<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 19:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธุรกิจสินเชื่อยานยนต์มาแรง คนแห่ตั้งบริษัทใหม่เพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย. 2564 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ได้วิเคราะห์ธุรกิจดาวเด่น พบว่า ธุรกิจสินเชื่อจากยานยนต์ ยังครองแชมป์เบอร์ 1 โดยมีการเติบโตต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งการจัดตั้งธุรกิจใหม่และผลประกอบการสิ้นปี ส่งผลให้เป็นธุรกิจที่มีความโดดเด่นและน่าจับตามองเป็นอย่างมาก และยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี ต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนทำธุรกิจ เพราะความต้องการรถยนต์เชิงพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้น และล่าสุดมีแนวโน้มความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะยิ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในอนาคต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากข้อมูลการจัดตั้งธุรกิจสินเชื่อจากยานยนต์ ตั้งแต่ปี 2561-64 พบว่า ปี 2561 มีการจัดตั้งธุรกิจจำนวนทั้งสิ้น 24 ราย ทุนจดทะเบียน 124.50 ล้านบาท ปี 2562 จัดตั้งจำนวนทั้งสิ้น 37 ราย ทุนจดทะเบียน 820.80 ล้านบาท แต่ในช่วงปี 2563-64 ซึ่งเป็นช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 อัตราการจดทะเบียนจัดตั้งมีความผันผวนและชะลอตัวลง เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอตามภาวะเศรษฐกิจ โดยในปี 2563 มีการจดทะเบียนจัดตั้งจำนวน 17 ราย ทุนจดทะเบียน 83.21 ล้านบาท และ 5 เดือน ปี 2564 (ม.ค.-พ.ค.) มีจำนวนการจัดตั้งธุรกิจ จำนวน 9 ราย ทุนจดทะเบียน 36.50 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมูลค่าการลงทุนในธุรกิจ พบว่า นักลงทุนไทย มีการลงทุนมูลค่า 101,471.45 ล้านบาท ร้อยละ 56.33 ที่เหลือเป็นนักลงทุนต่างชาติ คือ ญี่ปุ่น 70,587.18 ล้านบาท ร้อยละ 39.19 สิงคโปร์ 4,290.14 ล้านบาท ร้อยละ 2.38 มาเลเซีย 1,001.02 ล้านบาท ร้อยละ 0.55 และอื่นๆ 2,784.63 ล้านบาท ร้อยละ 1.55&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายได้ของธุรกิจ ตั้งแต่ปี 2560-62 พบว่า ปี 2560 มีรายได้จำนวน 86,560.40 ล้านบาท ปี 2561 มีรายได้จำนวน 86,080.98 ล้านบาท ปี 2562 มีรายได้ 96,622.14 ล้านบาท ส่วนปี 2563 อยู่ระหว่างการวิเคราะห์และประมวลผล โดยรายได้ส่วนใหญ่ของธุรกิจมาจากกลุ่มนิติบุคคลขนาดกลาง (M) โดยในปี 2562 กลุ่มนิติบุคคลขนาดกลาง (M) มีรายได้จำนวน 67,910.25 ล้านบาท ครองสัดส่วนของรายได้ร้อยละ 70 รองลงมา คือ กลุ่มนิติบุคคลขนาดเล็ก (S) ที่มีสัดส่วนรายได้ร้อยละ 18 ที่เหลือเป็นของกลุ่มนิติบุคคลขนาดใหญ่ (L) ร้อยละ 12&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจสินเชื่อจากยานยนต์ที่มีบริษัทในเครือของบริษัทยานยนต์ และบริษัทในเครือของธนาคารเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในธุรกิจ มีความท้าทายที่จะต้องเผชิญกับการแข่งขันจากผู้แข่งขันรายใหม่ เช่น บริษัทสินเชื่อ หรือสถาบันการเงินจากต่างประเทศที่เป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการยานยนต์ไฟฟ้ารายใหม่ของตลาดยานยนต์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของยานยนต์สันดาปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค และยังมีเทคโนโลยีการให้บริการสินเชื่อดิจิทัล ที่เป็นตัวเลือกสำหรับผู้บริโภคในการเข้าถึงสินเชื่อประเภทต่างๆ ได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;จากปัจจัยดังกล่าว เป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ ที่จะเข้าสู่ธุรกิจสินเชื่อจากยานยนต์ที่จะนำเข้าเทคโนโลยีมาแข่งขันทั้งในด้านของการออกสินเชื่อสำหรับการซื้อยานยนต์ภายในประเทศ ที่ผู้คนต้องการจะเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และสินเชื่อประเภททะเบียนยานยนต์ ที่ประชาชนต้องการกระแสเงินสดในการดำรงชีพและการหมุนเวียนทางธุรกิจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นโยบายการสนับสนุนและส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาล ส่งผลให้เดือนพ.