<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลนัดชี้แก้รธน.11มี.ค. ซัดบิ๊กตู่ส่งสัญญาณควํ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ลุ้นระทึก! ศาล รธน.นัดวินิจฉัยอำนาจรัฐสภาแก้รธน.ม.256 ตั้ง ส.ส.ร. 11 มี.ค.นี้ &amp;ldquo;สมชาย&amp;rdquo; ระบุหากศาลตัดสินว่าทำไม่ได้ก็ไม่สามารถโหวตลงมติวาระ 3 ได้อีก &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; รุมเฉ่งส.ว. คาดการณ์ไปเองแก้ รธน.กระทบพระราชอำนาจ เชื่อ&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ส่งสัญญาณ ส.ว.คว่ำวาระ 3 เตือนประชาชนจะลุกฮือครั้งใหญ่ทั่วประเทศ &amp;ldquo;สมพงษ์&amp;rdquo; รับกังวลใจตัดพ้อ หากแก้ไม่ได้คงต้องรอให้มีรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp; 4 มีนาคม สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแจ้งว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการพิจารณาคำร้องที่ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (1) และศาลรัฐธรรมนูญได้รับหนังสือความเห็นจากพยานผู้เชี่ยวชาญ 4 คน คือ นายมีชัย ฤชุพันธุ์, นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ, นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ และนายอุดม รัฐอมฤต รวมทั้งหนังสือความเห็นของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง และคณะที่ยื่นคำร้องขอส่งบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงและความเห็นแล้ว
ซึ่งศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่า แม้คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง ( 2) ซึ่งที่ประชุมของรัฐสภามีมติให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย และประธานรัฐสภาส่งเรื่องต่อศาล มิใช่การกระทำของสมาชิกรัฐสภาเป็นรายบุคคล แต่เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาของศาล จึงสั่งรับไว้เพื่อประกอบการพิจารณา และศาลได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่าคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมาย มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง และกำหนดนัดด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติในวันที่ 11 มี.ค. เวลา 09.30 น. &amp;nbsp;
นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะผู้ร่วมยื่นคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยอำนาจของรัฐสภาต่อการแก้รัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่ศาลนัดชี้ขาดเรื่องดังกล่าววันที่ 11&amp;nbsp; มี.ค. ซึ่งเกิดขึ้นก่อนวันครบกำหนด 15 วัน เพื่อโหวตร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 เพียง 1 วัน ว่าเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการพิจารณาของรัฐสภาที่จะลงมติวาระ 3 เพราะศาลไม่ทราบว่ารัฐสภาจะนัดลงมติในวันใด คาดว่าการนัดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ?จะเกิดขึ้นได้ช่วงวันที่ 17-18 มีนาคม เพราะมีร่างกฎหมายสำคัญที่รอพิจารณา
นายสมชายกล่าวว่า ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไร ทั้งทำได้หรือไม่ได้ ตนพร้อมน้อมรับคำวินิจฉัย ส่วนกรณีที่มีผู้ระบุว่าการนัดลงมติวาระ 3 ของร่างรัฐธรรมนูญนั้นยังทำได้ แม้คำวินิจฉัยของคำร้องจะตัดสินว่าทำไม่ได้ ส่วนตัวมองว่าไม่สามารถลงมติใดๆ ได้อีก เพราะวาระ 3 คือการเห็นชอบทั้งฉบับ ส่วนตนไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และเมื่อประเด็นที่เกี่ยวกับพระราชอำนาจไม่ถูกบัญญัติไว้ ทำให้เกิดความกังวลต่อการไร้กรอบการทำเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญที่มีบทแก้ไข เปลี่ยนมาตราที่เกี่ยวกับพระราชอำนาจที่บัญญัติไว้นอกจากหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์
&amp;ldquo;อย่าคิดไปไกลว่า ส.ว.จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เพราะต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 11 มีนาคม หากชี้ว่าทำไม่ได้ ไม่ต้องโหวต หากชี้ว่าทำได้ ส.ว. 250 คนต้องตัดสินใจอีกครั้ง&amp;rdquo;
