<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 18:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศูนย์ต้านเฟคนิวส์&#039;เตือนข่าวปลอมป่วยโควิดล้มในห้างเมืองระยอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค.63-เพจ Anti-Fake News Center Thailand โพสต์ข้อความเตือนข่าวปลอม อย่าแชร์!&amp;quot;พบผู้ป่วยโควิด-19 ล้มในห้างดังกลางเมืองระยอง&amp;quot; ระบุว่า ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง พบผู้ป่วยโควิด-19 ล้มในห้างดังกลางเมืองระยอง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากที่มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า มีหญิงสาวเดินในห้างดังกลางเมืองระยอง แล้วล้ม เมื่อเข้ารับการักษาตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ทางกรมควบคุมโรคได้ชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง หลังจากประสานงานไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง เพื่อหาข้อเท็จจริง ได้รับการยืนยันว่าไม่มีผู้ใดล้มที่บริเวณหน้าห้างฯ จนมีรถกู้ชีพไปรับนำส่งโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผ่านมาแล้วกว่า 49 วัน (ณ 22 พ.ค. 2563) จังหวัดระยองยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสเพิ่ม และยังมีมาตรการการป้องกันอย่างเข้มข้นทั้งการสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า โดยเฉพาะหน้ากากผ้า นอกจากจะป้องกันเชื้อไวรัสดังกล่าวแล้ว ยังสามารถป้องกันไข้หวัดได้อีกด้วย และมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม รวมถึงระบบการคัดกรองผู้ป่วยยังคงเข้มทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ของเชื้อไวรัส COVID-19 ในประเทศไทย และวิธีการป้องกันตนเอง สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.ddc.moph.go.th หรือโทร. 1422 ได้ตลอด 24 ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มที่จังหวัดระยอง และไม่มีเหตุการณ์ตามที่กล่าวอ้าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66799</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, ตั้งศูนย์เฟคนิวส์, เพจ Anti-Fake News Center Thailand</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca491d0dcaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2019 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2019 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักรบไซเบอร์หนาว!รมว.ดีอีจ่อเปิด&#039;ศูนย์ต้านเฟคนิวส์&#039;พ.ย.นี้เผยสอบข่าวปลอมได้ไม่เกิน2ชม.  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11ต.ค.62-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งศูนย์เฟคนิวส์ ว่า ตอนนี้ได้สรรหาบุคลากรที่อยู่ในกระทรวงดีอี และที่อยู่ในบริษัท&amp;nbsp; กสช โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) มาร่วมกัน ตอนนี้มีประมาณ 40 กว่าคน เพื่อให้เข้ามาดูแลติดตาม ตรวจสอบ และปฏิบัติหน้าที่ในห้องที่เราจะตั้ง ซึ่งเรียกว่าห้องคอมมานด์ ภายในศูนย์ป้องกันข่าวกรอง คาดว่าภายในเดือนพ.ย.จะสามารถเปิดใช้ได้​ ขณะนี้อยู่ในช่วงทดลองระบบ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของศูนย์ดังกล่าว จะเป็นศูนย์ที่เน้นเรื่องการทำความเข้าใจ และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชน โดยจะไม่เกี่ยวกับการติดตามตรวจสอบ สืบนำจับ แต่จะเป็นศูนย์ที่รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนทุกช่องทาง ทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ และเพจ โดยจะมีคณะกรรมการในการติดตามดูว่าข่าวไหน ควรได้รับการติดตามว่าเป็นข่าวปลอม หรือข่าวจริง หากพบว่าเป็นข่าวปลอม จะมีการตรวจสอบภายในไม่เกิน 2 ชั่วโมง จากนั้นจะทำเป็นกราฟฟิกส่งออกไปยังช่องทางเดิม เพื่อให้ประชาสามารถติดตามและตรวจสอบได้ โดยจะสามารถลดความสับสน และความตื่นตระหนกของประชาชนลงได้มาก
