<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งทีมช่วย27สส.ถือหุ้นสื่อ พท.ตามบี้ซื้อเสียงจ.ลพบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ชี้ส่งศาลวินิจฉัยปม 41 ส.ส.ถือหุ้นสื่อเป็นเรื่องดี จะได้หายคาใจ พปชร.ตั้งทีมกฎหมายสู้คดีถือหุ้นสื่อ สั่ง 27 ส.ส.รวบรวมเอกสารเตรียมพร้อม พท.บี้ กกต.เร่งสอบพรรครัฐบาลเหมือนกรณี &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ข้องใจซื้อเสียงลพบุรีไม่คืบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่รัฐสภานำเอกสารไปยื่นต่อศาลเพิ่มเติม ซึ่งเป็นกรณีที่พรรคอนาคตใหม่ขอให้ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติ ส.ส.จำนวน 41 คน จาก 6 พรรคการเมือง ที่ถือครองหุ้นในบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการสื่อมวลชนว่าเข้าข่ายขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) ห้ามผู้สมัคร ส.ส. เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ โดยเป็นการยื่นเพิ่มเติมของ ส.ส. จำนวน 11 คน รวมแล้วจำนวน 41 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ว่าที่เลขาฯ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่มีการกล่าวหานายชวนถ่วงเวลาในการส่งคำร้องของพรรคอนาคตใหม่ ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติ 41 ส.ส.ว่า ไม่เป็นความจริง เพราะหลังจากได้รับคำร้องจากพรรคอนาคตใหม่ นายชวนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำร้องว่าถูกต้องหรือไม่ โดยใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น ซึ่งถือว่าเร็วมาก ทั้งนี้ พรรคอนาคตใหม่ยื่นมาสองคำร้อง คำร้องแรกยื่นเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ให้ตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ส. 30 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็น ส.ส.พลังประชารัฐ ต่อมายื่นครั้งที่ 2 ในวันที่ 6 มิ.ย. ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ส.เพิ่มอีก 11 คน ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.ประชาธิปัตย์ รวมเป็น 41 คน โดยไม่มีเลือกปฏิบัติ หรือดึงเรื่องไว้ เมื่อรับเรื่องก็ดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน ก่อนที่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้รับโทรศัพท์จากนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคอนาคตใหม่เมื่อวานนี้ บอกว่าจะมายื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าในการส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ จึงแจ้งให้ทราบว่าท่านชวนได้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้มีการดึงเรื่องหรือเลือกปฏิบัติ โดยนายรังสิมันต์แจ้งกลับมาว่า ในวันศุกร์นี้ (14 มิ.ย.) จะยื่นคำร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ส.ที่ถือหุ้นสื่อเพิ่มเติม ผมยังบอกน้องไปว่าถ้าอยากเป็นส.ส.ที่ดี การตรวจสอบไม่ควรเลือกปฏิบัติ เพราะรายชื่อที่ส่งมาไม่มี ส.ส.พรรคเพื่อไทยเลย ซึ่งนายรังสิมันต์ ก็ตอบรับว่าจะมีการตรวจสอบเพิ่มเติม&amp;quot; นายสมบูรณ์ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อส่งไปก็แล้วแต่ศาลจะรับหรือไม่รับ ถ้ารับจะพิจารณาออกมาว่าอย่างไร คงไม่ไปพูดนำอะไรก่อน แม้ว่าอาจกระทบต่อการทำงานสภาบ้าง แต่ทำให้ชัดเจนดีกว่า ถ้าเกรงว่าจะเกิดความคลุมเครือ และส่งผลกระทบไปยาวนาน อะไรที่คาใจควรทำให้จบไปดีกว่า จะได้ไม่ต้องพูดกันอีก ปัญหาวันนี้คืออะไรที่คาใจและยื่นร้องไปแล้ว แต่ไม่ถูกใจก็ยังพูดกันต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าศาลให้หยุดก็หยุด แต่คงไม่กับกระทบอย่างที่เราคิด และคงต้องหักจำนวน ส.ส.พวกนี้ออกไป แล้วเหลือเท่าไรก็ว่ากัน ส่วนจะมีผลต่อการลงมติกฎหมายหรือไม่มีก็ได้ ก็ต้องเอาเสียงมาวัด โดยที่จำนวนเสียงกึ่งหนึ่งของสภา 500 คนจะเปลี่ยนไป ขณะที่ฝ่ายค้านยังรักษาสัดส่วนของเขาไว้ได้ตลอด นี่คือสิ่งที่กระทบ &amp;nbsp;แต่ถ้าจะเกิดต้องเกิด จะทำอะไรได้ แต่การทำให้เกิดความชัดเจนเป็นสิ่งที่ดี&amp;quot; รองนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่พรรคอนาคตใหม่เน้นว่าการพิจารณาควรใช้มาตรฐานเดียวกันกับกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่นั้น ไม่เป็นไร เพราะข้อเท็จจริงในการยื่นต่างกัน บางคนอาจจะคล้ายกับนายธนาธร ซึ่งตนไม่ทราบว่าใครเป็นใครบ้าง แต่ส่วนใหญ่อาจจะเป็นคนละอย่างกัน และถึงแม้จะเป็นคนละอย่างกับนายธนาธร แต่อาจใช้หลักเดียวกันก็ได้ ตนไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐว่า พรรคได้มอบหมายให้นายทศพล เพ็งส้ม ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี เป็นผู้รับผิดชอบรวบรวมเอกสารหลักฐาน พร้อมจัดทำข้อมูลไว้เตรียมชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ หากมีการรับคำร้องกรณีดังกล่าว โดย 27 ส.