เมื่อถามว่า กังวลต่อกระแสมวลชนกดดันและอาจมีความรุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า ส่วนตัวกังวลที่จะมีความรุนแรง แต่เรื่องดังกล่าวควรใช้เหตุผล รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 แก้ไขได้ แต่ต้องแก้รายมาตราในประเด็นที่มีปัญหา หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ทำไม่ได้ สมาชิกรัฐสภายังมีสิทธิเสนอญัตติขอแก้ไขเป็นรายมาตราต่อรัฐสภาได้ โดยสามารถทำได้ทันทีและรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 ว่า ยังไม่มีการประสานมาจากทางสภาผู้แทนราษฎร ส่วนกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ก็ไม่มีอะไร ให้รอฟังคำแถลงด้วยวาจาของศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 11 มี.ค.นี้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึง ส.ว.บางคนจะโหวตคว่ำร่างแก้รัฐธรรมนูญ ที่แม้จะมีหลักการสำคัญไม่แตะหมวด 1-2 แต่ ส.ว.กังวลว่ามีอีก 38 มาตรา ถ้ามีการแก้ อาจกระทบพระราชอำนาจ ว่าจะไม่มีการแก้ไขกระทบพระราชอำนาจอย่างแน่นอน ด้วยเหตุผล 1.หลักการสำคัญของร่างแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้แก้ไขทั้งฉบับโดยไม่แตะหมวด 1-2 ดังนั้นหากจะแก้ไขพระราชอำนาจในหมวดอื่นก็ไม่อาจกระทำได้ เพราะต้องยึดโยงกับหลักการใหญ่ในหมวด 2 ที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ 2. รัฐสภา ซึ่งประกอบด้วย ส.ส.และ ส.ว.ได้มีมติตั้ง ส.ส.ร. และให้ ส.ส.ร. 200 คนมาจากการเลือกตั้ง หากเกรงว่า ส.ส.ร.เสียงส่วนใหญ่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กระทบพระราชอำนาจ เท่ากับดูถูกประชาชนเสียงส่วนใหญ่ โดยคาดการณ์ไปเองว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการแก้ไขพระราชอำนาจ ซึ่งไม่เป็นความจริง หากมองในมุมกลับ ความคิดปกป้องโดยไร้เหตุผลรองรับ กลับจะกระทบกับสถาบันมากกว่า อาจถูกมองได้ว่าไม่ต้องการให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นผลสำเร็จ เพื่อรักษาระบอบประยุทธ์ และอำนาจของท่าน ที่ พล.อ. ประยุทธ์แต่งตั้งไว้ให้มีอำนาจเลือกนายกฯ อีกครั้งหนึ่งภายใน 5 ปี ตามบทเฉพาะกาลมาตรา 272 ของ รธน.ปี 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.พระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ตาม รธน.ในระบอบประชาธิปไตย มิใช่พระราชอำนาจโดยตรงเหมือนระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยพระราชอำนาจตาม รธน.จะมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ การเกรงละเมิดหรือกระทบพระราชอำนาจนั้นทุกประเด็นใน รธน.ที่เกี่ยวกับพระราชอำนาจจะมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การกล่าวอ้างว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้มีเจตนาจะแก้ไขในหมวดของสถาบันเป็นการหาข้ออ้างเท่านั้น เอาดีเข้าตัว โยนชั่วให้เพื่อน ทั้งๆ ที่ ส.ว.เหล่านี้ทราบดีว่าการแก้ไขครั้งนี้จะไม่แตะในหมวดสถาบัน ในที่ประชุมรัฐสภาที่ผ่านมาพบว่าไม่มีใครท้วงติงในกรณีดังกล่าว หลังจากที่ ส.ว.หลายคนที่ออกมาระบุชัดจะคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ สอดรับกับการให้สัมภาษณ์ของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่ออกมาบอกว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าห้ามแก้ ทุกอย่างก็จบ ที่ทำมาก็เป็นศูนย์ เป็นการชี้นำการวินิจฉัยของศาลหรือไม่ ส่วนที่อ้างว่าสามารถนำไปแก้ไขรายมาตราได้นั้น เป็นไปได้ยาก เพราะ ส.ว.รับสัญญาณจากผู้มีอำนาจตั้งธงชัดไม่ยอมให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การแสดงท่าทีของ ส.ว.ก็ไม่ต่างจากที่มีการคาดการณ์ไว้ เพราะการแสดงออกที่ผ่านมา หลายคนออกมาปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจ คงไม่ยอมที่จะแก้รัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น ดังนั้นการส่งสัญญาณผ่าน ส.ว.