<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2018 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2018 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.ตั้งเป้าควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก 7พันแห่งใน4ปี &quot;หมอธี&quot;เผยเวิลดิ์แบงก์แนะไทยสมควรทำเพื่อเดินหน้าปฎิรูปการศึกษา    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;
28ก.ย.61-ธนาคารโลก แนะไทยควบรวมหรือการลดจำนวนโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อบรรลุปฏิรูปการศึกษา เพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนที่คุ้มค่า &amp;quot;หมอธี &amp;rdquo; มอบประธาน กพฐ. ขับเคลื่อนการลดโรงเรียนขนาดเล็ก อาจจะไม่ใช่การควบรวมทั้งหมด แต่อาจใช้หลายวิธี &amp;nbsp; &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; ตั้งเป้าควบโรงเรียนให้ได้ประมาณ 7,000 แห่ง ภายใน 4 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และ ตัวแทนจากธนาคารโลก (World Bank) ว่า ในที่ประชุมทางธนาคารโลกได้มาเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า การควบรวมหรือการลดจำนวนโรงเรียนขนาดเล็ก ในสังกัด สพฐ. ถือเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดอันหนึ่งในการปฏิรูปการศึกษา ด้านประสิทธิภาพให้คุ้มค่ากับการลงทุน ซึ่งในที่ประชุมธนาคารโลกได้รายงานตัวเลข และได้มีการซักซ้อมการทำงานว่า กพฐ.จะกำกับดูแลต่อไปอย่างไร เพื่อให้เกิดความชัดเจน มีเป้าหมายอย่างไร ทั้งนี้ในส่วนของการดำเนินการจะทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั้นคงต้องมีการหารือ แต่อาจจะไม่ใช่การควบรวมโรงเรียนทั้งหมด ซึ่งอาจจะต้องมีการคิดใหม่เรื่องครูประจำชั้น เพราะจากข้อมูลของธนาคารโลกชัดเจนว่า จำนวนครูต่อนักเรียนของประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์ที่ดีที่สุดในโลก คือ 1:17 แต่เมื่อลงลึกในรายละเอียดกลับพบว่าครูขาดแคลน ดังนั้นการแก้ไขปัญหาไม่ใช่ว่าเราจะมานั่งควบรวมโรงเรียนอย่างเดียวจะต้องทำการดำเนินการในหลายด้านพร้อมกัน ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ได้มีการจัดหน้าที่รับผิดชอบแต่ละด้านให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว อีกทั้งศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ก็จะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธนาคารโลกบอกว่าเรื่องนี้มีความพยายามกันมาอย่างยาวนาน ใช้ระยะเวลากว่า 30 ปีแล้วก็ไม่สำเร็จ ซึ่งจากข้อมูลตัวเลขของเวิลดิ์แบงก์ ระบุว่า เรามีโรงเรียนสังกัดสพฐ.14,000 โรง &amp;nbsp;หากสามารถควบรวมได้ก็จะทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยโรงเรียนเหล่านี้จะอยู่ในกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็กและกลาง ผมจึงมอบหมายงานท้าทายให้แก่นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธาน กพฐ.ว่า ขอให้ กพฐ.ชุดนี้ทำให้สำเร็จ อีกทั้งเป้าหมายของการประชุมครั้งนี้ คือ การวางทิศทางและเรียงลำดับภารกิจที่สำคัญของ กพฐ.&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายปิยะบุตร กล่าวว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กนั้นคงไม่สามารถควบรวมได้ทั้งหมดแต่จำเป็นต้องดูในบริบทของแต่ละพื้นที่ เช่น โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล อยู่บนเขา การควบรวมจะยิ่งส่งผลเสียต่อนักเรียนดังนั้น จะต้องเข้าไปพัฒนาการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตและพัฒนาครูให้มีประสิทธิภาพ แนวทางที่รวมกันและทำเป็นโรงเรียนกินนอน หรือการถอดบทเรียนจากโรงเรียนที่มีการเรียนการสอนแบบคละชั้น รวมชั้นระหว่าง ป.1-ป.2 ,ป.3-ป.4 เรียนด้วยกัน แบบพี่สอนน้อง ครูช่วยกันสอน ทำให้เด็กมีประสิทธิภาพซึ่งเป็นแนวทางที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ อย่างไรก็ตาม ตั้งเป้าควบรวมโรงเรียนให้ได้ประมาณ 7,000 แห่ง ภายในระยะเวลา 3-4ปี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18610</URL_LINK>
                <HASHTAG>การควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก, ตั้งเป้า4ปีควบรวมรร.ขนาดเล็ก7พันแห่ง, ธนาคารโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180421/image_big_5adabdf9a9137.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
