<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 22:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งด่านตรวจ13จว.คุมเดินทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายมั่นคงตั้งด่านตรวจ 13 จว.แดงเข้ม คุมเดินทางทั้งกลางวัน-กลางคืน ข้ามจังหวัดต้องโชว์หลักฐาน 3 อย่าง &amp;quot;เอกสาร-แอปไทยชนะ-ลงทะเบียนผ่านเว็บ&amp;quot; แนะรอฟังแต่ละจังหวัดประกาศมาตรการเพิ่มเติม เลขาฯ สมช.เผยนอกเวลาเคอร์ฟิวขอให้งดยังไม่ห้าม ถึงขั้นใช้ &amp;quot;อู่ฮั่นโมเดล&amp;quot; หรือไม่ขึ้นอยู่กับ สธ. ยันเอาอยู่ถ้า 4 องค์ประกอบร่วมมือจริงจัง ลั่น ศบค.ทำงานมีประสิทธิภาพ ตร.จับฝ่าเคอร์ฟิวแล้ว 420 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 12.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า ข้อกำหนดฉบับที่ 28 เป็นปรับระดับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดจาก 10 จังหวัด เป็น 13 จังหวัด ขณะที่พื้นที่ควบคุมสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 53 จังหวัด จะเห็นว่าพื้นที่สีแดงครอบคลุมไปทั่วประเทศ และจากข้อกำหนดฉบับที่ 28 เป็นการให้งดภารกิจออกนอกเคหสถานโดยไม่จำเป็น คือนอกจากประกาศเคอร์ฟิวในตอนกลางคืน ช่วงกลางวันขอให้ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคงจะตั้งด่านในพื้นที่ขอบนอกของ 9 จังหวัดภาคกลางที่ประกาศให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงและเข้มงวด โดยจะมีด่านตรวจเข้มแข็งกระจายไปในบริเวณขอบนอกของ 9 จังหวัด จะมีด่านตรวจทั้งเข้าและออก ใครจะเดินทางต้องแสดงหลักฐาน 3 อย่างคือ เอกสารที่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น กำนัน &amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน ผู้อำนวยการเขต ต้องสแกนแอปพลิเคชันไทยชนะบริเวณด่านตรวจ และลงทะเบียนในเว็บไซต์ www.covid-19.in.th เพื่อจะได้รับคิวอาร์โค้ด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทดสอบระบบ ขณะที่การเดินทางภายในพื้นที่สีแดงเข้มจะมีการตั้งด่านด้วยเช่นกัน โดยมาตรการนี้จะใช้กับ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นพื้นที่สีแดงเข้มด้วย จึงขอแจ้งให้ประชาชนทราบถึงความไม่สะดวกสบายที่จะเกิดขึ้น เพื่อต้องการลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น ขอให้อยู่ในเคหสถาน ตอนนี้ทั่วโลกใช้วิธีการล็อกดาวน์และมาตรการเหล่านี้ถือเป็นหลักการสากลแล้ว ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงตำรวจ ทหาร จะทำงานเข้มข้นมากขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อกำหนดเรื่องการเดินทางของประชาชนใน 13 จังหวัด พื้นที่สีแดงเข้ม ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 21 ก.ค.นี้ ให้กระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร (กทม.) จังหวัด หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบกำกับดูแลการให้บริการขนส่งสาธารณะทุกประเภทในพื้นที่สีแดงเข้ม และการขนส่งสาธารณะทุกประเภทระหว่างจังหวัดทั่วราชอาณาจักรให้จำกัดจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการไม่เกินร้อยละ 50 ของความจุผู้โดยสาร คือให้ลดการเดินทางทั้งประเทศ ไม่เฉพาะ 13 จังหวัด โดยเดินทางได้ แต่ต้องลดพื้นที่ขนส่งลง 50 เปอร์เซ็นต์ ให้เว้นระยะห่าง และให้บริการเพียงพอต่อความจำเป็นในเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะอำนวยความสะดวกรับ-ส่งผู้โดยสารไปฉีดวัคซีน ขณะที่สำนักงานการบินพลเรือนขอความร่วมมือสายการบินจากดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ให้งดเที่ยวบินที่ออกจาก กทม.ไปยังจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังคงมาตรการเคอร์ฟิว ตั้งแต่เวลา 21.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้นเป็นเวลา 14 วัน และยังควบคุมการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มให้ซื้อกลับที่บ้านได้จนถึงเวลา 20.00 น. ส่วนการเปิดห้างจะเข้มข้นขึ้น โดยให้เปิดบริการได้เฉพาะซูเปอร์มาร์เก็ต แผนกยาและเวชภัณฑ์เท่านั้น และพื้นที่จัดให้บริการฉีดวัคซีน เปิดได้จนถึงเวลา 20.00 น. และปิดกิจการร้านขายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ธนาคาร สื่อสารฯ ในห้างใหญ่ขณะที่ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสดให้เปิดได้จนถึงเวลา 20.00 น. และให้แต่ละจังหวัดพิจารณาสั่งปิดได้ตามความจำเป็น หากมีผู้ติดเชื้อสูงขึ้น ส่วนโรงแรมให้งดจัดกิจกรรมประชุม สัมมนาหรือจัดเลี้ยง และห้ามรวมกลุ่มเกิน 5 คน สำหรับกิจกรรมและกิจการอื่น เช่น สถานที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง สวนสาธารณะ สามารถทำได้หรือไม่ ทาง ศบค.