<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เด้งผกก.สีชมพูเซ่นคลิป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เด้ง ผกก.สีชมพูเข้า ศปก.ภูธรขอนแก่น สังเวยคลิปลูกน้องหลับบนโรงพัก ปลุกแจ้งความไม่ตื่น พร้อมตั้งกรรมการสอบ 7 วันรู้ผล ผิดจริงฟันวินัย กำชับสถานีตำรวจทุกแห่งพร้อมให้บริการ ปชช. มีจิตบริการ-จรรยาบรรณวิชาชีพ
วันที่ 7 ก.ย. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นพ.ต.อ.ไพรวัลย์ ท้าวพรม ผกก.สภ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ได้เดินทางเข้ารายงานตัวต่อ พ.ต.อ.ธนาวัชร ดีบุญมี ณ ชุมแพ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และโฆษกตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ภายหลังมีคำสั่งให้มาปฏิบัติหน้าที่ที่ ศปก.ภ.จว.ขอนแก่น หลังปรากฏคลิปข้าราชการตำรวจนอนหลับใน สภ.สีชมพู อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ไม่สามารถให้บริการประชาชนได้ เผยแพร่ออกมาบนโลกโซเชียล
พ.ต.อ.ธนาวัชร ดีบุญมี ณ ชุมแพ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และโฆษกตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น กล่าวถึงกรณีที่ข้าราชการตำรวจ สภ.สีชมพู นอนหลับในที่ทำงาน และไม่สามารถรับแจ้งความร้องทุกข์จากประชาชนได้ และประชาชนรายดังกล่าวได้ถ่ายคลิปโพสต์ลงในโซเชียล ว่าเหตุการณ์ตามคลิปดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 5 ก.ย.2564 เวลาประมาณ 22.00 น. โดยสถานที่ดังกล่าวคือ สภ.สีชมพู มีประชาชนชาวบ้านสี่แยก ม.4 ต.นาจาน อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.สีชมพู แต่ไปพบชายแต่งกายด้วยชุดครึ่งท่อน สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงสีกากี นอนอยู่ในห้องเก็บของ จึงได้เข้าไปพูดคุย แต่คุยไม่รู้เรื่อง ลักษณะคล้ายมีอาการเมา จึงถ่ายคลิปไว้ และเผยแพร่คลิปในโซเชียล
&amp;nbsp;รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า หลังคลิปเผยแพร่ พ.ต.อ.ไพรวัลย์ ท้าวพรม ได้ประสานไปยังประชาชนผู้แจ้งดังกล่าว แล้วดำเนินการรับแจ้งเหตุ จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุข่มขู่และสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้แจ้งได้ ในข้อหาเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ ทำให้ประชาชนผู้แจ้งและครอบครัวผู้แจ้งพึงพอใจ พร้อมนี้ได้ขอบคุณตำรวจ สภ.สีชมพู และขอโทษที่ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่อาจทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้น ผกก.สภ.สีชมพูได้ชี้แจงให้ผู้บังคับบัญชา รวมถึงสื่อมวลชนทราบ ส่วนผู้โพสต์ดังกล่าวได้โพสต์คลิปในสื่อโซเชียลอีกครั้งวันที่ 6 ก.ย. เป็นการขอบคุณและขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจ
&amp;ldquo;เหตุการณ์ดังกล่าวอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของหน่วยงานและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บก.ภ.จว.ขอนแก่น จึงมีคำสั่งให้ สภ.สีชมพู ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน เมื่อพิจารณาแล้วพบว่ามีการบกพร่องจริงจะดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาดต่อผู้กระทำความผิด รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตามลำดับชั้นสำหรับ ผกก.สภ.สีชมพู ในฐานะผู้มีหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานี ขณะนี้ บก.ภ.จว.ขอนแก่น&amp;nbsp;มีคำสั่งให้มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ภ.จว.ขอนแก่น ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย. และมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ผกก.สภ.สีชมพู เพื่อพิจารณาดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;quot; พ.ต.อ.ธนาวัชรกล่าว
พ.ต.อ.ธนาวัชร กล่าวด้วยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ภ.จว.ขอนแก่นได้กำชับสั่งการให้หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรในสังกัดทุกแห่ง กวดขัน กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มีความพร้อมบริการประชาชน ทั้งอาคารสถานที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกระดับชั้นต้องมีจิตบริการ จิตสาธารณะ ระเบียบวินัยและจรรยาบรรณในวิชาชีพตำรวจ บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชน หากพบปล่อยปละละเลยจะดำเนินการทางวินัยโดยเด็ดขาด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115933</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งกรรมการสอบ, ปลุกแจ้งความไม่ตื่น, ผกก.