<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิธา&#039;ประกาศกร้าว!ห้ามทำให้รธน.ฉบับคสช.ดูดีขึ้นเพื่อต่ออายุระบอบประยุทธ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.64- นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และ รังสิมันต์ โรม รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ร่วมกันแถลงจุดยืนพรรคก้าวไกลในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา กล่าวว่า พรรคก้าวไกลเห็นว่าหนทางที่ดีที่สุดในการออกจากวิกฤตรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน คือ การยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งมาจากการรัฐประหาร แล้วจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน อย่างไรก็ตาม ประตูบานแรกที่จะนำไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้ด้วยวิถีทางประชาธิปไตย คือ การจัดทำประชามติขอความเห็นชอบจากประชาชน ผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้ร่าง พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จึงขอคัดค้านหากประธานรัฐสภาจะเตะถ่วงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติที่ค้างอยู่ แล้วนำวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราขึ้นมาพิจารณาก่อนตามความต้องการของพรรคพลังประชารัฐทั้งๆ ที่ไม่มีเหตุความจำเป็นเร่งด่วนแต่อย่างใด &amp;nbsp;ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาปลายเดือนนี้ประธานรัฐสภาต้องกำหนดวาระตามปกติ ให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติแล้วเสร็จก่อนเข้าสู่วาระอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐในหลายมาตรานั้น เป็นความพยายามเบี่ยงเบนเป้าหมายของการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกจากการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. และยุติกลไกการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร แล้วดำเนินการต่ออายุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปอีก ผ่านการแก้ไขระบบการเลือกตั้งที่ตนเองคิดว่าจะได้เปรียบจากการใช้อำนาจรัฐและอำนาจทุน และผ่านการเปิดช่องให้นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลสามารถเข้าไปเบียดบังงบประมาณและแทรกแซงข้าราชการได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การพยายามเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 หลากหลายมาตราตามเกมของพรรคพลังประชารัฐนั้น มีแต่จะทำให้เกิดความสับสน หรือแย่กว่านั้นคือไปช่วยกันตกแต่งให้รัฐธรรมนูญฉบับ คสช. ดูดีขึ้น และช่วยกันต่ออายุให้ระบอบประยุทธ์ &amp;nbsp;ดังนั้น การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตราในสถานการณ์ปัจจุบันควรพุ่งเป้าให้ชัดเจนไปยังการปลดกลไกสำคัญในการสืบทอดอำนาจคณะรัฐประหาร ที่ประชุม ส.ส. ของพรรคก้าวไกลจึงเห็นชอบให้เสนอปิดสวิตช์ ส.ว. ยกเลิกอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีของ ส.ว. 250 คน ที่มาจากการคัดเลือกโดย คสช. &amp;nbsp;ดังนั้น ส.ส. พรรคก้าวไกลจะลงชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในประเด็นนี้ร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านแล้วยื่นต่อประธานสภาในวันพรุ่งนี้&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ที่ประชุมพรรคมีมติไม่ร่วมลงชื่อกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคเพื่อไทยที่เสนอแก้ไข ม.256 เพื่อตั้งส.ส.ร. เนื่องจากเราไม่เห็นด้วยกับการไปจำกัดอำนาจของ ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ห้ามแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.สำหรับเรื่องระบบการเลือกตั้งต้องทำให้เสียงทุกเสียงมีความหมาย สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนได้ดีที่สุด รวมถึงเป็นระบบที่ช่วยส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันพรรคการเมือง และสร้างประสิทธิภาพของระบบรัฐสภากับรัฐบาล ระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ใช่ระบบที่ดี ขณะที่ระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2540 ก็ยังมีข้อด้อยที่ควรต้องปรับปรุง ทางพรรคเห็นว่า ระบบการเลือกตั้งที่ดี ควรเป็นระบบจัดสรรปันส่วนผสมที่ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ กล่าวคือ เลือก ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 1 ใบ และเลือกพรรคการเมืองอีก 1 ใบ โดยนำคะแนนเลือกพรรคการเมืองมาใช้คำนวณจำนวน ส.ส. พึงมีของแต่ละพรรค เพื่อให้เสียงของประชาชนไม่ตกน้ำ และได้สัดส่วน ส.ส. ของแต่ละพรรคตามเจตนารมณ์ของประชาชนมากที่สุด ทั้งนี้ พรรคขอย้ำว่า ต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดการลงประชามติเพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 คู่ขนานไปกับการทำลายหัวใจในการสืบทอดอำนาจด้วยการปิดสวิตช์ ส.