ให้แต่ละจังหวัดออกประกาศข้อกำหนดของตัวเองให้สอดคล้องกับมาตรการหรือเข้มข้นมากขึ้น ขอให้ประชาชนรอฟังประกาศของจังหวัดนั้นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในส่วนสถานที่อนุญาตให้เปิดได้ตามความจำเป็น ได้แก่ โรงพยาบาล สถานพยาบาล คลินิกแพทย์รักษาโรค ร้านขายยาและเวชภัณฑ์ ร้านค้าทั่วไป โรงงาน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกรรมการเงิน ธนาคารเอทีเอ็ม การสื่อสารคมนาคมไปรษณีย์และพัสดุ ร้านจำหน่ายอาหารสัตว์ ร้านจำหน่ายเครื่องมือช่างและอุปกรณ์ก่อสร้าง ร้านจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ดที่อยู่นอกห้าง รวมถึงสถานที่จำหน่ายแก๊สหุงต้ม เชื้อเพลิง ปั๊มน้ำมัน ปั๊มแก๊ส รวมทั้งบริการสินค้าและอาหารตามสั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 หรือ ผอ.ศปก.ศบค. กล่าวว่า กลุ่มของสื่อมวลชนถือว่ามีความจำเป็น สามารถไปทำงานนอกสถานที่ได้ ส่วนอาสาสมัครต่างๆ ถือว่าเป็นการทำงานบริการด้านสาธารณสุข ซึ่งได้รับการยกเว้นตามข้อกำหนด สามารถทำงานได้ ทั้งนี้ การเปิดสถานพยาบาลได้ตามข้อกำหนดนั้น รวมถึงโรงพยาบาลสัตว์ด้วย เพราะเป็นกิจการด้านบริการสาธารณสุขและแง่มนุษยธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดที่จะเดินทางเข้ามาฉีดวัคซีนในกรุงเทพฯ นั้น ตามปกติการฉีดวัคซีนจะฉีดในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เว้นแต่ได้รับนัดให้มาฉีดในกรุงเทพฯ ถ้ามีใบนัดหรือมีหลักฐานแสดงการนัด ขอให้แสดงหลักฐานกับเจ้าหน้าที่ แต่ในกรณีการเดินทางนั้น ทาง ศบค.มีความห่วงใยไม่อยากให้พี่น้องประชาชนที่มาจากในพื้นที่ความเข้มต่ำกว่าเดินทางมายังพื้นที่ที่มีความเข้มสูงกว่า สำหรับหลักฐานในการเดินทางนั้น แบ่งได้เป็น 2 กรณีคือ หากมีหลักฐานเป็นเอกสารสามารถนำมายื่นแสดงได้ และกรณีหากไม่มีเอกสารแสดง แต่มีความจำเป็นต้องเดินทาง สามารถเข้าไปในเว็บไซต์หยุดเชื้อเพื่อชาติ เพื่อกรอกแบบฟอร์ม จากนั้นจะได้รับคิวอาร์โค้ด เมื่อไปถึงด่านตรวจให้แสดงคิวอาร์โค้ดกับเจ้าหน้าที่ของด่าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรการที่ออกเพิ่มเติมจากมาตรการเคอร์ฟิว ที่ไม่ให้ออกมาในช่วงเวลากลางวันถือเป็นการขอความร่วมมือหรือคำสั่งห้าม พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า &amp;quot;ลักษณะของการบังคับใช้สองห้วง คือห้วงเคอร์ฟิวเราจะใช้คำว่าห้ามเลย แต่ในช่วงของนอกเคอร์ฟิวยังมีความจำเป็นต้องเน้นในบางกิจการและบางกิจกรรม เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ขอใช้คำว่าให้ไปก่อน คือให้งด ให้หลีกเลี่ยง เพราะเมื่อถึงมาตรการที่เข้มข้นต่อไปอาจจะจำเป็นต้องใช้คำว่าห้าม เมื่อถึงคำว่าห้ามแล้วคงมีกิจการกิจกรรมที่ได้รับการยกเว้นน้อยกว่านี้มาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ศบค.เตรียมแผนรองรับไว้แล้วใช่หรือไม่หากตัวเลขผู้ติดเชื้อยังไม่ลด และตัวเลขต้องขนาดไหนถึงจะใช้โมเดลอู่ฮั่น พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเตรียมการไว้ในทุกสถานการณ์ เราคิดสถานการณ์ขั้นต่อไปไว้ตลอดว่าสถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ดีไปกว่านี้จะทำอย่างไร สำหรับโมเดลอู่ฮั่นเป็นข้อพิจารณาของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 18 ก.ค.อธิบดีกรมควบคุมโรคได้พูดถึงโมเดลนี้ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาต้องฟังกระทรวงสาธารณสุขว่าจะประเมินสถานการณ์อย่างไร ซึ่ง ศบค.มีความพร้อมในทุกกรณี ทั้งนี้ การล็อกดาวน์เต็มรูปแบบนั้น เราไม่ได้มองตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง ต้องมองทุกมิติ มีหลายปัจจัย ทั้งตัวเลขผู้ติดเชื้อ ตัวเลขสถานพยาบาลที่มีอยู่และปัจจัยอื่นในแง่เศรษฐกิจด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า ศบค.ประเมินว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังเอาอยู่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ศบค.ระบุมาหลายครั้งแล้วว่า ความสำเร็จในการควบคุมโรคจะประกอบด้วย 4 ส่วนคือ หน่วยงานภาครัฐต้องมีความเข้มข้นจริงจังในการควบคุมโรค ภาคเอกชนให้การสนับสนุนตามมาตรการที่ ศบค.กำหนด และประชาชนให้ความร่วมมือกับมาตรการทั้งของภาครัฐและเอกชนกำหนดเพิ่มเติม และส่วนที่ 4 ที่จะช่วยขับเคลื่อนมาตรการให้มีประสิทธิภาพได้คือ สื่อมวลชนทำความเข้าใจกับประชาชนจะทำให้มาตรการมีประสิทธิผล หาก 4 ส่วนนี้ให้ความร่วมมือกันอย่างจริงจัง ศบค.