<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 17:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครบาลตั้งด่านตรวจ 88 จุดทั่วกรุงเทพฯ ช่วง 3 ทุ่มถึงตี 4 เริ่ม 10 ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.64 - พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.และโฆษก บช.น. เผยว่า ตามที่ได้มีประกาศข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 27 ลง 10 กรกฎาคม2564 นั้น ได้มุ่งเน้นการห้ามออกนอกเคหะสถานโดยไม่จำเป็น ตั้งแต่ 21.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เว้นแต่เป็นบุคคลที่ได้รับการยกเว้น หรือผู้ที่มีเหตุจำเป็นต้องขออนุญาตกับพนักงานเจ้าหน้าที่เสียก่อน ,หลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามจังหวัด ,ห้ามผู้ใดออกมารวมกลุ่มกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และมาตรการอื่นๆที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดฯ

กองบัญชาการตำรวจนครบาล มีมาตรการปฏิบัติตามประกาศข้อกำหนดฯ ดังนี้ 1.ตั้งจุดตรวจ ทุก สน. รวม 88 จุดตรวจ ในช่วงเวลา 21.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น กระจายทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยแบ่งเป็น 3 ผลัด ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 8 นายต่อ 1 ผลัด ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครองในพื้นที่นั้นๆ&amp;nbsp; มีนายตำรวจระดับสารวัตรเป็นหัวหน้าจุดตรวจ ซึ่งจะเริ่มตั้งในวันที่ 10 กรกฎาคม 2564 เวลา 21.00 น. เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง 2.จัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็ว เพิ่มความเข้มในการตรวจตรา ห้วงเวลาที่ห้ามออกนอกเคหสถาน เวลา 21.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น โดยเน้นการตรวจตราจับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนออกมาในเวลาดังกล่าว ส่วนการเปิดให้บริการของห้างร้าน ซุปเปอร์มาเก็ต สวนสาธารณะ หรือสถานที่ต่างๆ ให้เป็นไปตามข้อกำหนด คือ เปิดได้ถึง 20.00 น. ยกเว้นขนส่งสาธารณะที่เปิดได้ถึง 21.00 น.

กองบัญชาการตำรวจนครบาลจึงประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนปฏิบัติตามนโยบายมาตรการควบคุมโรคตามข้อกำหนดฯ อย่างเคร่งครัด หากผู้ใดฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และพ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ทั้งนี้จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109260</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งด่าน, ตำรวจ, พรก.ฉุกเฉิน, ล็อกดาวน์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e67bdc7fcd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.สนธิกำลังตร.-ทหารตั้งด่าน6เส้นทาง! สกัดแรงงานหนีกลับบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย. 64 - นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า&amp;nbsp; สืบเนื่องจากที่กรุงเทพมหานครได้มีหนังสือสั่งการทางวิทยุ (ด่วนที่สุด) ถึง ผู้อำนวยการเขตทุกเขต ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคฯ ในกลุ่มผู้ใช้แรงงานก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพฯ ไปแล้วเมื่อ 26 มิ.ย. 64 โดยให้เร่งสื่อสารและสร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการที่มีแคมป์คนงานก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพฯ ทุกแห่ง เพื่อให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดฯ ตามที่ทางราชการกำหนด&amp;nbsp; อาทิ งดการเคลื่อนย้ายแรงงาน เป็นเวลา 15 วัน หรือมากกว่านั้นขึ้นกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมทั้งตรวจสอบเข้มงวดกับแคมป์คนงานก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการกำกับ ตักเตือน และสั่งให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่ทางราชการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อให้การปฏิบัติงานดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; จึงให้หน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกรุงเทพมหานครปฏิบัติดังนี้&amp;nbsp; สำนักการโยธา&amp;nbsp; ประสานผู้ประกอบการที่มีแคมป์คนงานก่อสร้างขนาดใหญ่ ให้ดำเนินการปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง โดยหยุดการก่อสร้างและงดการเคลื่อนย้ายแรงงาน&amp;nbsp; พร้อมจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทการก่อสร้างที่เข้าข่ายต้องปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง&amp;nbsp; สำนักอนามัยพิจารณาสนับสนุนกระทรวงแรงงานตรวจค้นหาเชิงรุกและฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดให้กับแรงงานที่พักอาศัยอยู่ในแคมป์คนงานก่อสร้าง หรือไซต์งานก่อสร้าง&amp;nbsp; และให้ประสานงานกับสำนักงานเขตเพื่อปรับปรุงข้อมูลสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฯ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ถูกต้องและตรงกัน&amp;nbsp; สำนักการแพทย์จัดทำแนวทางปฏิบัติการแยกรักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation)&amp;nbsp; และนำส่งผู้ติดเชื้อโควิดเข้าสู่ระบบการรักษาโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp; สำนักงานเขต นอกจากการปฏิบัติตามข้อความข้างต้นแล้ว&amp;nbsp; ให้เชิญผู้ประกอบการที่มีแคมป์คนงานก่อสร้างในแต่ละพื้นที่เขต&amp;nbsp; ประชุมหารือเพื่อรับทราบแนวทางปฏิบัติในการปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง&amp;nbsp; และการปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 25)&amp;nbsp; รวมทั้งให้ประสานศูนย์บริการสาธารณสุข เพื่อปรับปรุงข้อมูลสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฯ ในพื้นที่เขตให้ถูกต้องและตรงกัน พร้อมทั้ง จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลและควบคุมการปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการสนธิกำลังปฏิบัติการ จุดตรวจ/ด่านตรวจร่วม เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงานในพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งชุดเฝ้าระวังพื้นที่สนับสนุนควบคุมการปิดแคมป์ก่อสร้าง ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ทหาร 2 นาย เจ้าหน้าที่เทศกิจ 2 นาย เจ้าหน้าที่ของบริษัทเจ้าของแคมป์ เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้อง โดยได้เริ่มเข้าควบคุมแคมป์คนงานก่อสร้างตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 64&amp;nbsp; ทั้งนี้ในพื้นที่กรุงเทพฯ จากข้อมูล ณ วันที่ 27 มิ.ย. 64 มีแคมป์ก่อสร้าง รวม 575 แคมป์ ปิดแล้ว 77 แคมป์กระจายอยู่ในพื้นที่ 50 เขต ประกอบด้วย&amp;nbsp; กลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ 124 แคมป์&amp;nbsp; ปิดแล้ว 3 แคมป์ กลุ่มกรุงเทพกลาง 93 แคมป์ ปิดแล้ว 13 แคมป์&amp;nbsp; กลุ่มกรุงเทพตะวันออก 111 แคมป์&amp;nbsp; ปิดแล้ว 37 แคมป์ กลุ่มกรุงเทพใต้ 102 แคมป์&amp;nbsp; ปิดแล้ว 18 แคมป์ กลุ่มกรุงธนเหนือ 84 แคมป์&amp;nbsp; ปิดแล้ว 3 แคมป์ กลุ่มกรุงธนใต้ 61 แคมป์ ปิดแล้ว 3 แคมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงาน&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร โดยสำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และหน่วยที่เกี่ยวข้อง จะสนธิกำลังร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย สน.ท้องที่&amp;nbsp; หน่วยทหารตามที่ได้รับมอบหมายจาก ศบค. จะตั้งด่านจุดตรวจคัดกรอง 6 เส้นทางหลัก เพื่อป้องปรามการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามเขตจังหวัด ดังนี้ จุดที่ 1 ถนนวิภาวดีรังสิต (ขาออก) บริเวณหน้าสถานีรถไฟดอนเมือง เขตดอนเมือง จุดที่ 2 ถนนสุวินทวงศ์(ขาออก) บริเวณใต้ทางด่วนข้ามแยกมหานคร เขตหนองจอก จุดที่ 3 ถนนบางนา &amp;ndash; ตราด (ขาออก)&amp;nbsp; บริเวณปั๊มบางจาก ก.ม. 4.5 เขตบางนา จุดที่ 4 ถนนบรมราชชนนี(ขาออก)&amp;nbsp; บริเวณใต้สะพานข้ามแยกถนนบรมราชชนนีตัดถนนพุทธมณฑลสาย 3 เขตทวีวัฒนา จุดที่&amp;nbsp; 5 ถนนเพชรเกษม บริเวณหน้าสำนักงานเขตหนองแขม เขตหนองแขม จุดที่ 6. ถนนพระรามที่ 2(ขาออก) หน้าปั้ม ปตท. เขตบางขุนเทียน&amp;nbsp; โดยจะเริ่มปฏิบัติตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp; (28 มิ.ย. 64) เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107885</URL_LINK>