ว. ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าพรรคไม่เห็นด้วยกับรูปแบบการเลือกตั้งแบบบัตรสองใบ เพราะเสียประโยชน์ใช่หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า เรายืนยันพร้อมต่อสู้ในทุกระบบการเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งแบบบัตรสองใบเราเห็นด้วย แต่ระบบบัตรสองใบก็มีหลายแบบ ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบปี 40 เท่านั้น ซึ่งเราต้องการระบบการเลือกตั้งที่ตอบสนองเจตจำนงของประชาชนที่สุด เสียงต้องไม่ตกน้ำหรือไม่ใช่การเลือกตั้งที่ผลออกมาแล้วไม่เป็นพรรคใหญ่ก็มีแค่พรรคเล็กไปเลย ระบบบัตรสองใบเป็นเรื่องดี เพราะประชาชนสามารถเลือกคนที่ใช่ เลือกพรรคที่ชอบได้ แต่วิธีการคำนวณจัดสรร ส.ส.แบบเขต &amp;nbsp;และส.ส.แบบบัญชีรายชื่อมีหลายสูตร ซึ่งระบบปันส่วนผสมแบบเยอรมัน เป็นระบบที่ไม่มีเสียงตกน้ำ เราจึงเชื่อว่าเป็นระบบที่เหมาะสมและตอบสนองเจตจำนงประชาชนมากที่สุด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106414</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, ตั้งสสร., พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c82785ea93e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 07:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไม่ต้องกังวล!&#039;สมชาย&#039;ฟันธงตราบใดไม่มีประชามติสภาจะโหวตวาระ3ร่างรธน.ใหม่ไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มี.ค.64 - นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ผู้เสนอญัตติให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การร่างรธน.ฉบับใหม่ รัฐสภาแก้ไขได้หรือไม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ว่า
สรุปง่ายๆครับ
ถ้าจะร่างรธนใหม่ สภามีอำนาจทำได้
แต่ต้องไปถามประชามติจากประชนผู้สถาปนาอำนาจก่อนว่ายอมอนุมัติหรือไม่
ส่วนวาระ3จะตกไปหรือไม่
ไม่ต้องกังวลครับ
เพราะตราบใดไม่มีประชามติอนุมัติให้สภาไปร่างรธน.ใหม่
สภาจะถือวิสาสะโหวตวาระ3เพื่อจะให้มีสสร.ไปร่างใหม่ไม่ได้เช่นกันครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95805</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ตั้งสสร., นายสมชาย แสวงการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200603/image_big_5ed79b4768eee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 06:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 06:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มึนตึ๊บ!ฝ่ายกฎหมายสภาเจอเดดล็อกแก้รธน.หวั่นผิดเงื่อนไขศาลรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้รัฐสภามีอำนาจยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ต้องทำประชามติก่อนว่าประชาชนจะยอมให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ทำให้เกิดการตีความว่า การประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญในวันที่17มี.ค.นี้ เพื่อลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ3จะทำได้หรือไม่ เพราะยังไม่มีการทำประชามติสอบถามประชาชน ทำให้ฝ่ายกฎหมาย สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เรียกประชุมด่วนเพื่อหารือถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ในเวลา 17.00 น. มีการถกเถียงกันอย่างเคร่งเครียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยฝ่ายกฎหมายเห็นว่า การประชุมลงมติร่างรัฐธรรมนูญ วาระ3 สามารถดำเนินการต่อไปได้ เพราะขั้นตอนการทำประชามติจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านวาระ3 เพื่อเตรียมเลือกส.ส.ร. แต่ปรากฎว่ามีปัญหาสำคัญอยู่ที่มาตรา 5 ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่เพิ่งผ่านวาระ2ไประบุว่า &amp;quot;ในวาระเริ่มแรกให้ตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการรับสมัครการเลือกตั้งส.ส.ร.ภายใน 30วัน นับจากนี้รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ&amp;quot; หมายความว่า หากร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านวาระ3 และมีผลบังคับใช้ จะต้องตราพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งส.ส.ร.ใน 30วัน โดยที่ยังไม่มีการสอบถามประชามติจากประชาชนจะยินยอมให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นหากมีการตราพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวจะผิดเงื่อนไขของศาลรัฐธรรมนูญทันที หรือหากจะจัดให้ทำประชามติสอบถามความเห็นประชาชน ก็จะมีเวลาแค่ 30วัน ซึ่งไม่สามารถดำเนินการได้ในทางปฏิบัติ จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ฝ่ายกฎหมายยังไม่สามารถหาทางออกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95801</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ตั้งสสร., ทำประชามติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049f0d3309c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อโหวตผ่านตั้งสสร. รัฐบาลรับร่างแก้รธน.2ฉบับม็อบขู่ไม่ให้ออกจากรัฐสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; จับตาอนาคตรัฐธรรมนูญไทย 17 พ.