<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทพหัสดินฯขอขมา ควัก5แสนตามคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ราชสกุล &amp;quot;เทพหัสดินฯ&amp;quot; เปิดแถลงข่าวขอขมาเหยื่อคดีแพรวา วอนอย่าเหมารวม พร้อมมอบเงิน 5 แสนตั้งกองทุนติดตามบังคับคดี ขณะที่แม่แพรวาเคลื่อนไหว ขอ รมว.ยุติธรรมอนุมัติเงินกองทุนยุติธรรมแทนไปก่อน ขายที่ได้ 50 ล้านค่อยคืน แต่รองปลัด ยธ. ยันทำไม่ได้ แนะเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีขายทรัพย์ทอดตลาด ถ้าขายเองไม่มีมูลค่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 18 กรกฎาคม ที่ร้านอาหารเพลิน ถ.วิภาวดีรังสิต ตัวแทนราชสกุล &amp;quot;เทพหัสดิน ณ อยุธยา&amp;quot; แถลงข่าวชี้แจงกรณีคดีแพรวาอุบัติเหตุ 9 ศพ กับประเด็นการเยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ และข้อพาดพิงต่างๆ ต่อราชสกุลเทพหัสดินฯ นำโดยนายณัฐพล ทองคำ ทนายความประจำราชสกุล และนายสุชัย เทพหัสดิน ณ &amp;nbsp;อยุธยา ตัวแทนราชสกุล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายณัฐพลกล่าวว่า ทางราชสกุลขออภัยอย่างสูง ที่ผ่านมาผู้ใหญ่ในราชสกุลถามครอบครัวแพรวาเรื่องคดีไปถึงไหนอย่างไร ชดใช้อย่างไร ครอบครัวแจ้งว่าดำเนินการอยู่ จัดการได้ ที่ผ่านมาบอกครอบครัวให้ดำเนินการตามกฎหมาย ไม่เคยสนับสนุนให้หลีกเลี่ยง จนเมื่อวันที่ 15 ก.ค. มีข่าวผู้เสียหายไม่ได้รับชดใช้ ทางผู้ใหญ่ร้อนใจ ไม่ได้นิ่งนอนใจ นัดประชุมกันวันที่ 17 ก.ค. จนได้ข้อสรุปคือ 1.คดีเป็นเรื่องส่วนตัว ทางราชสกุลใหญ่ไม่ได้เกี่ยวข้อง 2.ราชสกุลเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น จึงมีมติรวบรวมเงินได้ 5 แสนบาท ตั้งกองทุนมอบให้ผู้เสียหายใช้จ่ายในการติดตามบังคับคดี โดยไม่เกี่ยวกับเงินที่ศาลให้ชดใช้ตามคำพิพากษา ขอให้ผู้เสียหายติดต่อมาที่ตน เป็นน้ำใจจากราชสกุล 3.ขอเรียกร้องให้แพรวาออกมาขอโทษในสิ่งที่ผิดพลาดด้วยความจริงใจ เพื่อให้สังคมเกิดความสบายใจ ไม่อยากให้เกิดความแตกแยก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐพลกล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งของราชสกุลให้ข่าวว่าขอให้วิจารณ์เรื่องส่วนตัว อย่าเหมารวมราชสกุลนั้น มาจากความไม่สบายใจ เช่นการโพสต์ข้อความในโซเชียลฯ ทำนองว่าฉิบหายทั้งโคตร เลวทั้งโคตร สะเทือนทุกคน ยืนยันว่าทุกคนไม่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมาทุกคนเงียบ เพราะไม่อยากขัดแย้ง ขอให้ครอบครัวรับผิดชอบ แต่วันนี้ถ้าไม่บอกกล่าวอาจเกินเลย ทำให้ราชสกุลเสื่อมเสีย การถูกเหมารวมไม่น่าจะเกิดขึ้น และที่บางสื่อพาดหัวขู่ฟ้องคนวิจารณ์แพรวาก็ไม่เป็นความจริง ขอให้แยกแยะ ขอบคุณผู้เสียหายที่แสดงความรู้สึกให้เราได้รู้ เราก็ผลักดันให้ครอบครัวชดใช้ หากโพสต์ใดเข้าใจผิดรุนแรง ขอความกรุณาลบได้ก็ลบ ไม่ได้ขอให้ชื่นชม แต่ขอให้เข้าใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวซักถามถึงกรณีที่มารดาของแพรวาจะใช้โฉนดที่ดินชดใช้ นายณัฐพลชี้แจงว่า ถ้าผู้เสียหายนำชื่อไปใส่ก็เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้ หลังจากนี้ขอให้โจทก์กับผู้เสียหายหารือหาทางออกกัน ตามกฎหมายการชำระหนี้อยู่ที่ผู้เสียหายตกลงกันว่าจะเหมาะสมแบบไหน และขณะนี้ยังไม่ได้คุยกับมารดาของแพรวา ในการประชุมและแถลงก็ไม่มีครอบครัวแพรวามาประชุมด้วย
