<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ตากุ้งยิง&quot;ไม่ใช่โรคติดต่อ อาการอักเสบหายเองได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) เผยตากุ้งยิงไม่ใช่โรคติดต่อ สาเหตุเกิดจากเปลือกตาไม่สะอาด ขยี้ตา ฝุ่น&amp;nbsp; ใส่หรือถอดคอนแทคเลนส์ด้วยมือที่ไม่สะอาดเท่าที่ควร ใช้เครื่องสำอางแล้วล้างออก&amp;nbsp; ไม่หมด จากการขยี้ตาจนทำให้ต่อมที่เปลือกตา&amp;nbsp; อุดตัน&amp;nbsp; และเกิดการอักเสบตามมา&amp;nbsp; โรคตากุ้งยิงมักจะมีอาการเคืองตา ปวดหนังตา เวลากลอกตาหรือหลับตา จะทำให้ปวด มีตุ่มบวมแดง หรือเป็นหนองที่เปลือกตา บางรายบวมมากจนตาปิด บางรายมีหนองไหลออกจากเปลือกตา หากหนองแตกในตาจะทำให้มีขี้ตาเป็นสีเขียว แนะควรพบจักษุแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นพ.ไพโรจน์&amp;nbsp; สุรัตนวนิช&amp;nbsp; รองอธิบดีกรมการแพทย์&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ตากุ้งยิงเป็นโรคที่พบได้บ่อย เป็นการอักเสบของต่อมไขมันที่เกิดบริเวณเปลือกตา ซึ่งจะสังเกตได้จากการที่มีตุ่มแดงนูนขึ้นที่เปลือกตา มักจะมีอาการปวด&amp;nbsp; ร่วมด้วย ตากุ้งยิง ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ซึ่งเป็นเชื้อที่พบได้บนผิวหนังของคนปกติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่แล้ว ในภาวะปกติ เชื้อนี้จะไม่ได้ก่อให้เกิดโรคอะไร แต่ถ้าหากเชื้อนี้เข้าไปสู่ภายใต้ผิวหนัง จะทำให้เกิดการติดเชื้อขึ้น ซึ่งจะแสดงออกมาในรูปแบบของ ตุ่ม ฝี หนอง ตากุ้งยิงโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ประเภท 1.External hordeolum&amp;nbsp; เกิดการอักเสบของต่อมไขมันที่ผิวหนัง หรือรากขน เป็นตุ่มหนองที่บริเวณเปลือกตาด้านนอกซึ่งเป็นตุ่มหนอง แดง และเจ็บ 2.Internal hordeolum&amp;nbsp; เกิดการอักเสบของต่อมไขมันที่แถบเปลือกตาเป็นตุ่มหนองที่บริเวณเปลือกตาด้านใน ซึ่งเป็นตุ่มนูนแดง และเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นพ.เกรียงไกร&amp;nbsp; นามไธสง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง) กล่าวเสริมว่า ในส่วนของอาการของตากุ้งยิง เมื่อเกิดอาการตากุ้งยิง เริ่มแรกจะมีอาการเจ็บ ๆ คัน ๆ บริเวณเปลือกตา ต่อมาจะเริ่มบวมแดง และจะเริ่มรู้สึกปวดบริเวณเปลือกตา หากกดลงไปบริเวณก้อนจะรู้สึกเจ็บ จะเริ่มเห็นเป็นหัวฝีหรือหัวหนองภายใน 4 - 5 วัน หลังจากนั้นหนองจะแตก และยุบไป ในกรณีที่หนองออกไม่หมด จะเกิดเป็นก้อนแข็งเป็นไตที่เปลือกตา ซึ่งจะค้างอยู่เช่นนั้นเป็นเวลานานและอาจจะกลับมาอักเสบขึ้นอีกได้เป็นครั้งคราว แต่หากมีอาการปวดมาก และแนวโน้มอาการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ดีขึ้น มีอาการบวมแดงเป็นบริเวณกว้าง มีอาการตาพร่า หรือ มองเห็นไม่ชัด ควรพบแพทย์ และในกรณีดังกล่าวเหล่านี้ แพทย์อาจจะให้ยาปฏิชีวนะ หรือใช้เข็มเจาะตุ่มฝี เพื่อระบายหนองออก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;แพทย์หญิงอรวีณัฏฐ์&amp;nbsp; นิมิตรวงศ์สกุล จักษุแพทย์ กล่าวเพิ่มว่า ตากุ้งยิง เป็นการอักเสบของต่อมไขมันที่เปลือกตา ซึ่งมักจะเกิดในคนที่ขยี้ตาบ่อยๆ พบเจอฝุ่นละอองสกปรกเข้าตามากๆ และมาขยี้หรือจับตา เหมือนเด็กๆที่ชอบจับแก้มแล้วสิวขึ้น ซึ่งสามารถเป็นแล้วเป็นอีกได้&amp;nbsp; หากไม่ระวังและรักษาความสะอาดของมือก่อนที่จะมาสัมผัสตา&amp;nbsp; คนไข้ที่เป็นภูมิแพ้ที่คันตาบ่อยๆ หรือนอนดึก อดนอน ระคายเคืองตา ขยี้ตาก็ทำให้เป็นตากุ้งยิงได้บ่อย เวลาเป็นก็สามารถเป็นได้ทั้งเปลือกตาเลย คือบน ล่าง ซ้าย ขวา อาจเป็นได้พร้อมกันได้ การรักษา เมื่อเริ่มมีอาการจะเริ่มมีการบวมแดง เจ็บๆ เคืองๆ ของเปลือกตา แนะนำให้รีบประคบอุ่นบ่อยๆ อาจจะใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น หรือ เจลร้อน เป็นต้น และห้ามขยี้ตา&amp;nbsp; และใช้ยาหยอดหรือยาฆ่าเชื้อแบบทาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในบางรายอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยา สามารถหายเองได้ หากได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี แต่หากไม่รีบประคบและขยี้ตาอีก และปล่อยให้บวมอักเสบจนขึ้นมาเป็นเม็ดแล้ว โดยมากมักไม่หายต้องมาเจาะเอาหนองออก ถ้าไม่เจาะ บางรายหายได้เองแบบหายสนิท แต่บางรายหายแล้วเป็นไตเป็นเม็ดเหมือนสิวอุดตัน ซึ่งใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะหาย ตากุ้งยิงไม่ใช่โรคติดต่อ เพราะฉะนั้นการป้องกันไว้ไม่ให้เกิดย่อมดีกว่า คือหลีกเลี่ยงการสัมผัสเปลือกตาด้วยมือที่ไม่สะอาด และไม่ควรขยี้ตา การดูแลรักษาเปลือกตาด้วยการประคบอุ่น เช็ดฟอกเปลือกตาทุกวันช่วยป้องกันการเป็นตากุ้งยิงได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117160</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการแพทย์, ตากุ้งยิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_6146e92db3089.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
