​สำคัญ​ในการป้องกันควบคุมโรค อย่างไรก็ตามการใช้วัคซีนอย่างเดียว โดยไม่มีมาตรการอื่น ไม่มีความร่วมมือจากประชาชนในเรื่องการใส่หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง จะทำให้เราควบคุมการแพร่ระบาดได้ไม่ดีนัก ทั้งนี้การระบาดยังคงคล้ายๆ เดิม ยังอยู่ที่ประเทศอินเดีย, บราซิล และในยุโรป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวว่า สำหรับประเทศไทยมีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 15,942 ราย สะสม 1,265,081 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น&amp;nbsp; 257 ราย สะสม 12,631 คน จะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามยังมีสิ่งที่ต้องระวังและป้องกันอย่างเคร่งครัด​ รวมทั้งขอความร่วมประชาชนอดทนใช้มาตรการป้องกัน​ต่างๆ ที่มีคำแนะนำออกไป รวมถึงผู้ที่อยู่ในเกณฑ์​ที่ได้รับวัคซีน ขออนุญาต​ให้ไปรับวัคซีน​ตามที่กำหนด เพื่อที่เราจะได้ควบคุมสถานการณ์​การระบาดได้ดียิ่งขึ้นไป
ฉีดแล้ว 35 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าดูแผนที่ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จากกราฟแผนที่แต่ละจังหวัด​ที่เป็นสีแดงที่บ่งบอกถึงจำนวนผู้ติดเชื้อ​ที่มากได้เริ่มลดน้อยลง โดยเฉพาะแนวโน้มที่ดีในภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การระบาดส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ที่กรุงเทพ​ฯ และปริมณฑล​ ภาคกลาง และบางจังหวัด​ของภาคใต้ อย่างไรก็ตาม​ถึง​แม้​ภาพรวมจะดีขึ้น แต่การเฝ้าระวัง​ สอบสวนโรค ค้นหาผู้ป่วยยังสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการฉีดวัคซีน ​นพ.โอภาสกล่าวว่า ไทยฉีดวัคซีน​ไปแล้ว&amp;nbsp; 35,218,164 โดส และในรอบ 24 ชม.ที่ผ่านมามีการรายงานฉีดเพิ่มขึ้น 925,627 โดส ถือว่าเป็นการรายงานรอบวันสูงที่สุด เชื่อว่าปริมาณวัคซีน​ที่เรามีและความเข้าใจของประชาชนมีความสำคัญมาก&amp;nbsp; ขณะนี้คนไทยได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว 24,918,054 คน คิดเป็นร้อยละ 34 และเข็มที่สอง 9,698,842 คน หรือร้อยละ 13.5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวยืนยันว่า การจัดซื้อจัดหาวัคซีนกระทรวง​สาธารณสุข​ไม่มีเรื่องเงินทอนในเรื่องของวัคซีน อย่างวัคซีนซิโนแวคที่กระทรวง​สาธารณสุข​จัดหามาตั้งแต่เดือน ก.พ.64 ราคาวัคซีน 17 เหรียญ ​และในปัจจุบันที่มีการซื้อจำนวนมาก และความต้องการในการฉีดยังมี แต่ตลาดเปิดกว้างขึ้น ทำให้มีวัคซีน​ในตลาดค่อนข้างมาก ปัจจุบันราคาในขณะนี้อยู่ที่ 9 เหรียญ​ ถ้าเทียบกับวัคซีน​เชื้อตายยี่ห้ออื่นจะถูกกว่า&amp;nbsp; 50% ยืนยันว่าไม่เงินทอนแน่นอน ส่วนรายละเอียด​องค์การ​เภสัชกรรม​จะชี้แจงอีกครั้ง ส่วนวัคซีนไฟเซอร์ถ้าเทียบกับบริษัทอื่นก็ถูกมากกว่าถึง 50% เช่นกัน ส่วนวัคซีน​แอ​สต​ร้า​เซน​เน​ก้า​ที่ได้ทำสัญญา​จองล่วงหน้าเป็นเวลานาน ราคาที่เราใช้ไปก็ถูกกว่าวัคซีนที่เราจัดหาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การทำสัญญาวัคซีน​เน้นย้ำว่าในปัจจุบันวัคซีนจะมีมาก แต่ตลาดก็ยังเป็นของผู้ขายและผู้ผลิต​อยู่ เพราะความต้องการฉีดวัคซีนทั่วโลกมีมากกว่ากำลังการผลิตอย่างมาก การทำสัญญากับแอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​เราทำมาตั้งแต่กลางปี 2563 ตั้งแต่การวิจัยยังไม่เสร็จ​ วัคซีนทุกชนิดยังวิจัยไม่เสร็จ​แม้ชนิดเดียว ดังนั้นเมื่อวิจัยไม่เสร็จก็ยังไม่มีการขึ้นทะเบียน&amp;nbsp; แค่พอเราเห็นแนวโน้มว่าจะสำเร็จ เราก็มีการเร่งทำสัญญา​จองซื้อล่วงหน้าตั้งแต่ตอนนั้น เพราะฉะนั้นการลงนามในสัญญาจึงไม่ใช่สัญญา​ปกติ&amp;nbsp; เพราะการระบาดทั่วโลกถือว่าเป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสต​ร์ ถ้าระบบปกติการลงนามในสัญญา​แบบนี้เราคงไม่ลงนามแน่ โดยเฉพาะระเบียบและกฎหมาย​ของ​ไทย​ เพราะของที่ผลิตจะเสร็จ​หรือไม่ก็ไม่ทราบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดี​กรมควบคุม​โรค​เผยว่า อย่างที่ทราบการลงนามในสัญญามีข้อกำหนดเกือบทุกครั้งว่า จะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลในสัญญาจนกว่าจะได้รับความยินยอมจากบริษัท​​ แต่เราก็จำเป็นต้องลงนามในสัญญา มิเช่นนั้นการฉีด​วัคซีน​คงทำไม่ได้ แต่เราก็ทำตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ความมั่นคงด้านวัคซีน ที่มีการเปิดช่องให้สามารถทำได้&amp;nbsp; รวมถึงตัวสัญญามีการปรึกษาทางอัยการ​สูงสุด​มาตลอด ส่วนการของบประมาณเป็นการใช้งบกลาง เพราะฉะนั้นการซื้อทุกครั้งต้องผ่านความเห็นชอบจาก ครม. ในปัจจุบันซีอีโอแอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​ได้ทำหนังสือแสดง​ความ​มุ่งมั่นถึงนายกรัฐมนตรี ​ที่จะส่งมอบวัคซีนตามที่เราทำสัญญา​จองเอาไว้ 61 ล้านโดสภายในปีนี้ และโรงงานที่ผลิตในไทยมีศักย​ภาพ​การผลิตและผ่านไปได้ด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า การจัดซื้อจัดหาวัคซีนทุกชนิดมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล มีความโปร่งใสและไม่มีเรื่องเงินทอน เนื่องจากการส่งวัคซีนของจีนทุกครั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลกลางจีน ซึ่งให้ความสำคัญเรื่องคอร์รัปชัน เช่นเดียวกับไฟเซอร์และแอสตร้าเซนเนก้าที่เป็นบริษัทระดับโลก หากมีเรื่องเงินทอนจริงคงไม่นิ่งเฉย และขออย่าด้อยค่าวัคซีนจนหลายคนกลัวไม่ไปฉีดโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ทำให้หลายคนต้องเสียชีวิตก่อนรับวัคซีน ยืนยันว่าการฉีดวัคซีนที่ผ่านมายังไม่มีรายใดเสียชีวิตจากวัคซีนโดยตรง ขอให้ไปรับวัคซีนตามที่กำหนด&amp;rdquo; นายแพทย์โอภาสกล่าว
ตุลามีวัคซีน 24 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โสภณ​ เอี่ยม​ศิริ​ถาวร​ รองอธิบดี​กรมควบคุม​โรค​ กล่าว​ว่า​&amp;nbsp; สำหรับการฉีดวัคซีน​โค​วิด​-19 เรามีตัวอย่างที่น่าสนใจคือ ภูเก็ตที่มีเปอร์เซ็นต์​การฉีดวัคซีน​ที่สูงมาก โดยขณะนี้เรามีนักท่องเที่ยว​เข้ามาในพื้นที่ ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาจำนวนกว่า 2 หมื่นคน ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ตามมาตรการ​และแนวทาง​ที่ ศบค.กำหนด ทุกคนที่เข้ามาก็ได้รับการตรวจตั้งแต่วันแรกที่มาถึง และตรวจซ้ำอีก 2 ครั้ง โดยข้อมูลปรากฏว่าพบผู้ติดเชื้อเป็นส่วนน้อยในกรณีของภูเก็ต​แซนด์บ็อกซ์ พบผู้ติดเชื้อสะสม 85 ราย ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ และมีอาการน้อย ส่วนที่ติดเชื้อและมีอาการก็ได้รับการรักษาหายแล้ว&amp;nbsp; 20 คน ถ้าดูเปอร์เซ็นต์​ก็ยังต่ำเพียงแค่ 0.13%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดว่า คนที่มาจากต่างประเทศเข้าโครงการภูเก็ต​แซนด์บ็อกซ์​ต้องได้รับการฉีดวัคซีนมาทุกคน ยกเว้นเด็กเล็กที่อายุน้อยกว่า 18 ปีที่มากับผู้ปกครอง​ที่ฉีดวัคซีนแล้ว ทั้งนี้จากข้อมูลการตรวจแล้วทั้งหมด 77 ราย พบว่ามีประวัติการฉีดวัคซีนที่น่าสนใจ ซึ่งมีการฉีดวัคซีนทุกยี่ห้อ​ มีการติดเชื้อค่อนข้างต่ำ จะเห็นได้ว่าแม้มีการฉีดวัคซีน​แล้วแต่ก็ยังมีการติดเชื้อ โดยคนกลุ่มนี้ไม่มีใครที่ป่วยหนัก และไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาในการแพร่เชื้อ​ให้ผู้อื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวอีกว่า เดือน ก.ย.มีวัคซีนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนๆ ที่ผ่านมา คาดว่าในสิ้นเดือนนี้จะมีวัคซีน​มากกว่า 15 ล้านโดสที่ใช้ในไทย ซึ่งมี 3 วัคซีนหลัก คือ ซิโนแวค, แอสตร้า​เซน​เน​ก้า​&amp;nbsp; และไฟเซอร์ ในเดือน ต.ค.เรามีวัคซีนเพิ่มขึ้น 24 ล้านโดส อีก 2 เดือนที่เหลือจะได้อีก 23 ล้านโดส โดยเป็นวัคซีนที่จะต้องส่งมอบให้ทั้งหมดภายใน ธ.ค. ทั้งแอสตร้า​เซน​เน​ก้า และไฟเซอร์​ ดังนั้นจึงเป็นที่มาว่าทำไมเรายังไม่ได้สั่งเพิ่มวัคซีนซิโนแวคในช่วงนี้ อย่างไรก็ตามสถานการณ์​ยังมีความไม่แน่นอน เช่นการส่งมอบวัคซีนของ 2 ชนิด&amp;nbsp; หรือความจำเป็นที่ต้องฉีดวัคซีนในเด็กก็จะมีการสั่งเข้ามาเพิ่มเมื่อมีความจำเป็น ส่วนวัคซีนทางเลือกอย่างซิโนฟาร์มและโมเดอร์​นา ขึ้นอยู่กับการส่งมอบและกำลังมีการทยอยเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานข้อมูลสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.64 ถึง วันที่ 3 ก.ย.64 ว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 112 ราย แยกเป็นผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 49 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 63 ราย แยกเป็น ติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง 16 ราย และติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง (พบก่อนเข้าสถานกักกันตัว) LQ 47 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม&amp;nbsp; 14,055 ราย เสียชีวิตสะสม 40 ราย หายป่วยสะสม 12,231&amp;nbsp; ราย ยังรักษาอยู่ 1,784 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด
สมุทรปราการยังสาหัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี รายงานผลผู้ติดเชื้อโควิด-19 จ.ชลบุรี เพิ่มรายวัน 955 ราย ยอดสะสม 65,964 ราย&amp;nbsp; เสียชีวิต 20 ราย เสียชีวิตสะสม 426 ราย กำลังรักษา 14,244&amp;nbsp; ราย รักษาหาย 1,248 ราย รักษาหายสะสม 51,294 ราย 3&amp;nbsp; อำเภอสูงสุด คือ อ.เมืองชลบุรี 229 ราย อ.ศรีราชา 228 ราย และ อ.บางละมุง 136 ราย พบผู้ป่วยยืนยันในครอบครัว 297 ราย จากสถานที่ทำงาน 144 ราย บุคคลใกล้ชิด 28 ราย ร่วมวงสังสรรค์ 6&amp;nbsp; ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครเปิดเผยตัวเลขล่าสุดของผู้ติดเชื้อโควิด-19 (3 ก.ย.64) มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 895 ราย เป็นการค้นหาเชิงรุก 45 ราย ในโรงพยาบาลภายในจังหวัด 463 ราย นอกจังหวัด&amp;nbsp; 125 ราย ในบับเบิลแอนด์ซีล 262 ราย เสียชีวิต 15 ราย อยู่ระหว่างการรักษาตัวในโรงพยาบาล 7,505 ราย รักษาหายกลับบ้านได้ 237 ราย และอยู่ระหว่างการสังเกตอาการอีก 9,029 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การฉีดวัคซีนโควิด-19 ฉีดได้มากถึง 9,082 โดส เป็นเข็มที่ 1&amp;nbsp; จำนวน 5,098 โดส เข็มที่ 2 จำนวน 3,984 โดส ยอดสะสมรวมทั้งสิ้น 624,876 โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร มีคำสั่งออกมาว่าต้องตรวจตลาดสดทั้งหมดให้เสร็จภายในวันที่ 15 กันยายนนี้&amp;nbsp; ภายใต้โครงการ &amp;quot;ตลาดสุขใจ&amp;quot; ปลอดภัยโควิด-19 โดยจะมีการตรวจ ATK ให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาด 100% ตรวจซ้ำทุกๆ 7-15 วัน พ่อค้าแม่ค้าต้องได้รับการฉีดวัคซีน 100% ตลาดต้องถูกสุขลักษณะ ได้มาตรฐานกรมอนามัย มีป้ายบอกราคาให้เห็นอย่างชัดเจน ตลาดไหนดีเด่นจะมีการมอบโล่รางวัลยกย่องให้ด้วย มอบป้ายการันตี &amp;quot;ตลาดสุขใจ&amp;quot; ไว้ที่ตลาดแห่งนั้น แสดงให้เห็นว่าตลาดนี้เข้ามาได้อย่างสบายใจ ปลอดภัยจากโควิด เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของตลาดสดให้กลับคืนมาโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 1,570 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 1,412 ราย อำเภอเมืองสมุทรปราการจำนวน 391 ราย อำเภอพระประแดงจำนวน 189 ราย อำเภอพระสมุทรเจดีย์จำนวน&amp;nbsp; 152 ราย อำเภอบางพลีจำนวน 238 ราย อำเภอบางบ่อจำนวน 170&amp;nbsp; ราย อำเภอบางเสาธงจำนวน 272 ราย โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการจำนวน 158 ราย เสียชีวิต 20 ราย เป็นเพศชายจำนวน 12 ราย เป็นเพศหญิงจำนวน 8 ราย อายุระหว่าง 36-92 ปี รวมเสียชีวิตสะสม 888 ราย ผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน&amp;nbsp; จนถึงปัจจุบันจำนวน 85,228 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลของรัฐในโรงพยาบาลเอกชน และรักษาใน Hospitel มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีสมุทรปราการรวมจำนวน 18,229 ราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115625</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กรมควบคุม​โรค, ฉีดวัคซีน, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120baf31a62c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเซอร์แจ้งปลายก.