ไม่ได้ร่ำรวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อซักถามถึงกรณีที่ทนายความครอบครัวแพรวาอ้างราชสกุลในการสู้คดีและใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม นายณัฐพลยืนยันไม่ได้เป็นทนายความครอบครัวแพรวา โดยในขั้นตอนของการทุเลาบังคับคดี ทนายความคนใดจะยกเหตุใดมาใช้เป็นส่วนที่คนนั้นกล่าวอ้าง ผู้พิพากษาจะให้หรือไม่ถือเป็นดุลยพินิจ และศาลก็ได้ใช้ดุลยพินิจแล้ว ที่ออกมาแถลงไม่ได้ติดใจเรื่องดังกล่าว แต่ออกมาเพราะไม่อยากเห็นความแตกแยก ผู้ใหญ่ไม่ปกป้องคนทำผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุชัยกล่าวสั้นๆ ว่า ขอเรียนให้ทราบว่าเราหลายท่านไม่ค่อยมีเงิน พูดแบบไม่อาย บางท่านเป็นข้าราชการ ค้าขายเล็กน้อย ไม่ได้ร่ำรวย เรายืนข้างผู้เสียหาย และควรจะชดใช้ให้ตามที่ศาลตัดสิน ส่วนครอบครัวแพรวาก็ไม่ได้สนิท เคยเจอกันครั้งหนึ่งหลังเกิดเหตุ แพรวาก็ขอโทษทางราชสกุล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทางราชสกุลเทพหัสดินฯ ได้ออกแถลงการณ์สรุปได้ว่า ทางราชสกุลเทพหัสดินฯ ไม่เคยนิ่งนอนใจ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และกราบขออภัยจากใจ และขอขมาทุกคนที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุในครั้งนั้น ตลอดมาไม่เคยลืมอุบัติเหตุสะเทือนขวัญในครั้งนั้น และได้ผลักดันให้ทางครอบครัวของแพรวา หรือ น.ส.รวินภิรมย์ อรุณวงศ์ ปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอดไม่ได้หนีไปไหน และติดตามข่าวมาตลอด จนทราบว่า น.ส.รวินภิรมย์ถูกตัดสินให้รับโทษในคดีอาญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยไม่เคยคิดหลบหนี เมื่อสอบถามไปทางครอบครัวของ น.ส.รวินภิรมย์หลายครั้ง ได้รับคำตอบว่าคดีสิ้นสุดแล้วทุกครั้ง ทางราชสกุลจึงวางใจ และไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวของ น.ส.รวินภิรมย์ เนื่องจากสมาชิกของราชกุลเทพหัสดินฯ มีการลงทะเบียนไว้ร่วม 200 ครอบครัว แต่ละครอบครัวก็ได้แยกย้ายกันดำรงชีวิตตามลักษณะครอบครัวเดี่ยวในปัจจุบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนหลายวันที่ผ่านมา ทางราชสกุลได้รับทราบพร้อมกับประชาชนว่าหลังจากคดีสิ้นสุด ครอบครัว
