<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครึ่งทาง7วันอันตรายดับ208 อึ้ง!กทม.โผล่ครองแชมป์ตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ่านครึ่งทาง 7 วันอันตราย อุบัติเหตุสะสมใกล้แตะ 2 พันครั้ง เสียชีวิตแล้ว 208 ศพ บาดเจ็บ 2,031 ราย &amp;quot;กทม.&amp;quot; ยังแชมป์เสียชีวิตเยอะสุด &amp;quot;ศปถ.&amp;quot; ปรับแผนตั้งด่านชุมชนสกัดขี้เมาขับรถ &amp;nbsp;&amp;quot;อธิบดีขนส่งทางบก&amp;quot; เผย ปชช.ร้องเรียนบริการรถโดยสารช่วงปีใหม่ 241 ราย สั่ง จนท.เร่งติดตามมาลงโทษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.62 นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 แถลงว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 30 ธ.ค.62 ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของการรณรงค์ &amp;quot;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;quot; หรือช่วง 7 วันอันตราย เกิดอุบัติเหตุ 485 ครั้ง ผู้เสียชีวิต &amp;nbsp;48 ราย ผู้บาดเจ็บ 484 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 33.20 ขับรถเร็ว &amp;nbsp;ร้อยละ 28.66&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิตถวัลย์กล่าวว่า ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.76 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 60.41 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 38.14 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 35.46 &amp;nbsp;ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 26.19 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 29.70 โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,044 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,757 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 998,559 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 221,435 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 59,953 ราย ไม่มีใบขับขี่ 52,650 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด &amp;nbsp;ได้แก่ เชียงใหม่ 18 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครปฐม 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด &amp;nbsp;ได้แก่ เชียงใหม่ และเลย จังหวัดละ 19 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 4 วันของการรณรงค์ วันที่ 27-30 ธ.ค.62 เกิดอุบัติเหตุรวม &amp;nbsp;1,988 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 208 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,031 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือตายเป็นศูนย์ มี 16 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 61 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 11 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครปฐม 66 คน&amp;quot; นายวิตถวัลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าวว่า วันนี้ประชาชนส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่และมีการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ รวมถึงหลายพื้นที่มีการจัดงานรื่นเริง จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนมากกว่าปกติ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจึงได้สั่งการให้จังหวัดดำเนินมาตรการลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยให้ปรับแผนการตั้งด่านชุมชนบนเส้นทางเข้าออกหมู่บ้าน ชุมชน เพื่อเข้าสู่ถนนสายหลัก เน้นการจัดตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ กวดขันตาม 10 มาตรการหลัก คุมเข้มบริเวณสถานบันเทิง พื้นที่จัดงาน และบริเวณเส้นทางโดยรอบที่มีการจัดงานรื่นเริง (Countdown) และจุดที่มีประชาชนมารวมกันเป็นจำนวนมาก
ปรับแผนตั้งด่านชุมชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้กำชับให้ดำเนินมาตรการควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;โดยเฉพาะการจำหน่ายแก่กลุ่มเด็กและเยาวชนที่อายุไม่ถึง 20 ปี รวมถึงการจำหน่ายสุราในลักษณะเร่ขาย ทั้งนี้ได้เน้นย้ำให้ทุกพื้นที่ใช้มาตรการเชิงรุกทั้งด่านครอบครัว ด่านชุมชน เพื่อป้องปรามและเตือนให้ผู้ขับขี่ดื่มไม่ขับ ไม่ขับรถเร็ว คาดเข็มขัดนิรภัยและสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความประมาท เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ และร่วมกันมอบความปลอดภัยเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน&amp;quot; อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง กล่าวว่า เพื่อเป็นการเน้นย้ำมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน พล.อ.อนุพงษ์ &amp;nbsp;เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บูรณาการขับเคลื่อนมาตรการทางกฎหมายควบคู่กับมาตรการทางสังคมเชิงรุกอย่างเข้มข้น เน้นการปฏิบัติการของด่านครอบครัวและด่านชุมชน เพื่อป้องปรามและควบคุมพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะการดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัยเป็นพิเศษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยให้กวดขันผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ให้ขับรถโดยเด็ดขาด เน้นดูแลเส้นทางสายรอง เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านและชุมชนเป็นพิเศษ นอกจากนี้ให้บูรณาการการทำงานร่วมกับจิตอาสาในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนนแก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนมาตรการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ&amp;quot; รองปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดี ปภ.