สีชมพู, ภูธรขอนแก่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลับบนโรงพัก, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_613753119e723.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รบ.ตั้งกก.2ชุด สอบจนท.เอี่ยว บ่อน-ต่างด้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เผยตั้งกรรมการ 2 ชุดสอบบ่อน-แรงงานผิดกฎหมาย &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; กำลังดำเนินการ เปิดทุกช่องทางชุมชน-ประชาชน ร้องตรงนายกฯ ยันจะปิดเป็นความลับ&amp;nbsp; ลั่นต้องขจัดทั้งคนให้-รับ-เรียกรับผลประโยชน์ ผบ.ตร.มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบกราวรูด 13 บิ๊กตำรวจตราด-จันทบุรีไม่เอาใจใส่ ปล่อยมีบ่อนต้นตอโควิดในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความคืบหน้าการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการลักลอบเปิดบ่อนพนัน และการลักลอบนำแรงงานที่ผิดกฎหมายเข้าประเทศว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุดเพื่อตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะบ่อนและการค้าแรงงานผิดกฎหมาย โดยขณะนี้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกำลังดำเนินการอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกส่วนตนต้องการข้อมูลจากชุมชนและประชาชน เพื่อเข้าสู่ระบบการสืบสวนสอบสวนต่อเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ซึ่งวันนี้สำนักนายกรัฐมนตรีได้เปิดช่องให้แจ้งเบาะแสถึงนายกฯ ได้โดยตรง ประกอบด้วย สายด่วนรัฐบาล โทร.1111 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง, ตู้ ปณ.1111 ปณ.ทำเนียบรัฐบาล แขวงดุสิต เขตดุสิต กทม.10300, เว็บไซต์ www.1111.go.th, แอปพลิเคชัน PSC 1111 ในมือถือ ทั้งในระบบแอนดรอยด์และไอโอเอส และจุดบริการประชาชน 1111 ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp; ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. ที่อาคารสำนักงาน ก.พ. (เดิม) ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กทม. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับความคุ้มครองและรักษาเป็นความลับ เพราะหลายท่านก็บอกว่าแจ้งไปแล้วไม่ได้รับการปฏิบัติ เพราะฉะนั้นถ้าแจ้งมาแล้วยังไม่ได้ผลก็ให้แจ้งมาที่นายกฯ โดยตรง ผมจะติดตามให้ การแจ้งเบาะแสนี้รวมถึงผู้เรียกรับผลประโยชน์ เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการต่อไป ทั้งคนให้ คนรับ คนเรียกรับผลประโยชน์ ต้องขจัดคนเหล่านี้ออกไปให้ได้&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุเผยว่า ได้กรรมการบางส่วนแต่ยังไม่ครบ&amp;nbsp; เพราะจะมี 2 ชุดตามที่นายกฯ แถลงไป โดยแต่ละชุดจะใช้กรรมการไม่กี่คน โดยไปตั้งคณะอนุกรรมการเอา เพราะคณะกรรมการไม่ใช่ผู้ไปสอบสวนไปจับ แต่เป็นผู้ไปรับเรื่องร้องเรียนชี้เบาะแสและช่วยกำกับ เพราะบ่อนก็ดี แรงงานผิดกฎหมายก็ดี ต้องลงไปจับ กรรมการเขาไม่ใช่เจ้าพนักงาน จะไปจับเองไม่ได้ ต้องจี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวชนกลุ่มน้อยร่วมมือกับเจ้าที่รัฐในการลักลอบนำเข้าแรงงานผิดกฎหมายว่า เป็นข้อมูลที่เราได้รับรายงานมาเป็นเช่นนั้น เราต้องประสานกับทางการเมียนมาอยู่แล้ว&amp;nbsp; แต่ยังไม่สามารถระบุว่าเป็นชนกลุ่มน้อยกลุ่มไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า คณะทำงานสืบสวนปราบปรามเครือข่ายแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ที่มี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ได้สรุปข้อมูลให้ พล.อ.ประวิตรรับทราบถึงเครือข่ายขบวนการลักลอบขนแรงงานเถื่อนแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อฟ้องดำเนินคดีต่อไป&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น ยังพบว่าขบวนการดังกล่าวมี &amp;quot;เจ๊ อ.&amp;quot; คนดังในแม่สอด ที่มีมือขวาเป็นอดีตตำรวจ ยศดาบตำรวจ มีหุ้นในบ่อนพนันฝั่งเมียวดี และมีผู้ร่วมขบวนการเป็นคนในเครือข่าย ของ &amp;quot;คุ้ม&amp;quot; ชื่อดังที่มีอดีตนายตำรวจดังเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเครือข่ายเหล่านี้ได้ส่งส่วยให้เจ้าหน้าที่รัฐบางคน ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เป็นสายให้ข้อมูลเรื่องการวางกำลังต่างๆ จึงทำให้เกิดรูรั่วให้ขบวนการดังกล่าวสามารถเล็ดลอด และขนส่งแรงงานเหล่านั้นไปสู่ผู้ประกอบการได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่ง ตร.