<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2018 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2018 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนชาวนาตากข้าวเปลือกบนถนนมีโทษถึงคุก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย.61 - จากกรณีที่มีนักเรียนชายชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.ทะเมนชัย &amp;nbsp;อ.ลำปลายมาศ &amp;nbsp; จ.บุรีรัมย์ ขับรถจักรยานยนต์ไปเฉี่ยวชนกองข้าวเปลือก &amp;nbsp;ที่เกษตรกรตากไว้บนถนนทางหลวงหมายเลข 3047 &amp;nbsp;สายบ้านหนองม่วงน้อย &amp;ndash; หนองไทร &amp;nbsp;ต.ทะเมนชัย &amp;nbsp;อ.ลำปลายมาศ &amp;nbsp; เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ทำให้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 1 ราย &amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ผู้บาดเจ็บยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบเป็นถนน 2 ช่องจราจร ไม่ได้เป็นทางโค้ง แต่ไม่พบเกษตรกรนำข้าวเปลือกมาตากบนถนนสายดังกล่าวแล้ว &amp;nbsp; มีเพียงร่องรอยบริเวณจุดเกิดเหตุเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามชาวบ้านใกล้เคียง ให้ข้อมูลว่า &amp;nbsp;วันเกิดเกตุได้มีเกษตรกรนำข้าวเปลือกไปตากบนถนนสายดังกล่าว เพื่อลดความชื้นหลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จเป็นปกติเหมือนทุกปี &amp;nbsp;เนื่องจากในหมู่บ้านมีลานที่ใช้สำหรับตากข้าวเพียงจุดเดียว คือ ลานคอนกรีตศาลากลางหมู่บ้าน แต่เกษตรกรส่วนมากจะเก็บเกี่ยวผลผลิตพร้อมกัน ทำให้สถานที่ตากไม่เพียงพอ &amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องนำไปตากตามถนนลาดยางในหมู่บ้าน ตำบล &amp;nbsp;ซึ่งก็ใช้เวลาตากเพียง 2-3 วัน แต่ช่วงเย็นวันเกิดเหตุมีฝนตกหนักทำให้สภาพถนนลื่น ทั้งอาจเกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่ด้วย &amp;nbsp;จึงทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม &amp;nbsp;จนทำให้มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางประสงค์ &amp;nbsp; ทราบรัมย์ &amp;nbsp;ชาวบ้านหนองม่วงน้อย &amp;nbsp;บอกตรงกันว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่เกษตรกรต้องนำข้าวเปลือกมาตากบนถนนลาดยาง เนื่องจากสถานที่ตากในหมู่บ้านไม่เพียงพอ &amp;nbsp;เพราะเกษตรกรส่วนใหญ่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตพร้อมๆ กัน &amp;nbsp;และการตากบนถนนทำให้ข้าวเปลือกแห้งเร็วใช้เวลาเพียง 2 &amp;ndash; 3 วัน ก็เก็บเข้ายุ้งฉาง หรือนำไปขายให้กับโรงสีได้แล้ว &amp;nbsp; แต่หากตากตามพื้นหญ้าจะทำให้ข้าวเปียกชื้นแห้งช้า อาจต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ หากถามว่าเกษตรกรรู้หรือไม่ว่าการนำข้าวเปลือกมาตากบนถนนผิดกฎหมาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนใหญ่ก็ยอมรับว่า รู้แต่ก็ไม่มีทางเลือก &amp;nbsp;เพราะหากไม่รีบตากให้แห้งแล้วมีฝนตกใส่ข้าวเปียกก็จะทำให้เมล็ดข้าวมีความชื้นสูง เสื่อมคุณภาพ และหักเสียหายทำให้ขายไม่ได้ราคา จึงอยากจะฝากให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว &amp;nbsp;โดยการทำลานตากเป็นพื้นปูนให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ &amp;nbsp;เพื่อจะได้ลดปัญหาสถานที่ตาก &amp;nbsp;เพราะเกษตรกรเองก็ไม่ได้อยากมาตากบนถนนอยู่แล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจบนถนนตามหมู่บ้าน ตำบล ในหลายอำเภอ ยังคงมีเกษตรกรนำข้าวเปลือกออกมาตากตามถนนลาดยาง โดยจะตาก 1 ช่องจราจรแล้วมีการอุปกรณ์ หรือกรวยยางมาวางเป็นสัญลักษณ์ไว้ เพื่อให้ผู้สัญจรเห็น โดยเกษตรกรก็ให้เหตุผลเหมือนกันว่า ไม่มีสถานที่ตากจึงจำเป็นต้องมาตากบนถนน พอตกเย็นก็จะเก็บกองรวมไว้ไหล่ทางแล้วใช้ผ้าคลุมปิดไว้ ก็อยากให้เห็นใจชาวนาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวิทย์ &amp;nbsp; วรวงศ์ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทบุรีรัมย์ &amp;nbsp;ก็ได้ออกมาแจ้งเตือนเกษตรกรว่า &amp;nbsp; ตามกฎหมาย พ.ร.บ.ทางหลวง มาตรา 38 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 &amp;nbsp;บัญญัติว่า &amp;ldquo;ห้ามมิให้ผู้ใดติดตั้ง แขวน วาง หรือกองสิ่งใดเขตทางหลวงในลักษณะที่เป็นการกีดขวางหรืออาจเป็นอันตรายแก่ยานพาหนะ หรือในลักษณะที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางหลวงหรือความไม่สะดวกแก่งานทาง &amp;nbsp;เว้นแต่จะได้รับอนุญาต &amp;nbsp;ซึ่งหากฝ่าฝืนก็จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ที่ผ่านมาแขวงหลวงหลวงชนบทก็ได้ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ อย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp; แต่ก็ยังมีเกษตรกรบางส่วนที่นำข้าวเปลือกมาตากบนถนนและไหล่ทาง โดยอ้างว่าไม่มีสถานที่ตาก &amp;nbsp;ซึ่งก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ออกสำรวจหากพบเกษตรกรรายใดนำข้าวมาตากกีดขวางถนน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นก็จะเตือนให้เก็บออก แต่หากยังไม่ทำตามเจ้าพนักงานก็จำเป็นจะต้องเคลื่อนย้ายออกให้ &amp;nbsp;ซึ่งหากมีค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายเจ้าของทรัพย์สินนั้น ๆ &amp;nbsp;ก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง และกรณีนี้หากฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานก็มีความผิดตามกฎหมายทางหลวงเช่นเดียวกัน คือ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 5,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22640</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตากข้าว, ตากข้าวบนถนน, บุรีรัมย์, ลำปลายมาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181124/image_big_5bf8c99d1422f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