ค.2564 มีจำนวนการจดทะเบียนใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า 15,506 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.55 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบัน ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค.2564 มีธุรกิจสินเชื่อจากยานยนต์ดำเนินกิจการอยู่จำนวนทั้งสิ้น 418 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.05 ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินกิจการอยู่ และมีมูลค่าการลงทุน 180,134.43 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.92 ของเงินลงทุนทั้งหมดของกิจการที่ดำเนินการอยู่ในประเทศไทย ส่วนใหญ่ดำเนินการในรูปแบบบริษัทจำกัด จำนวน 353 ราย (ร้อยละ 84.45) มูลค่าเงินลงทุน 127,367.97 ล้านบาท โดยธุรกิจนี้ส่วนใหญ่มีมูลค่าทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท จำนวน 268 ราย (ร้อยละ 64.11) ธุรกิจส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 144 ราย ร้อยละ 34.45 มีทุนจดทะเบียน 174,159.40 ล้านบาท ร้อยละ 96.68 รองลงมาภาคเหนือ 93 ราย ร้อยละ 22.25 ภาคกลาง 55 ราย ร้อยละ 13.16 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 49 ร้อยละ 11.72 ภาคตะวันออก 37 ราย ร้อยละ 8.85 ภาคตะวันตก 21 ราย ร้อยละ 5.02 และภาคใต้ 19 ราย ร้อยละ 4.55&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107415</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งบริษัทใหม่, ธุรกิจสินเชื่อจากยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d3292815d95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94242</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีความหวัง&#039;พาณิชย์&#039;เผยตัวเลขบริษัทตั้งใหม่ม.ค.64 พุ่ง 7,283 ราย เพิ่ม 4.91% สูงสุดในรอบ 2 ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ. 2564 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ในเดือนม.ค.2564 มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศ จำนวน 7,283 ราย เพิ่มขึ้น 4.91% ถือเป็นการฟื้นตัวของการตั้งธุรกิจใหม่และทำสถิติสูงสุดในรอบ 2 ปี นับจากม.ค.2562 ที่มีการจัดตั้งใหม่ 7,311 ราย เพราะคนมั่นใจเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว จึงมีการลงทุนทำธุรกิจเพิ่มขึ้น มีทุนจดทะเบียน 30,930.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.26% โดยธุรกิจตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนธุรกิจเลิกกิจการ มีจำนวน 1,105 ราย ลดลง 21% มีทุนจดทะเบียนที่ลดลง 7,910.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 102% โดยธุรกิจที่เลิก 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร ซึ่งเป็นไปตามปกติของการทำธุรกิจที่เมื่อมีการตั้งใหม่มาก ก็เลิกกิจการมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มการจดทะเบียนตั้งใหม่ คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการเริ่มต้นฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวดีขึ้น ทำให้คนมีความมั่นใจในการลงทุนทำธุรกิจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ร้านอาหาร และธุรกิจที่เป็นเทรนด์สมัยใหม่ อย่างดิจิทัล เช่น ธุรกิจแพลตฟอร์ม แอปพลิเคชัน การขนส่งและโลจิสติกส์ เป็นต้น โดยไตรมาสแรกน่าจะมีการจัดตั้งใหม่ 19,000-20,000 ราย และทั้งปี 2564 คาดว่าจะมีประมาณ 64,000-66,000 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบัน มีธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ทั้งสิ้น (ณ วันที่ 31 ม.ค.2564) จำนวน 775,253 ราย มูลค่าทุน 19.22 ล้านล้านบาท แยกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 188,595 ราย คิดเป็น 24.33% บริษัทจำกัด จำนวน 585,374 ราย คิดเป็น 75.51% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,284 ราย คิดเป็น 0.17% ตามลำดับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94242</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, ตั้งบริษัทใหม่, ทศพล ทังสุบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_603754a443173.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