ย.ส่ง2ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โควิดขาลง หายป่วยพุ่ง อธิบดี​กรมควบคุม​โรคเผยภาพรวมการระบาดชะลอตัว กทม.ไม่เพิ่ม ​ข่าวดีไฟเซอร์​แจ้งแบบไม่เป็นทางการ ปลายเดือนก.ย.ส่งวัคซีนให้ 2 ล้านโดส คาดจนถึงสิ้นปีนำเข้าวัคซีนได้ตามแผน 100 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 17,984 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 17,653 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 15,559 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 2,094 ราย, จากเรือนจำและที่ต้องขัง 324 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 7 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 1,157,555 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 20,535 ราย ยอดรวมหายป่วยสะสม 964,319 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 182,357 ราย อาการหนัก 5,109 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,069 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 292 ราย เป็นชาย 157ราย หญิง 135 ราย ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 10,879 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนวันที่ 27 ส.ค. 915,738 โดส ทำให้ขณะนี้มียอดฉีดสะสม 30,420,507 โดส ส่วนสถานการณ์โลก มีผู้ป่วยสะสม 216,210,520 ราย เสียชีวิตสะสม 4,498,968 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดอันดับติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพ 4,141 ราย, สมุทรปราการ 1,432 ราย, ชลบุรี 972 ราย, สมุทรสาคร 910 ราย, นครราชสีมา 566 ราย, ราชบุรี 469 ราย, ระยอง 449 ราย, นนทบุรี 447 ราย, สระบุรี 428 ราย และปทุมธานี 413 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่กระทรวง​สาธารณสุข​ นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์​ อธิบดี​กรมควบคุม​โรค​แถลง​สถานการ​ณ์​และแผนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ว่า จากการติดตามแนวโน้มสถานการณ์​ พบว่าภาพรวมของประเทศการติดเชื้อได้ชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด แต่เราก็คงต้องติดตามสถานการณ์​อย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เกิดความประมาท สำหรับแต่ละจังหวัด ​กรุงเทพมหานคร​ แนวโน้มผู้ติดเชื้ออยู่ในระดับกว่า 4,000 คนมาเป็นสัปดาห์​แล้ว ทำให้ภาพรวมถึงแม้จะไม่พุ่งสูงขึ้นมากอย่างที่กังวล แต่ก็ยังคงระมัดระวัง ส่วนต่างจังหวัดมีตัวเลขติดเชื้อเพิ่มขึ้นมา ในส่วนของการตรวจเชื้อด้วย Antigen Test Kit (ATK)​ ในกรุงเทพฯ​ พบผู้ติดเชื้อค่อนข้าง​สูง​เกิน 10% ขึ้นไป แต่ระยะหลังมีแนวโน้มลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดี​กรมควบคุม​โรคกล่าวว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวนตัวเลขการฉีดเพิ่มขึ้น 915,738 โดส สะสม 30,420,507 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 22,617,701 โดส, เข็มสอง 7,221,368 โดส และเข็มสาม 581,438 โดส เห็นว่าการฉีดวัคซีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเดือน ส.ค. เนื่องมาจากเราได้วัคซีนมากขึ้น และเป็นไปตามแผนที่เราต้องการฉีดให้ได้เดือนละ 10 ล้านโดส ตอนนี้เดือน ส.ค.ทำได้เกินเป้าหมาย อย่างไรก็ตามยังมีผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ก็คงจะต้องมีการนำวัคซีนเข้ามาและเร่งรัดให้ฉีดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่ม​โรค​เรื้อรัง​ 7 กลุ่มโรค ขณะนี้มีการฉีดอย่างน้อยในเข็ม​แรก​ไปแล้วร้อยละ 40 ของเป้าหมาย โดยกลุ่มที่เราให้ความสำคัญต่อไปคือหญิงตั้งครรภ์ ​ที่เราพบการเสียชีวิตเกือบทุกวัน เพราะฉะนั้นจึงต้องเร่งรัดการฉีดวัคซีนในกลุ่มนี้ จึงเชิญชวนหญิง​ตั้งครรภ์​ที่ฝากท้อง​ไว้ในโรงพยาบาล​ ขอรับการฉีดวัคซีนได้ที่โรงพยาบาลที่ท่านฝากท้อง ยืนยันว่าฉีดวัคซีนขณะนี้กว่า 30 ล้านโดส ยังไม่มีรายใดที่เสียชีวิตจากวัคซีนโดยตรงจากการประเมินผลชันสูตรศพ​ในรายเสียชีวิตจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะฉะนั้นวัคซีนมีความปลอดภัย​&amp;quot; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวว่า ในเดือน ส.ค.เราจัดหาวัคซีนมาได้ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะวัคซีนซิโนแวค แอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​ ไฟเซอร์​ ที่เราสามารถนำเข้ามาได้ 13.8 ล้านโดส นอกจากนี้ยังมีวัคซีนซิโน​ฟาร์ม​เข้ามา ก็ทำให้ยอดการฉีดวัคซีนในเดือน ส.ค.ค่อนข้างสูง สำหรับประมาณการในการจัดหาวัคซีนในเดือน ก.ย.-ธ.ค. เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนที่ให้ประชาชนได้รับวัคซีนจำนวน 100 ล้านโดส ในปี 2564 เพื่อให้ครอบคลุมประชาชน 50 ล้านคน
ปลายก.ย.ไฟเซอร์มา 2 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในเดือน ก.ย.และ ต.ค. มีวัคซีนซิโนแวคเข้ามาอีกประมาณ 6 ล้านโดสต่อเดือน และแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ในเดือน ก.ย.ประมาณ 7.3 ล้านโดส ส่วนเดือน ต.ค.-ธ.ค. มีแนวโน้มที่ดีที่เขาอาจจะส่งให้เรามากขึ้นไม่น้อยกว่าเดือน ต.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบริษัท​ไฟเซอร์​ได้รับการแจ้งแบบไม่เป็นทางการว่า ในปลายเดือน ก.ย.ได้ประมาณ 2 ล้านโดส ซึ่งเขาให้คำสัญญาว่าจะส่งให้ได้ 30 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้ เพราะฉะนั้นก็จะมียอดจัดหาใน 3 วัคซีนหลักอยู่ที่ 124 ล้านโดส โดยเป็นไปตามเป้าหมาย นอกจากนี้ยังมีข่าวดีที่ราชวิทยาลัย​จุฬา​ภรณ์​ยังนำเข้า​วัคซีน​ซิ​โน​ฟาร์ม​อยู่เรื่อยๆ เพราะฉะนั้นจะทำให้ยอดการฉีดของเราเพิ่มเติมขึ้นไป รวมถึงการที่องค์การเภสัชกรรมร่วมกับโรงพยาบาล​เอกชน​จะมีการนำเข้าวัคซีน​โมเด​อร์น​าเข้ามาอีก คาดว่าจะมาได้ในไตรมาส 4 ของปีนี้ ทำให้เราจะได้วัคซีนตามแผนอยู่ 100 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส​กล่าว​อีกว่า​ ที่ประชุม ศบค.ได้มีการเสนอเป้าหมาย กลยุทธ์​ และมาตรการ​ควบคุม​โรคแนวใหม่เพื่อฟื้นฟู​เศรษฐกิจ​ของประเทศ และให้ประชาชนสามารถ​ใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย​ โดยเป้าหมายของเราคือพยายามทำให้ผู้ติดเชื้อ เสียชีวิต​จากโรคโควิดให้น้อยที่สุด พยายามลดการติดเชื้อให้ได้มากที่สุด โดยไม่กระทำกับการใช้ชีวิตของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการคาดการณ์​และการวางกลยุทธ์​ในการควบคุม​โรค ​จะกำหนดว่าจะพยายามให้สถานการณ์​ต่างๆ ดีขึ้นภายในเดือน ก.ย. และ ต.ค. สถานการณ์​จะอยู่ในระดับปานกลาง และ พ.ย.น่าจะดีขึ้น และ ธ.ค.มีการใช้ชีวิตแนวใหม่ได้อย่างปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;Prayut-chan-o-cha&amp;quot; ระบุว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่าน เมื่อวานนี้ (27 ส.ค.) มีการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ซึ่งมีการประเมินผลของมาตรการล็อกดาวน์ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้นำเสนอผู้ติดเชื้อที่เริ่มมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ผลจากการล็อกดาวน์ได้ 25% ทำให้คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่า เราสามารถปรับมาตรการควบคุมโรคเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงช่วงก่อนหน้านี้ รวมถึงลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคม ในการอนุญาตให้จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดเปิดกิจการหรือดำเนินกิจกรรมบางอย่าง หรือการเดินทางข้ามจังหวัด ภายใต้การดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด ด้วยเงื่อนไขที่ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปัจจุบัน ทั่วโลกต่างยอมรับว่าเชื้อโควิดนี้มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย จนกลายเป็นโรคประจำถิ่น เป้าหมายที่อยู่บนพื้นฐานความจริง จึงไม่ใช่การกำจัดโรคนี้ให้หมดไป แต่ต้องแลกกับความเสียหายทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างมหาศาล แต่เป็นการอยู่ร่วมกับโควิดให้ได้อย่างปลอดภัยและสมดุล ซึ่งวันนี้ ศบค.ได้เห็นชอบกับแผนการที่เรียกว่า &amp;ldquo;Smart Control and Living with COVID-19&amp;rdquo; หรือการควบคุมโรคแนวใหม่ที่สมดุลกับการดำเนินชีวิตที่ปลอดภัยจากโควิด-19 โดยมีมาตรการ 10 ข้อดังนี้
วัคซีนรวม 130 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การยกระดับมาตรการ DMHT (อยู่ห่าง-ใส่แมสก์-ล้างมือ-วัดอุณหภูมิ) เป็นมาตรการ Universal Prevention (การป้องกันแบบครอบจักรวาล) นั่นคือการระมัดระวังตัวเองอย่างสูงสุด โดยคิดเสมือนว่าทุกคนที่พบปะนั้นมีโอกาสเป็นผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น ซึ่งรายละเอียดในมาตรการนี้นั้น ผมได้เคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การจัดหาวัคซีนและฉีดให้ได้มากและเร็วที่สุด โดยเฉพาะกับกลุ่มเสี่ยง โดยรัฐบาลได้ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้วัคซีนมามากและเร็วที่สุด และถึงวันนี้เรามั่นใจว่า ภายในสิ้นปีนี้ รัฐบาลจะจัดหาวัคซีนที่ฉีดให้ประชาชนได้อย่างน้อย 120 ล้านโดส ซึ่งขยายเพิ่มจากเป้าหมายเดิม 100 ล้านโดส ซึ่งเมื่อรวมกับวัคซีนทางเลือกของเอกชน เราจะมีวัคซีนรวมอย่างน้อย 130 ล้านโดส ทำให้เราจะสามารถฉีดวัคซีนให้ประชาชนในประเทศไทยได้กว่า 65 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การจัดหาชุดตรวจโควิดด้วยตนเอง (ATK &amp;ndash; Antigen Test Kit) ให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและราคาถูก ซึ่งทาง สปสช. ได้สั่งซื้อหาและจะแจกจ่ายให้ประชาชนจำนวน 8.5 ล้านโดสโดยเร็วที่สุด และจะจัดหามาเพิ่มอีกในอนาคต และรัฐบาลได้ดำเนินการให้มีชุดตรวจราคาถูกที่ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงได้อย่างสะดวกและราคาถูกยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.การจัดทำมาตรการ Bubble &amp;amp; Seal กับโรงงาน สถานประกอบการ และแคมป์ก่อสร้าง เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นให้อยู่ในวงจำกัดที่สุด และดูแลจัดการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การตรวจคัดกรอง การแยกกัก และการรักษาผู้ป่วย ที่จะทำให้เราไม่ต้องปิดทั้งโรงงาน และสามารถดำเนินการผลิตในบางส่วนของโรงงานหรือการก่อสร้างไปได้โดยไม่สะดุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.การจัดการสภาพแวดล้อมและการคัดกรองการตรวจด้วยชุดตรวจ ATK ในสถานที่เสี่ยง คือตลาดและชุมชนแออัด ที่เป็นแหล่งแพร่ระบาดและเกิดคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก โดยจะต้องมีการจัดสภาพแวดล้อมตามมาตรการอย่างเข้มงวด และมีการตรวจคัดกรองเป็นประจำเพื่อหยุดการระบาดตั้งแต่ต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.การจัดสภาพแวดล้อมของกิจการที่มีความเสี่ยงเป็นแบบปราศจากโควิด (COVID-Free Setting) เพื่อให้สามารถเปิดดำเนินกิจการได้ ซึ่งมี 3 องค์ประกอบสำคัญคือ 1.COVID-Free Environment (สภาพแวดล้อมปราศจากโควิด) เช่นระบบระบายอากาศ การจัดสถานที่ให้ไม่แออัด 2.COVID-Free Personnel (พนักงานปราศจากโควิด) เช่น การฉีดวัคซีนและตรวจ ATK 3.COVID-Free Customer (ลูกค้าปราศจากโควิด) เช่นการแสดงผลฉีดวัคซีน หรือการตรวจ ATK
