<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงห่วงใยเหยื่อไฟใต้ ในหลวงพระราชทานสิ่งของครอบครัวผู้เสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; พระราชทานตะกร้าสิ่งของพร้อมพระราชกระแสรับสั่ง ทรงห่วงใยและเป็นกำลังใจให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ.ลำพะยา จ.ยะลา จนมีผู้เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 ราย &amp;quot;ญาติ&amp;quot; ร่ำไห้รับศพผู้กล้าบำเพ็ญกุศล &amp;quot;มทภ.4&amp;quot; ลั่นตามล่าถึงที่สุด &amp;quot;โฆษก กอ.รมน.&amp;quot; เผยรวบแนวร่วมต้องสงสัยแล้ว 1 ราย &amp;quot;วันนอร์-นัจมุดดีน&amp;quot; หนุนรัฐบาลเร่งเดินหน้าเจรจาสันติสุขชายแดนใต้ &amp;quot;พท.&amp;quot; แนะรีบตั้ง กสม.เป็นคนกลางพูดคุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 พ.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายนิมะ มะกาเจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานมอบแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ณ บ้านเลขที่ 19 ม.3 ต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา โดยมี น.ส.พีอ๊ะ กาปานาตู เป็นผู้รับมอบตะกร้าสิ่งของพระราชทานในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ นายนิมะได้เชิญพระราชกระแสรับสั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งทรงห่วงใยและเป็นกำลังใจให้ครอบครัวของนางพีอ๊ะ กาปานาตู ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2562 เวลา 23.25 น. ที่คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บ้านทางลุ่ม ม.5 ต.ลำพะยา อ.เมืองฯ จ.ยะลา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย และได้รับบาดเจ็บ 5 ราย สร้างความปลาบปลื้มและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นแก่ครอบครัว รวมถึงญาติพี่น้องของนางพีอ๊ะ กาปานาตู อย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลยะลา นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะ ได้เดินทางเข้ามายังโรงพยาบาลยะลา เพื่อเยี่ยมอาการของผู้บาดเจ็บจำนวน 5 ราย ประกอบด้วย นางสายัน &amp;nbsp;ปานทอง, นายเนาวรัตน์ รัตนเสถียร, นายมะรอรี มะแซ, นายณรงค์ฤทธิ์ สิทธิพันธ์ และนายอาหาหมัด รัตนตัญญู โดยมีทีมบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลดูแลให้การรักษาอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุมกล่าวว่า ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหลายคนมีอาการดีขึ้น สามารถนำเอาท่อช่วยหายใจออกแล้ว ก็คงจะย้ายออกจากห้องผู้ป่วยหนักไปยังห้องผู้ป่วยธรรมดา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบริเวณหน้าห้องสุขนิรันดร์ (ห้องดับจิต) โรงพยาบาลยะลา ซึ่งได้เก็บร่างของผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ราย จากเหตุคนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ.ลำพะยา โดยผู้เสียชีวิตทั้ง 15 รายนั้นเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม 2 ราย ญาติได้นำศพกลับไปทำพิธีทางศาสนา ณ ภูมิลำเนา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 13 รายนั้น ทางญาติได้แยกกันฝากศพไว้ที่โรงพยาบาลยะลา 3 ราย, &amp;nbsp;โรงพยาบาลสิโรรส 3 ราย และโรงพยาบาลสิริรัตนรักษ์ อีก 7 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทางญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้งหมดเริ่มทยอยเดินทางมารับศพ และเคลื่อนย้ายไปบำเพ็ญกุศลตามวัดต่างๆ คือที่วัดสิริปุณณาราม หรือวัดลำพะยา จำนวน 9 ราย, วัดบ้านไร่ ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 2 ราย, วัดป่าสวย อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี 1 ราย และที่วัดลำใหม่ ต.ลำใหม่ อ.เมืองฯ จ.ยะลา 1 ราย เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจ
มทภ.4 ลั่นตามล่าถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น. พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เดินทางมาเป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ ชรบ.ที่เสียชีวิตจำนวน 9 ราย ประกอบด้วย นายฉลอง ทองงาม, นายสุนทร ยอดแก้ว, นายพูนสวัสดิ์ พูลแก้ว, นายเนตร จอมทอง, นายบรรจบ ทองกลิ่น, นายวิรัช เพ็ชรปล้อง, นายธวัชชัย สุพงษ์, นางนัยนา โพธิ์เตี้ยเทียม และนางรัชนก ยอดแก้ว ซึ่งญาติของผู้เสียชีวิตนำศพมาบำเพ็ญกุศลที่วัดสิริปุณณาราม หรือวัดลำพะยา โดยมีนายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา หัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และพี่น้องประชาชน เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าสลด เสียงร้องไห้ระงมจากผู้สูญเสีย บางคนถึงกับเป็นลมต้องช่วยกันปฐมพยาบาลโกลาหล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.ท.พรศักดิ์ยังได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 9 ราย และนายชัยสิทธิ์ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิตรายละ 5 แสนบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า ตนไม่ได้นิ่งนอนใจ ขอยืนยันว่าจะตามล่าให้ถึงที่สุด ไม่ว่าบนภูเขาหรือในพื้นที่หมู่บ้านตำบลที่ต้องสงสัย ซึ่งก็ต้องขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนด้วยในความไม่สะดวกช่วงนี้ เพราะจะมีการตรวจค้นและตั้งจุดตรวจในพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คดีมีความคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะผลตรวจกระสุนปืนก็พบเป็นปืนกระบอกเดียวกันที่ใช้ยิงป้อมจุดตรวจ อส.เสียชีวิต 2 นาย ในพื้นที่ ม.7 ต.ลำพะยาที่ผ่านมา และลอบวางระเบิดที่หน้าวิทยาลัยอิสลามปัตตานี เป็นกลุ่มที่ก่อเหตุในพื้นที่ ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ และ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เป็นกลุ่มเดียวกันที่ปล้นร้านทองที่ อ.นาทวี จ.สงขลา เป็นกลุ่มเดิมๆ ที่มีอยู่ประมาณ 20 คนที่วนเวียนก่อเหตุอยู่ในพื้นที่ อ.จะนะ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา กลุ่มโจรกลุ่มนี้จะต้องเร่งดำเนินการปราบปรามให้สิ้นซาก เพราะหากไม่ดำเนินการใดๆ พวกนี้ก็จะออกมาก่อเหตุอีก&amp;rdquo; แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9(ผบช.ภ.9) กล่าวถึงความคืบหน้าทางคดีว่า เบื้องต้นได้ส่งพยานวัตถุที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุให้กับฝ่ายพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ เพื่อเปรียบเทียบกับผู้ต้องสงสัยที่มีหลักฐานในแฟ้มประวัติ และส่งปลอกกระสุนปืนไปตรวจสอบเปรียบเทียบอาวุธปืนที่เกี่ยวกับคดีในพื้นที่ที่ไหนบ้าง เพื่อจะได้เบาะแสว่าเป็นการกระทำของกลุ่มไหน ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งจึงจะทราบผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ชุดสืบสวนของตำรวจและทหารได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในเส้นทางหลัก เส้นทางรอง ซึ่งเข้ามายังจุดที่เกิดเหตุ ซึ่งในเบื้องต้นพบว่ากล้องวงจรปิดส่วนใหญ่ใช้ไม่ได้ แต่ก็มีบางส่วนที่สามารถจับภาพรถยนต์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นรถยนต์ที่คนร้ายใช้ในการเข้าโจมตี ซึ่งขณะนี้พบรถยนต์ต้องสงสัยแล้ว 3-5 คัน และจักรยานยนต์อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการแกะรอยเส้นทางและการเชื่อมโยงไปสู่ตัวบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานด้านความมั่นคงระบุว่า จากการตรวจสอบวัตถุพยาน เบื้องต้นพบอาวุธปืนอาก้า, เอ็ม 16 และเอสเค อาวุธที่ใช้มีลักษณะคล้ายกับเหตุถล่มจุดตรวจ ชคต.