คาดว่าสถานการณ์น่าจะเอาอยู่ แต่ลำพัง ศบค.อย่างเดียว ต่อให้มีมาตรการเข้มงวดอย่างไร แต่ที่เหลือไม่ให้ความร่วมมือก็คิดว่าไม่น่าจะเอาอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.ต.ยิ่งยศ &amp;nbsp;เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผลการปฏิบัติการตั้งจุดตรวจ ห้ามมิให้บุคคลออกนอกเคหสถานในห้วงระหว่างเวลา 21.00-04.00 น. ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ประจำวันที่ 11-19 ก.ค.2564 มียอดสะสม รวมทั้งสิ้น 2,214 ราย มีเหตุจำเป็นและตักเตือน จำนวน 1,794 ราย ดำเนินคดี จำนวน 420 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต ภายหลัง ศบค.ปรับให้เป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูงสุด นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้ยกระดับมาตรการคุมโควิด โดยลงนามคำสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ 4023 /2564 เรื่อง ปิดสถานที่เสี่ยงหรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยง และคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่ 4021/2564 เรื่อง กำหนดมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต สำหรับคนไทยจากต่างจังหวัดหรือคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.-2 ส.ค.2564.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110358</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมเดินทางทั้งกลางวัน-กลางคืน, ตั้งด่านตรวจ, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ลงทะเบียนผ่านเว็บ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f5447337d08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 20:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 20:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร. สั่งตั้งด่านตรวจรถทุกคันตลอด 24 ชม. ทุกเส้นทางข้ามจังหวัดสีแดงเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.64 - พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 28) ลงวันที่ 17 ก.ค.64 เพิ่มความเข้มข้นของมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19 โดยมีการกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมและการตรวจคัดกรองการเดินทาง เฉพาะเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดเข้มงวด 13 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี และฉะเชิงเทรา เพื่อประโยชน์ในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ให้พนักงานเจ้าหน้าที่โดยการสนับสนุนจากศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ ในเส้นทางคมนาคม เข้าออกเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เน้นการปฏิบัติเพื่อการคัดกรอง ชะลอหรือสกัดกั้น การเดินทางออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เพื่อเดินทางไปยังพื้นที่อื่น ให้เป็นตามแนวทางที่ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) กำหนด เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง 14 วัน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค. 64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปม.ตร.) ขับเคลื่อนนโยบายของทางรัฐบาลและศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) ตามข้อกำหนดออกตามความมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 28) ลงวันที่ 17 ก.ค. 64 มีวิทยุสั่งการและกำชับการปฏิบัติผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ไปยังหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องทุกพื้นที่โดยเฉพาะเน้นย้ำไปยังพื้นที่ควบคุมสุดและเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีข้อสั่งการคือ ให้ตรวจรถทุกคันตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมทุกเส้นทางข้ามจังหวัดเพื่อสกัดกั้นการเดินทางออกนอกพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ในการกำหนดจุดตรวจ จุดสกัด ให้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดและบูรณาการกำลังพลปฏิบัติร่วมกับฝ่ายปกครอง ทหาร และสาธารณสุข กำชับให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ที่มีรอยต่อระหว่างพื้นที่ ที่ ศบค. กำหนด ควบคุมการปฏิบัติไม่ให้มีการตั้งด่านตรวจข้ามจังหวัดซ้ำซ้อนกัน (ประชาชน ต้องไม่ถูกตรวจซ้ำ 2 ด่านตรวจข้ามจังหวัด) สำหรับการตรวจเอกสาร กรณีประชาชนได้ลงทะเบียนในเว็บไซต์ที่ ศบค.กำหนด เพื่อขออนุญาตเดินทางโดยจะแสดง QR Code ต่อเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจ ให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ไม่ต้องรอคิว หากพบประชาชนไม่เข้าข้อยกเว้นตามข้อกำหนดฯ ให้เจ้าหน้าที่ซักถามและว่ากล่าวตักเตือนโดยให้ ลงข้อมูลในแอปพลิเคชัน Covid Control ด้วยทุกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
