<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งกรรมการ4ชุด &quot;วิจัยกัญชา&quot;ต้นน้ำ-ปลายน้ำ&quot;เพื่อประโยชน์การแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชุมคณะกรรมการการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ตั้ง 4 ชุด &amp;nbsp;ศึกษาวิจัยว่ารักษาโรคชนิดใดได้ ทั้งมะเร็ง อัลไซเมอร์ ออทิสติก &amp;nbsp;ลมชัก &amp;nbsp;และจะพัฒนาครบวงจรตั้งแต่สายพันธุ์ การปลูก การสกัด ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ &amp;nbsp;พร้อมอนุญาตม.รังสิต วิจัยในสัตว์ แต่ยังไม่ถึงขั้นทดลองในคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 10 พ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ โดย นพ. โสภณ เมฆธน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (อภ.)ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาฯ กล่าวว่า &amp;nbsp;ในการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ &amp;nbsp;อย่างครบวงจร ตั้งแต่ 1. การพัฒนาสายพันธ์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญที่เคยพัฒนาของกัญชงมาเป็นคณะกรรมการ 2. การสกัด โดยอภ. สวทช กรมวิทยาศาตสตร์การแพทย์ คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล และเภสัชศาตร์มหาวิทยาลัยรังสิต &amp;nbsp;และ 3. การนำมาใช้ประโยชน์ทั้งทางการแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนไทย ซึ่งจะร่วมกันระหว่างกรมการแพทย์ กรมสุขภาพจิต กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย นอกจากนี้ก็จะ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองมาช่วยด้วย &amp;nbsp;4. อย.จะทำหน้าที่เลขานุการของคณะกรรมการ &amp;nbsp;รวมทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)มาช่วยวางระบบเพื่อบูรณาการ และ 5. อย. จะเป็นผู้ดูแลเรื่องผลิตภัณฑ์ ว่าจะออกมารูปแบบใดและจะอนุญาตให้ใช้อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ. โสภณ &amp;nbsp;กล่าวว่า ส่วนการพิจารณาตั้งแต่การสกัดและการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ได้มอบหมายให้ผอ.อภ.เป็นประธานในคณะ 1 และ2 ในการสกัด &amp;nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์เป็นประธานคณะที่ 3 พิจารณาเรื่องการนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และเลขาอย.เป็นประธานคณะที่ 4 ในเรื่องการควบคุมแนวทางต่างๆ ร่วมกับ ป.ป.ส ซึ่งการนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ทั้งแผนปัจจุบันและแผนไทยมีโรคอะไรที่ใช้กัญชาในการรักษาได้บ้าง และควรมีสัดส่วนของสารสำคัญ THC และ CBD เท่าไร &amp;nbsp;โดยส่วนใหญ่ในต่างประเทศจะใช้กันในเรื่องของลมชัก พากินสันต์ การเจ็บปวดเรื้อรัง &amp;nbsp;ที่เกิดจากโรคมะเร็งระยะสุดท้าย และอาจจะมีการวิจัยต่อในเรื่องของอัลไซเมอร์ และมะเร็งชนิดต่างๆ รวมไปถึงออทิสติกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ. โสภณ &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า ส่วนการพิจารณาในแง่กฎหมายนั้นจะมองในประเด็น คือ 1.พ.ร.บ.ยาเสพติด พ.