                <HASHTAG>6เส้นทาง, กทม., ตั้งด่าน, ศิลปสวย ระวีแสงสรูย์, แคมป์คนงาน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d946b6a4245.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>1 เม.ย. ด่านตรวจคืนชีพ ผบ.ตร.ออกคำสั่งให้ตั้งด่านได้ เน้นโปร่งใส มีกล้องบันทึกภาพทุกจุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ภายหลัง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแก่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ออกคำสั่งไปเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2564 โดยให้ทุกพื้นที่รับทราบมาตรการของ ตร. ซึ่งให้มีการตั้งด่านได้ แต่ต้องมีความพร้อมตามมาตรฐานที่ตร.กำหนด คือ มีความโปร่งใส เป็นมาตรฐาน ตรวจสอบได้ โดยการใช้เทคโนโลยี ซึ่งการตั้งจุดตรวจต่างๆ ต้องมีความโปร่งใส พร้อมที่จะตรวจสอบจากประชาชน สิ่งที่จะทำให้โปร่งใสได้คือ กล้องซีซีทีวีเคลื่อนไหวได้ที่จะต้องมีประจำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ตรวจ และด่านต่างๆ เช่น ด่านกวดขันวินัยจราจร ด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ด่านตรวจวัดมลพิษทางอากาศ ด่านอาชญากรรม ฯลฯ จะต้องมีมาตรฐานเดียวกัน ต้องมีป้ายที่มีมาตรฐาน และนำเทคโนโลยีมาใช้ อาทิ ด่านเมา จากเดิมเคยมีปัญหาร้องเรียนต่างๆ ก็จัดให้มีกล้องบันทึกภาพแบบเรียลไทม์ไว้ประจำจุดที่มีการยืนยันผลด้วย ส่วนการจะตั้งจุดตรวจจะมีผู้ควบคุมกำกับดูแลคือผู้บังคับการในแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้จะมีป้ายแสดงข้อความหากต้องการร้องเรียนได้ที่สายด่วนตร. 1599 และเบอร์โทรศัพท์ผู้บังคับการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ทาง ผบ.ตร.ได้ให้ทำฐานข้อมูล TPCC (Traffic Police Checkpoint Control) เพื่อกำหนดจุดตั้งด่าน ลงรายชื่อผู้ปฏิบัติในด่านต่างๆลงในแผนที่ ซึ่งผู้บังคับบัญชาสามารถตรวจสอบได้ว่ามีการตั้งจุดตรวจอยู่ในจุดใดบ้าง มีการซ้ำซ้อนกันหรือไม่ ได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับการหรือไม่ ด่านทุกด่านจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับการซึ่งจะต้องมีเหตุผลในการตั้งด่าน อาทิ บริเวณจุดตั้งด่านมีอาชญากรรมสูง มีเด็กแว้น&amp;nbsp;เป็นทางผ่านขนยาเสพติด เป็นจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบ่อย หรือมีสถานบริการอยู่จำนวนมากที่ต้องตั้งเพื่อป้องปราบผู้ที่เมาแล้วขับ ฯลฯ ยกเว้นกรณีเดียวที่ไม่ต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับการในกรณีฉุกเฉิน คือ การสกัดจับคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้หลายสถานีมีความพร้อม มีการตั้งไปแล้วส่วนหนึ่งในเมืองใหญ่ๆ อาทิ อุบลราชธานี นครราชสีมา เมื่อมีความพร้อมแล้ว 1 เมษายน เราก็อยากจะให้บังคับใช้กฎหมายเลย เนื่องจากใกล้ช่วง 7 วันอันตราย สำหรับกรุงเทพมหานครยังไม่ได้ตั้งจริงจัง ซึ่งหากมีความพร้อมอาจจะเริ่ม 1 เมษายน เช่นกัน &amp;rdquo; รอง ผบ.ตร. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ต้องกลับมาตั้งด่านตรวจของตำรวจ เนื่องจากการชะลอตั้งด่านไว้ ได้กลับมาศึกษาข้อดีข้อเสีย จนคณะทำงานเห็นว่าการไม่มีด่านเลย จะมีข้อเสียเรื่องการบังคับใช้กฎหมายในด้านต่างๆ มีผู้ฝ่าฝืนกฎหมายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเมาแล้วขับ การขับ จยย. ในเลนห้ามวิ่ง เป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนท่านอื่น ปัญหาการไม่สวมมวกกันน็อคเพิ่มมากขึ้น ปัญหายาเสพติด รวมไปถึงการหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว หากไม่มีด่านสกัดต่างๆ ทั้งนี้เรื่องด่านจึงมีความจำเป็น แต่ต้องทำให้รอบคอบ รัดกุม โปรงใส ตรวจสอบได้ พร้อมที่จะถูกร้องเรียนและแก้ปัญหาให้ประชาชน อย่างไรก็ตามมาตรการที่ออกมาจะป้องกันการทุจริตได้พอสมควร เนื่องจากก่อนตั้งด่านต้องขออนุญาตผู้บังคับการ และผู้กำกับการ เจ้าของพื้นที่ หากเกิดการทุจริตผู้บังคับบัญชาที่อนุญาตให้ตั้งจุดตรวจต้องรับผิดชอบ ในส่วนที่กำกับดูแลไม่ดีพอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97801</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านตำรวจ, ตั้งด่าน, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_60631198ba5de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2020 20:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2020 20:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กปั๊ด&#039;ส่งหนังสือแจ้งลูกน้องเลิกตั้งจุดตรวจไม่เกี่ยวตั้งด่านถาวร-ด่านป้องกัน-ด่านมั่นคง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.63-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) มีวิทยุราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด่วนที่สุด ถึงตำรวจทุกหน่วยเพื่อทราบและปฏิบัติโดยเคร่งครัด โดยระบุว่า ตามที่ได้มีข้อสั่งการในการประชุมมอบนโยบายการบริหารราชการประจำปีงบประมาณ 2564 เมื่อวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2563 ให้ยกเลิก ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดทั่วประเทศ เพื่อปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานสากล โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงให้ทุกหน่วยดำเนินการ ดังนี้ 1.ยกเลิกการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ทุกประเภท แต่ไม่ได้หมายความรวมถึงด่านตรวจถาวร ที่ได้รับอนุญาตจากคณะรัฐมนตรี หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวง หรือ กอ.รมน. แล้วแต่กรณีจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วน ต้องตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตามยุทธวิธี เช่น การก้าวสกัดจับ การปิดล้อมจับกุมคนร้ายตามแผนเผชิญเหตุ การป้องกันรักษาพื้นที่ เพื่อรักษาความปลอดภัย หรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแผนภารกิจใดภารกิจหนึ่งเป็นการเฉพาะ ก็ให้สามารถตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ได้เท่าที่จำเป็นแก่กรณี เช่น การรักษาความสงบเรียบร้อยในการจัดกิจกรรมสาธารณะที่มีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก การจัดกิจกรรมของทางราชการ งานมหรสพ การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อร้ายแรง เป็นต้น โดยให้หัวหน้าสถานีตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุม และกำกับดูแล ทั้งนี้ ให้ยกเลิกการปฏิบัติเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ให้กำหนดมาตรการและแผนการจัดสายตรวจหรือกำลังอื่น ๆ ในการป้องกันอาชญากรรมที่เหมาะสมทดแทนการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตามข้อ 1 เช่น การจัดรถสายตรวจประจำจุด การปรากฏกายแสดงกำลัง การจัดสายตรวจสัมพันธ์ หรืออื่นๆ เพื่อป้องกันเหตุ ลดโอกาสการกระทำผิดของคนร้ายและให้บริการประชาชน 4.ให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในสายงานป้องกันปราบปราม และความมั่นคง รับผิดชอบในการควบคุมและกำกับดูแลการปฏิบัติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยให้จเรตำรวจติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติแล้วรายงานผลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทราบ ภายในวันที่ 7 ตุลาคม 2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79463</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งด่าน, ตำรวจ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201004/image_big_5f79c66c8e683.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 07:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 07:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระยันจริง!โดนตำรวจตั้งด่านเรียกเงิน 4 หมื่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.63 - จากกรณีพระวัดป่าใน ต.ดงเย็น &amp;nbsp;อ.เมือง จ.มุกดาหาร พาโยมที่มาทำบุญที่วัดแล้วถูกตำรวจตั้งด่านตรวจฉี่ปรากฏว่าผลออกมาเป็นสีม่วง และมีการเรียกรับเงินจำนวน 40,000 บาท ในเวลาต่อมาและเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 63 ได้เข้าร้องเรียนกับสื่อในจังหวัดมุกดาหาร แล้วมีการไลฟ์สด ผ่านเพจเฟซบุ๊ก จนมีการแชร์และมีการกล่าวถึงเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วานนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่วัดป่าเทพนิมิต &amp;nbsp;ต.ดงเย็น &amp;nbsp;อ.เมือง &amp;nbsp;จ.