โดยให้เริ่มตั้งจุดตรวจฯ ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค. 64 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป รวมทั้งสั่งการให้จัดชุดสายตรวจ ชุดเคลื่อนที่เร็วออกตรวจตรา ห้ามมิให้บุคคลออกนอกเคหสถานในห้วงเวลา 21.00-04.00 น. โดยเน้นประชาสัมพันธ์และให้คำแนะนำประชาชนทราบถึงข้อห้ามและมาตรการตามข้อกำหนดต่างๆ และกวดขันสถานประกอบการต่างๆ ให้ปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค. รวมไปถึงกวดขันจับกุมการรวมกลุ่มมั่วสุมมากกว่า 5 คนขึ้นไป ทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค พร้อมแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยกำชับและกำกับดูแลกำลังพลให้ระวังป้องกันตนเองและปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดในระหว่างปฏิบัติงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110356</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งด่านตรวจ, ตำรวจ, พรก.ฉุกเฉิน, ล็อกดาวน์, เคอร์ฟิว, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f57983352ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายความมั่นคงตั้งด่านตรวจ 13 จังหวัดสีแดงเข้ม คุมเข้มเดินทางทั้งกลางวัน-กลางคืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;สำหรับข้อกำหนดฉบับที่ 28 เป็นปรับระดับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดจาก 10 จังหวัด เป็น 13 จังหวัด ขณะที่พื้นที่ควบคุมสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 53 จังหวัด จะเห็นว่าพื้นที่สีแดงครอบคลุมไปทั่วประเทศ และจากข้อกำหนดฉบับที่ 28 เป็นการให้งดภารกิจออกนอกเคหสถานโดยไม่จำเป็น คือนอกจากประกาศเคอร์ฟิวในตอนกลางคืน ช่วงกลางวันก็ขอให้ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคงจะตั้งด่านในพื้นที่ขอบนอกของ 9 จังหวัดภาคกลางที่ประกาศให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงและเข้มงวด โดยจะมีด่านตรวจเข้มแข็งกระจายไปในบริเวณขอบนอกของ 9 จังหวัด จะมีด่านตรวจทั้งเข้าและออก ใครจะเดินทางต้องแสดงหลักฐาน 3 อย่างคือ เอกสารที่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น กำนัน &amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน ผู้อำนวยการเขต ต้องสแกนแอปพลิเคชั่นไทยชนะบริเวณด่านตรวจ และลงทะเบียนในเว็บไซต์ www.covid-19.in.th เพื่อจะได้รับคิวอาร์โค้ด ซึ่งที่ขณะนี้อยู่ระหว่างทดสอบระบบ ขณะที่การเดินทางภายในพื้นที่สีแดงเข้มก็จะมีการตั้งด่านด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมาตรการนี้จะใช้กับ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นพื้นที่สีแดงเข้มด้วย จึงขอแจ้งให้ประชาชนว่าถึงความไม่สะดวกสบายที่จะเกิดขึ้น เพื่อต้องการลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น ขอให้อยู่ในเคหสถาน ตอนนี้ทั่วโลกก็ใช้วิธีการล็อคดาวน์และมาตรการเหล่านี้ ถือเป็นการหลักการสากลแล้ว ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงตำรวจ ทหาร จะทำงานเข้มข้นมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับข้อกำหนดเรื่องการเดินทางของประชาชนใน 13 จังหวัด พื้นที่สีแดงเข้ม ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 21 ก.ค.นี้ ให้กระทรวงคมนาคม กทม.จังหวัด หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบกำกับดูแลการให้บริการขนส่งสาธารณะทุกประเภทในพื้นที่สีแดงเข้ม และการขนส่งสาธารณะทุกประเภทระหว่างจังหวัดทั่วราชอาณาจักรให้จำกัดจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการไม่เกินร้อยละ 50 ของความจุผู้โดยสาร คือให้ลดการเดินทางทั้งประเทศ ไม่เฉพาะไม่ใช่ 13 จังหวัด โดยเดินทางได้ แต่ต้องลดพื้นที่ขนส่งลง 50 เปอร์เซ็นต์ ให้เว้นระยะห่าง และให้บริการเพียงพอต่อความจำเป็นในเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะอำนวยความสะดวกรับส่งผู้โดยสารไปฉีดวัคซีน ขณะที่สำนักงานการบินพลเรือนขอความร่วมมือสายการบิน จากดอนเมือง และสุวรรณภูมิ ให้งดเที่ยวบินที่ออกจาก กทม.ไปยังจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.