<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอ็นจีโอ&quot;เผยมีผู้แทนภาคเอกชน ร่วมตัดสินต่ออายุ&quot;พาราควอต&quot;ในที่ประชุมคกก.วัตถุอันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากคณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติเห็นชอบให้มีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช พาราควอตคลอ ไพริฟอส และไกลโฟเซต ต่อไปอีก ไม่มีการถอนทะเบียน&amp;nbsp; โดยอ้างเหตุผลว่าไม่มีข้อมูลผลกระทบด้านสุขภาพที่เพียงพอ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ 5กระทรวงโดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นแกนหลัก ได้มีมติให้ยกเลิกการใช้สารเคมีดังกล่าว ภายในเวลา 2ปี&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมีหลายเครือข่ายสถาบันการศึกษา ได้ออกมาสัมมนาเพื่อแจกแจงถึงพิษภัยของสารเคมีดังกล่าว&amp;nbsp; เพื่อให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายใคร่ครวญให้ดี ก่อนตัดสินใจว่าจะต่อทะเบียนสารเคมีกลุ่มนี้หรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในที่สุดคณะกรรมการวัตถุอันตรายก็เห็นชอบให้มีการใช้สารเคมีอันตรายทั้ง 3ขนิดต่อไป แต่เพิ่มเติมโดยให้มีการควบคุมการใช้&amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นมาตรการที่ไม่น่าจะมีผลในทางปฎิบัติจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า เมื่อผลออกมาเช่นนี้ต่อไปคงจะมีการนัดประชุมของ 369 องค์กรจาก 50 จังหวัด ซึ่งอาจมีมาเพิ่มมากกว่านี้ เพื่อหารือการเคลื่อนไหว &amp;nbsp;ซึ่งการหารือนั้นจะเป็นการหามาตรการอื่นเพิ่มเติมกับการชุมนุมที่เป็นมติร่วมกันของเครือข่ายก่อนหน้านี้แล้วว่า มีการอนุญาตให้ใช้ต่อไปได้&amp;nbsp; ต้องมีการชุมนุม ทั้งนี้การหารือจะไม่ใช่การประชุมในระดับจังหวัดแล้ว แต่จะเป็นการประชุมใหญ่หน้าทำเนียบ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ในอาทิตย์แรกจะเป็นการเรียกประชุมกันของตัวแทนเครือข่ายก่อน ส่วนการชุมนุมใหญ่นั้นต้องต้องคุยกันอีกครั้ง ซึ่งจะดำเนินการให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตามในการประชุมตัดสินเราตรวจสอบพบว่ามีผู้แทนจากภาคเอกชนเข้าร่วมด้วย ซึ่งทางกฏหมายผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมในการประชุม ส่วนจะมีใครบ้างคงต้องมีการตรวจสอบอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์กล่าวถึงประเด็นที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายสรุปว่ายังไม่มีผลทางสุขภาพที่เพียงพอในการแบน ว่า ในเรื่องนี้จะเห็นว่า ทางนักวิชาการ นักวิจัยในพื้นที่ และแพทย์ที่รักษาโรค ได้ออกมาให้ข้อมูลทั้งในเรื่องสารตกค้าง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สัตว์ที่อยู่รอบๆที่มีการใช้ ทั้ง ปุนา กบ หรือแม้กระทั่งปลาในแม่น้ำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งสิ้น อีกทั้งส่งผลกระทบต่อคุณแม่ที่ตั้งครรภ์และเด็ก ทำให้เด็กปัญญาอ่อน โดยข้อมูลทั้งหมดนี้ชัดเจนหมดแล้วในรอบ 20 ปี โดยเฉพาะ 4 ปีหลังที่มีการรวบรวมข้อมูล ซึ่งน่าจะเพียงพอไม่ต้องพิสูจน์อะไรแล้ว ดังนั้นเมื่อผลออกมาเช่นนี้แล้วคณะกรรมการวัตถุอันตรายควรถูกตรวจสอบว่ามีการละเลยข้อมูลที่เป็นผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9866</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุมใหญ่, ตัวแทนเอกชนร่วมประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย, พาราควอต, มูลนิธิชีววิถี, วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ, ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad7365e7eb7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
