<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอพร้อมยังไม่เคลียร์ ‘สาธิต’จี้ศบค.อธิบายให้ชัด/ส.ส.ภท.โวย‘ไทยร่วมใจ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์นัดแถลงชัดๆ เรื่อง &amp;ldquo;วัคซีนทางเลือก&amp;rdquo; 28 พ.ค. &amp;ldquo;หมอนิธิ&amp;rdquo; ยันเป็นแค่ตัวเสริมทำงานประสานสาธารณสุขต่อเนื่อง เมื่อไหร่ไทยผลิตวัคซีนได้เพียงพอก็ลดการนำเข้า &amp;ldquo;หมอหนู&amp;rdquo; รับไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; แจงทำได้ งานไม่ซ้ำซ้อน สธ. เป็นการอุดช่องว่างยามนี้ ที่สำคัญต้องปฏิบัติตามกฎหมายคือต้องผ่าน อย. &amp;ldquo;หมอพร้อม&amp;rdquo; ยังไม่เคลียร์ สาธิตจี้ ศบค.ต้องอธิบายให้ชัด ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลเริ่มงอแงจัดสรรวัคซีน &amp;ldquo;ลูกเฮียตือ&amp;rdquo; โวยไทยร่วมใจทำไมมีแค่ใน กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 พ.ค. ยังคงมีความต่อเนื่องจากประกาศราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ว่าด้วยการให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และสถานการณ์ฉุกเฉินอื่นๆ ที่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เล่ม 138 ตอนพิเศษ 112 ง และมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 26 พ.ค. โดย ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์โพสต์เฟซบุ๊กอธิบายว่า การที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะมาช่วยจัดหาวัคซีนตัวเลือกมาให้นั้น เมื่อวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทยสามารถผลิตและใช้ได้เพียงพอ ทางราชวิทยาลัยจะค่อยๆ ลดปริมาณวัคซีนตัวเลือกนี้ลง เช่นเดียวกับยาและเวชภัณฑ์อื่นๆ ที่สามารถผลิตได้ในประเทศ ราชวิทยาลัยสนับสนุนผลิตภัณฑ์ในประเทศ โดยคำนึงถึงสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ
ศ.นพ.นิธิโพสต์ต่อว่า สำนักงานราชวิทยาลัยที่เป็นส่วนงานยังต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องการผลิต นำเข้า ร่วมทั้งการให้อนุญาตเรื่องผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินนี้ โดยประกาศนี้เป็นการประกาศตามภารกิจของราชวิทยาลัยตามพระราชบัญติจัดตั้งราชวิทยาลัยอันเป็นภารกิจปกติ โดยเป็นไปตามความเห็นของสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของประเทศ โดยใช้ศักยภาพของราชวิทยาลัยในเรื่องวิชาการ วิจัย และการประสานงานติดต่อกับต่างประเทศ
&amp;ldquo;ราชวิทยาลัยและกระทรวงสาธารณสุขทำงานประสานงานกันในเรื่องต่างๆ มาก่อนหน้านี้นานแล้ว เพื่อสุขภาพและการสาธารณสุขที่ดีของประเทศไทย&amp;rdquo; ศ.นพ.นิธิโพสต์ทิ้งท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในวันที่ 28 พ.ค. ได้มีนัดแถลงข่าวเรื่อง &amp;quot;แนวทางการจัดสรรและนำเข้าวัคซีนทางเลือก ซิโนฟาร์ม&amp;quot; โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ร่วมกับ สธ. และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งทำให้ประชาชนตื่นตัวแห่ไปลงทะเบียนเพื่อเข้ารับวัคซีน โควิด-19 กับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จำนวนมาก ทำให้เว็บล่มเป็นระยะ และในเวลา 16.00 น. ก็ได้ปิดรับการลงทะเบียน เนื่องจากเต็มแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย inside Thailand ในช่วงเช้ากรณีนี้ว่า ไม่ได้ทราบล่วงหน้ามาก่อน ดังนั้นจำเป็นต้องถามรองนายกฯ วิษณุ ว่าหน้าที่ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะซ้ำซ้อนกับหน้าที่ของ สธ.หรือไม่ เพราะการประกาศในราชกิจจานุเบกษานั้น ต้องผ่านสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ส่วนกำหนดการนัดแถลงข่าว เรื่องนำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์มกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในวันศุกร์ 28 พ.ค.นั้น เป็นกำหนดการมานานแล้ว ไม่เกี่ยวกับการประกาศในราชกิจจานุเบกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายอนุทินกล่าวในเรื่องนี้อีกครั้งว่า สธ.ยังทำหน้าที่ตามภารกิจตามกฎหมายที่ระบุเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่มีเรื่องไหนที่ประชาชนต้องกังวลใจ หากทุกหน่วยงาน องค์กรจะเข้ามาช่วยทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน เราพร้อมสนับสนุนอยู่แล้ว
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ไม่ซ้ำซ้อน สธ.