&amp;ldquo;ศูนย์นี้เป็นแค่ปลายเหตุ เมื่อมีข่าวมาเราก็ไปแก้ไข แต่ต้นเหตุคือเราต้องพยายามเร่งให้เด็กและเยาวชน และพี่น้องประชาชน เข้าใจในการติดตามข่าวและ เสพข่าว โดยผมพยายามประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ เพราะในหลายประเทศมีการเสริมการเรียนเข้าไปในแต่ละสัปดาห์ เพื่อให้เด็กและเยาวชน ได้รู้จักการวิเคราะห์&amp;nbsp; การรับทราบ และประเมินข่าวต่างๆ ว่าเป็นข่าวจริงหรือไม่ ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางที่ดีที่หลายประเทศทำ&amp;rdquo; นายพุทธิพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47815</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, ตั้งศูนย์เฟคนิวส์, ทีโอที, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ศูนย์ป้องกันข่าวกรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c8b41a07e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2019 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2019 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนุสรณ์แขวะบิ๊กตู่ จี้ตั้งศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายก่อนจัดการเฟคนิวส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค. 2562 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกมาโวยที่โดนด่าไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจ ระบุ ไม่รู้เรื่องจะเป็นนายกฯ ได้ยังไง ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯครั้งแรกจากการทำรัฐประหาร ได้เป็นนายกฯครั้งที่ 2 จากกติกาที่ถูกตั้งคำถามว่าบิดเบี้ยว

ทั้งสูตรการคำนวณส.ส. การให้ส.ว.250คน โหวตเลือกพล.อ.ประยุทธ์ การที่พล.อ.ประยุทธ์ ควบในแทบทุกตำแหน่งสำคัญของรัฐบาล รวมถึงการเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจด้วยตัวเอง ในขณะที่ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ยกระดับเป็นสงครามค่าเงิน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ กลายเป็น 2 ประเทศที่เกิดความขัดแย้งคู่ใหม่ บวกผลกระทบจากการชุมนุมต่อต้านอำนาจรัฐบาลปักกิ่งของฮ่องกงที่ไม่จบง่ายๆ ซ้ำด้วยวิกฤติภัยแล้งในประเทศไทย ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ หนี้ครัวเรือน ค่าครองชีพสูง ค่าแรงต่ำ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ประชาชนสูญเสียความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ แม้แต่ครม.จากต่างพรรคยังยอมรับสารภาพว่าเศรษฐกิจของประเทศแย่ รัฐบาลไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรม เฉพาะสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงไม่กี่วันมีข่าวการฆ่าตัวตายเพราะพิษเศรษฐกิจแล้วถึง 5 กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร


&amp;ldquo;นอกเหนือจากความพยายามในการตั้งศูนย์ต่อต้านเฟคนิวส์เซ็นเตอร์ ซึ่งอาจยังไม่จำเป็นเร่งด่วน เมื่อเทียบกับปัญหาการฆ่าตัวตายจากพิษเศรษฐกิจ รัฐบาลควรตั้งศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายจากพิษเศรษฐกิจให้เป็นรูปธรรมโดยเร่งด่วน เพื่อเป็นช่องทางช่วยเหลือเยียวยาและป้องกันการฆ่าตัวตายจากพิษเศรษฐกิจ&amp;rdquo; นายอนุสรณ์ กล่าว

