<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2018 21:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2018 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หญิงไทยเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งโลก ตั้งเป้าเพิ่ม50%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ส.ค.61-สธ. หนุนหญิงไทยทุกคนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกของชีวิต ในโครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต เผยไทยยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั้งโลก 40% โดยอยู่ที่ระดับค่ 23% เท่านั้น ตั้งเป้าเพิ่มให้ได้ 50% ในปี 68 &amp;nbsp;ชี้มีแต่ข้อดีต่อทารกแรกเกิด ป้องกันการติดเชื้อ &amp;nbsp;ลดอัตราการเสียชีวิต พัฒนาระดับสติปัญญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พญ.อัมพร &amp;nbsp;เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัยและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่าองค์การอนามัยโลก และองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ แนะนำให้เด็กควรได้กินนมแม่อย่างเดียวติดต่อกันตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 เดือน โดยไม่ต้องให้น้ำหรืออาหารอื่น เนื่องจากนมแม่เป็นอาหารที่ย่อยง่ายและถูกสร้างมาให้เหมาะสมที่สุดกับสภาพร่างกายของทารก ช่วยป้องกันการติดเชื้อในทารกแรกเกิด ลดอัตราการเสียชีวิต พัฒนาระดับสติปัญญา ปัจจุบันทั่วโลกมีเด็กได้กินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนเพียงร้อยละ 40 ส่วนประเทศไทยตัวเลขอยู่ที่ร้อยละ 23 สาเหตุสำคัญที่ทำให้แม่ไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้มีหลายประการ ได้แก่ แม่ต้องกลับไปทำงานก่อน 6 เดือน แม่เชื่อว่าน้ำนมไม่พอ หรือแม่เข้าใจผิดคิดว่านมแม่มีสารอาหารไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น สธ.ได้ร่วมกับ 4 กระทรวง พัฒนาศักยภาพเด็กไทย สร้างคนไทย 4.0 มีสุขภาพดี สติปัญญาดี แข็งแรง มีทักษะสูง และมีจิตใจที่งดงาม ดูแลตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ถึงคลอด และเติบโตอย่างมีคุณภาพ &amp;nbsp;ด้วยโครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกแห่งชีวิต โดยการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ นับเป็นช่วงที่ 2 ของ 1,000 วันแรก &amp;nbsp;นับตั้งแต่แรกเกิด-6 เดือน เป็นช่วงที่ร่างกายและสมองของเด็กเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว การได้รับนมแม่ตั้งแต่ชั่วโมงแรกของชีวิต การโอบกอดและเล่นกับลูกส่งผลให้ลูกเจริญเติบโตดี มีพัฒนาการทางด้านร่างกายและอารมณ์ดี &amp;nbsp;ตั้งเป้าเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนของชีวิต ให้ได้ร้อยละ 50 ภายในปี 2568
ทั้งนี้ การที่จะให้แม่ประสบความสำเร็จในการลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนของชีวิตนั้น ต้องมีการเตรียมพร้อมแม่ตั้งแต่ในระยะตั้งครรภ์ และระยะหลังคลอด ได้แก่ 1.ให้ความรู้เรื่องประโยชน์ของนมแม่ในแง่คุณค่าทางอาหาร เช่น ช่วยเรื่องการเจริญเติบโต การพัฒนาทางสมองและพฤติกรรม การป้องกันการติดเชื้อของทารก ทำให้รูปร่างที่เปลี่ยนไประหว่างตั้งครรภ์ของแม่กลับมาสวยเหมือนเดิม ป้องกันการเกิดมะเร็งชนิดต่างๆ นอกจากนี้ยังประหยัด และเป็นการสร้างความรักความผูกพันระหว่างแม่ลูก &amp;nbsp;2.ความรู้เรื่องขั้นตอนในการให้นมแม่ โดยเริ่มให้ลูกดูดนมโดยเร็วตั้งแต่หลังคลอดภายใน 30 นาที เพื่อให้น้ำนมออกเร็ว การให้ลูกดูดนมบ่อยๆในวันแรกหลังคลอด โดยภายใน 24 ชั่วโมงแรก ลูกควรดูดนม 8-12 ครั้ง และต้องให้ลูกดูดนมให้ถูกวิธี คือให้ลูกอมหัวนมให้ถึงลานนม สามารถป้องกันการเกิดนมคัดหรือหัวนมแตกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ความรู้เรื่องอาหารที่มีประโยชน์ต่อแม่ในระหว่างตั้งครรภ์และให้นมลูก โดยควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่อย่างเพียงพอ 4.ให้ความรู้ความเข้าใจกับบุคคลในครอบครัว เช่นสามี เพื่อให้บุคคลที่ใกล้ชิดกับหญิงตั้งครรภ์เห็นความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ พร้อมให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆและเป็นกำลังใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ &amp;nbsp;5.ตรวจหาความผิดปกติของเต้านม หัวนม และลานหัวนม สิ่งผิดปกติที่พบบ่อยคือ หัวนมสั้น (short nipple) หัวนมบอด ต้องได้รับคำแนะนำและแก้ไข &amp;nbsp;เพื่อให้แม่พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์และวิธีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่ถูกต้อง และสร้างความมั่นใจให้กับแม่ว่าจะสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้สำเร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15244</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งเป้าคนไทยเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพิ่ม, พญ.อัมพร  เบญจพลพิทักษ์, หญิงไทยเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่ำ, องค์การอนามัยโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180812/image_big_5b704660b0f18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