ส่วนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ อธิบายเรื่องนี้ว่า การออกประกาศดังกล่าวเพื่อมีอำนาจนำเข้าวัคซีน แต่ไม่ใช่นำเข้ามาโดยอิสระ เพราะต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่ทุกประการ เช่น ขออนุญาต อย.และ สธ. แต่ถ้าไม่ออกประกาศมาก็ไม่สามารถขอยื่นอะไรได้เลย หรือเรียกว่าตกคุณสมบัติ โดยเป็นการใช้อำนาจในช่วงวิกฤติสถานการณ์โควิด-19 เท่านั้น และใช้ช่วงที่วัคซีนขาดแคลน ดังนั้นประกาศดังกล่าวเพื่ออุดช่องว่างเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเป็นการจัดหาซ้ำซ้อนกับ สธ.ที่กำลังดำเนินการอยู่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ซ้ำซ้อน เพราะต้องไปขออนุญาตจาก สธ.อยู่ดี เพียงแต่เขาเป็นอีกช่องทางหนึ่งเหมือนกับเอกชน หรือใครต่อใครที่ไปติดต่อแล้วกลับมาขออนุญาตโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีศักยภาพไปติดต่อกับหน่วยงานต่างประเทศ เช่น สปุตนิก หรือแม้แต่ไฟเซอร์ และโมเดอร์นา เหมือนกับเอกชนหลายคนที่มีศักยภาพ แต่ที่ผ่านมาเอกชนไม่มีปัญหาในเรื่องของคุณสมบัติ แต่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ จึงต้องออกประกาศมาว่าตัวเองมีคุณสมบัติ แล้วจะมีสถานะเทียบเท่ากับเอกชนทั้งหลาย โดยต้องผ่าน อย.รวมทั้งยาฟาวิพิราเวียร์ วัคซีนและเวชภัณฑ์ ไม่ว่าตัวใดก็ต้องมาขอ อย.อยู่ดี โดยไม่ได้มาของบประมาณของรัฐ เพราะไม่เช่นนั้นกระทรวงสาธารณสุขก็จะไปทำเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าโรงพยาบาลอื่นๆ เช่น รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จะดำเนินการเช่นเดียวกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า การที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ต้องทำเช่นนั้นเป็นไปตาม พ.ร.บ.ยา คนที่จะนำเวชภัณฑ์เข้ามาได้ ถ้าเป็นราชการคือ กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมหาวิทยาลัยของรัฐก็เข้าข่ายตรงนี้อยู่แล้ว แต่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ไม่เข้าข่าย เขาจึงต้องออกประกาศสถานะเขาขึ้นมา หากในกรณีถ้าเป็น รพ.เอกชน เช่น รพ.บํารุงราษฎร์ เขาก็มาแบบเอกชน เขาทำได้อยู่ วันนี้เอกชนหลายเจ้าก็ทำกันอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ได้อธิบายให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมทั้งนายอนุทินทราบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างรวดเร็ว เพราะองค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เป็นผู้ลงนามใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.ประธานสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เป็นผู้ลงนาม ซึ่งพระองค์ท่านเป็นประธานสภาฯ ดังนั้นคนอื่นลงนามไม่ได้ และกฎหมายก็เขียนไว้ว่า เมื่อเสร็จแล้วให้ลงในราชกิจจานุเบกษา เพื่อประกาศให้คนทั้งประเทศรับทราบว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ยกระดับขึ้น เพราะถ้าไม่มีการออกประกาศ และหากไปยื่นขอจาก อย.ก็จะถูกตีกลับ เพราะไม่มีคุณสมบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกรณี ปตท.ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ในการจัดหาและนำเข้าวัคซีนเพื่อนำไปใช้สำหรับพนักงานกลุ่ม ปตท. ภาคอุตสาหกรรมและเพิ่มทางเลือกให้แก่ประชาชน ว่า ปตท.ยังไม่ทราบปริมาณการนำเข้าวัคซีนและจำนวนวัคซีนที่จะได้รับการจัดสรรจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์อย่างชัดเจน จึงไม่สามารถระบุเงินลงทุนที่แน่นอนได้ แต่ ปตท.ได้ตั้งงบประมาณโครงการต่อลมหายใจเดียวกันราว 200 ล้านบาทไว้ แต่หากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 3 ยืดเยื้อ ก็พร้อมจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมอีก นอกจากนี้ ปตท.เตรียมนำเข้ายาเรมเดซิเวียร์ 2,000 ขวด จากไต้หวัน มาเสริมในประเทศไทย ที่มีอยู่ 4,000 ขวดในปลายเดือน มิ.ย.นี้ เพื่อมอบแก่ภาครัฐใช้รักษาผู้ป่วยจากโควิด-19 ที่มีอาการรุนแรงด้วย