มุกดาหาร วานนี้ได้พบกับ พระอาจารย์คำนวณ &amp;nbsp;ฐิตญาโณ &amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดป่าเทพนิมิต &amp;nbsp;ได้ให้ข้อมูลว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริงเป็นเรื่องที่เกิดกับโยมที่มาทำบุญที่วัดเป็นชาวจังหวัดขอนแก่น โดยได้มาส่งญาติเพื่อปฏิบัติธรรม ชื่อว่านายสำเนียง &amp;nbsp;มโนทัย อายุ 46 ปี และ &amp;nbsp;นาย สุริยัน &amp;nbsp;แสนเมือง &amp;nbsp;อายุ 63 ปี &amp;nbsp;เป็นชาว ต.โคกสี &amp;nbsp;อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เมื่อส่งญาติเสร็จทั้ง 2 คน ได้ขับรถเพื่อจะกลับจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;โดยใช้เส้นทาง หนองพอก-หนองสูง เมื่อถึงด่านตรวจมีเจ้าหน้าที่ 6 &amp;nbsp;นาย ได้ทำการขอตรวจสารเสพติด แยกบริเวณวัดภูจ้อก้อ โดยผลออกม าพบปัสสาวะ นายสำเนียง &amp;nbsp;มโนทัย เป็นสีม่วง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลหนองสูง ผลที่ออกมาก็เป็นบวกเช่นเดิม แต่ไม่มีเอกสารยื่นยัน นายสำเนียง &amp;nbsp;ถึงกับงง เพราะตัวเองไม่เคยข้องเกี่ยวกับยาเสพติด ที่ผ่านมาก็กินแค่ยาพวกโรคเบาหวาน &amp;nbsp;โรคเก๊า &amp;nbsp;ความดัน &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าที่ได้เรียกรับเงิน &amp;nbsp;40,000 บาท &amp;nbsp;จึงได้ไปขอความช่วยเหลือจากพระอาจารย์คำนวณ &amp;nbsp;ฐิตญาโณ &amp;nbsp;พร้อมกับได้มีการต่อรองลดเหลือ 15,000 บาท และได้มีการจ่ายเงินกันที่ข้าง สภ.หนองสูง ในเวลา 19.00 น. วันที่ 21 มีนาคม 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระอาจารย์คำนวณ &amp;nbsp;ฐิตญาโณ &amp;nbsp;กล่าวว่า ที่เข้าไปร้องสื่อในครั้งนี้ต้องการแค่ไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ทำตัวแบบนี้ เพราะที่ผ่านมามีหลายครั้งแต่ไม่อยากจะทำอะไรมากมาย &amp;nbsp;ในการกระทำผิดครั้งนี้มีหลายข้อและตอนนี้ในการดำเนินการทางกฎหมาย ได้พาผู้เสียหายเข้ายื่นหนังสือต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร โดยได้นำหลักฐานไม่ว่าจะเป็น ผลการตรวจปัสสาวะ &amp;nbsp;คลิปเสียง พร้อมหลักฐานประกอบต่างๆ ส่วนในเรื่องของการตรวจปัสสาวะนั้นได้พานายสำเนียง &amp;nbsp;ไปตรวจที่โรงพยาบาลหนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ปรากฏว่าไม่เจอสารเสพติด จึงทำให้ผล 2โรงพยาบาลขัดแย้งกันต้องพิสูจน์กันอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกันก็มีกลุ่มตำรวจที่ถูกกล่าวหา เข้ามาหาเพื่อเจรจากับพระอาจารย์แต่ทางพระได้บอกกับกลุ่มตำรวจว่าให้ว่ากันไปตามกฎหมาย ที่จริงแล้วก็ไม่อยากไปร้องสื่อและยื่นหนังสือต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร แต่ก็ต้องว่ากันไปตามความถูกต้องสำหรับข้อสงสัยทำไมถึงร้องสื่อช้าเพราะกำลังคิดกลับไปกลับมาว่าจะดำเนินการเอาเรื่องหรือไม่ จนมาถึงวันนี้จึงตัดสินใจเข้าร้องสื่อและยื่นเรื่องร้องเรียน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68548</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งด่าน, พระ, พระวัดป่าใน, มุกดาหาร, รีดเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee423f1602c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 07:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 07:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.เริ่มตั้งด่านคัดกรองโควิด-19 ตรวจเข้มคนเดินทางเข้าออกกรุงเทพฯ 7 จุดตลอด 24 ชม. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมตั้งด่านตรวจกัดกรองโควิด-19 ตรวจประชาชนที่เดินทางเข้าออกกรุงเทพฯ ทุกทิศทางเบื้องต้น 7 จุด เริ่ม 08.00 น. วันพฤหัสบดี ที่26 มีนาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.63 - จากกรณีมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมขอให้ประชาชนงดเว้นการเดินทางนั้น ขณะนี้มีกำหนดตั้งแต่เวลา 08.00 น. วันที่ 26 มี.ค. 2563 ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง กทม. สาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันเริ่มตั้งด่านตรวจ คัดกรองโควิด-19 ตรวจประชาชนเดินทางเข้า ออก กรุงเทพฯ ทุกทิศทาง ทุกมุมเมือง เบื้องต้น 7 จุด ตลอด 24 ชั่วโมง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จุดถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณสะพานข้ามแยกคลองประปา
