<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟันโทษ2 อดีตเลขาสกสค.&quot;สมศักดิ์-เกษม&quot; หลังป.ป.ช.ชี้มูลความผิด คดีตั๋วสัญญาใช้เงินบ.บิลเลี่ยนฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
16ส.ค.64- &amp;nbsp;ชงบอร์ด สกสค. ฟันโทษวินัย 2 อดีตเลขาสกสค. &amp;nbsp;&amp;quot;สมศักดิ์-เกษม&amp;quot; คดีซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินบิลเลี่ยน ฯ มูลค่ากว่า 2.5 พันล้าน &amp;nbsp;หลัง ป.ป.ช. ชี้ความผิดมีมูลชัด &amp;nbsp;&amp;quot;ธนพร&amp;quot; ลั่นกระบวนการต้องเสร็จ ภายใน 27 ส.ค.นี้

นายธนพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ สกสค.) กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดกรณีสำนักงาน สกสค.อนุมัตินำเงินกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) จำนวน 500 ล้านบาท ไปซื้อตั๋วสัญญาจากบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด เพื่อนำไปดำเนินการร่วมทุน&amp;nbsp; โดยมีมูลค่าร่วมทุน รวม 2.5พันล้านบาท ซึ่งจากหลักฐานพบว่าสำนักงาน สกสค.มีการโอนเงินให้บริษัท บิลเลี่ยนฯ ไปให้ก่อนทั้งที่บริษัทยังไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันและต่อมายังมีหลักฐานพบว่ามีการเพิกถอนตั๋วสัญญาแล้วใช้เงินมาสั่งจ่ายเป็นแคชเชียร์เช็คให้กับกรรมการกองทุนช.พ.ค. ซึ่ง ป.ป.ช.ชี้ว่ามีความผิดตามมาตรา 4 มาตรา 8 มาตรา 11 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 และตามมาตรา 123/1 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2561 ซึ่งเรื่องนี้มีผู้เกี่ยวข้องกว่า 10 ราย ตั้งแต่ระดับผู้บริหารจนถึงเจ้าหน้าที่

ดังนั้น สกสค.จะต้องดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งนี้การพิจารณาโทษทางวินัยกับ นายสมศักดิ์ ตาชัย อดีตเลขาฯ สกสค. โดยจะเสนอเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการ สกสค. พิจารณาได้ในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ ส่วนระดับเจ้าหน้าที่จะใช้กฎหมายของ สกสค.ที่เกี่ยวข้องดำเนินการ พร้อมกันนี้เรายังได้มีการตั้งคณะกรรมการความรับผิดทางละเมิดร่วมกับกรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการความผิดทางละเมิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย ส่วนคดีอาญาจะเป็นอำนาจของอัยการสูงสุดเป็นผู้ดำเนินการซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะต้องเสร็จสิ้นภายใน 27 สิงหาคมนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังได้ชี้มูล กรณีนายเกษม กลั่นยิ่ง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาฯ สกสค. ซึ่งได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 2 ครั้ง เพื่อแก้ไขการดำรงตำแหน่งของประธานคณะกรรมการกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) จากวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี ให้เป็น 6 ปี โดยมีเจตนาเพื่อรองรับกรณีที่ตนเองจะพ้นจากตำแหน่งเลขาฯ สกสค. ให้เป็นประธาน ช.พ.ค. โดยที่ไม่ให้เหตุผลรายละเอียดในการขยายเวลาดังกล่าว &amp;nbsp;จึงถือว่ามีเจตนาชัดเจนในการเอื้อตนเองไปเป็นประธาน ซึ่งถือเป็นความผิดเฉพาะตัว โดยจะมีการพิจารณาลงโทษทางวินัย ในการประชุมคณะกรรมการ สกสค.วันที่ 16 สิงหาคมนี้ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113438</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ป.ป.ช., #สกสค, ตั๋วสัญญาใช้เงินปลอมบริษัท บิลเลียน, ธนพร สมศรี, นายสมศักดิ์ ตาชัย, นายเกษม กลั่นยิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210208/image_big_60210f3989e38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกสค.ตั้งกก.2ชุดสืบโกงมหากาพย์ &quot;ตั๋วสัญญาใช้เงิน2พันล้าน -ร่วมทุนหนองคายน่าอยู่&quot; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ก.พ.64-นายธนพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ สกสค.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ลงนามในคำสั่งสำนักงาน สกสค. จำนวน 2 ฉบับ คือ 1.คำสั่งสำนักงาน สกสค. ที่ 37/2564 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ระบุว่า ด้วยปรากฏข้อเท็จจริง ว่า สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. โดยคณะกรรมการบริหารเงินกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. อนุมัติให้นำเงินกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการงินกู้ ช.พ.ค. จำนวน 500 ล้านบาท จำนวน 2,100 ล้านบาทและจำนวน 400 ล้านบาท ซื้อตั๋วสัญญาใช้เงิน กับบริษัทบิลเลี่ยนอินโนเวเท็ดกรุ๊ป จำกัด โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ได้รับความเสียหาย เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงประกอบการดำเนินการทางกฎหมายในภาพรวมของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยให้นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย รมว.ศธ.) เป็นประธาน และให้คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งมีหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงและรวบรวมเอกสารหลักฐาน รวมทั้งบันทึกถ้อยคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการในเรื่องนี้ แล้วสรุปผลการดำเนินการเสนอต่อ ตนเพื่อพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพร กล่าวต่อว่า 2.