<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2019 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมลุยตั้งโรงงานผลิดรถไฟลดการนำเข้า7หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค. 2562 นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เปิดเผยในงาน RAIL Asia Expo 2019 ว่ากระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมให้มีการจัดตั้งโรงงานผลิตรถไฟในประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะมีการผลิตประกอบรถไฟในประเทศแล้ว ในอนาคตยังมีแผนที่จะสามารถส่งออกรถไฟฟ้าไปยังประเทศในกลุ่มCLMVได้ โดยใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและซ่อมบำรุง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพรินทร์ กล่าวว่าได้ย้ำความมั่นใจให้กับภาคเอกชนและนักลงทุนว่า รัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ เพราะฉะนั้นสามารถเดินหน้าโครงการต่าง ๆ ตามนโยบายเดิมได้ตามปกติ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เชื่อว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านรถไฟและรถไฟความเร็วสูงเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทุกรัฐบาลไม่ว่าจะมาจากพรรคไหนจะให้ความสำคัญและเดินหน้าโครงการเหล่านี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ส่วนการตั้งโรงงานฯคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2563 -2564 โดยจะสามารถจัดตั้งโรงงานผลิตรถไฟรถ แลเไฟฟ้าได้ถึง 3 โรงงานและมียอดการผลิตรวม 900 ตู้ต่อปี ภายในปี 2570 สามารถช่วยลดต้นทุนการนำเข้าจากต่างประเทศได้กว่า 10 เท่าจากเดิมที่มีมูลค่านำเข้ากว่า 7 หมื่นล้านบาท เมื่อมีโรงงานผลิตและประกอบในไทย ต้นทุนจะลดเหลือเพียง 6-7 พันล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรักษาได้อีกว่าปีละ 1,000 ล้านบาท รวมถึงเพิ่มการจ้างงานในระบบอุตสาหกรรมประกอบผลิตตัวรถได้อีกไม่น้อยกว่า 500 คน นอกจากนี้ยังช่วยลดการนำเข้าอะไหล่ ชิ้นส่วนอุปกรณ์รถไฟ รถไฟฟ้าได้อีกกว่า 3,000 รายการ จากเดิมต้องนำเข้ากว่า 7,000-10,000 รายการ รวมถึงจะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถไฟในอาเซียนด้วย ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้คนไทยได้มีความรู้ในการผลิต เพิ่มการจ้างงานในระบบอุตสาหกรรมประกอบผลิตตัวรถได้อีกไม่น้อยกว่า 500 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพรินทร์กล่าวอีกว่าในอนาคตไทยจะขยายโครงข่ายรถไฟไปเชื่อมต่อเพื่อนบ้านเพื่อเสริมศักยภาพการเป็นฮับCLMV ในอีกไม่กี่ปีไทยจะเชื่อมรถไฟทางคู่และรถไฟไฮสปีดกับสปป.ลาว เช่นเดียวกับทางกัมพูชาที่จะมีการเปิดเดินรถข้ามประเทศเส้นทางไทย-กัมพูชา ช่วงจ.ตราด-เสียมราฐ-พระตะบอง ส่วนด้านรถไฟทางเชื่อมต่อประเทศเมียนมาร์นั้นจะต้องเจรจาให้สามารถเดินรถเชื่อมกันได้อีกครั้งเหมือนในอดีต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายยรรยง นิติสาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสทีไอที จำกัด (STIT) บริษัทในเครือ ซิโน-ไทย กรุ๊ป เปิดเผยว่า จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลที่มีมูลค่ามหาศาล เพื่อพัฒนาระบบคมนาคม ขนส่ง และโลจิสติกส์ กระตุ้นภาคเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศนั้น ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ อุปกรณ์สำหรับก่อสร้างและเครื่องจักรหนัก มีอัตราการเติบโตขึ้นตามไปด้วย รวมถึงธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในปี62 ที่มีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง มีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมต่อเนื่องหลากหลาย เช่น ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อุตสาหกรรมหลายอย่างเติบโตขึ้น หลังได้รับอานิสงค์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ยกตัวเอย่างเช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการเมืองการบินจากการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) แต่ในปัจจุบัน งานก่อสร้างภาครัฐและงานก่อสร้างภาคเอกชนในประเทศของเรา ยังมีปัญหาเรื่องขาดแคลนแรงงานอย่างสูง ดังนั้นเครื่องจักรที่ดี ก็มีส่วนทำให้งานเดินหน้าไปได้อย่างมีคุณภาพและประสบความสำเร็จในการทำงานได้อย่างดีเยี่ยม&amp;rdquo; นายยรรยง กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32486</URL_LINK>
                <HASHTAG>RAIL Asia Expo 2019, ตั้งโรงงานผลิตรถไฟในประเทศไทย, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190303/image_big_5c7bde9451e45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