2. จุดถนนสุวินทวงศ์ ฝั่งขาเข้า กทม. บริเวณใต้ทางด่วนมหานคร
3. จุดถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก ซอย 39
4. จุดหน้าปั๊มเอสโซ่ ถนนสุขุมวิท บริเวณ BTS แบริ่ง
5. จุดถนนราชพฤกษ์ บริเวณหน้าศูนย์โตโยต้า พื้นที่ตลิ่งชัน
6. จุดถนนสุขสวัสดิ์ ฝั่งขาเข้า ใต้สะพานภูมิพล
7. จุดหน้าปั๊ม ปตท. ถนนพระราม 2 ซอยพระราม 2 ซอย 92&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จะมีการตรวจบัตรประชาชน ตรวจการใส่หน้ากากอนามัย ตรวจวัดอุณหภูมิ สอบถามประวัติการเดินทางประชาชนทุกคน กรณีสงสัยติดโควิด-19 จะกักตัวทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60945</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ด่านคัดกรองโควิด, ตั้งด่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dbfbf4c2ac97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2วันตาย105ยึดรถพันคัน มท.สั่งตั้งด่านชุมชนเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ขอคนไทยฉลองสงกรานต์อย่างมีสติ เตือนดื่มสุราเสี่ยงทะเลาะวิวาท เผยสถิติ 7 วันอันตรายผ่าน 2 วัน เกิดอุบัติเหตุ 969 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 105 ราย บาดเจ็บ 1,001 คน &amp;quot;มท.&amp;quot; ปรับแผนตั้งด่านชุมนุมเพิ่มขึ้น คุมเข้มเมาขับเล่นสาดน้ำจุดเสี่ยง &amp;quot;คสช.&amp;quot; ยึดรถขี้เมาใกล้แตะพันคัน &amp;quot;สุรินทร์&amp;quot; กระบะหลับในแหกโค้งชนราวสะพานดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 เม.ย. พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค &amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการฉลองเทศกาลสงกรานต์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้เวลาพักผ่อนและติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่ที่บ้านพัก โดยฝากให้คนไทยเฉลิมฉลองสงกรานต์อย่างมีสติและไม่ประมาท โดยเฉพาะต้องระมัดระวังการดื่มสุราที่อาจก่อให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาท หรือเกิดอุบัติเหตุทางถนน จนสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินได้หากเมาแล้วขับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นาวาตรีวรวิทย์ เตชะสุภากูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนสะสม 2 วัน ของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; หรือ 7 วันอันตรายช่วงสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-12 เม.ย.62 เกิดอุบัติเหตุ 969 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 105 ราย ผู้บาดเจ็บ 1,001 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือตายเป็นศูนย์ มี 28 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 43 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ลพบุรี 7 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 50 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาวาตรีวรวิทย์กล่าวว่า ในส่วนสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 12 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่สองของการรณรงค์ เกิดอุบัติเหตุ 501 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 57 ราย ผู้บาดเจ็บ 521 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 35.13 ขับรถเร็ว ร้อยละ 29.94 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 78.71 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 61.88 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 39.12 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 38.12 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 27.54 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 25.78&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าหน้าที่ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,036 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,132 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 890,550 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 201,772 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 54,921 ราย ไม่มีใบขับขี่ 52,106 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 23 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ลพบุรี 7 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 27 คน&amp;quot; นาวาตรีวรวิทย์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วย รมต.ประจำกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงวันที่ 11-12 เม.ย.2562 พบอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดบนถนนกรมทางหลวงและถนนใน อบต./หมู่บ้าน ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จึงได้สั่งกำชับให้จังหวัดเข้มข้นดูแลทั้งเส้นทางสายหลัก สายรอง และถนนในชุมชน/หมู่บ้าน รวมถึงเส้นทางโดยรอบงาน &amp;ldquo;midnight สงกรานต์&amp;rdquo; เข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะสถานที่ห้ามจำหน่าย ช่วงเวลา และการจำหน่ายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี พร้อมกวดขันการเร่ขายบริเวณพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ สถานที่จัดงานรื่นเริง หรือริมทาง ควบคุมการเปิด- ปิดสถานบันเทิงตามเวลาที่กฎหมายกำหนด&amp;nbsp;
ตั้งด่านชุมชนจุดเสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้สั่งให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจังหวัด ซึ่งเป็นที่นิยมเล่นน้ำสงกรานต์ มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ หรือมีสถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำ ตลอดจนเข้มงวดสถานประกอบการเช่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ ให้ตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่รถของผู้เช่ารถ ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด&amp;quot; ผู้ช่วย รมต.ประจำกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย (รองปลัด มท.) ในฐานะหัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง กล่าวว่า มท.ได้กำชับจังหวัดบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร และภาคประชาชน เข้มข้นดำเนินการลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ เน้นปฏิบัติการจัดตั้งด่านชุมชนในจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง พร้อมดูแลความปลอดภัยในการเล่นน้ำของประชาชนไม่ให้มีการเล่นน้ำบริเวณเส้นทางเสี่ยงอุบัติเหตุในเส้นทางสายหลักและสายรอง รวมถึงควบคุมไม่ให้เล่นน้ำในลักษณะที่ก่อให้เกิดอันตราย โดยเฉพาะการบรรทุกคนเล่นน้ำท้ายกระบะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้สนธิกำลังจัดตั้งจุดตรวจบริเวณเส้นทางโดยรอบพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ โดยเฉพาะในช่วงเวลาหลังจากประชาชนเล่นน้ำสงกรานต์ เพราะสภาพถนนที่เปียกลื่น และความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน&amp;quot; รองปลัด มท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) กล่าวว่า ศปถ.ได้กำชับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดูแลพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ให้มีความปลอดภัยและปราศจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งเสริมการเล่นน้ำสงกรานต์ตามประเพณีวิถีไทย พร้อมรณรงค์สร้างจิตสำนึกความปลอดภัยทางถนนผ่านทุกช่องทางสื่อ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะหอกระจายข่าวเสียงตามสายและวิทยุชุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฝากเตือนประชาชนให้เล่นน้ำสงกรานต์อย่างปลอดภัยและรู้คุณค่า เพื่อสืบสานประเพณีสงกรานต์ให้เป็นเทศกาลแห่งความสุขและความปลอดภัย&amp;quot; อธิบดี ปภ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงมาตรการ&amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุว่า ในวันที่ 12 เม.ย.2562 พบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาท คือ รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 22,184 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเก็บรักษารถจักรยานยนต์ไว้ 554 คัน ยึดใบขับขี่ 3,004 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 16,062 ครั้ง เจ้าหน้าที่เก็บรักษารถยนต์ 235 คัน ยึดใบขับขี่ไว้ 2,084 คน