ผู้ประสบเหตุยังไม่ได้รับการติดต่อจากทางครอบครัวของ น.ส.รวินภิรมย์ ซึ่งขอขอบพระคุณนายวรัญญู เกตชู หนึ่งในผู้ประสบเหตุ และพี่ๆ สื่อมวลชนหลายสำนักที่เป็นสื่อกลาง กระบอกเสียงส่งข่าวให้พวกเราได้รับทราบข้อเท็จจริง เมื่อได้ทราบข่าวแล้วพวกเราก็เรียกประชุมทันที และได้ข้อสรุปหลายประการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งในขณะนั้น ทางโลกโซเชียลก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรงถึงราชสกุลเทพหัสดินฯ โดยไม่ทราบถึงความตั้งใจจริงของเราที่เรียกประชุมทันทีที่ทราบข่าว บางท่านใช้คำพูดรุนแรงไม่สุภาพ พาดพิงถึงบรรพบุรุษผู้ซึ่งล่วงลับไปแล้ว ทางผู้ใหญ่ในราชสกุลจึงให้ข่าวกับทางสื่อหนึ่งว่าพวกเราไม่ได้นิ่งนอนใจ ทราบข่าวแล้ว และกำลังเร่งดำเนินการกับเรื่องนี้ ขอวอนให้หยุดพาดพิงถึงบรรพบุรุษและราชสกุล เนื่องจากเป็นสิ่งผิดกฎหมาย สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ไม่อยากให้เกิดความแตกแยกแตกร้าวในสังคม ท่านเป็นออกมาตักเตือนการใช้วาจาในการแสดงความเห็นในโลกโซเชียล ในฐานะผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเพียงเท่านั้นจริงๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวบุคคลที่กระทำผิดที่ใช้นามสกุลเดียวกันนี้ ยินยอมรับโทษตามคำตัดสินในคดีอาญา ส่วนคดีแพ่งที่เพิ่งสิ้นสุดไปนั้นก็ยังไม่จบสิ้นกระบวนการทั้งหมด และทางผู้ประสบเหตุไม่ต้องกังวลเรื่องหมดอายุความ ย้ำว่าทางราชสกุลรับทราบและมีข้อสรุป ท่านผู้ประสบภัยต้องได้รับการชดใช้อย่างแน่นอน&amp;nbsp;
เสียใจอย่างสุดซึ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ ทางราชสกุลออกแถลงการณ์ เพื่อแนะนำ และช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และกราบขอขมาต่อครอบครัวผู้ประสบเหตุ โดยขอมอบกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุไว้สำรองใช้จ่ายในการติดตามบังคับคดีสืบทรัพย์ตามกฎหมายหลังจากนี้ต่อไป และในนามราชสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา ขอเรียกร้องให้ครอบครัวของ น.ส.รวินภิรมย์ น้อมรับปฏิบัติตามคำพิพากษา อีกทั้งเร่งดำเนินการให้ทุกอย่างเรียบร้อยไปด้วยดี ภายใต้คุณธรรมและจริยธรรมอันดี และเมื่อคดีต่างๆ สิ้นสุดลงไปแล้ว ขอวอนต่อสังคมให้โอกาสต่อ น.ส.รวินภิรมย์ ซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงเยาวชน และไม่ตั้งใจให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้นจริงๆ ได้มีโอกาสแสดงความรับผิดชอบ นอกจากไม่หลบหนีไปไหนและน้อมรับโทษทุกประการแล้ว ก็ขอให้ได้แสดงความรับผิดชอบจัดหาทรัพย์มาเยียวยาต่อผู้ประสบเหตุอย่างครบถ้วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว นายณัฐพล ทนายความ ได้โทรศัพท์ติดต่อกับนายวรัญญู เกตุชู หนึ่งในผู้เสียหาย เพื่อพูดคุยเรื่องเงิน 5 แสนบาท ที่ทางราชสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา จะมอบให้ ซึ่งทางผู้เสียหายจะนำประเด็นนี้ไปหารือกับทนายความของผู้เสียหายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรายการโหนกระแส วันเดียวกันนี้ พันเอกรัฐชัย เทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้ส่งโฉนดที่ดินปราณบุรี-สามร้อยยอด จำนวน 21 ไร่ และโฉนดที่ดินหมู่บ้านเมืองทองจำนวน 3 ฉบับ 300 ตารางวา มาให้หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย พร้อมเปิดใจถึงแนวทางที่จะรับผิดชอบอย่างไรกับเหตุการณ์รถชนดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลัดดาวัลย์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา มารดา น.