เป็นต้นไป ดังนั้น เพื่อลดความแออัดขอความร่วมมืออย่าเดินทางในเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังคงมาตรการเคอร์ฟิว ตั้งแต่เวลา 21.00 น.-04.00 ของวันรุ่งขึ้นเป็นเวลา 14 วัน และยังควบคุมการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มให้ซื้อกลับที่บ้านได้จนถึงเวลา 20.00 น. ส่วนการเปิดห้างจะเข้มข้นขึ้น โดยให้เปิดบริการได้เฉพาะซูเปอร์มาร์เก็ต แผนกยาและเวชภัณฑ์เท่านั้น และพื้นที่จัดให้บริการฉีดวัคซีน เปิดได้จนถึงเวลา 20.00 น. และปิดกิจการร้านขายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ธนาคาร สื่อสารฯ ในห้างใหญ่ขณะที่ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสดให้เปิดได้จนถึงเวลา 20.00 น. และให้แต่ละจังหวัดพิจารณาสั่งปิดได้ตามความจำเป็น หากมีผู้ติดเชื้อสูงขึ้น ส่วนโรงแรมให้งดจัดกิจกรรมประชุม สัมมนาหรือจัดเลี้ยง และห้ามรวมกลุ่มเกิน 5 คน หากเป็นการรวมกลุ่มของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับอนุญาตไปก่อนหน้านั้น ให้มาขออนุญาตอีกครั้งเพื่อตรวจสอบและทบทวนให้เป็นไปตามมาตรการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกิจกรรมและกิจการอื่น เช่น สถานที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง สวนสาธารณะ สามารถทำได้หรือไม่ ทางศบค.ให้แต่ละจังหวัดออกประกาศข้อกำหนดของตัวเองให้สอดคล้องกับมาตรการหรือเข้มข้นมากขึ้น ขอให้ประชาขนรอฟังประกาศของจังหวัดนั้นๆ ในส่วนสถานที่อนุญาตให้เปิดได้ตามความจำเป็น ได้แก่ โรงพยาบาล สถานพยาบาล คลินิกแพทย์รักษาโรค ร้านขายยาและเวชภัณฑ์ ร้านค้าทั่วไป โรงงาน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกรรมการเงิน ธนาคารเอทีเอ็ม การสื่อสารคมนาคมไปรษณีย์และพัสดุ ร้านจำหน่ายอาหารสัตว์ ร้านจำหน่ายเครื่องมือช่างและอุปกรณ์ก่อสร้าง ร้านจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด ที่อยู่นอกห้าง รวมถึงสถานที่จำหน่ายแก๊สหุงต้ม เชื้อเพลิง ปั๊มน้ำมัน ปั๊มแก๊ส รวมทั้งบริการสินค้าและอาหารตามสั่งสามารถเปิดได้ตามความจำเป็น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110322</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งด่านตรวจ, พรก.ฉุกเฉิน, พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด, ล็อกดาวน์, เคอร์ฟิว, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e956b6d428e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 16:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ตั้งด่านตรวจ 147 จุดในพื้นที่ 10 จังหวัดควบคุมสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.64 - พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีวิทยุสั่งการ ลงวันที่ 10 ก.ค.2564 สั่งการและกำชับการปฏิบัติไปยังทุกหน่วยงานในสังกัด ให้ปฏิบัติตามประกาศข้อกำหนดตามความมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 ก.ค. 64 ในการควบคุม ระงับ ยับยั้ง การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยให้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด ฝ่ายปกครอง เพื่อตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจตราห้ามมิให้บุคคลออกนอกเคหสถานในห้วงระหว่างเวลา 21.00-04.00 น. นั้น

ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจ​แห่งชาติ (ศปม.ตร.)&amp;nbsp;ได้สรุปภาพรวมผลการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จำนวน 10 จังหวัด ดังนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 11 ก.ค. 2564)
1.กรุงเทพมหานคร ตั้งจุดตรวจ จำนวน 88 จุด
2.สมุทรปราการ ตั้งจุดตรวจ จำนวน 4 จุด
3.นนทบุรี ตั้งจุดตรวจ จำนวน 2 จุด
4.ปทุมธานี ตั้งจุดตรวจ จำนวน 4 จุด
5.นครปฐม ตั้งจุดตรวจ จำนวน 5 จุด
6.สมุทรสาคร ตั้งจุดตรวจ จำนวน 5 จุด
7.สงขลา ตั้งจุดตรวจ จำนวน 9 จุด
8.ยะลา ตั้งจุดตรวจ จำนวน 12 จุด
9.ปัตตานี ตั้งจุดตรวจ จำนวน 11 จุด