บ้านกอแลปิเละ ต.ปะกาฮะรัง จ.ปัตตานี ทั้งการใช้อาวุธ ลักษณะการโจมตี เชื่อว่าน่าจะเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน คือกลุ่มของนายมะยะโก๊ะ หรือโต๊ะบัง ลาเต๊ะ แกนนำชุดปฏิบัติการก่อเหตุไม่สงบในพื้นที่ อ.ยะรัง โคกโพธิ์ แม่ลาน หนองจิก สะบ้าย้อย และถูกออกหมายจับพร้อมพวกอีก 14 คน ในคดียิงถล่มป้อมจุดตรวจ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานได้มากพอสมควร พร้อมทั้งติดตามภาพจากกล้องวงจรปิด และส่งตรวจปลอกกระสุนทั้งหมดแล้ว เชื่อว่าจะทราบข้อมูลอาวุธที่ใช้ก่อเหตุภายในวันที่ 8 พ.ย.นี้&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
จับผู้ต้องสงสัยแล้ว 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แถลงความคืบหน้าทางคดีว่า เบื้องต้นขณะนี้สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดครั้งนี้ได้แล้ว 1 คน โดยทางเจ้าหน้าที่กำลังติดตามขยายผลและจะมีความก้าวหน้าผลการปฏิบัติ ส่วนผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์นั้น พบว่าปลอกกระสุนปืนมีผลยืนยันว่ายิงจากอาวุธปืนกระบอกที่เคยใช้ก่อเหตุในหลายพื้นที่ เช่น ยิง อส.ที่บ้านปะกาฮารัง อ.เมืองฯ จ.ปัตตานี, คดีปล้นตู้เอทีเอ็มที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยฟาตอนี, คดีปล้นร้านทองที่ อ.นาทวี จ.สงขลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ธนาธิปกล่าวว่า ส่วนผลการตรวจดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุ คาดว่าจะทราบผลภายใน 1-2 วัน ซึ่งคาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมาจำนวนหลายคน ทั้งการเข้าโจมตี-การตัดต้นไม้ การวางตะปูเรือใบ เพื่อขัดขวางการติดตามของเจ้าหน้าที่ โดยมีลักษณะของพื้นที่เกิดเหตุ เป็นพื้นที่หมู่ที่ 5 ซึ่งจุดตรวจดังกล่าวตั้งลึกเข้าไปในป่าสวนยาง ถือเป็นหมู่บ้านเข้มแข็งในการระวังป้องกันตนเอง เป็นหมู่บ้านย่อยที่ห่างจากชุมชนใหญ่ มีบ้านเรือนกระจายเพียงไม่กี่หลังคาเรือน (ประมาณ 5-6 หลัง ) และชาวบ้านเป็นอาสาสมัครที่เสียสละร่วมกัน มีการระดมกำลังพี่น้องจากหมู่บ้านอื่นมาร่วมจุดตรวจนี้ตลอดมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเยียวยาเป็นไปตามระเบียบของทางราชการในการเยียวยาให้ความช่วยเหลือ ซึ่ง ศอ.บต.จะเป็นผู้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพื่อขวัญกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัวผู้สูญเสีย จะมีเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิตจากเหตุการณ์รายละ 500,000 บาท, เงินช่วยเหลือการจัดการศพ, เงินช่วยเหลือบุตรจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดยะลา และเงินยังชีพผู้พิการเป็นรายเดือน&amp;quot; โฆษก กอ.รมน.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจและขอให้มีการค้นหาความจริง นำคนผิดมาลงโทษ เยียวยาผู้เสียหาย ต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่ลำพะยาทำให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ตอนหนึ่งระบุว่า มูลนิธิฯ ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการสืบสวน สอบสวน นำผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน มีความถูกต้อง และเป็นธรรม โดยผ่านกระบวนการพิจารณาคดีอาญาและการพิจารณาคดีที่เป็นธรรมประจักษ์ต่อผู้เสียหาย