ย.ประเดิมถก 7 ร่างแก้ไข ฝ่ายรัฐบาลส่งสัญญาณรับหลักการแค่ 2 ฉบับ ส่วนอีก 5 ตีตกโดยเฉพาะฉบับไอลอว์ ส่วนฝ่ายค้านออกฉันทานุมัติหนุนทั้ง 7 ฉบับ &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; แบไต๋จะดันร่างไอลอว์เป็นร่างหลัก &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; อารมณ์ดีย้ำจะทำหน้าที่จนกว่าไม่ได้ทำ ขน&amp;nbsp; 18 กองร้อยดูแลความสงบ ตร.ประกาศชัดห้ามปิ้งย่างผิดกฎหมาย แต่คณะราษฎรอ้างพื้นที่ราษฎร เปิดจองชุดหมูกระทะ 599 แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันอังคารที่ 17 พฤศจิกายนนี้ มีระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) โดยมีเรื่องที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้ว คือ รายงานการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ก่อนรับหลักการ&amp;nbsp; จำนวน 6 ฉบับ และเรื่องด่วนร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... จำนวน 7 ฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยหลังกลุ่มผู้ชุมนุม 2 ฝ่ายนัดชุมนุมใหญ่หน้ารัฐสภา เพื่อจับตาการพิจารณารับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ว่าได้กำชับการดูแลภายในอาคารสภาเป็นหลัก ส่วนบริเวณภายนอกนั้นให้เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลคอยดูแล ขอย้ำว่าต้องไม่ประมาท แต่ไม่ใช่กลัวจนมีปัญหา เพราะการชุมนุมก็ทำได้ตามกฎหมาย แต่ต้องชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ และต้องไม่ไปคุกคามใคร ที่นี่เป็นสภา ใครมาก็ได้อยู่แล้ว ใครจะมาชุมนุมก็ทำได้ แต่ต้องชุมนุมโดยสงบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนยังกล่าวถึงการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 7 ฉบับว่ามติเป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่ผู้ชุมนุมก็ดีหรือใครก็ดี อย่าคาดคั้นให้ลงไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ขอให้ปล่อยเป็นการลงมติอิสระดีกว่า คนระดับนั้นก็คงไม่กลับกลอก ให้เขาตัดสินใจด้วยตัวเอง ใช้เหตุผลดีที่สุด ปัญหาตอนนี้คือเรื่องเวลาที่ยังไม่ได้ตกลง มีแต่เพียงว่าวุฒิสภาไม่อยากให้ลงมติตอนกลางคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าถ้าไม่ลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์จะทำให้ร่างอื่นๆ ไม่ผ่านไปด้วยหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ทุกร่างถ้าไม่รับก็ตกไปเลย ไม่ใช่เฉพาะร่างไอลอว์ แต่ถ้ารับแล้วประเด็นคือ จะนำร่างใดเป็นหลักในการพิจารณา สมมุติว่ารับจะกี่ฉบับก็ตามต้องมีฉบับใดฉบับหนึ่งเป็นหลักพิจารณา เขาคงไม่ตั้งคณะ กมธ.ปลีกย่อยแต่ละร่าง คงมี กมธ.ชุดเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยของรัฐสภาว่า ไม่มีมาตรการอะไรพิเศษ ไม่น่ากังวล เพราะเป็นความเห็นต่างในเรื่องต่างๆ เท่านั้น เชื่อว่าม็อบไม่มีความรุนแรง และเชื่อว่าการมากดดันเพื่อให้สมาชิกรัฐสภาลงมติตามที่ตนเองต้องการเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันที่ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณากรณีนายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษาประธานคณะ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นฟ้องประธานรัฐสภา ขอให้ศาลสั่งไม่ให้ประธานรัฐสภารับญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกฉบับเข้าสู่การประชุม และเสนอให้จัดทำประชามติก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยศาลมองว่าเป็นการใช้อำนาจทางนิติบัญญัติ ไม่ใช่การใช้อำนาจทางการปกครอง ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาล จึงไม่อาจรับคำฟ้องไว้พิจารณาพิพากษาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงเช้านายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้มายื่นหนังสือถึงนายชวนเพื่อสอบถามถึงการตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าชื่อร่างธรรมนูญฉบับไอลอว์ ว่ามีการตรวจสอบตามกฎหมายหรือไม่ เพราะต้องใช้เวลากว่า 6 เดือน แต่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกลับดำเนินการได้รวดเร็ว ซึ่งนายสมบูรณ์ที่มารับหนังสือระบุว่า จะนำเรื่องนี้เสนอต่อประธานรัฐสภาให้ตรวจสอบและแจ้งกลับไปอีกครั้ง