ส.แพรวา กล่าวผ่านรายการว่า จุดประสงค์อยากบอกผู้สูญเสียทุกคน ทั้งครอบครัว อยากแสดงความจริงใจให้เห็นว่าเรามีทรัพย์สินอยู่ตรงนี้ พร้อมที่จะขายให้กับทุกคน เพราะเรามีเงินไม่พอ ต้องขอโทษว่า หาเงินไม่ทันจริงๆ ในส่วนของเงินสด ไม่อยากให้ทุกคนเสียเวลาสืบทรัพย์ มันจะช้าไปอีก ทำให้ทุกคนได้รับการเยียวยาช้าไป จะไม่บิดพลิ้วใดๆ ทั้งสิ้น ไม่เคยย้ายทรัพย์หนี ฝากขายทางรายการด้วยก็ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลัดดาวัลย์กล่าวอีกว่า อยากเรียนรัฐมนตรียุติธรรมคนใหม่ ขอให้ช่วยอนุมัติเงินกองทุนยุติธรรมแทนไปก่อน ขอให้ไปเป็นลูกหนี้กระทรวงยุติธรรม โดยเมื่อขายทรัพย์ได้ จะนำไปชดใช้คืนได้ เห็นใจทุกคน จะได้ไม่ช้า โดยที่ดินที่เตรียมไว้ที่ปราณบุรีจำนวน 50 ล้าน ถ้าไม่พออีกแปลงที่บ้านจำนวน 55 ล้าน ที่ผ่านมาที่ไม่ได้ไปขึ้นศาล เพราะต้องดูแลพ่อที่กำลังป่วยอยู่ จึงได้ส่งทนายไปแทน โดยทนายรับปากว่าจะไปฟังมาให้ว่าค่าชดใช้เท่าไหร่ แต่ไม่ทราบจริงๆ ว่าทนายไม่ได้ไป ซึ่งพอทราบก็ช็อกเหมือนกัน ทั้งโกรธและเสียใจ ต้องขอโทษญาติผู้เสียหายทุกคนจริงๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ทนายพูดไม่ดีกับผู้เสียหาย อยากได้ไปฟ้องเอา นางลัดดาวัลย์กล่าวว่า คงหนีความรับผิดชอบไม่พ้น เพราะเขาเป็นทนายของครอบครัวเรา ต้องขอโทษญาติผู้เสียหายทุกคน ไม่ได้อยู่ในความคิดจะที่ดึงเรื่อง ถ้าเรามีเงินสดในตัว ไม่ต้องมีการฟ้องร้องเลย เราจัดให้ทุกคน แต่เมื่อตัวเลขสูง ซึ่งมันประเมินค่าชีวิตของคนที่จากไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่เมื่อมีการอุทธรณ์ มันก็เป็นขั้นตอนของกฎหมาย มันก็เป็นไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ประเด็นสังคมเริ่มบานปลายไปถึงเรื่องตระกูล นางลัดดาวัลย์กล่าวว่า อยากกราบบรรดาชาวเน็ต มันเป็นความผิดส่วนตัวของดิฉัน พ่อ และแพรวา ราชสกุลทุกคนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตรงนี้ ขออภัยราชสกุลที่ต้องมัวหมอง คนอื่นไม่ได้ร่วมทำผิดด้วย
แนะบังคับคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ตามกฎหมาย พ.ร.บ.กองทุนยุติธรรม ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากกฎหมายไม่มีระเบียบให้กองทุนยุติธรรมนำเงินมาจ่ายเยียวยาให้กับเหยื่อแทนจำเลย แม้ว่าจำเลยพร้อมจะนำเงินมาคืนได้ในภายหลัง อย่างไรก็ตาม หากจำเลยมีความประสงค์จะนำเงินมาชดเชยตามคำพิพากษาให้กับญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 9 ราย