10.นราธิวาส ตั้งจุดตรวจ จำนวน 7 จุด รวมตั้งจุดตรวจ จำนวน 147 จุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในห้วงเวลาการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ที่ผ่านมา มีผู้บังคับบัญชาระดับผู้บัญชาการ และผู้บังคับการออกตรวจเยี่ยมพร้อมกับมอบอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชา พร้อมกับเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามประกาศฯ โดยเคร่งครัด ในเบื้องต้นให้ประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบถึงข้อหาและโทษที่จะได้รับหากมีการฝ่าฝืนประกาศฯ ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;มีความห่วงใยผู้ใต้บังคับบัญชาผู้ปฏิบัติทุกนาย ขอให้ปฏิบัติตนตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด รวมไปถึงการปฏิบัติตนของเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินงานด้วยความสุภาพ มีระเบียบวินัย โดยเฉพาะให้เร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ที่ถูกต้องไปยังพี่น้องประชาชนถึงเรื่องของข้อกำหนดต่างๆ&amp;nbsp;และเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นการกระทำความผิดตามประกาศฯ สามารถแจ้งเบาะแสมายังสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลข 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109467</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งด่านตรวจ, ตำรวจ, ล็อกดาวน์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e956b6d428e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจเตือนผู้จงใจฝ่าฝืนเคอร์ฟิวโทษคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 11 ก.ค 64 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) กล่าวถึงการตั้งด่านตรวจในห้วงเวลาเคอร์ฟิวในพื้นที่นครบาลที่เริ่มตั่งแต่เวลา 21.00-04.00 &amp;nbsp;น.วานนี้(10 ก.ค.) ว่า &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ตั่งด่านตรวจจำนวน 88 จุดตามนโยบายของ ะล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมีการตั้งล่วงหน้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความพร้อม ที่สำคัญก็คือทำความเข้าใจและเพื่อทำความเข้าใจสร้างการรับรู้และการตระหนักรู้ให้กับประชาชนว่าหลังจากเที่ยงคืนไปแล้ววันนี้จะเป็นการบังคับใช้กฎหมายตามข้อกำหนดฉบับที่ 27 &amp;nbsp;ว่าจะต้องปฏิบัตอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประกาศฉบับที่ 27 ระบุบุคคลจำนวน 6 กลุ่มที่ได้รับข้อยกเว้น กลุ่มที่ 1 บุคลากรทางสาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มที่2. บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชน ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ สินค้าเกษตรอุปกรณ์เครื่องอุปโภคและบริโภค กลุ่มที่ 3.การขนส่งหรือการขนย้ายประชาชน เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า เจ้าหน้าที่รถไฟหรือการนำส่งคนเจ็บไปยังจุดตรวจหรือสถานพยาบาล กลุ่มที่ 4. คือกลุ่มผู้ให้บริการแก่ประชาชนหรือการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางเช่นกู้ภัยอาสาสมัคร กลุ่มที่ 5.คือกลุ่มบุคคลที่ทำงานเป็นกะ ปฏิบัติหน้าที่นอกเวลา ออกเวรเที่ยงคืน แต่บุคคลเหล่านี้จะต้องมีบัตรแสดงตนหรือบัตรประจำตัว พร้อมกับหนังสือพร้อมหนังสือยืนยันจากต้นสังกัดเหตุผลความจำเป็น ในห้วงเวลาห้ามเดินทาง ส่วนกลุ่มที่ 6. ต้องขออนุญาตเป็นการเฉพาะกับเจ้าหน้าที่อย่างกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ หรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบช.น.กล่าวตาอว่า จากการสุ่มตรวจช่วงเย็นวันนี้ได้มีการให้คำแนะนำกับประชาชนที่สัญจรไปมาเพื่อความเข้าใจ และที่สำคัญ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ ผู้บังคับบัญชาสามารถตรวจสอบการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาได้ตลอดเวลาทำให้การปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยผบ.ตร. มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจการตระหนักรู้ ให้ประชาชนได้รับทราบว่าในคืนนี้จะต้องปฏิบัติตนอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย ผลการดำเนินการเมื่อคืนในภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้ใช้หลักนิติศาสตร์และหลักรัฐศาสตร์ควบคู่กัน ดูเหตุผลความจำเป็นส่วนในกรณีที่มีการจงใจฝ่าฝืนข้อกำหนดอย่างชัดเจนเช่นการไปสังสรรค์งานปาร์ตี้ งานวันเกิดกลับเกินเวลากำหนด จะถูกดำเนินคดีอย่างแน่นอน อัตราโทษเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำคุกไม่เกิน 2 ปีปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ฝากเตือนพี่น้องประชาชนช่วงนี้รัฐบาลมีมาตรการต่างๆให้เจ้าหน้าที่ทำความเข้าใจสร้างการรับรู้การตลาดรู้ให้กับประชาชนได้เข้าใจและปฏิบัติได้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์อยากให้ประชาชนช่วยกันในขณะนี้เป็นวิธีของชาติวานนี้เรามีผู้ป่วยติดเชื้อกว่า 9,00 คน และเสียชีวิตดีกว่า 90 