รวมทั้งดำเนินการเยียวยาผู้เสียหายทุกรายอย่างเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การสืบค้นหาความจริงเกี่ยวกับสาเหตุรากเหง้าของปัญหาการใช้ความรุนแรงโต้ตอบกันต้องพึงกระทำทั้งในระดับกรณี ชุมชน และภาพรวมของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ยืดเยื้อยาวนานมีความจำเป็นที่จะทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปได้ระดับหนึ่ง เพื่อลดความรุนแรงและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงโต้ตอบกัน อีกทั้งทุกฝ่ายต้องมีการเสริมสร้างให้เกิดความอดทนอดกลั้น และความรู้ในการจัดการกับข้อมูลข่าวสารในโลกดิจิทัลที่เผยแพร่ไปอย่างกว้างขวางในลักษณะที่มีการสร้างความเกลียดชังให้หมดไป&amp;quot; แถลงการณ์มูลนิธิผสานวัฒนธรรมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มสหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี ( PerMAS) เป็นองค์กรเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อสันติภาพปาตานีโดยยึดหลักประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ได้ออกแถลงการณ์ขอเรียกร้องให้การเมืองนำการทหารและทบทวนการติดอาวุธให้พลเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเสนอข้อเรียกร้อง 3 ข้อ 1.รัฐไทยต้องทบทวนการติดอาวุธให้พลเรือน การพยายามดึงพลเรือนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมทางอาวุธ และขอให้คู่ขัดแย้งหลักคำนึงถึงหลักกฎหมายมนุษยธรรมสากล 2.ให้รัฐไทยและคู่ขัดแย้งหลักทบทวนปฏิบัติการที่อาจเป็นเงื่อนไขขยายเวลาการทำสงคราม และให้กลับสู่การแสวงหาทางออกของความขัดแย้งด้วยวิธีการทางการเมือง เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นและเพื่อให้ประชาชนสามารถแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองอย่างเสรี และ 3.ขอเรียกร้องให้พรรคการเมืองต่างๆ ร่วมกันผลักดันให้เกิดการเจรจาเป็นวาระแห่งชาติ ที่อยู่บนหลักการสากลและเคารพเจตนารมณ์ทางการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง
หนุนรัฐเร่งเจรจาสันติสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธาน ซึ่งก่อนจะเข้าสู่วาระการประชุม นายชวนได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้แจ้งขอให้สมาชิกยืนไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์บุกยิงป้อมจุดตรวจของชุด ชรบ.ลำพะยา จ.ยะลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายชวนชี้แจงแนวทางการปฏิบัติว่า โดยปกติแล้วสภาผู้แทนราษฎรจะไม่ได้ยืนไว้อาลัย เว้นแต่จะเป็นกรณีพิเศษ สมาชิกก็ต้องช่วยกันรักษามาตรฐานการประชุม บางอย่างสมาชิกอาจจะเคยชิน แต่ทุกคนต้องช่วยกันเปลี่ยนให้เป็นมาตรฐานเดียวกันให้ได้ &amp;nbsp;จึงอยากให้สมาชิกเข้าใจร่วมกันทำงานในสภา และปัญหาในอดีตที่เคยเกิดขึ้นจะได้หมดไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอขอบคุณนายสิระที่มีความหวังดี ต้องการให้สมาชิกยืนไว้อาลัย แต่สมาชิกรัฐสภาสามารถทำได้เพียงส่งเรื่องไปยังรัฐบาลให้ช่วยดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ เพราะเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้เกิดเฉพาะเมื่อวานนี้วันเดียวเท่านั้น แต่เกิดมานานแล้ว ไม่ว่าผู้เสียชีวิตจะมีเพียง 1 คนหรือ 15 คน ย่อมมีความหมายทั้งสิ้น&amp;quot; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ยิง ชรบ.