ให้คว่ำญัตติในวาระที่ 3 จึงเป็นไปตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ&amp;quot; นายปิยวัฒนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า อาจเป็นการออกมาโยนหินถามทางและส่งสัญญาณถึง ส.ว.ในเครือข่ายสืบทอดอำนาจระบอบประยุทธ์ ต้องการแสดงให้พวกเดียวกันเห็นว่าการที่มี ส.ว.ออกมาประกาศไม่ยอมรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถประกาศได้ไม่ส่งผลกระทบใดๆ เพื่อดึงดูดให้ ส.ว.คนอื่นๆ กล้าออกมาประกาศแลกกับการได้รับตำแหน่งเป็นการปูนบำเหน็จต่อไปเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น คนพวกนี้อยู่ในตำแหน่งทางการการเมืองโดยไม่ผ่านการเลือกตั้งมากว่า 10 ปี ฉายาสภาปรสิต ไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย อาศัยห้อยโหนระบอบสืบทอดอำนาจ รอทำหน้าที่หลักคือโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ เท่านั้น
&amp;ldquo;หากรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมถูกคว่ำในกลางเดือนมีนาคม ทั้งอาจเกิดจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หรือการลงมติของ ส.ว. 250 คน จะทำให้ประชาชนลุกฮือต่อต้านระบอบประยุทธ์ครั้งใหญ่ทั่วประเทศ เพราะประชาชนหมดความอดทน รู้สึกเหมือนถูกหักหลัง ผิดหวังซ้ำซาก ทั้งที่รัฐบาลแถลงนโยบายให้เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนข้อที่ 12 แต่ไม่จริงใจและบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา รวมทั้งอาจประเมินว่าแรงกดดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนอกสภาเบาลง ซึ่งเป็นการประเมินผิดพลาดและดูเบาประชาชน ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เบี้ยวครั้งนี้ อาจไม่มีโอกาสได้อยู่แก้ไขรัฐธรรมนูญอีกเลย&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ ส.ว.จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 ว่ารู้สึกกังวลใจ และเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคอนโทรลได้ ต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายแม่บทที่จะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ หากแก้ไขไม่ได้คงไปแก้ไขปัญหาอื่นรวมถึงเศรษฐกิจไม่ได้ เพราะทุกอย่างต้องไปด้วยกัน หากจะไม่ผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็จะต้องมีเหตุผล หากสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นที่ออกกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ แล้วจะแก้ไขด้วยวิธีใด หรือจะต้องรอให้มีการรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากถามกลับว่า รัฐธรรมนูญเดิมดีที่สุดแล้วหรือ ถ้าไม่รับร่าง ก็ต้องมีเหตุผล เพราะหมายถึงว่าไม่มีทางแก้ไขได้หรือไม่ แล้วจะรอให้รัฐประหารอีกทีหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญแก้ไม่ได้ ผมเป็นผู้แทนมา 30 กว่าปี สภาผู้แทนราษฎรเป็นที่ออกกฎหมาย หากแก้ไม่ได้เชื่อว่าจะทำให้เกิดปัญหา&amp;quot; นายสมพงษ์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95042</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้ง ส.ส.ร., วินิจฉัยอำนาจรัฐสภา, ศาล รธน., ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_6040e5bcdea87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรับคำร้อง อำนาจรัฐสภา ตั้งสสร.ร่างรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง &amp;ldquo;ไพบูลย์-สมชาย&amp;rdquo; วินิจฉัยความชอบด้วยกฎหมายอำนาจรัฐสภาตั้ง ส.ส.ร.ร่าง รธน.ฉบับใหม่ สั่ง &amp;quot;มีชัย-บวรศักดิ์-สมคิด-อุดม&amp;quot; ทำความเห็นชี้แจงภายใน 3 มี.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ศาลรัฐธรรมนูญสั่งรับคำร้องของประธานรัฐสภาที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (1)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในคราวประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2) เมื่อวันอังคารที่ 9 ก.