แออัด-ใกล้ชิด-ปิดอับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.การจัดสภาพการทำงานและการเดินทางที่ปลอดภัย ไม่แออัด รวมถึงการคัดกรองโรคด้วยชุดตรวจ ATK สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดการระบาดในสถานที่ทำงาน และติดเชื้อต่อไปยังครอบครัวที่บ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงสูงและเด็กที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8.การจัดกิจกรรม สถานที่ และบริการสาธารณะต่างๆ ภายใต้มาตรการ 3C คือ การไม่จัดให้เกิดพื้นที่เสี่ยง 3 ประการ คือ &amp;ldquo;แออัด-ใกล้ชิด-ปิดอับ&amp;rdquo; (Crowded Places Close-Contact Setting, Confined &amp;amp; Enclosed Spaces) ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงในการแพร่ระบาดได้สูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;9.การจัดการบริการควบคุมโรคเชิงรุก เข้าถึงกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่และชุมชนระบาด ด้วยหน่วยเคลื่อนที่ CCRT (Comprehensive COVID-19 Response Team) ทั้งการตรวจคัดกรอง การนำผู้ป่วยออกมารักษา การฉีดวัคซีน โดยเฉพาะกับผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ที่ไม่สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ด้วยตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;10.ตรวจคัดกรองเชิงรุกให้รวดเร็ว รู้ผลให้เร็ว แยกกักผู้ป่วยและผู้มีความเสี่ยงเร็ว และรักษาผู้ป่วยได้เร็ว ด้วยชุดตรวจ ATK และระบบแยกกักที่บ้านและที่ชุมชน Home Isolation &amp;amp; Community Isolation สำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการไม่รุนแรง ที่ช่วยบรรเทาภาระของการครองเตียง และการต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้มีอาการหนักหรือปานกลางสามารถเข้ารับการรักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และมีโอกาสรักษาหายดีมากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นโยบาย &amp;ldquo;Smart Control and Living with COVID-19&amp;rdquo; ทั้ง 10 ข้อนี้ ได้มีการดำเนินการมาแล้วในหลายข้อ และได้ผลดีที่เป็นปัจจัยสำคัญในการลดยอดผู้ติดเชื้อได้ ส่วนบางข้อนั้นจะมีการยกระดับและดำเนินการไปพร้อมกับการปรับมาตรการที่จะเริ่มในวันที่ 1 กันยายนนี้ ซึ่งจะเป็นหนทางที่ช่วยให้ประเทศไทยจะก้าวไปสู่อนาคตร่วมกันอย่างปลอดภัยและมั่นคง สามารถฟื้นเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของเราได้ ผมจึงขอให้พวกเราทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนทุกคน ได้นำหลักการและแนวคิด Smart Control and Living with COVID-19 นี้ไปปรับใช้กับองค์กรของท่าน ชุมชนของท่าน ครอบครัวของท่าน และตัวท่านเอง เพื่อให้เราก้าวผ่านวิกฤตสู่อนาคตของประเทศไทยร่วมกันครับ
สมุทรสาครติดเชื้อต่้ำกว่าพัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ได้เปิดเผยตัวเลขล่าสุดของผู้ติดเชื้อโควิด-19 (27 ส.ค.2564 เวลา 24.00 น.) มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 910 ราย เป็นการค้นหาเชิงรุก 100 ราย ในโรงพยาบาลภายในจังหวัด 604 ราย นอกจังหวัด 73 ราย ในบับเบิล 133 ราย เสียชีวิต 17 ราย อยู่ระหว่างการรักษาตัวในโรงพยาบาล 12,198 ราย รักษาหายกลับบ้านได้ 424 ราย และอยู่ระหว่างการสังเกตอาการอีก 7,401 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การฉีดวัคซีนโควิด ฉีดได้มากถึง 6,340 โดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 5,081 โดส และฉีดเข็มที่ 2 จำนวน 1,259 โดส เป็นยอดสะสมรวมทั้งสิ้น 447,001 โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 1,432 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 1,160 ราย อำเภอเมืองสมุทรปราการ จำนวน 408 ราย, อำเภอพระประแดง จำนวน 133 ราย, อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จำนวน 69 ราย, อำเภอบางพลี จำนวน 237 ราย, อำเภอบางบ่อจำนวน 181 ราย, อำเภอบางเสาธงจำนวน 132 ราย, โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการ จำนวน 272&amp;nbsp; ราย เสียชีวิต 18 ราย เป็นเพศชาย จำนวน 12 ราย เป็นเพศหญิง จำนวน 6&amp;nbsp; ราย อายุระหว่าง 32-85 ปี มีโรคประจำตัว 14 ราย ไม่ระบุ 4 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 788 ราย การตรวจคัดกรองเฝ้าระวังในคลินิก ARI และในชุมชน จำนวน 29 ราย พบเชื้อ 6 ราย ผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน จนถึงปัจจุบันจำนวน 76,476 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานพบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 140 ราย แยกเป็น ผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 27 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 113 ราย แยกเป็นติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง 77 ราย และติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง (พบก่อนเข้าสถานกักกันตัว) LQ 36 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 13,271 ราย เสียชีวิตสะสม 34 ราย หายป่วยสะสม 10,095 ราย ยังรักษาอยู่ 3,142 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์โควิด-19 ในจังหวัดปัตตานี ที่ยังเป็นพื้นที่สีแดงเข้มนั้น ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา สถานการณ์ดูเหมือนว่าจะดีขึ้นตามลำดับ มีผู้ติดเชื้อไม่ถึงหลักร้อย ประชาชนหลายคนเบาใจลง แต่ล่าสุดกลับเป็นที่ตกใจของประชาชนอีกครั้ง หลัง จ.ปัตตานีพบผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงอีก โดยยอดผู้ติดเชื้อวันที่ 27 ส.ค. ตัวเลขผู้ป่วยพุ่งถึง 300 คน เสียชีวิต 5 คน ขณะนี้มียอดสะสม 15,000 คน รักษาหาย 11,136 คน เสียชีวิตสะสม 222 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จ.ปัตตานี ที่น่าเป็นห่วงคือทุกวันยังคงพบผู้เสียชีวิตวันละ 1-5 ราย ขณะนี้โรงพยาบาลในปัตตานีเต็มไปด้วยผู้ป่วยที่มีอาการหนักใช้เครื่องช่วยหายใจเกือบทุกคน แพทย์ต้องทำงานหนักเพื่อดูแลกลุ่มนี้เป็นพิเศษ แต่ก็มีบางรายที่ไม่สามารถยื้อชีวิตต่อได้ โดยที่ผ่านมาอัตราผู้เสียชีวิตสะสมในโรงพยาบาลมีจำนวน 215 คน เสียชีวิตก่อนเข้ารับการรักษาเพียง 7 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114869</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, นำเข้าวัคซีน, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โควิดขาลง, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210828/image_big_612a35897523a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซื้อเพิ่มPfizer-AZยี่ห้อละ50ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.รายงานผู้ติดเชื้อโควิดในไทยทรงตัวที่ 2 หมื่นคนต่อวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียชีวิต 261 คน กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงระบาดต่อเนื่อง ​ซิโนแวค มี​ประสิทธิผล​ป้องกันการเสียชีวิต​อยู่ที่ประมาณ 72% หาวัคซีนอีกอย่างน้อย 120 ล้านโดส ฉีดเข็ม 3 ปีหน้า ไฟเซอร์ และแอสตร้า​เซน​เน​ก้าอย่างละ 50 ล้าน เป็นอย่างต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 20,571 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 20,322 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ&amp;nbsp; 17,574 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 2,748 ราย, จากเรือนจำและที่ต้องขัง 235 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 14 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม&amp;nbsp; 1,030,281 ราย ผู้ป่วยหายเพิ่ม 23,159 ราย ยอดรวมหายป่วยสะสม 818,964 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 202,230 ราย อาการหนัก 5,171 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,123 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 261 ราย เป็นชาย 139 ราย หญิง 122 ราย อยู่ในกทม. มากที่สุด 88 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตที่บ้านและระหว่างนำส่งรักษา 4 ราย มีหญิงตั้งครรภ์ 1 ราย ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 9,087 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนวันที่ 20 ส.ค. เพิ่มขึ้น 609,435 โดส ทำให้ขณะนี้มียอดฉีดสะสม 26,428,101 โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 4,342 ราย,&amp;nbsp; สมุทรปราการ 1,584 ราย, สมุทรสาคร 1,449 ราย, ชลบุรี 1,235 ราย,&amp;nbsp; นครราชสีมา 613 ราย, นครปฐม 589 ราย, ฉะเชิงเทรา 587 ราย, ราชบุรี 541 ราย, บุรีรัมย์ 450 ราย, กาญจนบุรี 436 ราย ส่วนสถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 211,553,537 ราย เสียชีวิตสะสม 4,427,767 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข​ นพ.โสภณ​ เอี่ยม​ศิริ​ถาวร​ รองอธิบดี​กรมควบคุม​โรค​ แถลงสถานการ​ณ์การ​แพร่ระบาด​ของ​โรค​โค​วิด​-19 ว่า สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก จำนวนผู้ติดเชื้อมีเพิ่มมากขึ้น หลายประเทศประสบปัญหา​การแพร่ระบาดสายพันธุ์​เดลตา (อินเดีย)​ เช่นเดียวกับประเทศไทย แต่มีข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์คือจำนวนผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มค่อนข้างคงที่ ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นเร็ว พร้อมกับจำนวนผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ​กล่าวว่า เมื่อดูรายละเอียดแต่ละ​ประเทศ​จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 24 ชม.อยู่ที่ 650,065 ราย โดยประเทศสหรัฐอเมริกา​มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันมากที่สุดที่ 132,453 ราย และผู้เสียชีวิตจำนวน 1,022 ราย แม้จะมีการฉีดวัคซีนจำนวนมากแต่ก็ยังคงสามารถติดเชื้อ​ได้ ในส่วนประเทศ​ที่มีผู้ติดเชื้อราย​ใหม่​มากกว่า 20,000 ราย มีอินเดีย รัสเซีย​ บราซิล​ ฝรั่งเศส​ และสหราชอาณาจักร​ ซึ่งเป็นประเทศที่มีการฉีดวัคซีนในเปอร์เซ็นต์​ที่สูง ซึ่งมีข้อดีที่จำนวนผู้เสียชีวิต​ยังไม่มากนัก เช่น อังกฤษ ที่มีอัตราการฉีดวัคซีนมากกว่า 70% แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์​ในประเทศไทยจำนวนผู้ติดเชื้ออยู่ที่กว่า 20,000 ราย มีแนวโน้มว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจะไม่พุ่งทะยาน​ต่อ โดยกรุงเทพ​มหานคร​และปริมณฑล​ ซึ่งเป็นพื้น​ที่​ระบาดมาก่อน​จำนวนผู้ติดเชื้อตอนนี้ตกวันละกว่า 8,000 ราย คิดเป็น 42% ในส่วน
ซื้อวัคซีนเพิ่มอีก 120 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของผลการศึกษา​ประสิทธิ​ผลวัคซีน​ ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา วัคซีน​ซิโนแวคมี​ประสิทธิผล​ป้องกันการเสียชีวิต​อยู่ที่ประมาณ 72% สำหรับประสิทธิ​ผลผู้ที่ได้รับวัคซีนแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ 1 เข็ม จากข้อมู​ลต่างประเทศสามารถป้องกันการป่วย และเสียชีวิตได้ 80% ส่วนของประเทศไทยจากการศึกษากลุ่มที่ได้รับวัคซีนตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ค. ถ้าดูจากผลลัพธ์​การป้องกัน​การป่วยหนักหรือเสียชีวิต มีเปอร์เซ็นต์​ค่อนข้างสูงกว่า 80% อย่างไรก็ตาม จะต้องฉีดให้ครบ 2 เข็ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์ ​อธิบดี​กรมควบคุม​โรค​ กล่าวว่า ขณะนี้ในกรุงเทพฯ ​สามารถฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุร้อยละ 94 รองลงมาเป็นปทุมธานี​ 63% คาดว่าในสิ้นเดือน ส.ค.จะใกล้เคียงกับเป้าหมายหรือเกินเป้าหมาย สำหรับจำนวนวัคซีนที่เข้ามาในประเทศไทยในขณะนี้มีวัคซีนที่เข้ามาสู่ประเทศไทย 30 ล้านโดส ซึ่งเมื่อวัคซีนเข้ามา จะมีการตรวจในเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย หลังจากนั้นจะกระจายไปจุดฉีดต่างๆ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ส.ค. มีจำนวนวัคซีนเข้ามาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในเดือน ก.ย.เป็นต้นไป กระทรวงสาธารณสุข​จะมีการเจรจากับแอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​เป็นระยะ และมีเจตจำนงที่ต้องการวัคซีนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางบริษัทได้มีการตอบสนองอย่างเช่นเดือน ก.ย. มีการส่งสัญญาณ​ว่าจะมีการส่งวัคซีน​ให้กับประเทศไทย 7.2 ล้านโดส เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีวัคซีนเข้ามาเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดี​กรมควบคุม​โรคเผยว่า แนวโน้มจากการฉีดวัคซีน​พบว่า อาจจะจำเป็นต้องใช้เข็มที่ 3 เนื่องจากหลังฉีดวัคซีน​ไป 2 เข็ม ไม่ว่าวัคซีนยี่ห้อ​อะไรก็ตาม ภูมิคุ้มกันจะตกลง เพราะฉะนั้นการฉีดเข็ม 3 จะทำให้ภูมิคุ้มกัน​สูง​ขึ้น​ ดังนั้นในปี 2565 จึงมีความจำเป็นจะต้องหาวัคซีนเพิ่มเติมเพื่อมาฉีดใน 2 กลุ่ม คือกลุ่มเด็กและกลุ่มบูสเตอร์​โดส เพราะฉะนั้น​คณะกรรมการ​วัคซีน​แห่งชาติ​ ได้เสนอความเห็นและผ่านความเห็นชอบจาก ศบค.ว่าในปี 2565 จะต้องจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมให้กับคนไทยอย่างน้อย 120 ล้านโดส รวมถึงให้มีวัคซีนที่มีหลากหลายในการฉีด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้​สถาบัน​วัคซีน​แห่งชาติ​ได้แสดง​เจตจำนง และประชุมหารือกับบริษัท​ผู้ผลิต​วัคซีน​ในหลาย​บริษัท​ทุกรูปแบบ ก็ได้โดยมีความจำนงที่จะนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์อย่างน้อย 50 ล้านโดส และแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​อีก 50 ล้านโดส อย่างไรก็ตาม มีหลายบริษัทที่ผลิตวัคซีนรุ่นใหม่ที่สามารถต่อสู้กับเชื้อกลายพันธุ์​เพิ่มมากขึ้น หรือเรียกว่าวัคซีนรุ่นที่ 2 ถ้าบริษัทสามารถผลิตวัคซีนโดยมีผลวิจัยยืนยันว่ามีประสิทธิภาพ​และความปลอดภัย​ ขอให้บริษัทส่งมอบวัคซีนรุ่นที่ 2 ให้กับไทย ส่วนรุ่นจำนวน และระยะเวลาจัดส่งจะมีการเจรจากันต่อไป&amp;quot; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวระดับสูงทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า จากกรณีที่ นพ.โอภาส พุทธเจริญ หัวหน้าศูนย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย&amp;nbsp; แสดงความเห็นเรื่องการรับวัคซีน โดยผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม ไปช่วงระยะหนึ่งอาจทำให้ภูมิเริ่มตก ติดเชื้อและนอนโรงพยาบาล เนื่องจากมีปอดอักเสบ ดังนั้นควรรีบให้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 โดยเร็ว