&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; อารมณ์ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ โดยก่อนการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ยิ้มทักทายสื่อมวลชนอย่างอารมณ์ดี ก่อนตอบคำถามถึงการรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมที่นัดชุมนุมหน้ารัฐสภาสั้นๆ ว่า &amp;quot;ต้องเรียบร้อย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังอีกครั้งถึงกำลังใจในการทำงาน ซึ่งมีกระแสข่าวว่าได้ปรารภกับคนใกล้ชิดว่าอยากลาออกวันละ 3 ครั้งว่า &amp;ldquo;ใคร ผมปรารภเมื่อไหร่&amp;rdquo; เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่จริงใช่หรือไม่&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;ldquo;ทำไม มารู้ใจฉันได้อย่างไร วันนี้ไม่ต้องมาอ่านใจฉันหรอก มันเป็นเรื่องของใจฉัน&amp;nbsp; ก็ยังทำงานอยู่นี่ไง ทำงานอยู่นี่ ไม่มีคำว่าท้อแท้ แต่ก็ผอมลงหน่อยเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นโรคอะไรทั้งสิ้น&amp;nbsp; ยังแข็งแรงทั้งกายและใจ เพราะทำเพื่อคนอื่น และอย่างไรก็ต้องทำจนกว่าจะไม่ได้ทำก็เท่านั้นเอง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีปัจจัยอะไรที่จะทำให้ไม่สามารถทำงานต่อได้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่รู้สิ&amp;rdquo; ก่อนหันไปแซวผู้สื่อข่าวและช่างภาพ พร้อมบอกว่า &amp;ldquo;ไม่มีอะไรหรอก อารมณ์ดี&amp;rdquo; ทั้งนี้เมื่อถามว่าตอนนี้อยากร้องเพลงอะไร พล.อ.ประยุทธ์นิ่งคิดสักครู่ก่อนกล่าวว่า &amp;ldquo;เพลงแผ่นดินของเรา พอแล้ว ไม่มีอะไรกังวล&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงประเด็นการรับมือการชุมนุมว่า เจ้าหน้าที่เตรียมการไว้แล้ว โดยจะดูแลทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนกรณีจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์นั้น เป็นเรื่องของสมาชิก&amp;nbsp; ส.ส.และ ส.ว. &amp;nbsp;
เมื่อถามว่า ประเด็นนี้พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีการหารือกันหรือไม่ พล.อ.ประวิตรระบุว่าก็ต้องคุยกันทั้งหมด ส่วนกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรค พปชร.ระบุว่าจะไม่รับร่างไอลอว์นั้น&amp;nbsp; ใครพูดก็ต้องรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวว่า ในวันที่ 17 พ.ย.มีกลุ่มผู้ชุมนุม 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มไทยภักดี ยื่นชุมนุมต่อเจ้าหน้าที่ตั้งแต่เวลา 09.00-14.00 น.ใช้ถนนสามเสนหน้ารัฐสภาเป็นสถานที่จัดการชุมนุม กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มการเมืองภาคประชาชน ยื่นชุมนุม&amp;nbsp; 2 วัน คือวันที่ 17 และ 18 พ.ย. เวลา 09.00-22.00 น. และกลุ่มที่ 3 คือกลุ่มคณะราษฎร ยังไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด ซึ่งการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย บช.น.จัดกำลังตามความเหมาะใช้ผลัดละ 9&amp;nbsp; กองร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องม็อบชนม็อบ เจ้าหน้าที่เตรียมกำลังเพียงพอรักษาความความเรียบร้อย ส่วนการป้องกันมือที่สาม บช.น.กำลังคิดว่าการชุมนุมครั้งต่อไปจะทำจุดคัดกรองลงไปเสริมการปฏิบัติเพื่อตรวจค้นอาวุธ&amp;rdquo; พล.ต.ต.ปิยะระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมบอกจะกินหมูกระทะและย่างกุ้งระหว่างการชุมนุมผิดหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะตอบว่า ถ้ามีการเอาแก๊สเข้าไปก็ถือว่าผิดกฎหมาย พ.ร.บ.รักษาความสะอาด และ พ.ร.บ.สาธารณสุข ห้ามประกอบอาหารและรับประทานอาหารที่สาธารณะบนทางเท้า การกินหมูกระทะถือว่าผิด ส่วนกรณีหากผู้ชุมนุมปิดรัฐสภาจะมีมาตรการนำตัว ส.ส.และ ส.ว.ออกมาหรือไม่ รอง ผบช.น.ตอบว่าได้หารือกัน&amp;nbsp; แต่ไม่น่าเป็นห่วง
ใช้กำลัง 18 กองร้อยดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงระบุว่า การดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณรอบจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเป็นหลัก โดยใช้กำลังทั้งหมด 18 กองร้อย แบ่งเป็นผลัดละ 9 กองร้อย แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะระดมล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าเรือเกียกกาย ซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุได้ โดยเป็นหน้าที่ของกรมเจ้าท่าในการจัดการจราจรทางน้ำ แต่ขอให้ผู้ชุมนุมยุติการกระทำดังกล่าว ขณะที่เจ้าของเรือผู้ให้เช่าอาจเข้าข่ายกระทำความผิดกฎหมายด้วย ส่วนที่ น.ส.อินทิรา เจริญปุระ&amp;nbsp; หรือทราย สั่งซื้อเรือเป็ดบุกรัฐสภานั้น ถือเป็นเรื่องที่อันตรายมาก เพราะเรือดังกล่าวจะใช้ในคลองหรือพื้นที่ที่น้ำนิ่ง ไม่ใช่พื้นที่น้ำไหล
แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่กลุ่มราษฎรนัดกินหมูกระทะถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ.จราจรทางบก รวมถึง พ.ร.บ.รักษาความสะอาด และหากมีความร้อนสูงเกิดระเบิดหรือไฟไหม้ขึ้นมาก็จะอันตรายต่อผู้ร่วมชุมนุมเอง เพราะอุปกรณ์เหล่านั้นไม่ได้ออกแบบมาเพื่อนั่งรับประทานข้างถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในการประชุมมอร์นิงบรีฟกองทัพบกที่มี พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธาน ได้เน้นย้ำให้หน่วยทหารในพื้นที่ใกล้เคียงรัฐสภา เช่น กองพลปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน&amp;nbsp; (ปตอ.) กองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ (ม.พัน. 4 รอ.) กรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ (ม.1 รอ.) เฝ้าติดตามระวังสถานการณ์ โดยพยายามดูแลไม่ให้ผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน ขณะที่ปลัดกระทรวงกลาโหม, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ดำรงตำแหน่ง ส.ว.นั้นยังไม่มีการยืนยันว่าจะเข้าร่วมประชุมโหวตในวันที่ 18 พ.ย.หรือไม่ โดย พล.อ.ณรงค์พันธ์มีกำหนดการเดินทางไปตรวจเยี่ยมกองทัพภาคที่ 3 และกองกำลังชายแดน จ.เชียงใหม่ และ จ.แม่ฮ่องสอนในวันที่ 17-18 พ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คณะราษฎร 2563 ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงการนัดชุมนุมล้อมรัฐสภาตั้งแต่เวลา 15.00 น. วันที่ 17-18 พ.ย.ว่า &amp;quot;ประชาชนล้อมสภา หน้าล้อมเตา ด้วยข้าวด้วยแกงอ่อม ขอหมูกระทะ เตาถ่านพร้อม หมูพร้อม น้ำจิ้มพร้อม เสิร์ฟพร้อมกันหน้ารัฐสภา หนึ่งชุดทานได้ 2-3 คน ประกอบด้วย (ของสด 9 ขีด) หมูหมัก กุ้ง หมึก แฮม เบคอน สามชั้นสไลด์ ชุดผักสด น้ำจิ้มซีฟู้ดและสุกี้สูตรเด็ด สามารถรับชุดหมูกระทะได้วันที่ 17 พ.ย. ตั้งแต่ 16.00-21.30 น.หน้ารัฐสภา เพียงชุดละ 599 บาท จำกัด 30 ชุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเพจเยาวชนปลดแอก (Free YOUTH) โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;รัฐสภาจะปิดประตูการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์หรือไม่ เราจะมีรัฐธรรมนูญใหม่จากประชาชนหรือไม่ 17 พ.ย.นี้อาจเป็นวันชี้ชะตาประเทศไทย&amp;nbsp; ใครใคร่เป็นทัพเรือมาทางเรือ ใครใคร่เป็นทัพบกมาทางบก และทัพอากาศใครบินได้บิน โปรดเตรียมตัวให้พร้อม 17 พ.ย.นี้ 15.00 น.ล้อมสภาจนกว่าจะลงมติ นี่คือพื้นที่ของราษฎร ใครใคร่กินหมูกระทะกิน! ใครใคร่ทำกิจกรรม ทำ! นี่คือการชุมนุมกดดันครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ เพราะทุกคนคือแกนนำ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำคณะราษฎร 2563 โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;พรุ่งนี้ไปล้อมสภากัน อย่าให้ข้ารับใช้เผด็จการได้ออกจากสภา!&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันที่หน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย &amp;quot;เครือข่าย People Go&amp;quot; ได้อ่านแถลงการณ์ &amp;quot;จากราษฎร์ดำเนินสู่ราษฎร์สภา ต้องรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน&amp;quot; พร้อมเสนอให้ประชาชนส่งผู้แทนเข้าร่วมเป็น กมธ.ในการพิจารณาด้วย โดยวันที่ 17-18 พ.ย. เครือข่าย People GO&amp;nbsp; จะร่วมกับภาคประชาชนอื่นๆ ชุมนุมที่หน้ารัฐสภาเพื่อรอคอยจนกว่ารัฐสภาจะมีมติรับร่างประชาชน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานกลุ่มไทยภักดี ยืนยันว่าขอคัดค้านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3&amp;nbsp; ฉบับ ทั้งของฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และไอลอว์ โดยขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน พร้อมพี่น้ององค์กรเครือข่ายที่ได้ประสานงาน ในวันที่ 17 พ.ย. เวลา 09.00 น.ที่บริเวณหน้ารัฐสภา เกียกกาย ไม่ต้องกังวลว่าจะมีการปะทะของมวลชน เพราะอีกกลุ่มนัดหมายกันไว้ที่เวลา 15.00 น. แต่กิจกรรมของกลุ่มไทยภักดีทุกอย่างจะเสร็จก่อนเที่ยงแน่นอน และในเวลา 14.00 น.จะไปยื่นเรื่องดังกล่าวต่ออัยการสูงสุดเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาให้ระงับยับยั้งการกระทำดังกล่าว
อภิปรายในวันเดียว
มีรายงานจากรัฐสภาถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 7 ฉบับในวันที่ 17-18 พ.ย.ว่า ที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย ได้แก่ วิปฝ่ายรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา ได้ข้อสรุปร่วมกันว่าจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ฉบับให้เสร็จภายในช่วงเย็นวันที่ 17 พ.ย. โดยไม่อยากให้เลยไปถึงช่วงค่ำ เพราะเกรงจะมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางออกจากรัฐสภาที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมล้อมอยู่ จากนั้นจะโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ฉบับในวันที่ 18 พ.ย. เวลา 09.30 น.โดยขานชื่อทีละคน คาดว่าใช้เวลา 4&amp;nbsp; ชั่วโมงจึงจะรู้ผลการลงมติ