พ.2564 พิจารณาญัตติเร่งด่วนกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา เป็นผู้เสนอให้รัฐสภาพิจารณา มีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่ และอำนาจของรัฐสภา มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) โดยผลการลงมติในญัตติดังกล่าวว่าที่ประชุมรัฐสภาเสียงข้างมากมีมติเห็นด้วยให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมตรี หรือองค์กรอิสระ ซึ่งการยื่นคำร้องต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 44 ประกอบมาตรา 7 (2) คือต้องเป็นปัญหาซึ่งเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจที่เกิดขึ้นแล้ว และในกรณีที่ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นกับหน่วยงานใด ให้หน่วยงานนั้นเป็นผู้มีสิทธิ์ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยกรณีนี้จึงเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ประกอบ พ.ร.ป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 44 ประกอบมาตรา 7 (2) จึงมีคำสั่งรับคำร้องนี้ไว้วินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง คือ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ และนายอุดม รัฐอมฤต ทำความเห็นเป็นหนังสือตามประเด็นที่กำหนด โดยให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 3 มี.ค.2564 และนัดประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 4 มี.ค.2564.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93510</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้ง ส.ส.ร., รับคำร้อง, ร่าง รธน.ฉบับใหม่, ศาลรัฐธรรมนูญ, ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อำนาจรัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602e8b30c80f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2021 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘วิรัช’เชื่อแก้รธน.มาถูกทาง จ่อปรับปรุงบางมาตราแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วิรัช&amp;quot; ลั่นแก้ รธน.มาถูกทางแล้ว อ้างถ้าไม่ส่งตีความอำนาจสภา เกรงเสียงสนับสนุนในวาระ 3 จะไม่พอ เผยหากศาลวินิจฉัยว่าไม่สามารถตั้ง ส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับได้ ก็หยุดทันที หันไปแก้บางประเด็นแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ว่า การแก้รัฐธรรมนูญยังมีวิธีการอีกหลายวิธี จนถึงวันนี้ถือว่ามาถูกช่องถูกทางแล้ว แต่หากไม่ส่งให้ศาลตีความอำนาจรัฐสภา เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าในช่วงเข้าสู่วาระที่สามในเดือน มี.ค.นั้นจะได้เสียงสนับสนุนที่เพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัชกล่าวอีกว่า ตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ได้ติดตามมาตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้นที่มีการยื่นแก้ไขในช่วงเดือน ต.ค.63 และยอมเสียเวลาตั้งคณะ กมธ.ก่อนรับหลักการอีก&amp;nbsp; 1 เดือน เพื่อให้ส.ว.ได้มีโอกาสเข้าใจว่าสิ่งที่ ส.ส.คิดเป็นไปในลักษณะใด เมื่อผ่านวาระที่หนึ่งก็ถือว่าผ่านโดยสมบูรณ์ และวาระที่สองก็ผ่านการพิจารณาเสร็จสิ้นเป็นรูปเล่มเรียบร้อย เตรียมเข้าอภิปรายในวาระ 2/2 ในวันที่ 24-25 ก.พ.นี้ จึงขอให้ทุกฝ่ายทำทุกอย่างให้เสร็จ เพื่อเตรียมการรอเข้าในสมัยวิสามัญ หากบอกว่าไม่เสร็จเราก็ต้องเปิดสมัยวิสามัญมาพิจารณาในส่วนของรัฐธรรมนูญต่ออีก ซึ่งจะทำให้เสียเวลา เราก็อยากจะรู้เช่นกันว่าใครจะทำให้เสียเวลาช่วงนั้นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในนามประธาน ถ้าถามว่าหนักไหม ก็หนักถ้าเทียบกับกรรมาธิการหลายคณะที่เคยเป็นมา เพราะมีเรื่องความขัดแย้งมากที่สุดกว่าทุกคณะที่ผ่านมา ฉะนั้นยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้สั่งการอะไร มีแต่เพียงว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ รูปแบบจะเป็นอย่างไร ทุกอย่างเป็นไปตามข้อคิดเห็นตามที่ กมธ.พิจารณา&amp;quot; นายวิรัชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การออกมาระบุก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัยถือเป็นการชี้นำหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า วันนี้มีอยู่ 2 ข้อคือ 1.