ศ.2522สามารถอนุญาติปลูก การสกัดได้ &amp;nbsp;และทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆได้ ยกเว้นการเสพหรือใช้ในคนไม่ได้ 2. ในอนาคตจะมีการปปรับปรุงกฎหมายยาเสพติด &amp;nbsp;คาดว่าจะเข้า ครม. ในสัปดาห์หน้า และมีการเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ( สนช.) และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ 180 วัน หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งหากมีการพิจารณาข้อกฎหมายแล้ว ก็จะสามารถนำไปใช้ในการวิจัยในคนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการพัฒนาสายพันธุ์นั้นก็ได้มีการพูดคุยกันว่า บางแห่ง บางจังหวัดจะขอไปปลูกเลยได้หรือไม่ โดยขณะนี้ได้มองพื้นที่ไว้ในตึกของ อภ. ที่พระราม6 &amp;nbsp;1,100 ตารางเมตร ปลูกเป็นระบบปิด คาดว่าจะใช้กัญชาแห้ง &amp;nbsp;500 กก.ต่อปี เพื่อสกัดออกมาเป็นน้ำยากัญชา ประเมินว่าผู้ป่วย1 คนต่อกัญชา 1กก. &amp;nbsp;จะดำเนินการหลังกฏหมายอนุมัติ &amp;nbsp; โดยกระบวนการทั้งหาดเบื้องต้นคาดว่าจะใช้ประมาณ 10-20 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ในขณะนี้ก็คุยกันในเรื่องสายพันธ์ว่าจะทำอย่างไร โดยทาง ม.รังสิตก็ได้มีการขอของกลาง โดยในช่วงแรกเราก็ต้องมองว่าของกลางทำได้หรือไม่ อาจต้องเดินสำรวจตามรรมชาติได้หรือไม่เพื่อเอาสายพันธุ์ไทย เพราะถือว่าเป็นสายพันธ์ที่ดีที่สุดในโลก หรือเอาสายพันธ์จากต่างๆประเทศ เพื่อมาพัฒนาให้ดีขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องแล้วแต่ทีมวิจัยที่จะไปดำเนินการ โดยจะมีการประชุมภายในกันเร็วๆนี้ ทั้งนี้หากหน่วยงานใดต้องการศึกษาวิจัยก็สามารถร้องขอมาได้ ซึ่งก็อยากทำให้เร็วที่สุดเพราะหาก ฏหมายทำได้ก็อยากนำมาใช้วิจัยในมนุษย์ได้เลย โดย ก็ต้องประมาณการว่าจะใช้ระยะเวลากี่เดือน&amp;rdquo; นพ.โสภณ กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการอย. &amp;nbsp;กล่าวว่า ในการกำกับดูแลของ อย. นั้นก็ต้องกำกับดูแลตั้งแต่ต้นทางการขออนุญาตการปลูก การควบคุมการกระจายไม่ให้หลุดลอดไป และหากใช้สกัดก็ต้องนำไปใช้ประโยชน์ตามที่ร้องของจริงๆ ไม่ใช่ไปใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด โดยในช่วงแรกยังใช้วิจัยในมนุษย์ไม่ได้ แต่สามารถวิจัยและทดลองในสัตว์ได้ &amp;nbsp;โดยในขณะนี้ได้มีการอนุญาตให้ มหาวิทยาลัยรังสิตนำไปสกัด และวิจัยในสัตว์ รวมผลิตเป็นยาออกมา แต่ยังไม่สามารถทดลองในคนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.วิเชียร กีรตินิจกาล นักปรับปรุงพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ช่วงแรกอาจจะมีการนำเข้ากัญชา 20 สายพันธุ์ จากต่างประเทศ เช่น แคนาดา แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าจะมีการนำเข้าเท่าไร เพราะหากซื้อเมล็ดพันธ์เข้ามาจำนวนมากก็จะเป็นการสิ้นเปลือง โดยจะนำเข้ามาเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ต่างๆและปรับปรุงสายพันธ์เพื่อให้เหมาะสมกับประเทศไทย เพราะการนำเข้ามาบางทีสายพันธ์มีการปรับตัวได้ไม่ดี ต้องมาทำระบบรองรับอีก อาจจะมีการปรับเป็นสายพันธ์ลูกผสมกับของไทยก็ได้ซึ่งจะสามารถลดต้นทุนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8934</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายกัญชา, กัญชากับประโยชน์ทางการแพทย์, ตั้งกรรมการ 4ชุดวิจัยกัญชา, วิจัยกัญชา, อภ., อย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af4290dc8616.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