สมุทรสาครติดเชื้อใหม่ 1,449 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น สถานการณ์ปัจจุบันมีผู้ช่วยเหลือผู้ป่วยที่ จ. สระแก้ว เสียชีวิต แม้จะได้รับวัคซีนซิโนแวคไปแล้ว 2 เข็มนั้น ในขณะนี้ทางศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพทยระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศปก.ศบค. จะยึดหลักการฉีดวัคซีนตามข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะเป็นผู้กำหนดว่าจะต้องฉีดอย่างไรเป็นหลัก และขณะนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข ยังไม่ได้มีข้อเสนอเข้ามาเพื่อให้ ศปก.ศบค.พิจารณาแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครได้เปิดเผยตัวเลขล่าสุดของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,449 ราย เป็นการค้นหาเชิงรุก 180 ราย ในโรงพยาบาลภายในจังหวัด 1,094 ราย นอกจังหวัด 175 ราย เสียชีวิต 20 ราย อยู่ระหว่างการรักษาตัวในโรงพยาบาล 17,640 ราย รักษาหายกลับบ้านได้ 319 ราย และอยู่ระหว่างการสังเกตอาการอีก 7,336 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนของศูนย์ห่วงใยคนสาคร ผู้ป่วยเข้ามาใหม่ 205 ราย ออก 219 ราย มีเตียงทั้งหมด 2,980 เตียง ครองเตียงอยู่ 2,451 เตียง เหลือเตียงว่างอีก 529 เตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า&amp;nbsp; สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 1,584&amp;nbsp; ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 1,451 ราย อำเภอเมืองสมุทรปราการ จำนวน&amp;nbsp; 564 ราย, อำเภอพระประแดง จำนวน&amp;nbsp; 190 ราย, อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จำนวน 65 ราย, อำเภอบางพลี จำนวน 327 ราย, อำเภอบางบ่อจำนวน 152 ราย, อำเภอบางเสาธงจำนวน 153 ราย, โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการจำนวน 133&amp;nbsp;&amp;nbsp; ราย เสียชีวิต 14 ราย เป็นเพศชายจำนวน 6 ราย เป็นเพศหญิงจำนวน 8 ราย อายุระหว่าง 55-86 ปี มีโรคประจำตัวทั้งหมด&amp;nbsp; รวมเสียชีวิตสะสม 645 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจคัดกรองเฝ้าระวังในคลินิก ARI และในชุมชน จำนวน 286,461 ราย พบเชื้อ 56,143 ราย ผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน จนถึงปัจจุบันจำนวน 65,924 ราย ในพื้นที่&amp;nbsp; 56,143&amp;nbsp; ราย นอกพื้นที่ 9,781 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลของรัฐจำนวน 2,568 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลเอกชนจำนวน&amp;nbsp; 2,984 ราย รักษาใน Hospitel มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีสมุทรปราการจำนวน 1,154 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการโควิด-19 จ.นนทบุรี รายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่จำนวน 581 ราย สาเหตุติดเชื้อที่สำคัญ ครอบครัว สถานที่ทำงาน และชุมชน เป็นเพศหญิง 289 ราย เพศชาย 292 ราย ต่างชาติ 52 ราย เมียนมา 32 ราย,&amp;nbsp; กัมพูชา 10 ราย, ลาว 10 ราย พื้นที่ภูมิลำเนา อำเภอเมืองฯ 259 ราย, อำเภอบางบัวทอง 230 ราย, อำเภอบางกรวย 66 ราย, อำเภอบางใหญ่ 12 ราย, อำเภอปากเกร็ด 10 ราย, อำเภอไทรน้อย 4 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดที่จังหวัดนครพนม มีรายงานพบผู้ป่วยยืนยัน 62 ราย เข้ารับการรักษาที่ รพ.นครพนม 11 ราย, รพ.ท่าอุเทน 10 ราย, รพ.โพนสวรรค์ 10 ราย, รพ.นาทม 6 ราย, รพ.นาหว้า 6 ราย, รพ.เรณูนคร 5 ราย, รพ.ปลาปาก 5 ราย, รพ.ศรีสงคราม 4 ราย, รพ.ธาตุพนม 3 ราย, รพ.บ้านแพง 1 ราย และโรงพยาบาลวังยาง 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานข้อมูลสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (โควิด-19) ระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 ถึง วันที่ 20 ส.ค.2564 ของ จ.บุรีรัมย์ ว่ายังคงน่าเป็นห่วง พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นอีก จำนวน 359 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย ที่ อ.ลำปลายมาศ 1 ราย, อ.พุทไธสง 1 ราย และ อ.เมืองฯ 1 ราย แยกเป็น ผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 4 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 355 ราย แยกเป็น ติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง 174 ราย และติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง (พบก่อนเข้าสถานกักกันตัว) LQ 181 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 11,663 ราย เสียชีวิตสะสม 23 ราย หายป่วยสะสม 7,207 ราย ยังรักษาอยู่ 4,433 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์การที่จ.นครศรีธรรมราช พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 168 ราย เป็นการติดเชื้อในจังหวัด 155 ราย และมาจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 13 ราย ยอดติดเชื้อสะสม 6,354 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 1,640 ราย (มาจาก กทม.และปริมณฑล 595 ราย) รักษาหายเพิ่ม 177 คน สะสม 4,988 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 50 ราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114091</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, Pfizer, ค้นหาเชิงรุก, ฉีดเข็ม 3, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, วัคซีน, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แอสตร้าเซนเนกา, โควิด 19, โควิด-19, ​ซิโนแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_61204c44b75d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หายป่วยเยอะกว่าติดเชื้อ คลัสเตอร์ตจว.คุมไม่อยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สถานการณ์โควิดยังไม่ทุเลา พบติดเชื้อเพิ่ม 22,086 ราย แต่หายป่วย 23,672 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 217 คน คลัสเตอร์ต่างจังหวัดอีก 8 คลัสเตอร์ นำเข้าเพียบ อธิบดีกรมควบคุมโรค เผยกลุ่มผู้ที่เสียชีวิตร้อยละ 84 เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป โฆษกกลาโหมเผยยังพบพฤติกรรมขาดความรับผิดชอบ รวมกลุ่มดื่มสุรา มั่วสุมเสพยาและเล่นการพนันต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 22,086 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 21,813 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ&amp;nbsp; 17,406 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 4,407 ราย, จากเรือนจำและที่ต้องขัง 270 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ3 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 885,275 ราย ผู้ป่วยหายเพิ่ม 23,672 ราย ยอดรวมหายป่วยสะสม 667,556 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 210,376 ราย อาการหนัก 5,590 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,151 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 217 ราย เป็นชาย 130 ราย หญิง 87 ราย อยู่ใน กทม.มากที่สุด 96 ราย โดยจำนวนนี้เป็นการเสียชีวิตที่บ้านและขณะนำส่งโรงพยาบาล 18 ราย อยู่ใน กทม. 17 ราย และสุพรรณบุรี 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้เสียชีวิตเป็นหญิงตั้งครรภ์ 2 ราย ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 7,343 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนวันที่ 13 ส.ค. 683,832 โดส ทำให้ขณะนี้มียอดฉีดสะสม 23,192,491 โดส ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 206,958,502 ราย เสียชีวิตสะสม 4,358,274 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดแรกที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 5,088 ราย,&amp;nbsp; สมุทรสาคร 1,819 ราย, สมุทรปราการ 1,598 ราย, ชลบุรี 1,254 ราย, นนทบุรี 867 ราย, นครปฐม 724 ราย, สระบุรี 686 ราย, อุบลราชธานี 395 ราย, พระนครศรีอยุธยา 379 ราย, ฉะเชิงเทรา 366 ราย โดยมีคลัสเตอร์ใหม่ 8 คลัสเตอร์คือ ที่ จ.สมุทรสาคร อ.เมืองฯ พบผู้ป่วยใหม่ที่บริษัทถุงพลาสติก 13 ราย, จ.สมุทรปราการพบ 2 คลัสเตอร์ คือโรงงานห้องเย็น อ.เมืองสมุทรปราการ พบผู้ป่วย 12 ราย และสถานคุ้มครองผู้พิการ อ.พระประแดง พบผู้ป่วย 30 ราย, จ.ชลบุรี อ.เมืองชลบุรี พบที่บริษัทอาหารทะเล&amp;nbsp; 11 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้โรงพยาบาลทุกสังกัดยังคงมีผู้ป่วยโควิด-19 รับการรักษาเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะผู้ป่วยอาการปานกลาง (สีเหลือง) และผู้ป่วยอาการหนัก (สีแดง) โดยในส่วนของโรงพยาบาลบุษราคัม รับผู้ป่วยโควิด-19 เข้ามารักษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลวันที่ 13 ส.ค.2564 มีผู้ป่วยทั้งสิ้น 3,473 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยอาการปานกลางถึงค่อนไปทางหนัก 3,334 ราย และผู้ป่วยอาการหนัก 139 ราย ต้องใช้ออกซิเจนอัตราไหลสูง 132 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 7 ราย ส่วนศูนย์แรกรับและส่งต่อนิมิบุตร มีการรับผู้ป่วยไว้ดูแลถึง 211 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยอาการปานกลาง 85 ราย และอาการหนัก 19 ราย เนื่องจากการหมุนเวียนผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองและสีแดงยังทำได้จำกัด