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44223</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งศูนย์เฟคนิวส์, นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36c77042f2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2019 08:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2019 08:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>86% ยกมือหนุนรัฐบาลตั้งศูนย์เฟคนิวส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค. 2562 จากการสำรวจเมื่อถามถึงการใช้สื่อออนไลน์ (Website, E-mail, Line, Facebook, IG เป็นต้น) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 72.86 ระบุว่า ใช้สื่อออนไลน์ และร้อยละ 27.14 ระบุว่า ไม่ใช้สื่อออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามผู้ที่ใช้สื่อออนไลน์ว่าหลงเชื่อข่าวปลอม (เฟคนิวส์) ที่ได้รับจากสื่อออนไลน์หรือไม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 61.23 ระบุว่า ไม่เคยหลงเชื่อในข่าวปลอม รองลงมา ร้อยละ 27.59 ระบุว่า เคยหลงเชื่อในข่าวปลอม และร้อยละ 11.18 ระบุว่า ไม่แน่ใจว่าเป็นข่าวปลอมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อถามผู้ที่ระบุว่าเคยหลงเชื่อและไม่แน่ใจว่าเป็นข่าวปลอม (เฟคนิวส์) จากสื่อออนไลน์ ว่ากระทำอย่างไรกับข่าวปลอม (เฟคนิวส์) &amp;nbsp;พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 52.09 ระบุว่า ไม่เคยแชร์ข่าวใด ๆ รองลงมา ร้อยละ 24.42 ระบุว่า รู้ว่าเป็นข่าวปลอม และไม่แชร์ ร้อยละ 19.07 ระบุว่า ไม่แน่ใจว่าเป็นข่าวปลอมหรือไม่ จึงไม่แชร์ ร้อยละ 9.77 ระบุว่า เฉย ๆ เมื่อรู้ว่าข่าวที่แชร์ไปเป็นข่าวปลอม ร้อยละ 6.28 ระบุว่า ไม่แน่ใจว่าเป็นข่าวปลอมหรือไม่ แต่แชร์ ร้อยละ 4.88 ระบุว่า ไม่รู้ว่าเป็นข่าวปลอม และแชร์ ร้อยละ 3.49 ระบุว่า รู้ว่าเป็นข่าวปลอม แต่แชร์ ร้อยละ 0.70 ระบุว่า เคยทำข่าวปลอม และแชร์ ร้อยละ 0.47 ระบุว่า พยายามแก้ปัญหาเมื่อรู้ว่าข่าวที่แชร์ไปเป็นข่าวปลอม และร้อยละ 0.23 ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ อ่านโดยใช้เหตุผลในการวิเคราะห์ว่าเป็นข่าวปลอมข่าวจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับความคิดเห็นของผู้ที่ระบุว่าเคยหลงเชื่อและไม่แน่ใจว่าเป็นข่าวปลอม (เฟคนิวส์) จากสื่อออนไลน์ ต่อการจัดตั้ง &amp;ldquo;ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม&amp;rdquo; โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 86.98 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะ จะได้มีการกลั่นกรองข่าวก่อนที่จะแพร่หลายไปวงกว้าง เพราะสมัยนี้มี E-mail, Line, Facebook, IG เป็นต้น เกือบทุกคน จะได้มีการเกรงกลัวและไม่แชร์ข่าวปลอม รองลงมา ร้อยละ 8.14 ระบุว่า &amp;nbsp;ไม่เห็นด้วย เพราะ ควรใช้วิธีอื่นดีกว่า เช่น สร้างจิตสำนึกหรือให้ความรู้ การจัดตั้งศูนย์ฯ อาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลมากเกินไป และควรให้องค์กรอิสระเข้ามาจัดการมากกว่า และร้อยละ 4.88 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความกังวลของผู้ที่ระบุว่าเคยหลงเชื่อและไม่แน่ใจว่าเป็นข่าวปลอม (เฟคนิวส์) จากสื่อออนไลน์ &amp;nbsp;เกี่ยวกับ &amp;ldquo;ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม&amp;rdquo; ที่อาจจะละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 28.84 ระบุว่า ไม่มีความกังวลเลย รองลงมา ร้อยละ 28.14 ระบุว่า ไม่ค่อยมีความกังวล ร้อยละ 27.91 ระบุว่า ค่อนข้างมีความกังวล ร้อยละ 10.00 ระบุว่า มีความกังวลมาก และร้อยละ 5.11 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43663</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, ตั้งศูนย์เฟคนิวส์, ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน, สนับสนุน, เฟคนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190818/image_big_5d58a616aca82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