ที่&amp;nbsp; 16/2564 ลงวันที่ 11 มกราคม 2564 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ใจความว่า &amp;quot;ด้วยได้รับรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากสำนักงานจเรตำรวจ ตามคำสั่งสำนักงานจเรตำรวจ เกี่ยวกับผลการดำเนินการตามคำสั่งสำนักงานจเรตำรวจ ที่ 1/2564 ลงวันที่ 1 มกราคม 2564&amp;nbsp; เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีปรากฏข้อเท็จจริงต่อสังคมว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนการพนันในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด เป็นเหตุให้มีการแพร่เชื้อโรคโควิด-19 ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบเปิดบ่อนการพนัน หรือมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง เรียกรับผลประโยชน์จากบ่อนการพนันดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร&amp;nbsp; ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีข้าราชการตำรวจดังต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 2.พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี 3.พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด 4.พ.ต.อ.ยอดชาย จำปาทอง ผู้กำกับการ (ผกก.) สืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี 5.พ.ต.ท.กฤตธัช มิลินทปาน รอง ผกก.สืบสวน สภ.นายายอาม จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp; 6.พ.ต.ท.สายัณห์ วันแรก รอง ผกก.ป้องกันปราบปราม สภ.นายายอาม จังหวัดจันทบุรี 7.พ.ต.ท.วิรัตน์ เทศทอง รอง ผกก.ป้องกันปราบปราม สภ.ท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี 8.พ.ต.ท.เสกสรรค์ ศรีเพริศ รอง ผกก.สืบสวน สภ.เขาสมิง จังหวัดตราด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;9.พ.ต.ท.วสุวัช เกณิกานนท์ รอง ผกก.ป้องกันปราบปราม สภ.เขาสมิง จังหวัดตราด 10.พ.ต.ท.ยุทธนา ประสพสุขมั่งดี สารวัตรสืบสวน สภ.ท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี 11.พ.ต.ต.กิตติศักดิ์ แก่นมั่น สารวัตรสืบสวน สภ.เขาสมิง&amp;nbsp; จังหวัดตราด 12.พ.ต.ต.ชนินท์วิชญ์ แสงสุวรรณ สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.นายายอาม จังหวัดจันทบุรี 13.พ.ต.ต.ประจักษ์พงษ์ ประดับ สารวัตรป้องกันปราบปราม&amp;nbsp; สภ.ท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าวมานาน ไม่เอาใจใส่&amp;nbsp; ปล่อยปละละเลย ในการสืบสวน ป้องกันและปราบปรามอบายมุข เป็นเหตุให้ประชาชนติดเชื้อโรคโควิด-19 (COVD-19) จากบ่อนการพนันในพื้นที่ สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงทุกมิติ&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89630</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งกรรมการสอบ, บ่อนการพนัน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แรงงานผิดกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffdb1c50e536.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉาวซ้ำ!ผู้ทรงเกียรติเบ่ง สั่งห้ามตัดงบซื้อเรือยาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากอนุ กมธ.งบฯ ตบทรัพย์ ถึงคิวงบกรมเจ้าท่า ส.ส.เพื่อไทยขวาง ไม่ให้ตัดงบซื้อเรือยาง โทร.ล็อบบี้แกนนำพรรครัฐบาลช่วยเปิดทางให้ ข่าวฉาวไถเงิน-ของบอธิบดี 5 ล้านบาท จับตาที่ประชุมชุดใหญ่ ปธ.อนุฯ ชงตั้งกรรมการสอบ หาไอ้โม่งทำเสื่อมเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากที่มีข่าวมีบุคคลซึ่งอยู่ในคณะอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ 2 ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่มี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน มีการเรียกรับผลประโยชน์ ในการพิจารณาผ่านงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จนทำให้นายศักดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมน้ำบาดาล ถึงกับระเบิดกลางที่ประชุมว่ามีอนุกรรมาธิการฯ บางคนโทรศัพท์เรียกเงิน 5 ล้านบาท แลกกับการผ่านงบประมาณให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม มีรายงานข่าวจากรัฐสภาแจ้งว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ขณะที่มีการประชุมพิจารณางบประมาณ 2564 ของอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ICT รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน มีนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานอนุกรรมาธิการฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในที่ประชุมได้มีคณะของกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ที่นำโดยนายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า เข้าชี้แจง และได้เสนอของบในภาพรวมกว่า 300 ล้านบาท ในวงเงินส่วนนี้มีการของบเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือยางติดเครื่องยนต์ ที่นำไปปฏิบัติงาน 7 ล้านบาทต่อลำ งบสำหรับการซ่อมบำรุงประมาณ 36 ล้านบาท ทำให้อนุกรรมาธิการฯ หลายคนเกิดความสงสัย ตั้งประเด็นคำถามทั้งเรื่องคุณภาพ ราคา เพราะเมื่อไปดูราคาเรือยางตามท้องตลาด มีราคาประมาณ 1 ล้านบาทเท่านั้น และได้มีการซักถามอย่างกว้างขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวให้ข้อมูลว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความไม่พอใจให้กับ ส.ส.พรรคเพื่อไทยคนหนึ่ง ที่ไม่ได้เป็นอนุกรรมาธิการฯ แต่กลับมาเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย และกล่าวอย่างดุเดือดตั้งประเด็นกล่าวหาอนุกรรมาธิการฯ ถึงความไม่โปร่งใส ไม่อยากให้มีการตัดงบประมาณในส่วนนี้ออกไป ขณะเดียวกันยังได้ต่อสายไปถึงแกนนำพรรคพลังประชารัฐบางคนมาช่วยพูดคุยเพื่อขอให้ปล่อยผ่าน พร้อมกับกล่าวอ้างถึงรัฐมนตรีบางคนที่มีสายสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ที่เข้ามากำกับดูแลในเรื่องดังกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากนั้นนายสุพลต้องชี้แจงกลับมาตอนหนึ่งว่า ห้องนี้ไม่มีส่วนได้เสีย การพิจารณาอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของบ้านเมือง เราพูดด้วยเหตุผล ไม่มีกรรมาธิการท่านใดสนับสนุนทำให้บ้านเมืองเสียหาย เรามารักษาประโยชน์บ้านเมือง เรียนตรงๆ ว่าไม่เข้าใจท่าน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า การขอเสนองบประมาณของกรมเจ้าท่า ที่มีการจัดซื้ออุปกรณ์เรือ งบซ่อมบำรุงในวงเงินที่สูง สร้างความประหลาดใจให้กับคณะอนุกรรมาธิการฯ อย่างมาก ไม่ใช่เพียงแค่ เรือยางที่เสนอราคาสูงถึง 7 ล้านบาท ยังมีการเสนอซื้อเจ็ตสกีที่มีการตั้งวงเงินไว้ค่อนข้างสูง และในช่วงที่มีการโต้เถียงอย่างดุเดือดนั้น ทำให้เจ้าหน้าที่และข้าราชการของหน่วยงานต่างๆ ภายในห้องประชุมถึงกับตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติตัดงบประมาณในภาพรวมออกไปประมาณ 6 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความคืบหน้าเรื่องอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลถูกอนุกรรมาธิการงบประมาณฯ เรียกรับเงินเพื่อแลกกับการที่อนุกรรมาธิการฯ จะให้ผ่านงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะรัฐมนตรีต้นสังกัด ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า ยังไม่สามารถติดต่อกับอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ กรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ในสถานที่ ได้ยินข่าวและข้อมูลที่ไม่ตรงกันอยู่บ้าง จึงไม่อยากให้ความเห็นในช่วงที่ข้อมูลยังไม่ตรงกัน อย่างไรก็ตาม การเข้าไปชี้แจงงบประมาณหรือพูดคุยซักถาม บางครั้งต้องมีการปรับลดงบประมาณนั้น อาจจะต้องมีการกระทบกระทั่งระหว่างกรรมาธิการกับข้าราชการ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ละปีจะมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าในวันที่ 10 ส.ค. คงจะมีการพูดคุยกันในประเด็นดังกล่าวกับอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เชื่อว่าท้ายที่สุดจะสามารถพูดคุยกันและลุล่วงไปด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เป้าหมายของกรรมาธิการคงดูความคุ้มค่าของงบประมาณ สิ่งไหนที่ทางกรรมาธิการดูแลและไม่เป็นไปตามที่คิด ก็อาจจะขอปรับลดบ้าง ทางฝ่ายราชการก็อาจจะมีความเห็นต่างกันไป พูดกันไปพูดกันมา หนึ่งบวกหนึ่งอาจจะไม่ใช่สองเสมอไป แต่เชื่อว่าทุกคนมีความตั้งใจดี เพื่อที่จะให้งบประมาณออกมาเป็นผลงาน และเพื่อประชาชน&amp;rdquo; นายวราวุธกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธกล่าวว่า ท้ายที่สุดต้องมาดูว่างบประมาณแต่ละกรมแต่ละกระทรวงที่ได้นั้นได้มาประมาณเท่าใด หรือผลักดันออกมาเป็นผลงานได้เท่าใด ตนคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด เงินงบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน แต่ละบาทแต่ละสตางค์สามารถผลักดันให้ออกมาเป็นผลงานให้ประชาชนกับมากน้อยแค่ไหน บางครั้งถ้าโดนตัดอาจจะไม่ถูกตัดตามที่เป็นข่าว เพราะว่ามีเหตุบางเหตุที่ต้องขอความร่วมมือจากทุกๆ หน่วยงาน เพื่อตัดแบ่งงบประมาณออกไปบ้าง 3%, 5%, 