หากศาลระบุว่าสิ่งที่เราพิจารณาไปแล้วเป็นสิ่งที่ถูกต้องเราก็เดินต่อ 2.หากศาลวินิจฉัยว่าไม่สามารถตั้ง ส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับได้ เราก็หยุด และมาคิดแก้ในบางประเด็นก็ได้ ไม่ได้หมายความว่าแก้ไม่ได้ก็แก้ไม่ได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในวาระที่ 2 พรรคพร้อมสนับสนุนเต็มที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคนก็ได้มีการเตรียมข้อมูลที่จะอภิปราย ในประเด็นที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ทำการแก้ไขแตกต่างไปจากร่างเดิมในวาระรับหลักการ และมีคนที่แปรญัตติไว้ก็จะมีการอภิปราย แต่สาระสำคัญพรรคจะผลักดันให้ผ่านวาระ 2 เพื่อไปสู่วาระที่ 3 และเพื่อเห็นชอบให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ให้เป็นรัฐธรรมนูญที่แก้ง่ายขึ้น ไม่มี ส.ว.มาเป็นเงื่อนไขอีกต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญก็จะมีการแก้ให้มีหมวดว่าด้วยสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือที่เรียกว่า ส.ส.ร. ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ต้องจับตาดูว่าการลงมติของแต่ละพรรคและ ส.ว.จะเป็นอย่างไร แต่ทั้งหมดก็ต้องฟังศาลรัฐธรรมนูญว่าจะมีคำวินิจฉัยไปในทิศทางใด&amp;quot; นายราเมศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เคยแถลงต่อรัฐสภาเมื่อเดือน ธ.ค.2563 ว่าจะผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นภายในเดือน ม.ค.2564 ว่าล่วงเลยมาจนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2564 แต่ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังไม่ได้ทำในสิ่งที่รับปากกับประชาชนไว้ ปล่อยให้เป็นเพียงแค่คำสัญญาปากเปล่าโดยไม่มีการลงมือทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนรัฐประหารปี 2557 บอกว่าเราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน ผ่านมา 6 ปี ไม่เห็นทำตามที่สัญญา เห็นแต่ความพยายามจะยื้อ ถ่วงเวลากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ปลดอำนาจ ส.ว.แต่งตั้ง เลือกนายกฯ ให้อำนาจประชาชนตัดสินอนาคตของประเทศด้วยตัวเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์กำลังทำให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญไทยฉีกง่ายกว่าการแก้ไข ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญส่วนใหญ่มาจากการรัฐประหาร เป็นการส่งสัญญาณไปสู่ประชาคมโลกว่า หากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องมาจากการรัฐประหาร เป็นวงจรอุบาทว์เท่านั้น ฉีกรัฐธรรมนูญร่างขึ้นมาใหม่ มีที่มาจากการรัฐประหาร รัฐบาลขาดความจริงใจที่แท้จริง ที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคการเมืองที่เคยประกาศเป็นสัญญาประชาคมต่อสังคมและประชาชนว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากรัฐบาลส่งสัญญาณยื้อการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไปเรื่อยๆ พรรคการเมืองที่มีจุดยืนแก้ไขรัฐธรรมนูญยังจะร่วมรัฐบาล พายเรือให้ระบอบประยุทธ์นั่งต่อไปอีกนานแค่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมียนมาและไทยรู้ดีว่าควรให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยหรือ เผด็จการทหาร ไม่เช่นนั้นชาวเมียนมาหลากหลายอาชีพคงไม่ออกมาต่อสู้ ประท้วง ขับไล่ทหาร หาก พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่มีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้หันไปดูเมียนมาโมเดล เตือนตัวเอง สักวันจะลามมาถึงประเทศไทย&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92934</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้ง ส.ส.ร., ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., แก้ไข รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdb3288071f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