ภูมิภาคนำเข้าเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ในส่วนภูมิภาค มีแนวโน้มพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจากการเดินทางกลับภูมิลำเนา รวมถึงการติดเชื้อในครอบครัว สถานที่ทำงาน สถานประกอบการ และชุมชน จึงขอความร่วมมือให้ประชาชนเดินทางเท่าที่จำเป็น พร้อมทั้งเคร่งครัดมาตรการป้องกันตนเอง สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงสถานที่เสี่ยงและแออัด ส่วนผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ขอให้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตามที่สถานพยาบาลนัดหมาย เพื่อลดโอกาสเกิดอาการรุนแรงและเสียชีวิต ทั้งนี้ได้ให้ขยายจุดฉีดที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเพื่อให้กลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไปเข้าถึงวัคซีนได้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์ของโรคโควิด-19 ในขณะนี้ยังมีแนวโน้มพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลพบว่าในกลุ่มของผู้ที่เสียชีวิต ประมาณร้อยละ 84 เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มโรคเรื้อรัง เนื่องจากมีระดับภูมิต้านทานต่ำ และส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีน เมื่อติดเชื้อโควิด-19 จะทำให้มีอาการป่วยรุนแรง จึงขอให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ซึ่งมี 3 กลุ่ม คือ&amp;nbsp; 1.กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 2.กลุ่มผู้มีโรคประจำตัว 7 โรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคอ้วนน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคไตวาย และ 3.กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ขึ้นไป ให้รีบเข้ารับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในเดือน ส.ค.นี้ ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทั่วประเทศฟรี เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันโรค และโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด จะต้องเร่งเข้ารับบริการฉีดเข็มที่ 1 โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม นำประชุมติดตามการสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหาวิกฤติโควิด-19 ร่วมกับ กอ.รมน. หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม เหล่าทัพ และ ตร. ผ่านระบบ VTC ณ ศาลาว่าการกลาโหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภาพรวม ฝ่ายความมั่นคง ทหารตำรวจยังคงตรวจพบและจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองได้ต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ 1-12 ส.ค.64 จับกุมได้ 1,864 คน สำหรับการควบคุมโรค เจ้าหน้าที่ยังคงตั้งจุดตรวจและด่านตรวจบริเวณรอยต่อจังหวัดสีแดงเข้ม และจัดชุดเคลื่อนที่เร็วตรวจในพื้นที่ เพื่อลดการเคลื่อนย้ายและจำกัดกิจกรรมตามเคหสถานที่เป็นปัญหา โดยยังพบพฤติกรรมขาดความรับผิดชอบ รวมกลุ่มดื่มสุรา มั่วสุมเสพยาและเล่นการพนันต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กองทัพได้เร่งขยายขีดความสามารถทางการแพทย์ใน รพ.ทหารแต่ละเหล่าทัพ โดยจัดตั้งห้อง ICU รองรับผู้ป่วยสีแดงเพิ่ม 80 เตียง และผู้ป่วยสีเหลือง 306 เตียง ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างเร่งจัดตั้ง รพ.สนาม และ CI ในพื้นที่หน่วยทหารทั่วประเทศเพิ่ม ร่วมกับ สธ.จังหวัด พร้อมกันนี้ได้เรียกระดมบุคลากรทางการแพทย์แถว 2 กว่า 500 คน เข้ามาเสริมการทำงาน เพื่อรองรับการดูแลประชาชน
ในคุกยังมีโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ รพ.สนาม ใน มทบ.11 ในพื้นที่ กทม. อยู่ระหว่างปรับเพิ่มให้สามารถรองรับการตรวจเชื้อคัดกรองโรคได้เพิ่ม 500 คนต่อวัน ในลักษณะขับรถยนต์มารับการตรวจ (Drive Thru)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ รพ.สนามศูนย์คัดกรอง สโมสรกองทัพบก ในพื้นที่ กทม. มีประชาชนมารับการบริการแล้วเกือบ 10,000 คน ให้บริการครบวงจรตรวจคัดกรองเชื้อ เอกซเรย์ปอด พบแพทย์ รับตัวเข้ารักษาในระบบ รวมทั้งจ่ายยาและพากลับบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ชัยชาญได้ย้ำนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ขอให้ทุกเหล่าทัพเร่งสนับสนุนการจัดตั้ง รพ.สนาม และ CI ในหน่วยทหาร เพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่สีแดงเข้ม และให้เข้าไปเสริมสนับสนุนการจัดชุดตรวจเชิงรุก และเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากชุมชนและตามบ้าน ที่ยังพบและมีอยู่เข้ามารักษาในระบบโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งขอขอบคุณกำลังพลตำรวจและทหารทุกเหล่าทัพ ที่เข้ามาสนับสนุนและเสริมการทำงานของ สธ.และ กทม.อย่างใกล้ชิดในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคทั้งในเขตเมืองและชุมชนทั่วประเทศต่อเนื่องมา โดยกำชับให้ใช้ความระมัดระวังและไม่ประมาทในการปฏิบัติงาน เพื่อมิให้เกิดการสูญเสียในทุกชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานว่า ข้อมูลวันที่ 13 ส.ค.2564 เวลา 16.00 น. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 270 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 235 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 35 ราย) รักษาหายเพิ่ม 432 ราย เสียชีวิต 2 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 5,968 ราย (กลุ่มสีเขียว 86.6%, สีเหลือง 12.9% และสีแดง 0.5%) เป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 219 ราย ปริมณฑล 1,708 ราย และต่างจังหวัด 4,041 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอายุตม์กล่าวว่า ในวันที่ 14 ส.ค.​ มีเรือนจำที่พ้นการระบาดเพิ่ม 2 แห่ง คือ เรือนจำจังหวัดสมุทรสาครและเรือนจำจังหวัดสงขลา อีกทั้งไม่พบเรือนจำระบาดเพิ่ม ทำให้มีเรือนจำสีแดงที่พบการระบาดลดลงอยู่ที่ 34 แห่ง และเรือนจำสีขาวที่ไม่มีการแพร่ระบาด 108 แห่ง โดยมีผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 46,220 ราย หรือ 87.3% ของผู้ติดเชื้อสะสม 52,923 ราย เสียชีวิตสะสม 84 ราย คิดเป็นอัตรา 0.16% ของผู้ติดเชื้อสะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้เสียชีวิต เป็นผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางสมุทรสงครามและเรือนจำกลางปัตตานี ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง และมีโรคประจำตัว แม้ว่าได้ดูแลรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐานโดยทีมแพทย์ และส่งต่อการรักษายังโรงพยาบาลภายนอกแล้ว แต่อาการยังคงไม่ดีขึ้น จนกระทั่งได้เสียชีวิตลง กรมราชทัณฑ์ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปมา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ ได้ประสานญาติเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามวิธีการจัดการศพผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอายุตม์กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแนวโน้มที่ดีขึ้นค่อนข้างมาก โดยจะพบว่าสถิติย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1-14 ส.ค.2564 มีจำนวนผู้ติดเชื้อระหว่างรักษาลดลงไปกว่า 44.5% ขณะที่พื้นที่ต่างจังหวัด ลดลงเพียง 9.3% เนื่องจากเป็นพื้นที่พบการระบาดใหม่ทำให้ยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการเร่งตรวจคัดกรองเชิงรุก เพื่อให้เข้าสู่แผนการรักษา และแผนการสิ้นสุดการระบาดของโรค หรือ EXIT ได้อย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันมีเรือนจำสีแดงที่เข้าสู่แผน EXIT แล้วจำนวน 18 แห่ง ซึ่งได้เริ่มทยอย EXIT ไปแล้วตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค.เป็นต้นมา
สมุทรปราการพุ่งพรวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 1,598 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 1,394 ราย อำเภอเมืองสมุทรปราการ จำนวน&amp;nbsp; 688 ราย, อำเภอพระประแดง จำนวน 224 ราย, อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จำนวน 40 ราย, อำเภอบางพลีจำนวน 259 ราย, อำเภอบางบ่อจำนวน 97 ราย, อำเภอบางเสาธง จำนวน&amp;nbsp; 86 ราย, โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการ จำนวน 204 ราย เสียชีวิต 7 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานข้อมูลสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 ถึงวันที่ 13 ส.ค.2564 ของ จ.บุรีรัมย์ ว่ายังคงน่าเป็นห่วง พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 387 ราย แยกเป็น ผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 31 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 356 ราย แยกเป็น ติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง 144 ราย และติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง (พบก่อนเข้าสถานกักกันตัว) LQ 212 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 9,056 ราย เสียชีวิตสะสม 13 ราย หายป่วยสะสม 4,053 ราย ยังรักษาอยู่ 4,990 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ประภาส วีระพล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ (สสจ.) กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 จังหวัดอำนาจเจริญ วันที่ 14 ส.ค.64 มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่ม 83 ราย เป็นผู้ติดเชื้อเดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันทีที่มาถึง จำนวน 82 ราย มีภูมิลำเนากระจายไป 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองอำนาจเจริญ จำนวน 13 ราย, อ.ชานุมาน จำนวน 8 ราย, อ.ปทุมราชวงศา จำนวน 24 ราย, อ.พนา จำนวน 15 ราย และ อ.ลืออำนาจ จำนวน 5 ราย เป็นผู้ติดเชื้อภายในจังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน 1 ราย ที่ อ.เมืองอำนาจเจริญ รวมมีผู้ป่วยยืนยันสะสม ระลอก 3 จำนวน 1,992 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ประธานกรรมการโรคติดต่อ จ.สงขลา เปิดเผยว่า จ.สงขลา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 278 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต รวมผู้ติดเชื้อสะสม 15,839 ราย เสียชีวิตสะสม 82 คน รักษาหายแล้ว 12,825 คน ที่นอนโรงพยาบาล 2,932 คน หายป่วยวันที่ 14 ส.ค. จำนวน 386 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจคัดกรองเชิงรุกพบผู้ติดเชื้อสูงในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงในชุมชนหัวเขา และผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน อ.สิงหนคร 147 คน รองลงมากลุ่มผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อในพื้นที่ 109 คน และมีกลุ่มรอการสอบสวนโรค 10 คน และผู้เดินทางมาจากต่างจังหวัด 8 คน ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในโรงงานเหลือ 5 คน ต้องมีการระดมเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองเชิงรุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 ส.ค.64 ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุผู้ป่วยโควิด-19 เป็นชายอายุ 24 ปี ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสนามสงขลา อาคารเทพรักษา ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ ในเขตเทศบาลนครสงขลา ได้ฉวยโอกาสหลบหนีออกจากโรงพยาบาลสนามสงขลา ขณะที่มีเพื่อนคนหนึ่งนำของมาฝากปะปนกับญาติผู้ป่วยรายอื่น และขึ้นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ ไม่ทราบสีและทะเบียนซ้อนท้ายออกไปกับเพื่อน หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสงขลา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และทางตำรวจได้ติดตามไปที่บ้านพักในซอย 2 ถนนทะเลหลวง เขตเทศบาลนครสงขลา แต่ก็ไม่พบตัว และให้ญาติช่วยโทรศัพท์ติดต่อแต่ก็ไม่รับสาย เบื้องต้นได้มีการประสานไปยังตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงเช่น อ.หาดใหญ่ ให้ช่วยตรวจสอบรถจักรยานยนต์ที่พาหลบหนี แต่ก็ยังไม่พบตัว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113296</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กรมควบคุมโรค, คลัสเตอร์ต่างจังหวัด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หายป่วยเยอะกว่าติดเชื้อ, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210814/image_big_611712408a3de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>172คนตายไม่ได้ฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นิวไฮทุกตัวเลข ผู้ติดเชื้อรายใหม่ทุบสถิติ 21,838 ราย หลายจังหวัดเกินหลักพัน เสียชีวิตเพิ่มทะลุ 200 คน หายป่วยเยอะมาก 21,108 คน ผอ.สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ เตือนการมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าเสี่ยงติดเชื้อสูง แนะคู่รักหรือสามีภรรยาหากอยากกุ๊กกิ๊กให้สวมหน้ากากผ้าทับหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในท่าทางที่หันหน้าเข้าหากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 21,838 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 20,911 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 17,160 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 3,751 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 923 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 4 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 736,522 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 21,108 ราย ยอดรวมหายป่วยแล้ว 517,012 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 213,444 ราย อาการหนัก 5,159 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,060 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 212 ราย เป็นชาย 116 ราย หญิง 96 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้เสียชีวิตที่บ้าน 4 ราย คือที่ จ.