10% ยกตัวอย่างช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่มีการตัดลดงบประมาณในทุกหน่วยงาน ซึ่งมันจะมีเหตุการณ์ลักษณะนี้ทุกปี อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องฟังข้อมูลให้ละเอียดก่อน ฟังฝ่ายเดียวคงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธกล่าวถึงเรื่องการขุดบ่อบาดาลว่า นาทีนี้เรื่องน้ำเป็นเรื่องที่สำคัญ ไม่ยอมให้ใครมาบีบ เพราะเกษตรกรได้ประโยชน์ ใครจะทำอย่างไรเรื่องของคุณ แต่ตนต้องการบ่อบาดาลที่อยู่ตรงนี้ และต้องการให้งานออกมาดี ประชาชนได้ประโยชน์ แต่ถ้าออกมาแล้วมาฟันกัน 20% 30% แล้วงานราชการออกมาเสียหาย อันนี้รับไม่ได้ ในขณะที่ยังเป็นรัฐมนตรีจะไม่ยอมให้ใครมาทำให้เงินงบประมาณของกระทรวงทรัพย์ฯ ไปใช้ในทางที่ไม่เกิดประโยชน์ จะไม่ยอม เรื่องที่เกิดขึ้นต้องมีการพูดคุยกับทางอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและทางกรรมาธิการฯ ต้องรอฟังความให้ครบทุกฝ่ายก่อนจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ในฐานะที่เป็นประธานคณะอนุ กมธ.ดังกล่าว ไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะได้เสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ชุดใหญ่ ให้ตั้งกรรมการสอบ เพื่อให้เรื่องนี้เกิดความกระจ่างและโปร่งใสต่อไป เพราะรัฐธรรมนูญมีการกำหนดไว้อย่างชัดเจนในเรื่องการห้ามมิให้ ส.ส.กระทำการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ห้ามมิให้กระทำการไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม มีส่วนร่วมในการใช้งบประมาณหรือจัดทำโครงการ ฝ่าฝืนมีความผิดตามรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ย้ำว่ากรณีดังกล่าวหากเป็นเรื่องจริง ถือว่าเป็นมะเร็งร้ายในระบอบประชาธิปไตยของชาติ จึงจะไปแจ้งต่อ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบ โดยเรียกอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลมาให้ข้อมูล และไต่สวนอนุกรรมาธิการฯ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง โดยจะไปยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. จันทร์ที่ 10 ส.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า วันที่ 10 ส.ค. จะไปยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการ 2 เรื่องคือ 1.ขอให้เปิดเผยรายชื่อ ส.ส. 113 คนที่ค้างหนี้ บมจ.นกแอร์ 2.ขอให้ตรวจสอบเรื่องที่อธิบดีออกมาโวยว่าถูกอนุ กมธ.ตบทรัพย์ 5 ล้าน แลกการปล่อยผ่านงบประมาณ โดย เรื่องนี้ไม่เห็นด้วยที่จะให้กรรมาธิการสอบกันเอง เพราะอาจผลัดกันเกาหลัง โดยตนเองก็ถูกร้องขอไม่ให้เข้าไปยุ่ง ทั้งที่เป็นคนหนึ่งที่บังเอิญไปพบเหตุการณ์นี้ด้วย โดยทราบว่าเรื่องนี้มีการเคลียร์กันแล้ว ดังนั้นการจะสอบกันเองจึงไม่น่าจะได้ความจริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73935</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ, งบซื้อเรือยาง, ตบทรัพย์กลางสภา, ตั้งกรรมการสอบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f300a3c24d0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2020 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2020 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณจี้นายกฯตั้งกรรมการสอบอัยการ-ตำรวจปมถอนหมายจับทายาทอยู่วิทยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค. 2563 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาแถลงยืนยันว่านายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทผู้ก่อตั้งเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง หลุดพ้นจากข้อกล่าวหาทั้งหมดในคดีขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อปี 2555 หลังจากพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว สังคมไทยได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบไปในทางลบ เพราะมีข้อเปรียบเทียบให้เห็นกับคนยากคนจนที่ต้องข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ล้วนถูกตำรวจ อัยการ และศาลดำเนินคดีและมีบทลงโทษอย่างตรงไปตรงมา แต่กลับคดีของคนรวย คนที่มีสถานะทางสังคมในระดับสูงกลับมีการตั้งข้อหา การทำสำนวน การสั่งคดีที่ฝืนความรู้สึกของประชาชน เสมือนเรามิได้ใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน ซึ่งในที่สุดก็มีการผูกโยงมาถึง การที่รัฐบาลรับเงิน 300 ล้าน เพื่อช่วยโควิดจากบริษัทเครื่องดื่มชื่อดังดังกล่าวเมื่อหลายเดือนก่อนเป็นเรื่องเดียวกันกับเรื่องนี้ &amp;nbsp;ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาล ที่คนจำนวนมากเชื่อว่า