คนเราต้องฟันฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกันเชื่อมั่นว่าถ้าเราช่วยกันทุกคนเจ้าหน้าที่เต็มที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ใน 14 วันข้างหน้าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลดลงอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109330</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งด่านตรวจ, บทลงโทษ, ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e67bdc7fcd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทหารสูงสุด สั่งตั้งด่าน &#039;ล็อกดาวน์&#039; เพิ่มกำลัง-คุมเข้มแนวชายแดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกเฉลิมพล ศรีสวัสดิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.64 - พลตรี ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า ในวันนี้ เวลา&amp;nbsp;06.00 น.&amp;nbsp;พลเอกเฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด/หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ผบ.ทสส/หน.ศปม.) สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคง เริ่มดำเนินการจัดตั้งจุดตรวจจุดสกัด และชุดสายตรวจในการลาดตระเวนเพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติ การเดินทางข้ามพื้นที่อย่างเข้มงวดในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้ง&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เขต จำนวน&amp;nbsp;88&amp;nbsp;จุด ทั้งนี้ หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามีผู้ฝ่าฝืนจากมาตรการจำกัดการเคลื่อนย้ายและการดำเนินกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดฯ ของบุคคลในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม)&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จังหวัด ให้บังคับใช้บทลงโทษตามแห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548&amp;nbsp;และพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผบ.ทสส/หน.ศปม. ได้ขอความร่วมมือกำลังพลและครอบครัว รวมทั้งประชาชนทุกภาคส่วน มีความเคร่งครัดในการปฏิบัติตามการป้องกันไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด โดยขอให้งดเว้นการจัดกิจกรรมทุกรูปแบบที่อาจก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค พร้อมทั้งเน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่ของทหารที่ประจำอยู่ในพื้นที่ควบคุมจุดตรวจหรือด่านตรวจต่างๆ โดยเฉพาะตามแนวชายแดนต้องเคร่งครัด รวมทั้งการปฏิบัติเพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อที่อาจลักลอบเข้ามาในราชอาจักรไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ การควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ในพื้นที่ตามแนวชายแดนนั้น ปัจจุบันได้ดำเนินการปฏิบัติโดยการเพิ่มกำลังทหาร ตำรวจ สนธิกำลังกับกองกำลังป้องกันชายแดน อย่างเข้มข้นมากยิ่งขึ้น รวมทั้งได้เน้นย้ำการวางจุดตรวจพื้นที่ที่สำคัญ เพื่อป้องกันการข้ามเข้ามายังประเทศไทย พร้อมทั้งสั่งการให้ใช้เครื่องมือพิเศษตรวจพื้นที่ และประสานกระทรวงมหาดไทยใช้ชุมชนเข้มแข็งตามแนวชายแดนช่วยตรวจตราแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับทางเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลควบคุมพื้นที่ทหารที่ทำหน้าที่ต้องเพิ่มความเข้มข้นและเข้มงวดในมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในห้วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน โปรดให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตนตามที่ภาครัฐกำหนดโดยเคร่งครัด งดการออกนอกเคหะสถานในช่วงเวลาที่กำหนดโดยไม่มีความจำเป็น หลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามจังหวัด ปฏิบัติงานที่บ้าน (Work from home)&amp;nbsp;อย่างเต็มรูปแบบ ร่วมกันอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีวินัยในการปฏิบัติตนตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรค โดยกองทัพไทยพร้อมเคียงข้างพี่น้องประชาชนและจะปฏิบัติภารกิจเพื่อดูแลประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถเพื่อก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19&amp;nbsp;ในครั้งนี้ไปด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109252</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการกองทัพไทย, ความมั่นคง, ตั้งด่านตรวจ, พล.ต.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์, ล็อกดาวน์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e95d2fb4ba0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองผบ.ตร.ตรวจด่านย่านสมุทรปราการหลังดีเดย์ตั้งด่านวันแรกทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