ยึดรถขี้เมาแตะพันคัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตลอด 2 วันที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 11-12 เม.ย.62 เจ้าหน้าที่ได้เก็บรักษารถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้แล้ว 991 คัน แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 712 คัน และรถยนต์ 279 คัน ยึดใบขับขี่ 5,229 คน รถจักรยานยนต์ 3,024 คน และรถยนต์ 2,205 คน และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด 31,392 คน แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 19,158 คน และรถยนต์ 12,234 คน&amp;quot; รองโฆษก คสช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.กำแพงเพชร เมื่อเวลา 05.00 น. ร.ต.ท.จงรัก รอบุญ รอง สว.สอบสวน สภ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร รับแจ้งมีรถโดยสารพลิกคว่ำที่ถนนพหลโยธินขาขึ้น หลัก กม.ที่ 419-420 บ้านเด่นสะเดา หมู่ 10 ต.คลองขลุง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบรถโดยสารยี่ห้อวอลโว่ เป็นรถโดยสารไม่ประจำทางของบริษัท เชิดชัยทัวร์ ทะเบียน 30-3904 นครสวรรค์ มีนายอรรถพล ประทาน อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 513 หมู่ 1 ต.หาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เป็นคนขับ สภาพรถพลิกตะแคงอยู่ในคูน้ำตื้นๆ มีผู้โดยสารถูกช่วยเหลือขึ้นมาเป็นชาวเมียนมา แต่ละคนเปื้อนโคลน เนื้อตัวมอมแมมได้รับบาดเจ็บจำนวน 6 คน แต่บาดเจ็บไม่มาก ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล อ.คลองขลุง ซึ่งอุบัติเหตุดังกล่าวทำให้รถที่จะขึ้นเหนือติดสะสมยาวเกือบ 2 กม. เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันอำนวยความสะดวกให้รถค่อยๆ ผ่านไปได้อย่างช้าๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนนายอรรถพลคนขับรถระบุว่า รถที่ขับมาเป็นรถเสริมรับผู้โดยสารมาเต็มคัน เป็นชาวเมียนมาทั้งหมด 40 คน รวมตนกับแฟนที่ติดรถมาด้วยเป็น 42 คน มาจากสถานีขนส่งหมอชิตเมื่อเวลา 23.00 น.ของวันที่ 12 เม.ย.2562 เพื่อจะไปส่งแรงงานเมียนมาที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีรถสิบล้อที่ขับอยู่ข้างหน้าเบรกกะทันหัน จึงเบรกตามแล้วหักหลบทำให้รถเสียหลักลงข้างทางแล้วพลิกตะแคงลงคูน้ำดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สุรินทร์ เวลา 11.35 น. ร.ต.อ.สุรพศ ผมหอม พนักงานสอบสวน สภ.ดม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ รับแจ้งเหตุรถกระบะแหกโค้งชนกับป้ายจราจรก่อนเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต ที่ถนน 214 สายช่องจอม-บ้านปวงตึก บริเวณหมู่บ้านสะพานใหม่พัฒนา ม.17 &amp;nbsp;ต.ตาตุม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลสังขะและเจ้าหน้าที่กู้ชีพตาตุมไปยังที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบที่เกิดเหตุเป็นบริเวณทางโค้งมีราวสะพานกั้น รถกระบะโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์วีโก้ 4 ประตู สีดำหมายเลขทะเบียน ญท 6475 กรุงเทพมหานคร อยู่ในสภาพที่พังยับเยินทั้งคัน เนื่องจากตกกระแทกคันดินพลิกหลายตลบหงายท้องชี้ฟ้าอัดต้นไม้ ภายในตัวรถยนต์พบนายวันฉลาด ลาวกาว อายุ 44 ปี คนขับเสียชีวิตติดคาพวงมาลัย เจ้าหน้าที่กู้ชีพตาตุม ช่วยกันนำร่างออกมาจากซากรถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า รถกระบะคันดังกล่าววิ่งมาด้วยความเร็วจากตู้ยาม 7020 ต.ตาตุม ปวงตึก-ช่องจอม คาดว่าขณะเกิดเหตุคนขับอาจหลับใน เป็นเหตุให้รถวิ่งพุ่งชนราวสะพาน พลิกคว่ำหลายตลบ จนไปชนอัดก๊อบปี้เข้ากับต้นไม้ ทราบต่อมาภายหลังผู้ตาย เป็นเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ จ.สุรินทร์ เดินทางมาคนเดียวกำลังจะกลับบ้านวันสงกรานต์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33582</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตราย, ตั้งด่าน, ยึดรถ, ยึดรถขี้เมา, สงกรานต์, หนังสือพิมพ์, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190413/image_big_5cb1fae3d96d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