รพ.เอกชนแถลงใหญ่สัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.บุญ วนาสิน คณะกรรมการจัดหาวัคซีนทางเลือก ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะประเด็นข่าว 7 HD ว่า วัคซีนทางเลือกของ รพ.เอกชนตอนนี้เล็งโมเดอร์นาไว้เป็นอันดับต้นๆ โดยได้รับคำชี้แจงจาก ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชนว่า กำลังได้ข้อสรุปเกี่ยวกับราคาของวัคซีนทางเลือกแต่ละชนิด โดยจะแถลงใหญ่ร่วมกับองค์การเภสัชกรรมในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า เป้าหมายที่รัฐบาลประกาศว่าจะฉีดวัคซีนให้กับประชาชนประมาณ 50 ล้านคน ให้เสร็จภายในปี 2564 ขณะนี้เหลือประมาณ 7 เดือนเศษ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นห่วงว่าต้องฉีดให้ได้วันละเกือบ 250,000 โดสต่อวัน เรื่องนี้บุคลากรทางการแพทย์เราพร้อมหรือไม่ เข็มฉีดวัคซีน สถานที่พร้อมหรือไม่ ควรให้ รพ.เอกชนที่ถือได้ว่ามีความพร้อม มีความรู้ มีบุคลากร ที่จะเข้ามาช่วยฉีดวัคซีน อย่างกรณีของราชวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ซึ่งคิดว่าเป็นจุดเปลี่ยนอันหนึ่งว่าการเข้าถึงวัคซีนที่ราชวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ได้ดำเนินการ โดยมีสิทธิ์ที่จะเข้าไปซื้อวัคซีนที่แตกต่างจากรัฐบาลได้ และสามารถช่วยฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ดังนั้นอยากให้รัฐบาลลองพิจารณาว่าถ้าโรงพยาบาลเอกชนซึ่งมีอยู่ทุกจังหวัดนั้น สามารถช่วยฉีดวัคซีนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวในการลงทะเบียนฉีดวัคซีน โดยเฉพาะการชะลอการลงแอปพลิเคชันหมอพร้อมนั้น มีรายงานว่าภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ และคณะรัฐมนตรี ร่วมบันทึกเทปกล่าวอาเศียรวาท นายกฯ ได้หารือร่วมกับ ครม.บางส่วนนอกรอบในประเด็นการปรับแผนการกระจายวัคซีนเพื่อให้เหมาะสมกับการแพร่ระบาดในแต่ละพื้นที่ หลังนายกฯ สั่งชะลอการใช้แอปหมอพร้อม โดยหลังหารือนอกรอบกว่า 30 นาที นายกฯ ได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์หรือตอบคำถามสื่อมวลชนแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทินกล่าวถึงการชะลอลงทะเบียนผ่านแอปหมอพร้อม และการปรับแผนการจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ว่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นการช่วยกันทำงาน โดยบูรณาการร่วมกันกับหลายภาคส่วน ในการลงทะเบียนจองวัคซีน อาจใช้แอปพลิเคชันของจังหวัด หรือ อสม.ในพื้นที่ ส่วนการคำนวณวัคซีน จะนำจำนวนวัคซีนมาหารด้วยจำนวนจังหวัด และเปรียบอัตราส่วนการระบาดในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะทำให้การจัดสรรวัคซีนแต่ละจังหวัดย่อมไม่เท่ากัน แปรผันตามสถานการณ์การระบาด ไม่ได้คำนวณว่าจังหวัดไหนมีจำนวนประชากรมากอย่างเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่ ศบค.จะเป็นผู้ดำเนินการจัดสรร ส่วนหมอพร้อมยังคงเป็นแอปที่ใช้ตรวจสอบอาการหลังรับวัคซีน และใช้ในการออกใบรับรองเมื่อได้รับวัคซีนครบ 2 โดส
ยันวัคซีนมาตามกำหนด
