<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64307</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง&#039;พ.ต.ต.&#039;อมเงินฌาปนกิจสงเคราะห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.63 - &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีที่สื่อนำเสนอข่าว มีข้าราชการตำรวจ สังกัดฝ่ายฌาปนกิจสงเคราะห์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยักยอกเงินที่ได้จากฌาปนกิจหลวงไปใช้ส่วนตัวและไม่ชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการสั่งชุดอาหารว่าง ดอกไม้ โลงศพ ชุดสังฆภัณฑ์และอาหารในงานฌาปนกิจสงเคราะห์ตำรวจหลายรายนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะ ระบุด้วยว่า ได้รับรายงานจาก กองกำกับการฝ่ายฌาปนกิจสงเคราะห์ ว่า ข้าราชการตำรวจ รายดังกล่าว คือ พ.ต.ต. ธีร์ธดลย์ พันธ์สนิท สว.ฝ่ายการฌาปนกิจสงเคราะห์ (ดูแลรับผิดชอบ วัดตรีทศเทพ) มีหน้าที่ควบคุมดูแลการดำเนินงานฌาปนสถาน รวมถึงการเก็บเงิน ส่งเงินบำรุงการใช้ฌาปนสถานให้กับทาง สำนักงบประมาณและการเงิน (ตร.) ต่อมาทาง พ.ต.ต. ธีรดลย์ ไม่ส่งเงินตามระเบียบ เมื่อมีการทวงถาม ก็อ้างว่ากำลังรวบรวมหลักฐานทางการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในเรื่องนี้ได้ดำเนินการตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง &amp;nbsp;ตามคำสั่งฝ่ายการฌาปนกิจสงเคราะห์ สก. ที่ 9/2563 ลง 4 มี.ค. 63 &amp;nbsp;โดยกล่าวหาว่า ไม่ได้นำส่งเงินรายได้งานฌาปนสถาน และไม่ได้มาปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย &amp;nbsp;ซึ่งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง พิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการกระทำอันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง เห็นควรตั้งกรรมการวินัยร้ายแรงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร.ระบุด้วยว่า สำหรับประเด็นที่ พ.ต.ต.ธีร์ธดล ได้ติดต่อผู้ประกอบการ สั่งซื้อสินค้าเพื่อนำไปใช้ในงานฌาปนกิจสงเคราะห์ตำรวจ โดยเจ้าภาพงานศพได้ชำระค่าใช้จ่ายให้แก่ พ.ต.ต.ธีร์ธดล ไปแล้ว แต่ทาง พ.ต.ต.ธีร์ธดล ไม่ยอมนำเงินมาชำระให้แก่ทางผู้ประกอบการนั้น เบื้องต้นได้รับรายงานจาก สน.ชนะสงคราม ว่า มีผู้เสียหายที่เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ในเรื่องดังกล่าว จำนวน 3 ราย โดยดำเนินคดีในข้อหาความผิดฐาน &amp;ldquo;ยักยอกทรัพย์&amp;rdquo; ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนที่ พ.ต.ต.ธีร์ธดล ได้ไปหลอกผู้อื่น เพื่อเบียดบังเอาทรัพย์ไปนั้น ขอเรียนว่าเป็นเรื่องของบุคคล ไม่เกี่ยวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่อย่างใด &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้พนักงานสอบสวน เร่งรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินคดีกับตำรวจที่กระทำผิดกฎหมายรายดังกล่าว โดยยืนยัน ให้ความเป็นธรรมกับทางผู้เสียหายและเอาผิดกับตำรวจที่ทุจริตในคดีอาญาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ประกอบกับให้ คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เร่งสอบสวน เอาผิด กรณีเบียดบังทรัพย์สินของทางราชการเป็นของตนพร้อมดำเนินการลงทัณฑ์ทางวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64307</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง, ยักยอกทรัพย์ฌาปนกิจสงเคราะห์ สตช., รองโฆษก ตร., สตช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea5455c95e64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2019 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กต.สอบ‘อธิบดีเพื่อนโชค’ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ก.ต.มีมติสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง &amp;quot;อธิบดีศาลฯ เพื่อนโชค&amp;quot; ผิดวินัยหรือไม่ ยันจะตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้าน เพื่อให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย &amp;nbsp;พร้อมแต่งตั้งอธิบดี 6 ศาล หลังยกระดับศาลตลิ่งชัน-พระโขนง-มีนบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) กล่าวภายหลังการประชุม ก.