สมุทรปราการ 3 ราย และสงขลา 1 ราย นอกจากนี้ยังพบว่าผู้เสียชีวิตมีหญิงตั้งครรภ์ 2 ราย ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 6,066 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนวันที่ 6 ส.ค. 647,571 โดส ทำให้ขณะนี้มียอดฉีดสะสม 20,280,108 โดส ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 202,402,184 ราย เสียชีวิตสะสม 4,290,425 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กทม. 4,221 ราย สมุทรปราการ 1,428 ราย ชลบุรี 1,418 ราย สมุทรสาคร 1,372 ราย นครปฐม 781 ราย นนทบุรี 699 ราย สระบุรี 595 ราย ปทุมธานี 514 ราย ฉะเชิงเทรา 448 ราย และอุบลราชธานี 396 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คลัสเตอร์ใหม่พบกระจายในหลายจังหวัด ประกอบด้วย จ.สมุทรปราการ พบ 2 คลัสเตอร์ใหม่ ที่ อ.เมืองฯ บริษัทของใช้ในบ้าน 18 ราย และ อ.บางพลี บริษัทอาหารแช่แข็ง 11 ราย, จ.ชลบุรี พบคลัสเตอร์ใหม่ที่ อ.บ้านบึง ในโรงงานพ่นสี 19 ราย, จ.นครปฐม พบที่ อ.บางเลน ในบริษัทผลิตภัณฑ์อาหาร 14 ราย และ จ.นนทบุรี อ.เมืองฯ พบคลัสเตอร์ใหม่ที่โรงงานเสื้อผ้า 9 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา แถลงว่า สำหรับยอดผู้เสียชีวิต 212 ราย พบว่าไม่ได้ฉีดวัคซีน 172 ราย หรือ 89.58% ได้รับวัคซีน 1 เข็ม 19 ราย ได้รับวัคซีน 2 เข็ม 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หมายความว่าคนอายุหกสิบปีขึ้นไป และกลุ่มมีโรคเรื้อรังมีโอกาสป่วยหนัก และมีอาการรุนแรงจนเสียชีวิต ประมาณ 90% และมี 19 รายที่รับวัคซีน 1 เข็มแล้วยังเสียชีวิต ซึ่งการรับวัคซีน 1 เข็มต้องรอ 14 วัน ภูมิถึงจะขึ้น และถ้าครบสองเข็มจะลดป่วยรุนแรง และมีรายเดียวที่รับสองเข็มที่เสียชีวิต สะท้อนกลุ่มโรคเรื้อรัง 608 จะป้องกันการเสียชีวิตได้มาก เราต้องรณรงค์ให้กลุ่มสูงอายุและโรคเรื้อรังได้รับการฉีดวัคซีนครบทุกคน ตัวเลขการเสียชีวิตก็น่าจะลดลงด้วย&amp;quot; นพ.จักรรัฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 1,428 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน&amp;nbsp; 1,284 ราย อำเภอเมืองสมุทรปราการจำนวน 509 ราย อำเภอพระประแดงจำนวน 248 ราย อำเภอพระสมุทรเจดีย์จำนวน 262 ราย อำเภอบางพลีจำนวน 202 ราย อำเภอบางบ่อจำนวน 39 ราย อำเภอบางเสาธงจำนวน 24 ราย โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการจำนวน 144 ราย เสียชีวิต 23 ราย เป็นเพศชายจำนวน 8 ราย เป็นเพศหญิงจำนวน 15 ราย อายุระหว่าง 42-85 ปี มีโรคประจำตัว 19 ราย ไม่ระบุ 4 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 464 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจคัดกรองเฝ้าระวังในคลินิก ARI และในชุมชนจำนวน 270,605 ราย พบเชื้อ 39,837 ราย ผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน จนถึงปัจจุบันจำนวน 46,954 ราย ในพื้นที่ 39,837 ราย นอกพื้นที่ 7,117 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลของรัฐจำนวน 2,202 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลเอกชนจำนวน&amp;nbsp; 2,776 ราย รักษาใน Hospitel มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีสมุทรปราการจำนวน 1,303 ราย
โควิดโคราชพุ่งไม่หยุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจำนวนเตียงผู้ป่วยในสถานการณ์โรคโควิด-19 จังหวัดสมุทรปราการ ประจำวันที่ 7 สิงหาคม โรงพยาบาลรัฐสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขและสังกัดอื่นๆ จำนวนเตียงเต็ม โรงพยาบาลสนาม (Hospitel และ Field Hospital) จำนวนเตียงคงเหลือ 257 เตียง โรงพยาบาลเอกชนจำนวนเตียงคงเหลือ 3 เตียง Hospitel โรงพยาบาลเอกชนจำนวนเตียงคงเหลือ 248 เตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ตอบโต้โรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา รายงานสถานการณ์ล่าสุดของจังหวัดนครราชสีมา พบผู้ป่วยติดเชื้อน่าตกใจรายใหม่นิวไฮใหม่พุ่งทะลุปรอทแดง 645 ราย ซึ่งถือว่าเป็นสถิติสูงสุดใหม่ มาจากพื้นที่เสี่ยง 251 ราย รับผู้ป่วยเข้ามารักษา 92 ราย สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 302 ราย และผู้ป่วยเสียชีวิตรวดเพิ่ม 5 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 77 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสมทั้งหมดทะลุยอดหลักหมื่นจำนวน 10,116 ราย รักษาหายแล้วจำนวน 4,116 ราย ยังรักษาอยู่จำนวน 5,923 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้เสียชีวิตรายที่ 73 เป็นผู้ป่วยโควิด-19 เพศหญิง อายุ 59 ปี ชาว ต.บัวละเกียด อ.ด่านขุนทด ป่วยจาก กทม. เดินทางกลับมารักษา รพ.มหาราชฯ วันที่ 5 ส.ค.64 ถึงแก่กรรม, รายที่ 74 เพศชายอายุ 43 ปี ชาว ต.ดอนเมือง อ.สีคิ้ว ป่วยจาก กทม. เดินทางกลับมารักษา รพ.มหาราชฯ วันที่ 5 ส.ค.64 ถึงแก่กรรม, รายที่ 75 เพศชาย อายุ 67 ปี ชาว ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว ป่วยจาก จ.นนทบุรี เดินทางกลับมารักษา รพ.มหาราชฯ 6 ส.ค.64 ถึงแก่กรรม, รายที่ 76 เพศชาย อายุ 30 ปี ชาว ต.หนองไผ่ล้อม อ.เมืองนครราชสีมา มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน วันที่ 5 ส.ค.64 รักษาที่ รพ.มหาราชฯ ถึงแก่กรรม และรายที่ 77 เพศชาย อายุ 66 ปี ชาว ต.ด่านคล้า อ.โนนสูง ป่วยจาก กทม. เดินทางกลับมารักษา วันที่ 6 ส.ค.64 ถึงแก่กรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมารายงานผู้ป่วยรายใหม่ อำเภอที่พบผู้ป่วยรายใหม่มากที่สุดของสถิติ อ.ปากช่อง 154 ราย, อ.ประทาย 55 ราย, อ.ด่านขุนทด 46 ราย, อ.เมือง 42 ราย, อ.โนนสูง 41 ราย, อ.ปักธงชัย 37 ราย, อ.โชคชัย 36 ราย, อ.สีคิ้ว 28 ราย, อ.เสิงสาง 27 ราย, อ.ครบุรี 22 ราย, อ.ห้วยแถลง 22 ราย นอกนั้น 14 อำเภอมีตั้งแต่ 1 รายจนถึง 18 ราย สรุปความเสี่ยง/ประวัติสัมผัสเดินทางจากพื้นที่เสี่ยงรวม 14 อำเภอ 251 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สถานการณ์คลัสเตอร์ต่างๆ ทีมสอบสวนโรคสาธารณสุขจังหวัด อำเภอ อสม. รพ.สต.ของอำเภอต่างๆ ได้ดำเนินการค้นหาเชิงรุก และการทำบับเบิลแอนด์ซีล และ CI ศูนย์กักกันชุมชน community isolation พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น เครื่องวัดความดัน วัดออกซิเจน ยารักษาโรคทั้งแผนปัจจุบันและแผนไทย โดยการดูแลของ รพ.อำเภอ ส่วนกรณีมีอาการฉุกเฉินจะนำส่ง รพ.เพื่อรักษาต่อไป และการใช้มาตรการ Bubble and Seal เพื่อไม่ให้เชื้อระบาดไปภายในชุมชนของอำเภอต่างๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 332 ราย แยกเป็นผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 7 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 325 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 6,220 ราย เสียชีวิตสะสม 8 ราย รักษาหายแล้ว 850 ราย ยังรักษาอยู่ 5,362 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด
อุ้มลูกหลานเซราะกราวกลับบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 332 ราย กระจายใน 17 อำเภอ จากทั้งหมด 23 อำเภอ แยกเป็น ผู้ติดเชื้อพบในพื้นที่อำเภอหนองหงส์ 6 ราย (ในพื้นที่ 1 ราย), อ.ห้วยราช 24 ราย (ในพื้นที่ 5 ราย), อ.เฉลิมพระเกียรติ 9 ราย (ในพื้นที่ 1 ราย), อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ 21 ราย, อ.เมืองฯ 30 ราย, อ.ลำปลายมาศ 10 ราย, อ.สตึก 38 ราย, อ.กระสัง 90 ราย, อ.บ้านกรวด 21 ราย, อ.คูเมือง 20 ราย, อ.หนองกี่ 27 ราย, อ.ปะคำ 6 ราย, อ.นาโพธิ์ 6 ราย, อ.โนนสุวรรณ 1 ราย, อ.โนนดินแดง 8 ราย, อ.บ้านด่าน 6 ราย และ อ.แคนดง 9 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอำเภอที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือ อ.กระสัง 650 ราย รองลงมา อ.สตึก 644 ราย, อ.เมืองฯ 598 ราย, อ.ประโคนชัย 515 ราย, อ.คูเมือง 347 ราย และ อ.บ้านกรวด 337 ราย ตามลำดับ ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสมทั้งหมด 2,087 ราย แยกเป็นรายใหม่ 35 ราย และรายเก่า 2,052 ราย ส่วนการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้ม/แดง/ส้ม สะสม 31,100 ราย แยกกักตัวที่บ้าน 23,033 ราย และกักตัวในท้องถิ่น 8,067 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ &amp;ldquo;โครงการอุ้มลูกหลานเซราะกราวกลับบ้าน&amp;rdquo; มารักษาที่บ้านเกิด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนจัดขึ้นมา โดยจะรับ &amp;ldquo;เฉพาะคนบุรีรัมย์&amp;rdquo; ที่ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ไม่มีที่รักษา จะมีรถไปรับมารักษาที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งทำการเปิดคอลเซ็นเตอร์รับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์ 0-2576-5555 ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.2564 เป็นต้นมานั้น ล่าสุดขณะนี้มีคนบุรีรัมย์ที่ทำงานต่างจังหวัดติดเชื้อโควิดไม่มีที่รักษาติดต่อขอรับบริการกลับบ้านแล้ว 1,006 คน ในจำนวนนี้ได้รับกลับบ้านแล้ว 585 ราย กระจายไปรักษาตาม รพ.ต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด ที่เหลืออยู่ระหว่างเดินทางและส่งรถไปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญรายงานมีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่ม 81 ราย ผู้ติดเชื้อเดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันทีที่มาถึง จำนวน 81 ราย มีภูมิลำเนากระจายไป 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองอำนาจเจริญจำนวน 52 ราย อ.ชานุมานจำนวน 7 ราย อ.ปทุมราชวงศาจำนวน 11 ราย อ.หัวตะพานจำนวน 8 ราย และ อ.ลืออำนาจจำนวน 3 ราย รวมมีผู้ป่วยยืนยันสะสมระลอก 3 จำนวน 1,486 ราย แยกเป็นติดเชื้อจากภายนอกจังหวัดจำนวน 1,424 ราย ภายในจังหวัดจำนวน 62 ราย มีผู้เสียชีวิตสะสมจำนวน 9 ราย คือ อ.เสนางคนิคม 2 ราย อ.ชานุมาน 2 ราย อ.พนา 2 ราย อ.เมืองอำนาจเจริญ 2 ราย และ อ.หัวตะพาน 1 ราย หายป่วยเพิ่ม 36 ราย รวมหายป่วยระลอก 3 จำนวน 725 ราย กำลังรักษา 752 ราย ที่โรงพยาบาล จำนวน 305 ราย โรงพยาบาลสนาม จำนวน 222 ราย Home Isolation จำนวน 116 ราย Community Isolation จำนวน 109 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่โรงพยาบาลปทุมราชวงศา อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยจากโควิด-19 พร้อมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ ประกอบด้วย ชุด PPE เครื่องวัดออกซิเจนในเลือด ปรอทวัดไข้ และเจลแอลกอฮอล์ ให้แก่โรงพยาบาลปทุมราชวงศา อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ เพื่อใช้สำหรับป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมีนายนิกร ทองจิตร นายอำเภอปทุมราชวงศา แพทย์หญิงบุศณี มุจรินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปทุมราชวงศา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ อสม.ให้การต้อนรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญได้เดินทางลงพื้นที่เทศบาลตำบลนาป่าแซง เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจพบปะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด่านหน้าในระดับตำบลนาป่าแซง พร้อมมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ ประกอบด้วย ชุด PPE และแอลกอฮอล์ให้แก่เทศบาลตำบลนาป่าแซง เพื่อใช้สำหรับป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งตำบลนาป่าแซง อ.ปทุมราชวงศา เป็นหมู่บ้านและตำบลแรกของจังหวัดอำนาจเจริญที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินการตามโครงการขับเคลื่อนจังหวัดเข้มแข็ง ปลอดภัยโควิด-19 จังหวัดอำนาจเจริญอีกด้วย