และเลขานุการ ศปถ.กล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน ขับรถไม่ประมาท ปฏิบัติตามกฎจราจร และในช่วงวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทุกจังหวัดได้จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเสริมสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว รวมถึงเป็นการช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอฝากเตือนประชาชนเฉลิมฉลองอย่างมีสติ ดื่มไม่ขับ ไม่ขับรถเร็ว และปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อให้เทศกาลปีใหม่ 2563 เป็นไปด้วยความปลอดภัย&amp;quot; อธิบดี ปภ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวถึงผลการปฏิบัติการของศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584 ทั้งทางสายด่วน 1584 และศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ (ชั่วคราว) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ และร่วมอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ดูแลความปลอดภัย พร้อมให้คำแนะนำในการเดินทาง ซึ่งมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เฉพาะวันที่ 26-29 ธ.ค.62 ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับรถโดยสารสาธารณะ จำนวน 241 ราย ความผิดส่วนใหญ่ได้แก่ ขับรถประมาทหวาดเสียว ทิ้งผู้โดยสาร ไม่จอดรับผู้โดยสาร &amp;nbsp;ผู้ประจำรถแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ แต่งกายไม่เรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรมการขนส่งทางบกเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาสอบสวนและดำเนินการลงโทษตามกฎหมายทุกราย ในทุกกรณีความผิด พร้อมกำชับผู้ประกอบการและพนักงานขับรถและผู้ประจำรถทุกคน นำประเด็นร้องเรียนต่างๆ ไปปรับปรุง แก้ไขปัญหาการให้บริการอย่างทันที&amp;quot; นายจิรุตม์กล่าว
ขนส่งคุมเข้มรถโดยสาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมการขนส่งทางบกกล่าวว่า หากประชาชนหรือผู้โดยสารพบปัญหาจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ พบการกระทำความผิด เรียกเก็บค่าโดยสารเกินกำหนด หรือมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตราย แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584 (ชั่วคราว) ที่จัดตั้งขึ้นเฉพาะกิจที่สถานีขนส่งผู้โดยสารทุกแห่งทั่วประเทศ หรือโทร.1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทุกปัญหาการร้องเรียน กรมฯ จะเร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาโดยทันที พร้อมทั้งแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ร้องเรียนทราบโดยตรงทาง SMS ภายใน 1-2 วัน ทั้งนี้ขอให้ผู้ร้องเรียนระบุรายละเอียดรถและผู้ขับรถคันที่กระทำความผิด &amp;nbsp;เช่น หมายเลขทะเบียนรถ ชื่อ-นามสกุลผู้ขับรถ ซึ่งจะทำให้กระบวนการติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษเป็นไปด้วยความรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรมฯ มีมาตรการลงโทษผู้กระทำความผิดตามกฎหมายขั้นสูงสุดทุกกรณี พร้อมส่งตัวเข้ารับการอบรมเพื่อสร้างจิตสำนึกการให้บริการ และบันทึกประวัติการกระทำผิดไว้ที่ศูนย์ข้อมูลประวัติผู้ขับรถสาธารณะ หากตรวจสอบพบการกระทำความผิดซ้ำซากจะพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถต่อไป และถ้าความผิดอาญาหรือทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอย่างร้ายแรง เช่น การขู่กรรโชก ทำร้ายร่างกายผู้โดยสาร กระทำอนาจาร ดัดแปลงมาตรค่าโดยสาร ส่งตัวดำเนินคดีและเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที&amp;quot; อธิบดีกรมการขนส่งทางบกกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.หนองคาย พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ห้องศูนย์เฝ้าระวังกล้องวงจรปิดตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย และห้องศูนย์ 191 ชั้น 3 ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย โดยมี พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จว.หนองคาย พาตรวจเยี่ยมชมห้อง cctv จากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัยพุทธศาสนิกชนที่จะมาร่วมสวดมนต์ข้ามปีที่วัดโพธิ์ชัยพระอารามหลวง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้เดินทางไปที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 ซึ่งได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวดและไม่ประมาท พร้อมทั้งมอบสิ่งของเป็นขวัญและกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ ก่อนจะออกเดินทางไปตรวจเยี่ยมที่ด่านตรวจหนองสองห้อง พร้อมกับแจกข้าวจี่ให้ผู้ที่ขับรถสัญจรไปมาได้รับประทานกันอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.เพิ่มพูนกล่าวว่า ได้ลงมาดูการเตรียมความพร้อมของการดูแลรักษาความปลอดภัย และการจัดการจราจรในพื้นที่บริเวณวัดโพธิ์ชัยในงานพิธีสวดมนตร์ข้ามปีอาเซียน และในช่วงเทศกาลปีใหม่ และบริเวณด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีผู้เดินทางผ่านเข้าออกเป็นจำนวนมาก อาจจะมีการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาในประเทศ โดยได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 มีความเข้มงวดในการตรวจตราและไม่ประมาท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53611</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตราย, ตั้งด่านชุมชน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อธิบดีขนส่งทางบก, อุบัติเหตุ, อุบัติเหตุสะสม, เมาแล้วรถ, เสียชีวิตแล้ว 208 ศพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191231/image_big_5e0b4dbfe4caf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