คำสั่งสำนักงาน สกสค. ที่ 37/2564 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ระบุว่า ด้วยปรากฏข้อเท็จจริง ว่า สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. โดยคณะกรรมการบริหารเงินกองทุนเงินสนับสนุนพิศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. อนุมัติให้นำเงินกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. จำนวน 800 ล้านบาท ร่วมลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชนของบริษัทหนองคายน่าอยู่ จำกัด โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ได้รับความเสียหาย เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงประกอบการดำเนินการทางกฎหมายในภาพรวมของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 71 แห่ง พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยมี นายไกรวิชญ์ ภัทรพงศ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาพระโขนง 3 สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นประธาน และให้คณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งมีหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงและรวบรวมเอกสารหลักฐาน รวมทั้งบันทึกถ้อยคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการในเรื่องนี้ แล้วสรุปผลการดำเนินการเสนอต่อตนเพื่อพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยกระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริง ทั้ง 2 เรื่อง จะเสร็จสิ้นภายใน 30 วัน และเรื่องการทุจริตมหากาพย์จะต้องจบลงให้ได้ สังคมต้องได้รับคำตอบ ผู้กระทำความผิดต้องได้รับโทษ และเงินของครูที่ถูกนำไปดำเนินการจะต้องนำมาคืน โดยวิธีการใด วิธีการหนึ่งตามกฎหมาย ซึ่งในส่วนของการร่วมลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชนของบริษัทหนองคายน่าอยู่ จำกัดนั้น ที่ผ่านมาเท่าที่ผมทราบข้อมูลในเบื้องต้นยังไม่มีการดำเนินการในเรื่องใดเลย อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าคณะกรรมการทั้ง 2 ชุด จะสามารถหาข้อมูลที่จะเชื่อมโยงผู้ที่เกี่ยวข้องกับทั้ง 2 โครงการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นบุคคลภายนอกหรือภายในสำนักงาน สกสค. เพื่อรับโทษได้&amp;rdquo;เลขาฯ สกสค.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93342</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สกสค., ตั๋วสัญญาใช้เงินปลอมบริษัท บิลเลียน, ธนพร สมศรี, บริษัทบิลเลี่ยนอินโนเวเท็ดกรุ๊ป, โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชนของบริษัทหนองคายน่าอยู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602cbe9739fa4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2019 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ณัฏฐพล” เรียกข้อมูลคดีทุจริตซื้อตั๋วเงินปลอม  บ.บิลเลี่ยนมูลค่า 2,500 ล้านบาท หารือกับฝ่ายกฎหมายกรณีฟ้องละเมิดคดีหมดอายุความ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5ก.ย.62-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีคดีทุจริตซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด มูลค่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งอดีตผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้นำเงินไปลงทุน แต่ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาว่าตั๋วสัญญาดังกล่าวเป็นการปลอมตั๋วเงิน &amp;nbsp;และ สกสค.จะต้องดำเนินการฟ้องความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ขอ สกสค.ดูเอกสารในเรื่องดังกล่าวอยู่ ดังนั้นขอดูรายละเอียดให้รอบด้านอีกครั้งว่าเราจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เนื่องจากมีผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งตนไม่ได้นิ่งนอนใจและประเด็นนี้จึงเป็นอีกเรื่องที่ตนต้องให้ความสำคัญที่จะนำไปสู่การทบทวนโครงสร้างขององค์กร เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้มีปัญหาหรือช่องทางทุจริตลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ สกสค.จะเป็นองค์กรในกำกับศธ.แต่มีกระบวนการทำงานที่ต้องเกี่ยวข้องกับองค์กรหลักของ ศธ.เช่นกัน ดังนั้นผมจึงมองว่าปัญหาการทุจริตต่างๆ ที่เกิดขึ้นใน ศธ.อยู่ที่การจัดวางโครงสร้างการบริหารจัดการ ว่า ได้มีการจัดระบบควบคุมติดตามไว้อย่างไรบ้าง ดังนั้นเมื่อเกิดเรื่องทุจริตขึ้นโครงสร้างจะเป็นตัวกำหนดเองว่าการบริหารงานของเราแข็งแรงพอหรือไม่ ซึ่งผมจะมีการหารือกับผู้บริหาร สกสค.ในอนาคตถึงการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการที่มีระบบติดตามตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งในในการทำงาน&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสื่อข่าวถามถึงข้อมูลในประเด็นที่การดำเนินการฟ้องความผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ได้หมดอายุความไปแล้วตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคมถือว่าเป็นการเตะถ่วงเวลา เพื่อไม่ให้มีการดำเนินฟ้องละเมิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า ตนรับทราบข้อมูลมาเช่นกัน ดังนั้นขอหารือกับฝ่ายกฎหมายก่อนว่าความคืบหน้าของการฟ้องละเมิดคดีหมดอายุความไปแล้วหรือยัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45077</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สกสค, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ดำเนินคดีตั๋วเงินบิลเลียนปลอม, ตั๋วสัญญาใช้เงินปลอมบริษัท บิลเลียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d160a2579b2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