&amp;ldquo;วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ายังมาตามกรอบเดิมในเดือน มิ.ย. ส่วนจะทันฉีดตามกรอบของรัฐบาลที่กำหนดไว้ 7 มิ.ย.หรือไม่นั้น ต้องขอย้ำว่าการเดินหน้าฉีดวัคซีนของไทยมีมาตั้งแต่เดือน มี.ค. ไม่ใช่เพิ่งมาฉีด และวัคซีนก็ไม่ได้มีแค่แอสตร้าเซนเนก้า แต่ยังมีซิโนแวค ซึ่งวัคซีนที่นำมาฉีดให้กับประชาชนมีคุณภาพทุกตัว และมีความปลอดภัย&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกระแสข่าวสหภาพยุโรป (อียู) กดดันให้ บ.แอสตร้าเซนเนก้า ต้องจัดส่งวัคซีนให้ 90 ล้านโดส หลังจากเกิดสถานการณ์การระบาดในหลายประเทศ นายอนุทินกล่าวว่า แอสตร้าเซนเนก้ายังไม่ได้ผิดสัญญา เพราะกรอบคือ มิ.ย. แต่หากว่าถึงเวลาการจัดส่งวัคซีนให้ไทยไม่เป็นไปตามสัญญาที่กำหนด และเกิดผลกระทบกับคนไทย ก็พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้การควบคุมโรค และสถานการณ์การระบาดของไทยควบคุมได้ แต่หากไทยไม่ได้มีสถานการณ์ระบาดรุนแรง การจัดสรรวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในไทยก็สามารถบริหารจัดการได้ตามสัดส่วนที่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สธ. กล่าวถึงการชะลอลงทะเบียนในแอปหมอพร้อม ว่าไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แต่เข้าใจในแง่การปรับการฉีดวัคซีนสำหรับหมอพร้อมใน 2 กลุ่มแรก คือ กลุ่มที่ลงทะเบียนอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้ที่มี 7 โรคเสี่ยง ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างลงทะเบียนได้จนถึงวันที่ 30 พ.ค.นี้ จึงอยากให้ ศบค.ชี้แจงกับสังคมให้ชัดเจนว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไร ประชาชนจะได้รับผลกระทบอย่างไร และประชาชนจะปฏิบัติตัวอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สองกลุ่มข้างต้นจะต้องได้ฉีดตามที่กำหนดไว้ ส่วนการชะลอลงทะเบียนในกลุ่มประชาชนทั่วไป โดยการปรับให้ไปลงในแต่ละจังหวัด ควรสื่อสารให้ชัดว่าในทุกจังหวัดจะต้องมีแอปหรือแพลตฟอร์มแยกในแต่ละจังหวัด ต้องอธิบายให้ชัดเจนมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดความสับสนของ 2 กลุ่มที่ลงทะเบียนไปแล้วว่าจะได้ฉีดวัคซีนหรือไม่ ซึ่ง ศบค.ต้องตอบ&amp;quot; นายสาธิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ปฏิเสธให้สัมภาษณ์เรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า เรื่องนี้ต้องถามรายละเอียดจาก ศบค. เนื่องจากนายกฯ มอบหมายให้ ศบค.เป็นผู้ดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ส.ส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย และนายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้แถลงถึงการจัดสรรวัคซีนของ ศบค. โดยมีเนื้อหาเรียกร้อง ศบค.ให้กระจายวัคซีนอย่างเหมาะสม และให้ ศบค.ทบทวนรูปแบบการลงทะเบียนใหม่ และจัดการวัคซีนใหม่ โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนและเมืองเศรษฐกิจ
สำหรับการลงทะเบียนฉีดวัคซีนในกรุงเทพฯ ในโครงการ &amp;ldquo;ไทยร่วมใจ กรุงเทพฯ ปลอดภัย Safe Bangkok&amp;rdquo; ผ่านเว็บไซต์ www.ไทยร่วมใจ.com พบว่าผ่านไป 4 ชั่วโมง มีผู้ลงทะเบียนเกิน 1 ล้านคนแล้ว
ด้าน นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องนี้ว่า ไทยร่วมใจกรุงเทพฯ ปลอดภัย ประเทศไทยไม่ใช่กรุงเทพฯ ซึ่งเข้าใจในหลักคิดและเจตนาที่ดีที่จะให้เมืองหลวงซึ่งเป็นพื้นที่ไข่แดงได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง แต่อดคิดและตั้งคำถามไม่ได้ว่า แล้วคนต่างจังหวัด ใครจะร่วมใจให้พวกเขาปลอดภัย อย่าลืมว่าเรายังมีทรัพยากรคือวัคซีนจำกัด และวัคซีนก็เป็นของคนไทยทุกคน ไทยร่วมใจ ต้องทำให้คนไทยทั้งประเทศปลอดภัย ไม่ใช่แค่คนในกรุงเทพมหานคร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104428</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ฉีดวัคซีน, ตัวเสริมทำงานประสานสาธารณสุข, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, ลดการนำเข้า, วัคซีนทางเลือก, วัคซีนโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอพร้อม, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60afb5139ab1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