สามารถสั่งหน่วยงานไหนก็ได้ให้ซ้ายหัน ขวาหันก็ได้ หากจะตอบแทนผลประโยชน์จากการช่วยโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รัฐบาลควรแร่งดับไฟเสียแต่ต้นลม เพื่อไม่ให้ไฟแห่งความโกรธเคืองในความเหลื่อมล้ำและ 2 มาตรฐานของกระบวนการยุติธรรม ที่จะทำให้ปลาตายตัวเดียวแล้วเน่าไปทั้งข้อง หรืออาจเป็นผลให้รัฐบาลล้มไปทั้งคณะได้ หรืออาจทำให้ความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมในฝ่ายตุลาการ ต้องตกลงมาอยู่ในระนาบเดียวกันกับฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ เฉกเช่นเดียวกันกับนักการเมืองน้ำเน่าที่กำลังแย่งชิงตำแหน่งเสนาบดีกัน โดยไม่คำนึงถึงปัญหาเศรษฐกิจที่ล้มเหลว คนตกงาน เพราะถูกโควิดคุกคาม สังคมเกิดความแตกแยก เกิดการชุมนุมประท้วงแผ่กระจายโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทำให้คนเบื่อและเกลียดรัฐบาลมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตาม ม.11(6) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติมในการตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมา เพื่อดำเนินการตรวจสอบฝ่ายอัยการและฝ่ายตำรวจ ว่าเหตุใดคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทผู้ก่อตั้งเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ต้องหลุดพ้นจากข้อกล่าวหาทั้งหมด จนในที่สุดอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ทั้ง ๆ ที่อายุความของคดียังคงเหลืออยู่ถึงกว่า 7 ปี หากพบว่ามีกระบวนการแทรกแซงหรือการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตรงจุดไหน หรือฝ่ายใด จักได้ลงโทษเสีย ต้องยอมตัดนิ้วร้ายออกไปเพื่อรักษาชีวิต รักษากระบวนการยุติธรรมให้มีความหมาย ให้มีความน่าเชื่อถือของสังคมไทยสืบไป แต่ถ้านายกฯยังนิ่งเฉย ก็เตรียมตัวเตรียมใจกลับบ้านเก่าได้เลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72509</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีลูกกระทิงแดง, ตั้งกรรมการสอบ, ตำรวจ, บอส อยู่วิทยา, วรยุทธ อยู่วิทยา, ศรีสุวรรณ จรรยา, อัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f1794a34e7d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สอบวินัยร้ายแรง สารวัตร‘วัดตรีฯ’ เม้มเงินค่าทำศพ ฟันอาญายักยอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง พ.ต.ต.ยักยอกเงินฌาปนกิจวัดตรีทศเทพ หลังผลสอบข้อเท็จจริงพบคดีมีมูล โดยมีพฤติกรรมรับเงินจากเจ้าภาพงานศพเป็นค่าดอกไม้ อาหารและสังฆภัณฑ์ แต่ไม่ยอมจ่ายให้ผู้ประกอบการและส่งรายได้เข้าหลวง ขณะที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันอาทิตย์ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีมีข้าราชการตำรวจ สังกัดฝ่ายฌาปนกิจสงเคราะห์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยักยอกเงินที่ได้จากฌาปนกิจหลวงไปใช้ส่วนตัวและไม่ชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการสั่งดอกไม้ โลงศพ ชุดสังฆภัณฑ์และอาหารในงานฌาปนกิจสงเคราะห์ตำรวจหลายรายนั้น ได้รับรายงานจากกองกำกับการฝ่ายฌาปนกิจสงเคราะห์ว่า ข้าราชการตำรวจรายดังกล่าว คือ พ.ต.ต.ธีร์ธดลย์ พันธ์สนิท สว.ฝ่ายการฌาปนกิจสงเคราะห์ (ดูแลรับผิดชอบวัดตรีทศเทพ) มีหน้าที่ควบคุมดูแลการดำเนินงานฌาปนสถาน รวมถึงการเก็บเงินส่งเงินบำรุงการใช้ฌาปนสถานให้แก่สำนักงบประมาณและการเงิน (ตร.) ต่อมาทาง พ.ต.ต.ธีร์ธดลย์ไม่ส่งเงินตามระเบียบ เมื่อมีการทวงถามก็อ้างว่ากำลังรวบรวมหลักฐานทางการเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ในเรื่องนี้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตามคำสั่งฝ่ายการฌาปนกิจสงเคราะห์ สก. ที่ 9/2563 ลง 4 มี.ค.63 โดยกล่าวหาว่าไม่ได้นำส่งเงินรายได้งานฌาปนสถาน และไม่ได้มาปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย ซึ่งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง พิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการกระทำอันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง เห็นควรตั้งกรรมการวินัยร้ายแรงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประเด็นที่ พ.ต.ต.ธีร์ธดลย์ได้ติดต่อผู้ประกอบการสั่งซื้อสินค้าเพื่อนำไปใช้ในงานฌาปนกิจสงเคราะห์ตำรวจ โดยเจ้าภาพงานศพได้ชำระค่าใช้จ่ายให้แก่ พ.ต.ต.ธีร์ธดลย์ไปแล้ว แต่ทาง พ.ต.ต.ธีร์ธดลย์ไม่ยอมนำเงินมาชำระให้แก่ทางผู้ประกอบการนั้น เบื้องต้นได้รับรายงานจาก สน.