ต.ว่า ที่ประชุม ก.ต. มีมติให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีปรากฏคลิปภาพนายไกรรัตน์ วีรพัฒนาสุวรรณ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 โดนเรียกตรวจใบขับขี่ จนมีการกระทบกระทั่งกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณด่านตรวจในพื้นที่ สภ.อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งศาลยุติธรรมจะตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวให้รอบด้าน เพื่อให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่นายสราวุธ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้เซ็นหนังสือลงวันที่ 10 พ.ค.ให้นายไกรรัตน์ชี้แจงรายงานข้อเท็จจริงตามเรื่องที่ปรากฏมายังสำนักงานศาลยุติธรรม โดยนายไกรรัตน์เองได้ทำหนังสือชี้แจงรายงานข้อเท็จจริงกลับมาในวันเดียวกัน (10 พ.ค.) ซึ่งในการประชุม ก.ต.วันเดียวกันก็ได้มีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม จนมีมติตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการสอบข้อเท็จจริงนั้น คณะกรรมการที่ถูกตั้งขึ้นจะมีการสอบว่าพฤติการณ์หรือข้อมูลที่ปรากฏดังกล่าว รวมถึงคำชี้แจงของนายไกรรัตน์ เข้าข่ายมีมูลที่จะกระทำผิดวินัยหรือไม่ โดยไม่ว่าผลจะปรากฏอย่างไร ก็ต้องส่งผลการสอบข้อเท็จจริงไปยังคณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อ.ก.ต.) &amp;nbsp;พิจารณากลั่นกรองทำความเห็นส่ง ก.ต.พิจารณาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุม ก.ต.ได้พิจารณาและมีมติในเรื่องต่างๆ โดยมีวาระประชุมหลายเรื่อง ทั้งเห็นชอบการโยกย้ายข้าราชการตุลาการ สับเปลี่ยนตำแหน่งชั้น 3 และชั้น 4 เห็นชอบการแต่งตั้งบัญชีผู้พิพากษาอาวุโส วาระพิเศษ 1 ส.ค.62 และวาระที่ ก.ต.รับทราบ นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ที่ได้รับเลือกเป็น ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ สัดส่วนบุคคลภายนอก เมื่อวันที่ 27 ก.พ.62 ซึ่งได้รับเลือกจากผู้พิพากษาตามกฎหมายใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยวาระที่ ก.ต.เห็นชอบโยกย้ายตั้งสับเปลี่ยนตำแหน่งผู้พิพากษาที่น่าสนใจ ได้แก่ การแต่งตั้งผู้พิพากษาระดับชั้นศาลอุทธรณ์ขึ้นไปมาดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีศาลอาญาและศาลแพ่ง มีนบุรี, ตลิ่งชัน และพระโขนง เป็นชุดแรกภายหลังจากที่ได้มีการประกาศยกฐานะของศาลจังหวัดมีนบุรี, ศาลจังหวัดตลิ่งชัน และศาลจังหวัดพระโขนง ให้มาเป็นศาลอาญาและศาลแพ่ง ในพื้นที่เขตอำนาจศาลทั้ง 3 แห่งดังกล่าว ซึ่งมีการประกาศเป็นกฎหมายลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของผู้บริหารศาลอาญาตลิ่งชันประกอบด้วย นายสนิท ตระกูลพรายงาม รองประธานอุทธรณ์ภาค 1 เป็นอธิบดีศาลอาญาตลิ่งชัน, นางอัจฉรา สุระคำแหง ผู้ช่วยผู้พิพากษาในศาลฎีกา เป็นรองอธิบดีศาลอาญาตลิ่งชัน, นางจรีรัตน์ ตันติเวชกุล รองเลขาฯ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม เป็นรองอธิบดีศาลอาญาตลิ่งชัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บริหารในศาลอาญาพระโขนง ประกอบด้วยนายเชวง ชูศิริ เลขาธิการประธานฎีกา เป็นอธิบดีศาลอาญาพระโขนง, นายจรูญ นาคเสน ผู้ช่วยผู้พิพากษาในศาลฎีกา เป็นรองอธิบดีศาลอาญาพระโขนง, นายดิลก เสริมวิริยะกุล ผู้ช่วยผู้พิพากษาในศาลฎีกา เป็นรองอธิบดีศาลอาญาพระโขนง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บริหารศาลอาญามีนบุรีประกอบด้วย นายภิญโญ แสงภู่ รองประธานอุทธรณ์ภาค 1 เป็นอธิบดีศาลอาญามีนบุรี, นายนพรัตน์ อักษร ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นรองอธิบดีศาลอาญามีนบุรี, นางสุภา &amp;nbsp;วิทยาอารีย์กุล ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ประจำกอง ผู้ช่วยผู้พิพากษาในศาลอุทธรณ์ เป็นรองอธิบดีศาลอาญามีนบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บริหารในศาลแพ่งตลิ่งชัน ประกอบด้วย นายประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์ ผู้ช่วยผู้พิพากษาในศาลฎีกา เป็นอธิบดีศาลแพ่งตลิ่งชัน, นายโตมร สิริวัฒน์ภากร ผู้พิพากษาศาลในศาลอุทธรณ์ประจำกอง ผู้ช่วยผู้พิพากษาในศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ (ภาษี) เป็นรองอธิบดีศาลแพ่งตลิ่งชัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บริหารในศาลแพ่งพระโขนง ประกอบด้วย นายอดุลย์ ขันทอง ผู้ช่วยผู้พิพากษาในศาลฎีกา เป็นอธิบดีศาลแพ่งพระโขนง, นายสุรพล นิตินัยวินิจ หัวหน้าศาลแรงงานภาค 2 เป็นรองอธิบดีศาลแพ่งพระโขนง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และผู้บริหารในศาลแพ่งมีนบุรี ประกอบด้วย นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข หัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ (แรงงาน) เป็นอธิบดีศาลแพ่งมีนบุรี, นายภมร สัตตภรณ์พิภพ ผู้ช่วยผู้พิพากษาในศาลฎีกา เป็นรองอธิบดีศาลแพ่งมีนบุรี โดยการแต่งตั้งดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่ 1 ส.ค.62 เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงการแต่งตั้งอธิบดีศาลอาญาและศาลแพ่งชุดใหม่ว่า เป็นไปตามที่ได้มีการจัดทำ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแพ่งตลิ่งชัน ศาลแพ่งพระโขนง ศาลแพ่งมีนบุรี ศาลอาญาตลิ่งชัน ศาลอาญาพระโขนง และศาลอาญามีนบุรี พ.ศ.2562 ที่ได้มีการยกฐานะจากศาลจังหวัดขึ้นมาเป็นศาลอาญาและศาลแพ่ง ที่ได้แบ่งอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการคดี โดยคณะผู้บริหารที่แต่งตั้งใหม่ในครั้งนี้ก็ถือเป็นผู้บริหารชุดแรก เมื่อมีการจัดตั้งศาลอาญาและศาลแพ่งทั้ง 3 พื้นที่ตามกฎหมายใหม่.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35773</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม, ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง, ผมเพื่อนโชค, สำนักงานศาลยุติธรรม, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd978c2c7e23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื้อเวลา! ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริงผู้ช่วยเลขาปปช. ชักปืนขู่แท็กซี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.61 - นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&amp;nbsp;(ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ตามที่ปรากฏข่าวว่า มีคลิปบิ๊กข้าราชการ ป.ป.ช. ซึ่งมีรูปพรรณเหมือนนายพิเศษ นาคะพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีพฤติการณ์ขับรถปาดหน้าซึ่งกันและกัน ตลอดจนมีการบีบแตรใส่ซึ่งกันและกัน จนมีการลงจากรถและชักปืนเล็งขู่ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ที่ตามหลังรถมานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบแล้ว บุคคลดังกล่าวคือ นายพิเศษ นาคะพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ให้นายพิเศษ นาคะพันธุ์ รายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวแล้ว จากข้อเท็จจริงตามที่ได้รับรายงานเบื้องต้นเห็นว่า เรื่องนี้เป็นการกระทำส่วนบุคคลมิได้เกี่ยวข้องกับการใช้ตำแหน่งหน้าที่แต่อย่างใด และเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วน รอบด้าน เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงโดยมีนางณัชชา เกิดศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานกรรมการ และให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบภายใน 15 วัน ทั้งนี้ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20094</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง, นางณัชชา เกิดศรี, นายพิเศษ นาคะพันธุ์, นายวรวิทย์ สุขบุญ, บิ๊กปปช.ชักปืนขู่แท็กซี่, ปปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc6b236f4140.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