สำหรับแนวโน้มการลงมตินั้น ขณะนี้ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าที่ประชุมรัฐสภาจะลงมติรับหลักการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ วาระ 1 เฉพาะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 และ 2 ของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเท่านั้นที่ให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ขณะที่เสียงฝั่ง ส.ว.ที่ต้องมีเสียงสนับสนุน 84 เสียงในการรับหลักการนั้น ล่าสุด ส.ว.ได้เช็กเสียงเมื่อเช้าวันที่ 16 พ.ย. ปรากฏว่ามีเสียง ส.ว.ถึง 100-150 เสียงทั้งสองร่างแล้ว แต่ก็มี ส.ว.บางส่วนที่ยืนยันในจุดยืนเดิม ลงมติไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 และ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอีก 4 ฉบับที่เป็นการแก้ไขรายมาตรา มีแนวโน้มไม่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภา เพราะมีเพียงเสียงจากฝ่ายค้านเท่านั้น ขณะที่เสียงจาก ส.ส.ฝั่งรัฐบาลและ ส.ว.จะลงมติงดออกเสียงและไม่รับหลักการ ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์นั้นมีแนวโน้มสูงที่จะไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา เพราะเสียง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและ ส.ว.ไม่เอาด้วย เพราะเห็นพ้องต้องกันว่าไม่ได้มีข้อยกเว้นเรื่องการห้ามแก้หมวด 1 และ 2 รวมถึงยังมีเนื้อหาที่สร้างความไม่สบายใจ อาทิ การให้ยกเลิก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต และการให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและกรรมการองค์กรอิสระทุกชุดพ้นจากตำแหน่ง อาจมีผลทำให้เป็นการนิรโทษกรรมคดีทุจริตในทางปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ที่ทำการพรรค พปชร.มีการประชุมพรรคเพื่อกำหนดท่าทีการประชุม โดย น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.โฆษกพรรค แถลงภายหลังการประชุมว่า มติพรรคพลังยืนยันตามมติวิปรัฐบาล คือ รับหลักการในร่างที่ 1 ที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและคณะเป็นผู้เสนอ และร่างที่ 2 ของนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาลและคณะเป็นผู้เสนอ ส่วนร่างที่ 3-6 งดออกเสียง เพราะเนื้อหาครอบคลุมเหมือนกับร่างที่ 1 และ 2 แล้ว สำหรับร่างที่ 7 ของกลุ่มไอลอว์นั้นจะขอฟังจากสมาชิกทั้ง ส.ส.ฝ่ายค้าน, ส.ส.รัฐบาล และ ส.ว.ก่อนตัดสินใจในการลงมติอีกครั้ง
ส่วนนายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย แถลงประกาศจุดยืนว่า ส.ส.พรรครวมพลังประชาชาติไทยจำนวน 5 คนจะลงมติไม่รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ฝ่ายรัฐบาล&amp;nbsp; ฝ่ายค้าน และกลุ่มไอลอว์เสนอ เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 มาจากการทำประชามติ ดังนั้นหากจะแก้ไขก็ควรทำประชามติสอบถามประชาชนก่อน
ฝ่ายค้านหนุนทั้ง 7 ฉบับ
ด้านนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะหัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้านในสภา แถลงหลังประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า ฝ่ายค้านมีฉันทานุมัติไปในทางเดียวกัน จะขอรวมญัตติร่างรัฐธรรมนูญของไอลอว์เข้าร่วมด้วยในการพิจารณาต่อที่ประชุมร่วมสภา และจะสนับสนุนทั้ง&amp;nbsp; 7 ญัตติ จากนี้จะให้แต่ละพรรคไปหารือที่ประชุมพรรคเพื่อกำหนดเป็นมติ
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค พท.กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ ที่ถูกมองว่าอาจเลยเถิดไปถึงการนิรโทษกรรมให้นายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กลับประเทศ ว่าเป็นประเด็นเก่าที่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยหยิบยกมาใช้นานแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้มาตรา 256 (8) ได้ระบุไว้ชัดเจนอยู่แล้วเรื่องอำนาจของสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่มีการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; ไม่มีใครไปยกเลิกกฎหมายทั้งปวง มิเช่นนั้นจะทำให้เกิดสุญญากาศ การที่บอกว่าจะเป็นการนิรโทษกรรมเป็นการใส่สีตีความและเป็นเท็จทั้งสิ้น
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงจุดยืนพรรคว่า จะรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ฉบับ และจะเสนอให้เอาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของไอลอว์เป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับหลักในชั้นของคณะ กมธ.เพราะเป็นร่างแก้ไขที่มีเนื้อหาครอบคลุมมากที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้รับสิ่งที่ต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอส่งสารไปถึง ส.ส. หากไม่ทำหน้าที่เพื่อพิทักษ์สิทธิเสรีภาพก็อย่าเรียกตัวเองว่าเป็นผู้แทนราษฎร ส่วน ส.ว.ถือเป็นโอกาสสำคัญของพวกท่านในการส่งสัญญาณไปยังประชาชน เพื่อแสดงสปิริตทางการเมืองร่วมกันหาทางออกให้ประเทศไทยต่อไป และขอให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนชื่อการส่งไปศาลรัฐธรรมนูญเพื่อแสดงความจริงใจในการบรรเทาสถานการณ์&amp;quot; นายพิธากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ตอนหนึ่งว่า &amp;quot;สถานการณ์การเมืองวันที่ 17-18 พ.ย. รัฐสภาจะลงมติญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งอาจมีเหตุให้ปะทะกัน แล้วนำไปสู่การอ้างเข้ามาทำรัฐประหาร หรือหากสมาชิกรัฐสภาถูกล้อมขังไว้ในรัฐสภา การยึดอำนาจยังนำไปใช้เป็นสาเหตุได้อยู่ดี และในสถานการณ์นี้การยึดอำนาจไม่ง่าย เพราะอาจยึดได้ แต่อยู่ยาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันพรุ่งนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้ารัฐสภาถูกปิดล้อมอาการน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ดังนั้น 2 วันนี้จะเป็นสถานการณ์นับถอยหลังทางการเมืองได้อยู่ เพราะทั้งสองฝ่ายพร้อมจะมีเรื่องกันได้&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84047</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งสสร., รัฐธรรมนูญไทย, สสร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201116/image_big_5fb289a38b169.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 07:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&#039;กังขาฝ่ายค้านเรียกร้องแก้ไขรธน.ยุติความขัดแย้งแต่ชักชวนคนเดินลงถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ก.ย.63 - นายนันทธิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง&amp;nbsp; บทบาท​ ฝ่ายค้าน​ ? มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สส. พรรคฝ่ายค้าน​ 6&amp;nbsp; พรรคแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลยอมตามข้อเรียกร้องของกลุ่มปลดแอก​ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ​&amp;nbsp; เรียกร้องให้วุฒิสมาชิกร่วมมือแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอด​ เพื่อยุติความขัดแย้งในประเทศ
นี่มันอะไรกัน​ ร่างญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ​ของ สส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน​ ถึงมือประธานรัฐสภากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มนับหนึ่งแล้ว
แต่​ สส.และพรรคการเมืองฝ่ายค้านกลับชักชวนให้คนเดินลงถนน​&amp;nbsp; ให้ฟังเสียงม๊อบ​ แทนที่จะเอาความขัดแย้งเข้าสู่สภา​ ไปตกลงกันในสภา
แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ​ จะแก้รายมาตรา​ หรือยกร่างใหม่ทั้งฉบับ จะมี​ สสร.หรือไม่มี​ สสร.เป็นเรื่องสมาชิกรัฐสภาต้องหารือกัน​ ไม่ใช่หนุนม๊อบให้มากดดันรัฐสภา​
ถ้าจะให้ฟังเสียงม๊อบ​ เดี๋ยวฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยและคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ​ ระดมคนกันมาบ้าง​ ประเทศจะไม่วุ่นวายกันไปใหญ่หรือ
เชื่อเถอะ​&amp;nbsp; การพัฒนาการเมืองไม่ใช่ดีดนิ้วมือทีเดียว​ หรือจ่ายเงินแล้วได้หมดทุกอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77798</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งสสร., นันทิวัฒน์ สามารถ, บทบาทฝ่ายค้าน, แก้ไขรธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20200814/image_mid_5f35e35ad8c49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 07:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 07:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039;แจงจุดยืนแก้รธน. ไม่ห้าม&#039;สสร.&#039;แก้หมวด1และ2-ปิดสวิตช์ส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค. 63 - เพจเฟซบุ๊กพรรคก้าวไกล- Move Forward Party โพสต์ข้อความเรื่อง&amp;quot;จุดยืนและข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคก้าวไกล&amp;quot; ว่า &amp;quot;ในสถานการณ์ปัจจุบัน พรรคก้าวไกลมีจุดยืนและข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น 3 ประการ ได้แก่ (1) ตั้ง สสร. เพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ทั้งฉบับ (2) ปิดสวิตช์ ส.ว. ด้วยการยกเลิกรัฐธรรมนูญ มาตรา 269-272 และ (3) ยกเลิกรัฐธรรมนูญ มาตรา 279 เพื่อยกเลิกการรับรองให้ประกาศคำสั่ง คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและชอบด้วยกฎหมาย โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) การตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยไม่ไปจำกัดว่าห้ามแก้หมวดใดหมวดหนึ่ง จะเป็นทางออกอย่างสันติให้สังคมไทยสามารถหาฉันทามติร่วมกันได้ว่าระบบการเมืองแบบไหนที่เรายอมรับที่จะอยู่ร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมไปแล้วหนึ่งฉบับเพื่อแก้ไข ม. 256 ให้มีการตั้ง สสร. แต่พรรคก้าวไกลไม่ร่วมลงชื่อด้วย เนื่องจากไปกำหนดไว้ว่า ห้าม สสร. แก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1 และ 2 พรรคก้าวไกลเห็นว่า ข้อกำหนดดังกล่าวยิ่งไปสร้างความเข้าใจผิดในสังคม เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมามีการแก้ไขบทบัญญัติในหมวด 1 และ 2 มาโดยตลอด ไม่ใช่เรื่องต้องห้ามแต่อย่างใด และการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของไทยมีการจำกัดขอบเขตอยู่แล้วว่า การแก้ไขที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือรูปแบบของรัฐ จะกระทำมิได้ ดังที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ม. 255&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น พรรคก้าวไกลจะไปอภิปรายเพื่อขอแก้ไขประเด็นดังกล่าวเมื่อการพิจารณาเรื่อง สสร. เข้าสู่การประชุมของรัฐสภา ด้วยเรายืนยันในหลักการที่ว่า อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญหรืออำนาจสูงสุดในการเขียนรัฐธรรมนูญนั้น เป็นของประชาชน เมื่อประชาชนเลือกตั้ง สสร. ไปจัดทำรัฐธรรมนูญแล้ว สสร. ต้องแก้ไขใหม่ได้ทั้งฉบับ สสร. เช่นนี้จะสามารถสะท้อนและโอบรับเจตจำนงของประชาชนได้ทุกกลุ่ม ไม่ปิดกั้นความคิดและความฝันของประชาชนกลุ่มใด สุดท้ายเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเองว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีเนื้อหาอย่างไรผ่านเวที สสร. และการลงประชามติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) การยื่นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อยกเลิกบทเฉพาะกาล ม. 269-272 เป็นสิ่งที่ต้องผลักดันในลำดับถัดไปให้ทันในสมัยประชุมนี้ เพราะ ส.ว. 250 คนที่ คสช. แต่งตั้งมาและมีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ถือเป็นกลไกสำคัญในการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร หากเราสามารถยกเลิกอำนาจของ ส.ว. ในการเลือกนายกฯ ได้เมื่อไร ประเทศก็สามารถเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ไม่ว่าด้วยการลาออกของนายกฯ หรือการยุบสภา ให้เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ สสร. จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่แล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) พรรคก้าวไกลเสนอให้ยกเลิกบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ม. 279 เพื่อมิให้มีการรับรองประกาศ-คำสั่ง คสช. และการกระทำที่เกี่ยวเนื่อง ให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและชอบด้วยกฎหมายไปตลอดกาล เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญรับรองตรวจสอบประกาศ-คำสั่ง คสช. และการกระทำที่เกี่ยวเนื่องได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อ (2) และ (3) นั้น จำเป็นจะต้องใช้เสียง 1 ใน 5 ของ ส.ส. ที่มีอยู่ ซึ่งเท่ากับ 98 เสียง ปัจจุบันพรรคก้าวไกลมี ส.ส. อยู่เพียง 54 เสียง ดังนั้น เราจะพยายามขอเสียงจากพรรคการเมืองอื่น เพื่อยกเลิกหัวใจสำคัญในการสืบทอดอำนาจ คสช. ให้ได้ทันภายในสมัยประชุมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความเชื่อมั่นในอำนาจสูงสุดของประชาชน&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75348</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, ตั้งสสร., ปิดสวิตซ์ส.ว., ยกเลิกม.279, แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f430731279e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!&#039;ปิยบุตร&#039;อ้างหากล็อกห้ามแก้หมวดพระมหากษัตริย์อาจเกิดวิกฤติรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.63 - ที่รัฐสภา นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า กล่าวว่า ข้อเสนอการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ควรทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของร่วมกันกับรัฐธรรมนูญฉบับที่จะมีการยกร่างใหม่ มีฉันทามติร่วมกัน หลังที่ประชุมรัฐสภารับหลักการและมีการตั้งกรรมาธิการแล้ว ควรยกเลิกรัฐธรรมนูญ มาตรา 269-272 เพื่อยกเลิก ส.ว.ชุดปัจจุบัน และหาก ส.ว.จะคัดค้านเพื่อปกป้องตัวเอง คงดูไม่จืด เพราะ ส.ว. ต้องตระหนักว่า เป็นจุดด่างดำของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และหาก ส.ว. ต้องการกลับเข้าทำหน้าที่ ก็ควรเข้าสู่กระบวนการตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ควรห้าม ส.ส.ร. แก้ไขในหมวด 1- 2 เนื่องจาก ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของรัฐได้ และหากมีการล็อกห้าม ส.ส.ร.แก้ไขในหมวด 1 หรือ หมวด 2(พระมหากษัตริย์) ก็อาจจะเกิดวิกฤตรัฐธรรมนูญ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่หลังทูลเกล้าฯ มีพระราชกระแสรับสั่งให้มีการแก้ไขในหมวด 2 &amp;quot;นายปิยบุตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75113</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งสสร., นายปิยบุตร แสงกนกกุล, วิกฤติรัฐธรรมนูญ, หมวดพระมหากษัตริย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed877c4f088a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