ส.ที่ถูกร้องว่าถือหุ้นสื่อ จะถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ตามการจดแจ้งวัตถุประสงค์ในบริคณห์สนธิของบริษัท ประกอบด้วย 1.กลุ่มประกอบกิจการโรงพิมพ์ หนังสือพิมพ์ ประชาสัมพันธ์ วิทยุโทรทัศน์ หรือสื่อสารมวลชนทุกชนิด 2.กลุ่มที่จดแจ้งว่าประกอบกิจการค้ากระดาษ เครื่องเขียน แบบเขียน และ 3.กลุ่มที่ประกอบกิจการจัดเก็บ รวบรวม และเผยแพร่ข้อมูลสถิติ ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้แต่ละคนไปรวบรวมเอกสารหลักฐาน ก่อนนำมาวิเคราะห์แนวทางการชี้แจงรายบุคคล พร้อมนัดหมายหารือกันอีกครั้งในวันที่ 18 มิ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ประชุมได้คาดการณ์แนวทางการชี้แจงไว้หลายประเด็น เช่น การตีความคำว่า สื่อสารมวลชน รวมถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ 27 ส.ส.ของพรรคไม่มีใครถือใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสื่อจริง แต่มีการประเมินว่ากลุ่มที่น่าจะต้องเตรียมพยานหลักฐานให้ครอบคลุมที่สุดคือ กลุ่มที่จดแจ้งวัตถุประสงค์ว่าประกอบกิจการสื่อสารมวลชน เพราะเนื่องจากมีความคล้ายคลึงกับกรณีนายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร พรรคอนาคตใหม่ ถูกศาลฎีกาคดีเลือกตั้งสั่งให้ถอนชื่อออกจากผู้สมัคร เพราะขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.จากการถือหุ้นสื่อเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงกรณีมีชื่อเป็น 1 ใน 41 ส.ส. ที่มีรายชื่ออยู่ในคำร้องด้วยว่า ไม่มีปัญหาและพร้อมให้ตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ในบริษัทที่ตนมีชื่อถือหุ้นร่วมด้วยคือบริษัท เอส.ซี.เค.แลนด์ จำกัดนั้น ผู้ที่เป็นเจ้าของคือมารดาของตน และเปิดเพื่อทำธุรกิจด้านที่ดินเท่านั้น โดยไม่เคยประกอบกิจการสื่อสารมวลชนหรือธุรกิจสื่ออื่นๆ ส่วนแบบฟอร์มตามที่ระบุไว้ในเอกสารของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์นั้น เป็นฟอร์มเอกสารทั่วไปเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ได้สอบถามเรื่องนี้กับนายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.สุรินทร์แล้ว ซึ่งนายปกรณ์พร้อมไปชี้แจงรายละเอียดกับศาลรัฐธรรมนูญ และหากขาดคุณสมบัติจริง คงต้องพ้นสภาพไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ลพบุรี, นายพิชัย เกียรติวินัยสกุล อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวเร่งรัดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งสำนวนให้ศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกาแผนกคดีทุจริตเลือกตั้งวินิจฉัยคุณสมบัติ ส.ส. ลพบุรี เขต 1 และเขต 2&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสุชาติกล่าวว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาได้มีการร้องไปยัง กกต.เขต ว่ามีกรณีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในพื้นที่ของผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย มีหลักฐานเอกสารชัดเจน อีกทั้งทราบว่า กกต.ประจำเขตได้ส่งเรื่องไปยัง กกต.กลางแล้ว จึงอยากทวงถามว่าได้มีการสืบสวนถึงขั้นตอนใด พร้อมทั้งเตรียมยื่นเรื่องไปยังกกต. อีกครั้งว่าได้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วหรือไม่ ซึ่งตนเองในฐานะผู้เสียหายควรได้รับทราบความคืบหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัยกล่าวว่า ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีการร้องเรื่องผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐขาดคุณสมบัติ เนื่องจากมีการถือหุ้นสื่อ โดยได้ส่งเรื่องไปยัง กกต.เขต พร้อมทั้งมีการเรียกตนเองไปสอบสวน ซึ่งข้อมูลล่าสุดระบุว่าให้รับรองเรื่องก่อน แต่ยังไม่ส่งศาลรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ขณะที่กรณีของนายธนาธรที่ กกต.ไต่สวนวันเดียวกัน แต่กลับส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาและสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ ส.ส.แล้ว เชื่อว่าพยานหลักฐานที่ยื่นไปนั้นครบถ้วนสมบูรณ์ และทำตามขั้นตอนกรอบกฎหมาย จึงเป็นที่น่าสังเกตว่าเหตุใดกรณีของตนเองจึงเกิดความล่าช้า.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38511</URL_LINK>
                <HASHTAG>41 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ, ตั้งทีมช่วย, ส.ส.ถือหุ้นสื่อ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d025dce86a85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