02 เม.ย.64 -&amp;nbsp; เมื่อเวลา 23.30 น.คืนที่ผ่านมา พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์&amp;nbsp; กิตติประภัสร์&amp;nbsp; รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ปรีชา&amp;nbsp; เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.อำพล&amp;nbsp; บัวรับพร ผบช.ภ.1&amp;nbsp; ได้เดินทางมาตรวจจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ ที่บริเวณสถานีตำรวจชุชน กม.30 ถนนสุขุมวิท&amp;nbsp; ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เมืองสมุทรปราการ โดยมี พล.ต.ต.ชุมพล&amp;nbsp; พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.ชูตระกูล&amp;nbsp; ยศมาดี พ.ต.อ.ปกภพ บดีพิทักษ์ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พร้อมข้าราชการตำรวจระดับผู้กำกับทุกสถานีในพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ รอให้การต้อนรับพร้อมรายงานผลการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ภายหลัง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข&amp;nbsp; ผบ.ตร.ได้ออกคำสั่งไปเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2564&amp;nbsp; ให้ทุกพื้นที่สามารถตั้งด่านได้ แต่ต้องมีความพร้อมตามมาตรฐานที่ ตร.กำหนด คือ มีความโปร่งใส เป็นมาตรฐาน ตรวจสอบได้ โดยการใช้เทคโนโลยี ซึ่งการตั้งจุดตรวจต่าง ๆ ต้องมีความโปร่งใส พร้อมที่จะรับการตรวจสอบจากประชาชน สิ่งที่จะทำให้โปร่งใสได้คือ กล้องซีซีทีวีเคลื่อนไหวได้ ที่จะต้องมีประจำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ตรวจ และด่านต่างๆ เช่น ด่านกวดขันวินัยจราจร ด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ด่านตรวจวัดมลพิษทางอากาศ ด่านอาชญากรรม จะต้องมีมาตรฐานเดียวกัน ต้องมีป้ายที่มีมาตรฐาน และนำเทคโนโลยีมาใช้ อาทิ ด่านเมา จากเดิมเคยมีปัญหาร้องเรียนต่าง ๆ ก็จัดให้มีกล้องบันทึกภาพแบบเรียลไทม์ไว้ประจำจุดที่มีการยืนยันผลด้วย ส่วนการจะตั้งจุดตรวจจะมีผู้ควบคุมกำกับดูแลคือผู้บังคับการในแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้จะมีป้ายแสดงข้อความหากต้องการร้องเรียนได้ที่สายด่วน ตร. 1599 และเบอร์โทรศัพท์ผู้บังคับการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ทาง ผบ.ตร.ได้ให้ทำฐานข้อมูล TPCC&amp;nbsp; (Traffic Police Checkpoint Control)&amp;nbsp; เพื่อกำหนดจุดตั้งด่าน ลงรายชื่อผู้ปฏิบัติในด่านต่าง ๆ ลงในแผนที่ ซึ่งผู้บังคับบัญชาสามารถตรวจสอบได้ว่ามีการตั้งจุดตรวจอยู่ในจุดใดบ้าง มีการซ้ำซ้อนกันหรือไม่ ได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับการหรือไม่ ด่านทุกด่านจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับการ ซึ่งจะต้องมีเหตุผลในการตั้งด่าน อาทิ บริเวณจุดตั้งด่านมีอาชญากรรมสูง มีเด็กแว้น เป็นทางผ่านขนยาเสพติด เป็นจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบ่อย หรือมีสถานบริการอยู่จำนวนมากที่ต้องตั้งเพื่อป้องปราบผู้ที่เมาแล้วขับ ยกเว้นกรณีเดียวที่ไม่ต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับการในกรณีฉุกเฉิน คือ การสกัดจับคนร้าย และวันนี้เป็นวันดีเดย์การตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์เป็นวันแรก จึงได้เดินทางมาดูความพร้อมการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจตามด่านตรวจต่าง ๆ เพื่อให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกันทั้งนครบาลและจังหวัดอื่น ๆ ป้องกันการแคลงใจของประชาชน โดยจะเน้นตรวจเฉพาะรถต้องสงสัยเท่านั้น ประเภทเมาแล้วขับหรือตรวจยาเสพติด ต้องมีเบาะแสและมีพิรุธ ไม่ใช่อยากจะตรวจใครก็ตรวจ และจะพยายามไม่ให้กระทบในเรื่องการจราจรมากเกินไป เพื่อทำให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน ว่าสามารถป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมได้ และยังเป็นการลดอุบัติเหตุต่าง ๆ ได้อีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98072</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐานข้อมูล TPCC, ตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์, ตั้งด่านตรวจ, พล.ต.ต.ชุมพล  พุ่มพวง, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_60666f743c506.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