ชนะสงคราม ว่ามีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ในเรื่องดังกล่าว จำนวน 3 ราย โดยดำเนินคดีในความผิดฐาน &amp;ldquo;ยักยอกทรัพย์&amp;rdquo; ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า ในส่วนที่ พ.ต.ต.ธีร์ธดลย์ ได้ไปหลอกผู้อื่นเพื่อเบียดบังเอาทรัพย์ไปนั้น ขอเรียนว่าเป็นเรื่องของบุคคล ไม่เกี่ยวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินคดีกับตำรวจที่กระทำผิดกฎหมายรายดังกล่าว โดยยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทางผู้เสียหายและเอาผิดกับตำรวจที่ทุจริตในคดีอาญาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ประกอบกับให้คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เร่งสอบสวน เอาผิด กรณีเบียดบังทรัพย์สินของทางราชการเป็นของตน พร้อมดำเนินการลงทัณฑ์ทางวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64341</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าราชการตำรวจ, ตั้งกรรมการสอบ, ฝ่ายฌาปนกิจสงเคราะห์, ฟันอาญายักยอก, ยอกเงินฌาปนกิจ, สอบวินัยร้ายแรง, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea5800b6eccb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาให้รู้ดำรู้แดง!&#039;อนุทิน&#039;ตั้งกก.สอบชุดตรวจโควิดฉาว&#039;หมอธีระวัฒน์&#039;ร่วมทีม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.63- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ได้ ลงนามคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่404/2563 วันที่ 30 มีค. 62 เรื่องตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง หลังสื่อมวลชนนำเสนอว่า บริษัทเอ็มพี เมดกรุ๊ป จำกัด หนึ่งในบริษัทที่ยื่นประเมิน ได้แจ้งขอยกเลิกใบอนุญาตการนำเข้าสินค้า Rapid test สำหรับตรวจหาเชื้อชุดก่อโรค COVID-19 ยี่ห้อ Bioeasy ซึ่งผลิตโดยบริษัทShenzhen Bioeasy Technology จำกัด ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)และผ่านการประเมินจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข เพราะรัฐบาลสเปน แถลงว่าใช้การไม่ได้ผลนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอนุทิน ได้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน ฉบับแก้ไข 2545 ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจำนวน 6คน ประกอบด้วยนายศุภกิจ ศิริรักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน &amp;nbsp;พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายและอดีตกรรมการปปท. &amp;nbsp; ศาตราจารย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้ทรงคุณวุฒิ นายอภิชาติ รอดสม สาธารณสุขนิเทศก์ นายพงศธร พอกเพิ่มดี รักษาการในตำแหน่งนายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ (ด้านสาธารณสุข)ร่วมเป็นกรรมการและผู้อำนวยการกลุ่มเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ทำหน้าที่เลขานุการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมการชุดนี้ ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า Rapid test ได้มาตราฐาน การอนุมัตินำเข้า ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายหรือไม่ และสามารถเรียกบุคคล หน่วยงานใด มาให้ถ้อยคำหรือหลักฐานต่างๆมาพิจารณา และรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมพยานหลักฐานให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเพื่อพิจารณาและสั่งการต่อไป.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61609</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดตรวจโควิด Rapid test, ตั้งกรรมการสอบ, นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, รมว.สาธารณสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e83270d34a17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 08:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039; ไล่บี้ตั้งกรรรมการสอบกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และอย.อนุมัติเอกชนนำเข้าชุดตรวจโควิดไม่ได้มาตรฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค. 2563 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้ทราบข่าวจากสื่อมวลชน ว่า บริษัทเอ็มพี เมดกรุ๊ป จำกัด หนึ่งในบริษัทที่ยื่นประเมิน ได้แจ้งขอยกเลิกใบอนุญาตการนำเข้าสินค้า Rapid test สำหรับตรวจหาเชื้อชุดก่อโรค COVID-19 ยี่ห้อ Bioeasy ซึ่งผลิตโดยบริษัท Shenzhen Bioeasy Technology จำกัด ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ไปแล้วนั้น เพราะรัฐบาลสเปน เพิ่งแถลงว่าใช้ไม่ได้ผล จึงขอยกเลิก และไม่นำเข้ามาจำหน่ายแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งได้สอบถามไปยังอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในฐานะผู้ตรวจสอบ และ อย.