อย่ามีเซ็กซ์กับคนแปลกหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.พีระยุทธ สานุกูล ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กล่าวว่า จากกรณีการนำเสนอข่าวพบวัยรุ่นหญิงที่ขายบริการทางเพศในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีติดเชื้อโควิด จนต้องเตือนให้ผู้ที่ซื้อบริการดังกล่าวต้องตรวจหาเชื้อเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิดนั้น การมีเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะกับคนแปลกหน้า หรือการจัดกลุ่มสังสรรค์ปาร์ตี้ในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด อาจจะเป็นการกระทำความผิดหรือฝ่าฝืนข้อกำหนดตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 30) ที่นับเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่ขึ้นได้ จนนำไปสู่การติดเชื้อไปยังคนในครอบครัวและชุมชน โดยก่อนตัดสินใจมีเพศสัมพันธ์ควรคำนึงถึงความปลอดภัยและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งต่อตนเองและผู้อื่นในสังคมเป็นสำคัญ เพราะหากประเมินตนเองแล้วพบว่ามีความเสี่ยงสูง มีผลตรวจยืนยันพบเชื้อโควิด หรืออยู่ระหว่างรอผลตรวจยืนยัน แนะนำให้งดการมีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น และให้หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า อันจะช่วยลดความเสี่ยงในการรับเชื้อจากคนที่ไม่รู้จักด้วยเช่นกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พีระยุทธกล่าวต่อไปว่า สำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงควรงดมีเพศสัมพันธ์ แต่สำหรับคู่รักหรือสามีภรรยา หากมีเพศสัมพันธ์ในช่วงสถานการณ์โควิดสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้ ล้างมือ อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายด้วยสบู่ ทั้งก่อนและหลังการมีเพศสัมพันธ์ งดการจูบปากหรือแลกน้ำลาย เนื่องจากมีการพบเชื้อไวรัสโควิดปนเปื้อนในน้ำลาย งดการทำออรัลเซ็กซ์ หรือมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก เนื่องจากมีการพบเชื้อไวรัสโควิดปนเปื้อนในอุจจาระ ใช้ถุงยางอนามัย แผ่นยางอนามัย (Dental Dams) ถุงมือยาง ช่วยลดการสัมผัสกับน้ำลายหรือสารคัดหลั่งอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวมหน้ากากผ้าทับหน้ากากอนามัย ปิดจมูกและปากระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อผ่านการหายใจหอบหนัก หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในท่าทางที่หันหน้าเข้าหากัน ป้องกันการสัมผัสแบบใกล้ชิดบริเวณใบหน้า ช่วยลดการสัมผัสกับน้ำลายหรือสารคัดหลั่งอื่นๆ ระหว่างมีเพศสัมพันธ์ และใช้เวลาอยู่ร่วมกันให้น้อยที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งดการมีเพศสัมพันธ์แบบกลุ่มหรือการสลับคู่นอน ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้าขาว เช็ดหรือทำความสะอาดบริเวณที่นอนหรือพื้นที่ที่มีกิจกรรมทางเพศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทิ้งถุงยางอนามัย แผ่นยางอนามัย (Dental Dams) ถุงมือยางที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งลงในถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ประชุมร่วมกับ กอ.รมน. นขต.กห. เหล่าทัพ และ ตร. ผ่านระบบ VTC ณ ศาลาว่าการกลาโหม เพื่อติดตามการสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหาวิกฤติโควิด-19 ภาพรวมจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคที่ยังรุนแรง และยังพบผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนมากขึ้นต่อเนื่องที่ผ่านมา กองทัพและ ตร.ยังคงความต่อเนื่องสนับสนุน สธ.แก้ปัญหาวิกฤติร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยเร่งเสริมขีดความสามารถ รพ.สนาม 29 แห่ง 6,799 เตียง ที่กองทัพดูแลเดิม และอยู่ระหว่างเร่งจัดตั้ง รพ.สนามและพื้นที่แยกกักคุมโรคชุมชน (CI) ทั้งในหน่วยทหารทั่วประเทศและสนับสนุนการจัดตั้งหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม.ให้เพียงพอรองรับจำนวนผู้ป่วยที่มีมากขึ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ รพ.สนามศูนย์คัดกรอง สโมสรทหารบก ได้เปิดบริการประชาชนแล้วในการตรวจคัดกรอง และนำเข้าระบบการรักษา รวมทั้งจ่ายยาและพากลับบ้าน ซึ่งมีประชาชนมารับการบริการแล้วกว่า 5,000 คน ขณะเดียวกัน กองทัพได้เสริมกำลังร่วมกับ กทม.จัดชุด CRT 200 ชุด เข้าตรวจเชิงรุกคัดแยกผู้ป่วยในชุมชนต่างๆ และสนับสนุนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากบ้านและชุมชนเข้าสู่ระบบการรักษา ผ่านสายด่วน 1138 และ &amp;ldquo;จุดบริการประชาชน&amp;rdquo; 68 จุด ที่กระจายจัดตั้งในชุมชนต่างๆ โดย &amp;ldquo;ศูนย์สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย&amp;rdquo; แล้วกว่า 16,000 คน ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ชัยชาญได้ย้ำขอให้ กกล.ป้องกันชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำสนับสนุนภารกิจ &amp;ldquo;ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจังหวัด&amp;rdquo; เฝ้าระวังคุมเข้มชายแดนทุกด้านต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดชายแดน ติดประเทศเมียนมา และขอให้เร่งจัดตั้ง รพ.สนาม และ CI เพิ่มในทุกหน่วยทหาร รองรับการดูแลชุมชนให้มากที่สุด พร้อมทั้งขอให้พิจารณาปรับ &amp;ldquo;จุดบริการประชาชน&amp;rdquo; ให้เหมาะสมเข้าถึงชุมชนมากขึ้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ทันในทุกเหตุการณ์ ทั้งนี้ยังให้คงความต่อเนื่องสนับสนุนการบริจาคโลหิตตามโรงพยาบาลต่างๆ และสภากาชาดไทย ซึ่งยังอยู่ในสภาวะขาดแคลนโลหิตและมีผู้ป่วยรอการรักษาอีกจำนวนมาก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112539</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ฉีดวัคซีน, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19, ไม่ได้ฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210807/image_big_610dd6da93923.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาการหนัก4.7พัน ติดโควิดใกล้แตะ2หมื่น/วัน ป่วย-ตายนิวไฮทุกจังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นิวไฮรายวัน ยอดผู้ติดเชื้อโควิดใกล้แตะ 2 หมื่นคนต่อวัน รวมสะสมเฉียด 6 แสน เสียชีวิตพุ่ง 178 ราย ตายในบ้าน 12 คน ยังรักษาตัว 2 แสน อาการหนัก 4,691 ราย กทม.กดไม่ลงจริงๆ เจอวันเดียว 3,668 คน ขณะที่ยอดผู้ป่วยต่างจังหวัดเพิ่มยกแผง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 18,912 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 18,092 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 13,342 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 4,750 ราย, จากเรือนจำและที่ต้องขัง 810 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 597,287 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 10,750 ราย ยอดรวมหายป่วยแล้ว 391,920 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 200,510 ราย อาการหนัก 4,691 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,032 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 178 ราย เป็นชาย 92 ราย หญิง 86 ราย โดยอยู่ที่กทม.มากที่สุด 64 ราย รองลงมาคือสมุทรปราการ 20 ราย เป็นสัญชาติไทย 174 ราย, จีน 2 ราย, กัมพูชา 1 ราย, เมียนมา 1 ราย โดยผู้เสียชีวิตอายุน้อยที่สุดเป็นเด็กอายุ 15 ปี มีอาการสมองพิการ เป็นผู้ป่วยติดเตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้เสียชีวิตเป็นการเสียชีวิตที่บ้าน 12 ราย อยู่ใน กทม. 5 ราย, สมุทรปราการ 3 ราย, ปทุมธานี 2 ราย,&amp;nbsp; อุบลราชธานีและปัตตานี จังหวัดละ 1 ราย ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 4,857 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนเพิ่มเติมวันที่ 30 ก.ค. 480,155 โดส รวมฉีดวัคซีนแล้ว 17,491,632 โดส ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 198,010,967 ราย เสียชีวิตสะสม 4,224,124 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในวันนี้ ได้แก่ กทม. 3,668 ราย, สมุทรสาคร 1,178 ราย, ชลบุรี 1,062 ราย, สมุทรปราการ 872 ราย, ระยอง 670 ราย, นนทบุรี 577 ราย, นครปฐม 538 ราย, ฉะเชิงเทรา 437 ราย,&amp;nbsp; ศรีสะเกษ 369 ราย และปทุมธานี 351 ราย โดยต่างจังหวัดมีคลัสเตอร์ใหม่ 5 คลัสเตอร์ ประกอบด้วย บริษัทเครื่องสำอาง อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร พบผู้ติดเชื้อ 13 ราย, แคมป์ก่อสร้าง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง พบผู้ติดเชื้อ 248 ราย, บริษัทยางรถยนต์ อ.บางเลน จ.นครปฐม พบผู้ติดเชื้อ 23 ราย, บริษัทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พบผู้ติดเชื้อ 18 ราย และโรงงานผลิตภัณฑ์ไก่ อ.เมืองฯ จ.สระบุรี พบผู้ติดเชื้อ 88 ราย ขณะที่ กทม.มีคลัสเตอร์เฝ้าระวัง 145 คลัสเตอร์ พบคลัสเตอร์ใหม่ที่ศาสนสถานแห่งหนึ่งในเขตมีนบุรี และคลัสเตอร์ใหม่ที่ชุมชนนูรู้ลยากีน เขตจอมทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 872 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 747 ราย อำเภอเมืองสมุทรปราการ จำนวน&amp;nbsp; 338 ราย, อำเภอพระประแดง จำนวน 201 ราย, อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จำนวน 65 ราย, อำเภอบางพลี จำนวน 118 ราย, อำเภอบางบ่อจำนวน 16 ราย, อำเภอบางเสาธง จำนวน 9 ราย, โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการจำนวน 125 ราย เสียชีวิต 20 ราย เป็นเพศชายจำนวน 6 ราย เพศหญิงจำนวน 14 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน จนถึงปัจจุบัน จำนวน 38,573 ราย ในพื้นที่ 32,370 ราย นอกพื้นที่ 6,203 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลของรัฐ จำนวน 1,876 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลเอกชน จำนวน 2,660 ราย รักษาใน Hospitel มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีสมุทรปราการ จำนวน 1,367 ราย
ชลบุรีนิวไฮ 1,062 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์โควิด-19 ระยอง รายงานตัวเลขผู้ป่วยมีจำนวนมากถึง 670 ราย เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงอายุ 50 ปี ชาวบ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง พบผู้ป่วยพบมากใน อ.บ้านฉาง 264 ราย รองลงมาคือ อ.นิคมพัฒนา 167 ราย, ปลวกแดง 117 ราย, เมืองระยอง 37 ราย,แกลง 30 ราย, บ้านค่าย 8 ราย, เขาชะเมา 6 ราย และ อ.วังจันทร์ 2 ราย รวมทั้งผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด 39 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสำนักงานสาธารณสุข จ.ชลบุรี รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำนิวไฮอีกครั้ง โดยมีมากสุดถึง 1,062 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 6 ราย โดยมีพื้นที่ที่พบการแพร่ระบาดอย่างหนักทั้งใน อ.บางละมุง, ชลบุรี, ศรีราชา, สัตหีบ, บ้านบึง,พนัสนิคม และพานทอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นยังพบการติดเชื้อกันเองในครอบครัว สถานที่ทำงานและกลุ่มเสี่ยงสัมผัสผู้ติดเชื้อมากกว่าครึ่ง รวมทั้งยังกระจายในคลัสเตอร์เดิมๆ คือสถานประกอบการ-โรงงาน และผู้มีอาชีพพบปะคนจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรีรายงานว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 163 ราย แยกเป็นผู้ป่วยติดเชื้อภายในพื้นที่จังหวัด จำนวน 153 ราย นอกพื้นที่จังหวัด 10 ราย หายป่วย 63 ราย เสียชีวิต 0 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศเพื่อนบ้าน ยังมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจังหวัดกาญจนบุรีมีอำเภอที่มีพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านและใกล้เขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล ซึ่งเป็นศูนย์กลางของประเทศไทย จึงมีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรคออกไปเป็นวงกว้าง ทั้งการติดเชื้อระหว่างกันภายในจังหวัดกาญจนบุรีเอง อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพรวมของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดกาญจนบุรี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี จึงมีคำสั่ง&amp;nbsp; ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ดังนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ตำบลจรเข้เผือก อำเภอด่านมะขามเตี้ย 2.ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมืองกาญจนบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.อำเภอสังขละบุรี 4.อำเภอทองผาภูมิ 5.อำเภอไทรโยค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การขนส่งสินค้าอุปโภค-บริโภค การขนส่งทางการแพทย์ และการขนส่งพัสดุภายในประเทศ ให้ดำเนินการได้ โดยมอบหมายให้นายอำเภอท้องที่ เป็นผู้บริหารจัดการในพื้นที่ ปิดตลาดนัดในท้องที่ทั้ง 5 แห่ง ยกเว้นตลาดสดที่มีการเปิดเป็นประจำทุกวัน ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน ระหว่างเวลา 22.00-04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐมเปิดเผยว่า พบผู้ป่วยระลอกใหม่ 426 ราย เป็นคนไทย 415 ต่างชาติ 11 ราย และผู้ป่วยนอกจังหวัด 15 ราย จำแนกเป็นอำเภอเมืองฯ 88 ราย, อำเภอกำแพงแสน 85 ราย, อำเภอสามพราน 75 ราย, อำเภอบางเลน 75 ราย, อำเภอนครชัยศรี 50 ราย, อำเภอพุทธมณฑล 35 ราย, อำเภอดอนตูม 4 ราย และเสียชีวิต 9 ราย ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและผู้ป่วยทุกรายได้รับการกักกันและดำเนินการตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข
