<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2021 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2021 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตคาดปี 64 ส่งออกอาหารของไทยมูลค่า1.10 ล้านล้านบาทโตสูงสุด 12%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค. 2564 - นายสุริยะ&amp;nbsp; จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถาบันอาหาร ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม คาดการณ์การส่งออกอาหารของไทยในปี 2564 จะมีมูลค่า 1.08-1.10 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น10.2-12.2% เทียบกับปีที่ผ่านมาที่หดตัวจากผลกระทบของโควิด-19 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาสินค้าเกษตรบางรายการที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มพืชพลังงานทดแทน เช่น ถั่วเหลือง ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพด อ้อย และมันสำปะหลัง เป็นต้น จากความต้องการพลังงานทดแทนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมทั้งการแข็งค่าของเงินสกุลต่างๆ ในเอเชียจะทำให้มีการส่งออกสินค้าเกษตรมากขึ้นโดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งจะส่งผลดีในแง่ของแรงจูงใจในการเพิ่มผลผลิตของเกษตรกรไทย ล่าสุดผลผลิตวัตถุดิบภาคเกษตรของไทยค่อยๆ ฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้ราคาและรายได้เกษตรกรปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง ส่งผลดีต่อวัตถุดิบและเกื้อหนุนต่อการบริโภคภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่แนวโน้มสินค้าที่มีความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้นในปี 2564 คือ 1.สินค้าในกลุ่มโปรตีนจากพืช ที่แบ่งเป็นกลุ่มย่อยตามลักษณะผลิตภัณฑ์ เช่น ผลิตภัณฑ์ทดแทนเนื้อสัตว์จากพืช&amp;nbsp; ผลิตภัณฑ์ทดแทนอาหารทะเลจากพืช ผลิตภัณฑ์นมจากพืช ผลิตภัณฑ์ทดแทนไข่จากพืช เป็นต้น 2.กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เช่น สินค้ากลุ่มสมุนไพรและเครื่องเทศ กลุ่มถั่วและเมล็ดพืช กลุ่มผลไม้และผัก กลุ่มผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกและพรีไบโอติก และ กลุ่มสินค้าอื่นๆ และ 3.กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมผลิตแบบยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสินค้าไทยที่คาดว่าจะมีแนวโน้มการส่งออกขยายตัว ได้แก่ กลุ่มอาหารพร้อมรับประทานและกึ่งสำเร็จรูปพร้อมปรุงสำหรับครัวเรือน ส่วนสินค้าที่มีการบรรจุใหญ่สำหรับธุรกิจบริการอาหารจะเริ่มฟื้นกลับมา หลังจากผู้คนได้รับวัคซีนและออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น หากควบคุมการระบาดได้คาดการณ์ว่าจะทำให้เศรษฐกิจโดยรวมกลับมาฟื้นตัว ส่วนคุณลักษณะสินค้าอาหารที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความสำคัญยังคงเน้นที่ความปลอดภัย สะอาดและถูกสุขลักษณะ ไม่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค และดีต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91173</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งเป้าส่งออกอาหารไทย, สุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200827/image_big_5f478c1689a6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 08:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งเป้าส่งออกอาหารปี 62 โต 10%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส.อาหาร ตั้งเป้าส่งออกอาหารไทยปี 62 โต 10% ทำเงิน 1.125 ล้านล้านบาท ชี้ขยายตลาดในกลุ่มสินค้าฟังก์ชันนัล ฟู้ดได้ผล พร้อมเผยไทยได้เปรียบด้านภูมิอากาศ ที่ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดศูนย์นวัตกรรม จ.มิเอะ-ประเทศไทย ว่า ทั้ง 2 ประเทศมีความร่วมมือกันในหลายๆ ด้าน ล่าสุดคือด้านอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งไทยได้รับมอบเครื่องจักรจาก บริษัท ซูฮิโระ อีพีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น เพื่อยกระดับการผลิตและแปรรูปอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้มีผลิตภาพและสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน และจะขยายผลการให้ความช่วยเหลือไปยังผู้ประกอบการที่อยู่ในต่างจังหวัดด้วย เนื่องจากศูนย์แห่งนี้จะเปิดดำเนินการที่สถาบันอาหาร กรุงเทพฯ และนำร่องใน จ.เชียงใหม่และ จ.สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า ปี 2562 คาดการณ์ภาพรวมตลาดอาหารส่งออกอาหารของไทยเติบโต 10% คิดเป็นมูลค่า 1.125 ล้านล้านบาท จากปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโต 6-7% มูลค่า 1.07-1.08 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะสินค้าอาหารแปรรูปเฉพาะทาง (ฟังก์ชันนัล ฟู้ด) ที่มีอนาตสดใส เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมบริโภคอาหารแปรรูปปรุงสุกพร้อมรับประทานที่ผ่านกระบวนปรุงที่ถูกสุขลักษณะ ปลอดภัย และยังสามารถคงคุณค่าสารอาหารตามหลักโภชนาการ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การส่งออกอาหารปัจจุบัน แบ่งเป็น การส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์และวัตถุดิบ 51%สินค้าพร้อมรับประทาน (เรดี้ทูอีท) 39% และฟังก์ชันนัลฟู้ด 10% โดยสถาบันฯ คาดว่ากลุ่มอาหารฟังก์ชั่นนัล ฟู้ดน่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อีก 2-3% จากปัจจุบันมีสัดส่วนตลาดประมาณ 10% และคาดว่าสัดส่วนของการส่งออกวัตถุดิบอาจจะลดลงตามความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในปีหน้าปัจจัยบวกที่จะทำให้การส่งออกอาหารดีขึ้นคือ การขยายตลาดในกลุ่มสินค้าฟังก์ชันนัล ฟู้ด และเรื่องของอากาศที่ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ แต่ไทยยังคงผลิตอาหารได้ตามปกติ ดังนั้นเชื่อว่าจะรักษาฐานรวมทั้งเพิ่มมูลค่าได้ส่วนปัจจัยเสี่ยงต้องจับตาดูสงครามการค้าหระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งมีผลต่อค่าเงิน ตลอดจนส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาไทย ทำให้การบริโภคลดลงได้&amp;rdquo; นายยงวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายเอเค ซูซูกิ ผู้ว่าราชการ จ.มิเอะ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ได้แนะนำเทคโนโลยีด้านการแปรรูปอาหารของ จ.มิเอะให้กับผู้ประกอบการไทย โดยนำเครื่องจักรแปรรูปอาหารเข้ามาใช้ในการวิจัยและการทดลอง และจัดสัมมนาแนะนำเทคโนโลยีอาหารแปรรูปของอาหารใน จ.มิเอะด้วย เพื่อสนับสนุนความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการจากมิเอะ โดยหวังว่า อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ทั้งของไทยและ จ.มิเอะจะร่วมกันเติบโตก้าวหน้าต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22004</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งเป้าส่งออกอาหารไทย, ทำเงิน 1.125 ล้านล้านบาท, สมคิด  จาตุศรีพิทักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd1cb2b0da8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