ทางกระทรวงยุติธรรมจะประสานกรมบังคับคดีช่วยประกาศขายที่ดินให้เพื่อนำเงินมาชดเชยให้กับครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 9 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธวัชชัยกล่าวอีกว่า สำหรับความช่วยเหลือของกระทรวงยุติธรรมในคดีดังกล่าวนั้น ที่ผ่านมากรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้จ่ายเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บในคดีอาญาไปแล้ว โดยผู้เสียชีวิตจะได้เงินรายละ 100,000 บาท ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจะได้รับการเยียวยาตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงยุติธรรมยังโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ข้อเท็จจริงที่สังคมยังไม่รับรู้ก็คือ ที่ดินของคนที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีนั้น ไม่มีมูลค่าเลย เพราะผู้จะซื้อจะคิดไปว่าอาจเข้าข่ายเป็นการช่วยจำเลยในการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินและถูกเรียกคืน จึงขายไม่ได้ ซึ่งปัจจุบันคดีได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรมยินดีเป็นโซ่ข้อกลางในการรับโฉนดที่ดินมาวางที่กระทรวงยุติธรรมในระหว่างการเจรจาทั้งสองฝ่าย ทั้งที่ไม่มีอำนาจในการเก็บหลักทรัพย์ดังกล่าว แต่ก็เพื่อให้เกิดความมั่นใจของคู่กรณี หรือช่วยประสานงานสถาบันการเงินให้ปล่อยเงินกู้ให้ หรือคุณแม่น้องแพรวาอาจยินยอมเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีตามกฎหมาย โดยนำหลักทรัพย์ดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการขายทอดตลาดแทนที่กรมบังคับคดีแทนที่ตนเองจะเป็นผู้ขายก็ได้ เพราะจากประสบการณ์เคยเห็นมีที่ดินบางแปลงขายโดยกรมบังคับคดีได้มากกว่าเจ้าทรัพย์นำไปขายเองครับ โดยจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน และไม่ต้องไปเสียค่านายหน้าให้ใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอชื่นชมยินดีอีกครั้งนะครับที่คุณแม่และครอบครัวที่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องรับผิดชอบและหาทางออกร่วมกันครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอยืนยันว่ากรมบังคับคดีไม่ได้นิ่งนอนใจในคำสั่งศาลฎีกาที่ออกมาประมาณ 2 เดือน อีกทั้งขั้นตอนยังไม่มาถึงกรมบังคับคดี &amp;nbsp;ดังนั้นจากนี้โจทก์ทั้งหลายต้องเอาคำสั่งศาลไปปรึกษายังกรมบังคับคดี กรมบังคับคดีจะเร่งดำเนินการให้ทันที เพราะเวลานี้ได้สั่งการและให้ทุกคนมีความพร้อมในการดูแลประชาชน เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง เพราะกระทรวงยุติธรรมจะไม่เพิกเฉยในสิทธิของประชาชน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41340</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนยุติธรรม, ตั้งกองทุนติดตามบังคับคดี, หนังสือพิมพ์, เทพหัสดิน ณ อยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d3084de5fd82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