ในฐานะผู้ออกใบอนุญาต ว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นอย่างไร ซึ่งยังไม่ได้คำตอบ และได้สั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีที่เกิดขึ้นแล้ว เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน &amp;nbsp;และ ให้รายงานผลการสอบสวนข้อเท็จจริง ภายใน 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากมีการดำเนินการไม่ถูกต้อง ทำให้ทางราชการเสียหาย มีการปฏิบัติหน้าที่ หรือ มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่มีละเว้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจสอบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ เป็นเรื่องทางวิชาการ ที่ดำเนินการในรูปของคณะกรรมการทางวิชาการ ฝ่ายบริหาร ไม่สามารถเข้าไปก้าวก่าย สั่งการได้ &amp;nbsp;ที่ผ่านมา อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์เคยให้ข้อมูลในที่ประชุม และการแถลงข่าวว่า ไม่สนับสนุนการตรวจโดยใช้Rapidtest เพราะใช้วิธีการสวอป ได้ผลที่แน่นอนกว่า เชื่อว่าท่านจะมีคำตอบ และชี้แจงได้ ทั้งการรับรองมาตรฐาน และ การที่บริษัทขอยกเลิกในอนุญาตที่ได้รับไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2563 บริษัทเอ็มพี เมดกรุ๊ป จำกัด หนึ่งในบริษัทที่ยื่นประเมิน ได้โพสต์ผ่าน facebook ของทางบริษัทว่า ได้แจ้งขอยกเลิกใบอนุญาตการนำเข้าสินค้าRapid test สำหรับตรวจหาเชื้อชุดก่อโรค COVID-19 ยี่ห้อ Bioeasy ซึ่งผลิตโดยบริษัทShenzhen Bioeasy Technology จำกัด ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)แล้วตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม2563 เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดดังนี้ทางบริษัทเอ็มพี เมดกรุ๊ป จำกัด ขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่าทางบริษัทได้แจ้งขอยกเลิกใบอนุญาตการนำเข้าสินค้า Rapid test สำหรับตรวจหาเชื้อชุดก่อโรค COVID-19 ยี่ห้อBioeasy ซึ่งผลิตโดยบริษัท Shenzhen Bioeasy Technology จำกัด ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้วตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม2563 เป็นต้นไป เนื่องด้วยพบรายงานเรื่องปัญหาคุณภาพด้านการแปลผลที่ราชอาณาจักรสเปนและสหภาพยุโรปโดย ณ ปัจจุบันทางบริษัทยังไม่เคยมีการนำเข้าชุดทดสอบนี้มาจัดจำหน่ายภายในประเทศไทยจึงแจ้งมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน ซึ่งทางบริษัทต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ในครั้งนี้
และยังคงไว้ซึ่งคุณภาพและมาตรฐานความเป็นบริษัทของคนไทยที่ยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยเพื่อให้ชาวไทยทุกคนมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า &amp;nbsp;เรื่องนี้มีความไม่ชอบมาพากลว่าอุปกรณ์ดังกล่าวผ่านการพิจารณาเข้ามาได้อย่างไร จาก2หน่วยงานในสธ. โดยผ่านการประเมินมาตรฐานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รวมทั้งสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุญาตให้เข้ามาใช้ในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังต้องจับตาว่า มีบริษัท แบงคอกจีโนมิกส์ อินโนเวชั่น จำกัด 1ใน2บริษัทที่ยื่นประเมิน และนำเข้าสินค้า Rapid test จากบริษัท Shenzhen Bioeasy Technology จำกัด ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เช่นกันและยังได้ผ่านการประเมินและอนุญาติ จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ อย. จะยกเลิกหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์ อินโนเวชั่น จำกัด ยังพบ &amp;nbsp;นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ &amp;nbsp;อดีตรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลทักษิณ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทอีกด้วย ณ &amp;nbsp;30 เมษายน 2562 โดยถือหุ้น 16.6667% จำนวน 5,000,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61288</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, ชุดตรวจโควิด Rapid test, ตั้งกรรมการสอบ, อนุทิน ชาญวีรกูล, อย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7b2ef40d443.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