ลำพะยาว่า ขอประณามการกระทำ ไม่ว่าจะโดยผู้ใด กลุ่มใด ที่ก่อเหตุทำลายชีวิตและความสงบ ทั้งนี้อยากให้ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายที่ดูแลความสงบเรียบร้อบให้ติดตามจับกุมผู้ที่ทำผิดมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว และอยากให้รัฐบาลเร่งเยียวยาทั้งผู้ที่เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมถึงดูแลญาติพี่น้องให้ได้รับความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งพื้นที่ลำพะยานี้เป็นพื้นที่ที่ให้ความร่วมมือและตื่นตัวในการรักษาความสงบเรียบร้อยมาโดยตลอด แต่อาจจะเผลอในการป้องกันเหตุ เพราะพื้นที่นี้สงบมานาน ช่องว่างจึงเกิดขึ้น จากนี้ก็คงจะต้องมีการระมัดระวังกันให้มากเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่กระทำเป็นผู้ที่ต้องการทำลายกระบวนการเกิดสันติสุข ดังนั้นรัฐบาลต้องเดินหน้าต่อไปในเรื่องของการเจรจา และเรื่องการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้น&amp;quot; นายวันมูหะมัดนอร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนัจมุดดีน อูมา อดีต ส.ส.นราธิวาสหลายสมัย และเป็นหนึ่งนักเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ กล่าวเช่นกันว่า ไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังอาวุธประหัตประหาร และขอประณามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ แต่ขอเน้นย้ำให้คณะหัวหน้าเจรจาคนใหม่เร่งพูดคุยกระบวนการสันติภาพให้เร็วขึ้น เพราะมีผลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลำพังเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ได้ทั้งหมด ควรเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชน และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังภัย เป็นหูเป็นตากับทางเจ้าหน้าที่แบบบูรณาการอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการพูดคุยสันติภาพ ที่มี พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยคนใหม่ ควรเปิดโต๊ะเจรจาพูดคุยกับกลุ่มขบวนการเห็นต่างผ่านผู้อำนวยความสะดวกให้เร็วที่สุดจะยิ่งดี เพราะจะเกิดผลดีต่อการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะปัญหาความรุนแรง ความไม่สงบที่เกิดขึ้น&amp;quot; นายนัจมุดดีนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรค พท. กล่าวว่า การดับไฟใต้อย่างยั่งยืนต้องใช้การเมืองและวัฒนธรรมนำการทหาร เนื่องจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คนส่วนใหญ่มีอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของตนเอง การปราบปรามด้วยกำลังอาวุธของทหารไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ตนเห็นว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ น่าจะเป็นองค์กรกลางหรือคนกลางที่จะทำให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาพูดจากัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากเสนอแนะไปยังวุฒิสภา ขอให้รีบดำเนินการตรวจสอบประวัติของว่าที่กรรมการสิทธิฯ 5 คน และดำเนินการให้แล้วเสร็จตามขั้นตอน เพื่อจะนำไปรวมกับอีก 2 คน ที่ผ่านความเห็นชอบของ สนช.ไปแล้ว ประธานรัฐสภาจะได้นำรายชื่อทั้ง 7 คน เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง กสม.ให้เข้ามาทำหน้าที่ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ระดับชาติ อย่างกรณีความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กำลังรอการแก้ไขปัญหาอยู่&amp;quot; รองหัวหน้าพรรค พท.กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49786</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ยะลา, ชรบ.ลำพะยา, ตามล่าถึงที่สุด, ทรงห่วงใยและเป็นกำลังใจให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ.ลำพะยา, ผู้เสียชีวิต 15 ราย, มทภ.4, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191107/image_big_5dc4225e2e7d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