ตากประกาศเคอร์ฟิว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตาก ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดตาก ได้มีคำสั่งจังหวัดตาก ที่ 2582/2564 เรื่องมาตรการป้องกัน ควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) จังหวัดตาก การตรวจคัดกรองหาเชื้อเชิงรุกในชุมชนที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดในพื้นที่อำเภอแม่สอด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังพบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่อำเภอแม่สอด มีผู้ติดเชื้อคนไทยและแรงงานเมียนมาจำนวนมาก และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 30 กรกฎาคม 2564 เฉพาะพื้นที่อำเภอแม่สอด พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 176 ราย รวมผู้ป่วยระลอกใหม่สะสม ตั้งแต่ 1 เมษายน-30 กรกฎาคม 2564 จำนวน 3,281 รายด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในคำสั่งดังกล่าว นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่สอด เลี่ยง จำกัด หรืองดเว้นเดินทางออกนอกเคหสถาน หรือที่พำนักโดยไม่จำเป็น ยกเว้นการเดินทางเพื่อจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค อาหาร ยา หรือเวชภัณฑ์ การเดินทางเพื่อพบแพทย์ การรักษาพยาบาล การรับวัคซีนป้องกันโรค หรือเพื่อปฏิบัติงานหรือประกอบอาชีพ ที่ไม่สามารถปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work From Home) ได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังป้องกันตนเอง และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังกำหนดให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่ได้รับมอบหมาย ให้สามารถตรวจคัดกรองหาเชื้อเชิงรุก ในชุมชนที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดในพื้นที่อำเภอแม่สอดได้ โดยหากมีความจำเป็นให้ขอความเห็นชอบคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตาก ในการปิดสถานที่หรือกิจการที่มีความเสี่ยง หรือขอความร่วมมือในการงดออกจากเคหสถานโดยไม่จำเป็น เพื่อประโยชน์ในการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรค covid-19 ในพื้นที่ที่กำหนด โดยคำสั่งดังกล่าว มีผลตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้มีคำสั่งขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่สอด งดหรือชะลอออกนอกเคหสถาน ระหว่างเวลา 23.00- 04.00 น. ส่วนแรงงานต่างด้าว ได้ห้ามออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 20.00-04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป เพื่อควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรค covid-19 ไปครั้งหนึ่งแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานข้อมูลสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 ถึงวันที่ 30 ก.ค.2564 ของ จ.บุรีรัมย์ ว่ายังคงน่าเป็นห่วง วันนี้พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 320 ราย เป็นตัวเลขผู้ป่วยทำสถิติสูงที่สุดตั้งแต่มีการระบาดมาของ จ.บุรีรัมย์อีกครั้ง แยกเป็นผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 7 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 313 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 3,660 ราย เสียชีวิตสะสม 7 ราย รักษาหายแล้ว 427 ราย ยังรักษาอยู่ 3,226 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ &amp;ldquo;โครงการอุ้มลูกหลานเซราะกราวกลับบ้าน&amp;rdquo; มารักษาที่บ้านเกิด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนจัดขึ้นมา โดยจะรับ &amp;ldquo;เฉพาะคนบุรีรัมย์&amp;rdquo; ที่ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ไม่มีที่รักษา จะมีรถไปรับมารักษาที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งทำการเปิดคอลเซ็นเตอร์รับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์ 0-2576-5555 ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. 2564 เป็นต้นมานั้น ล่าสุด ขณะนี้มีคนบุรีรัมย์ที่ทำงานต่างจังหวัดติดเชื้อโควิดไม่มีที่รักษา ติดต่อขอรับบริการกลับบ้านแล้ว 701 คน ในจำนวนนี้ได้รับกลับบ้านแล้ว 372 ราย กระจายไปรักษาตาม รพ.ต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด ที่เหลืออยู่ระหว่างเดินทางและส่งรถไปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมารายงานว่า พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มสูงกว่าสถิติการติดเชื้อของ จ.นครราชสีมา นิวไฮทะลุป้องสูงลบสถิติ 368 ราย ผู้ป่วยเสียชีวิตอีก 1 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 57 ราย โดยในจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ เป็นผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 207 ราย สัมผัสผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 125 ราย รวมผู้ป่วยระลอกใหม่สะสมของจังหวัดนครราชสีมา 6,629 ราย รักษาอยู่ 3,542 ราย ข่าวดีรักษาหาย 3,030 ราย
ภาคใต้ยอดพุ่งยกแผง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดปัตตานียังคงวิกฤติ หลังจังหวัดได้มีการตรวจเชื้อด้วย ATK เชิงรุกในหลายอำเภอ ทำให้พบผู้ติดเชื้อสูงอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ วันที่ 30 ก.ค. เพิ่มขึ้นอีก 309 ราย และเสียชีวิตรายใหม่เพิ่มอีก 3 ราย ซึ่งขณะนี้มียอดผู้ป่วยสะสม 8,959 ราย รักษาหายแล้ว 5,959 ราย เสียชีวิตสะสม 118 ราย จำนวนนี้อำเภอเมืองฯ มีผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุด 2,875 ราย รองลงมา อำเภอหนองจิก 1,189 ราย และอำเภอยะหริ่ง 1,027 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยังคงน่าเป็นห่วงและวิกฤติหนัก กระทบหลายส่วน ทำให้ผู้ประกอบต่างๆ ร้านค้าย่อย ต่างหวาดผวาและกังวล เนื่องจากร้านมีลูกค้าเข้า-ออกบ่อย จึงร้องขอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการฉีดพ่น&amp;nbsp; ด้านชุดกู้ชีพมูลนิธิท่งเต็กเซี่ยงตึ๊ง จ.ปัตตานี เมื่อรับทราบการร้องขอจากผู้ประกอบการต่างๆ จึงนำทีมสวมชุด PPE ทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อภายในร้าน ซึ่งตลาดระยะเวลาที่ผ่านมา ชุดกู้ชีพมูลนิธิท่งเต็กเซี่ยงตึ๊งได้มีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไปแล้วหลายแห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ จ.ยะลา มีรายงานยอดผู้ติดเชื้อจำนวน 168 ราย ใน อ.เมืองฯ 64 ราย, อ.รามัน 56 ราย, อ.บันนังสตา 18 ราย, อ.ยะหา 16 ราย, อ.เบตง 7 ราย, อ.ธารโต 6 ราย และ อ.กรงปินัง 1 ราย ยอดผู้ป่วยสะสมจำนวน 7,122 ราย เสียชีวิต 2 ราย ใน อ.เมืองฯ และ อ.รามัน รวมยอดเสียชีวิต 56 ราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จ.ยะลามีคำสั่งห้ามเดินทางเข้าออกพื้นที่เสี่ยงและงดปฏิบัติศาสนกิจในมัสยิด ศาสนสถานในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่บ้านซีเซะ กลุ่มบ้านซีเซะนอก หมู่ 5 ต.บาโระ อ.ยะหา และบ้านบันนังบูโบ กลุ่มบ้านปาเงาะหมู่ 3 ต.ถ้ำทะลุ อ.บันนังสตา จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สงขลาเปิดเผยว่า จ.สงขลามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 324 ราย ติดเชื้อสะสม 12,026 ราย เสียชีวิต 63 คน มาจากผู้ป่วยจากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในกลุ่มพนักงานโรงงานโชติวัฒน์ และแคมป์คนงานและผู้สัมผัส 60 คน กลุ่มผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยันในอำเภอต่างๆ 102 คน กลุ่มผู้ป่วยจากการติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอื่นๆ 37 คนรักษาหายแล้ว 9,028 คน นอนโรงพยาบาล 2,935 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ผู้ป่วยจากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในกลุ่มพนักงานเมอร์กา 23 คน และกลุ่มพนักงานโรงงานมิสซุย 35 คน ผู้ป่วยจากการตรวจคัดกรองเชิงรุกกลุ่มพนักงานโรงงานอุตสาหกรรม 8 แห่ง 25 คน และผู้ป่วยคัดกรองเชิงรุก ต.หัวเขา อ.สิงหนคร และผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 23 คน กลุ่มผู้ป่วยในบริษัทอื่นๆ 19 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการ จ.สงขลา เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโควิดใน จ.สงขลา แพร่กระจายเพิ่มขึ้นและขยายวงกว้าง มีความจำเป็นเพิ่มมาตรการเร่งด่วน ต้องยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดด้วยการขยายเวลาล็อกดาวน์ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 2 ส.ค.ออกไป 14 วัน เพื่อตรวจคัดกรองในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุข จ.กระบี่ ได้ประกาศให้ผู้ที่เข้าไปใช้บริการร้านเคเอฟซี สาขาห้างโวคกระบี่ อ.เมืองฯ จ.กระบี่ ในช่วงวันที่ 14-28 ก.ค.64 ให้ไปรายงานตัวที่โรงพยาบาล หรือ รพ.สต.ใกล้บ้านตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. ในเวลาราชการ หลังพบผู้ติดเชื้อคลัสเตอร์ ร้านเคเอฟซี สาขาห้างโวคกระบี่&amp;nbsp; 7 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีมสอบสวนโรค สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองกระบี่ ร่วมกับโรงพยาบาลกระบี่ อ.เมืองกระบี่ เร่งตรวจคัดกรองกลุ่มผู้สัมผัสที่มีประวัติตามไทม์ไลน์ของผู้ป่วยยืนยัน ได้แก่กลุ่มผู้ส่งอาหาร (ไรเดอร์) ซึ่งเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ รายงานตัวและเฝ้าระวังอาการตัวเอง 14 วันอยู่ที่บ้าน หากมีอาการสามารถตรวจคัดกรองได้ที่ รพ.กระบี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศูนย์สื่อสารความเสี่ยงสำนักงานสาธารณสุข จ.กระบี่ ได้รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดกระบี่ เมื่อคืนที่ผ่าน พบผู้ป่วยรายใหม่ 27 ราย พบในจังหวัด 17 ราย จากต่างจังหวัด 10 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นกลุ่มคลัสเตอร์ร้านเคเอฟซีห้างโวค 7 ราย และคลัสเตอร์โรงเรียนปอเนาะเอกภาพศาสนวิชญ์พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 9 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสมรวม 1,059 ราย รักษาตัวที่ รพ. 204 ราย รักษาหาย 853 ราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111774</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ยอดผู้ติดเชื้อโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210731/image_big_61049c88eeda4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
