<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 20:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 20:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เผยปมสังหารโหดเผารถฝังดินในสวนปาล์ม คาดคนร้ายไม่ต่ำกว่า 5 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.64 - จากกกรณีที่นางอารักษ์ ทับไทร อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76/1 หมู่ 5 ต.ลำทับ อ.ลำทับ จ.กระบี่ เข้าแจ้งความที่สภ.ลำทับ&amp;nbsp;หลังผู้เป็นพ่อ ทราบชื่อคือ นายสุชาติ&amp;nbsp;ขาวล้วน&amp;nbsp;อายุ 54 ปี&amp;nbsp;หายตัวปริศนานานร่วม 1 สัปดาห์&amp;nbsp;ญาติพยายามช่วยกันโพสต์ในโซเชียลให้ช่วยตามหา ก่อนแจ้งความเมื่อวันที่ 4 พ.ค.64 แต่ยังไม่พบเบาะะแส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทราบว่า นายสุชาติออกจากบ้านใน อ.ลำทับ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ขับรถขับรถเก๋งยี่ห้อ โตโยต้าโคโรนา สีขาว ทะเบียน กน 6552 กระบี่&amp;nbsp;ทวงเงินจากนายสุริยา หรือบังฟิต ที่อยู่ในพื้นที่ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่&amp;nbsp;จำนวน 3 แสนบาท ก่อนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยพร้อมรถเก๋งคันดังกล่าว ระหว่างที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อ ได้มีบุคคลลึกลับ แชทข้อความไปหาญาติ นายสุชาติ พร้อมระบุว่านายสุชาติถูกฆ่าตายฝังดินในสวนปาล์ม พร้อมกับรถแล้ว และให้ญาติเลิกติดตามมิฉะนั้นจะถูกฆ่ายกครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้พบรถเก๋งนายสุชาติถูกเผาฝังดินในพื้นที่สวนปาล์ม ใกล้กับบ้านของนายสุริยา หรือ บังฟิต&amp;nbsp;บ้านหนองแบก ม.1 ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ ก่อนที่จะไปพบศพถูกฝังในสวนยางพาราห่างจากจุดที่พบรถประมาณ 700 เมตร&amp;nbsp;โดยภาพศพน่าเปื่อย มีรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่ศีรษะ และราวนมซ้าย และมีร่องรอยราดน้ำยาฆ่ายางลงบนศพก่อนถูกฝังด้วย นอกจากนี้ห่างจากจุดพบศพประมาณ 100 เมตรยังพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 2 ปลอกด้วย&amp;nbsp;ส่วนปมสังหารน่าจะมาจากความขัดแย้งเรื่องธุรกิจผิดกฎหมาย ซึ่งผู้ตายมีส่วนพัวพันกับยาเสพติด เเละเคยถูกจำคุกมาแล้ว 19 ปี และพ้นโทษมาได้ประมาณ 1 ปี เศษก่อนถูกสังหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 พ.ค.64 ทาง พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.ได้เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุบริเวณจุดฝังรถในสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ห่างจากบ้านของนายสุริยา เริงสมุทร หรือบังฟิต&amp;nbsp;อายุ 32 ปี ไปประมาณ 200 เมตร เพื่อดูสถานที่ฝังรถและจุดฝังศพ จากนั้นเดินทางไปยังสภ.อ่าวนาง เพื่อร่วมประชุมกับทีมสืบสวนและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง โดยมี พล.ต.ต.ภิญโญ หวลกสินธิ์ ผบก.ภ.จว.กระบี่ และเจ้าหน้าที่ชุดต่างๆ ที่เข้าร่วมในการคลี่คลายคดี โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการประชุมผ่านไปนานกว่า 1 ชั่วโมง&amp;nbsp;ที่ประชุมก็อนุญาตให้สื่อเข้าไปร่วมฟังการแถลงข่าวเกี่ยวกับคดี โดย พล.ต.อ.ธีระสวัสดิ์&amp;nbsp;รองผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีว่า ขณะนี้ได้มีการยื่นขออนุมัติหมายจับกุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนายสุชาติ&amp;nbsp;ส่วนจะมีจำนวนกี่คนนั้นยังอยู่ระหว่างการ ดำเนินการของพนักงานสอบสวน&amp;nbsp;อย่างวันนี้ก็เชื่อว่าอนุมัติหมายอย่างน้อย 2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;แต่จะออกเมื่อไหร่นั้นก็สุดแล้วแต่ศาลท่านจะพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นในการก่อเหตุนั้น ผลจากการสืบสวนสอบสวนนั้นเกี่ยวกับความขัดแย้ง เรื่องเงิน หนี้สินอะไรทำนองนี้&amp;nbsp;ส่วนที่มาของเงินจะเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่นั้นก็จะต้องมีการสืบสวนกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองผบ.ตร.กล่าวอีกว่า ในส่วนของข้อความแชทลับ ที่ส่งมาให้ญาติผู้ตายนั้นยังไม่ได้นำเอามาใส่ในสำนวนการสอบสวน&amp;nbsp;ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาที่มาว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่ม คนร้ายที่ก่อเกตุหรือไม่&amp;nbsp;แต่เชื่อได้ว่ามีการวางแผนกันมาก่อนลงมือก่อเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวสอบถามแหล่งข่าวจากชุดสืบสวนในคดีได้ข้อมูลว่า คนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 5 คน มีความเกี่ยวข้องกับคดี เป็นพี่น้องกับนายสุริยาทั้งสิ้น รวมทั้งภรรยาด้วย ซึ่งขณะนี้กลุ่มที่หายไปคือ 3&amp;nbsp;คน เป็นพี่น้องกันซึ่งรวมถึงบังฟิตด้วย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรอศาลอนุมัติหมายจับ 3 พี่น้องที่คาดว่าร่วมกันก่อเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายนั้นสันนิษฐานว่า หลังจากนายสุชาติ ผู้ตาย ได้เดินทางมาที่บ้านของบังฟิตในวันเกิดเหตุ จากนั้นได้ถูกนำตัวไปยังสวนยางพาราจุดที่ถูกยิงเพื่อพูดคุยบางอย่างก่อนที่จะถูกยิง 2 นัด แล้วนำศพไปฝัง ส่วนรถยนต์เก๋งของนายสุชาติ บังฟิต ได้ไปว่าจ้างแบคโฮที่ทำงานล้มต้นยางพาราที่อยู่ห่างจากบ้านไปประมาณ 200 เมตร โดยพยานบอกว่า ได้รับการว่าจ้างเป็นเงิน 2 พันบาท เพื่อให้ขุดหลุมฝังวัว 3 ตัว ให้ก่อนที่จะนำรถมาลงหลุมแล้วจุดไฟเผาก่อนกลบฝังกลบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102944</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฆ่าเผาฝังดิน, จังหวัดกระบี่, ตามหาคนหาย, สภ.ลำทับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609e73c8edd7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 20:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 20:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจอศพแล้วชายวัย 54 หายตัวปริศนา โดนฝังดินหลังทวงหนี้ รถถูกเผาฝังในสวนปาล์ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.64 - จากกรกรณีที่นางอารักษ์ ทับไทร อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76/1 หมู่ 5 ต.ลำทับ อ.ลำทับ จ.กระบี่เข้าแจ้งความที่สภ.ลำทับ&amp;nbsp;หลังผู้เป็นพ่อ ทราบชื่อคือนายสุชาติ&amp;nbsp;ขาวล้วน&amp;nbsp;อายุ 54 ปี&amp;nbsp;หายตัวปริศนานานร่วม 1 สัปดาห์&amp;nbsp;ญาติพยายามช่วยกันโพสต์ในโซเชียลตามหา แต่ยังไม่พบ จึงเข้าแจ้งความคนหายไว้ที่สภ.ลำทับ ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น นายสุชาติออกจากบ้านใน อ.ลำทับ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ขับรถขับรถเก๋งยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว ทะเบียน กน 6552 กระบี่&amp;nbsp;ออกจากบ้านเพียงลำพัง โดยบอกว่าจะทวงเงินในพื้นที่ อ.เมืองกระบี่&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าไปทวงหนี้จำนวน 3 แสนบาทจากบังพิต&amp;nbsp;ทราบชื่อจริงต่อมาคือ นายสุริบส&amp;nbsp; เริงสมุทร&amp;nbsp;อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41&amp;nbsp; ม.1 ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ ก่อนหายตัวไปพร้อมรถเก๋งคันดังกล่าว ซึ่งระหว่างที่มีการข่าวผ่านสื่อ ได้มีบุคคลลึกลับ แชทข้อความไปหาญาตินายสุชาติ พร้อมระบุว่านายสุชาติถูกฆ่าตายฝังดินในสวนปาล์ม พร้อมกับรถแล้ว และให้ญาติเลิกค้นหา มิฉะนั้นจะถูกฆ่ายกครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าเมือเวลา 10.00 น.&amp;nbsp;พ.ต.อ.พิษณุ&amp;nbsp;อัชนะพรกุล&amp;nbsp;รองผบก.ภ.จว.กระบี่&amp;nbsp;พ.ต.อ.อภิชาติ&amp;nbsp;จินาเพ็ญ&amp;nbsp;ผกก.สภ.อ่าวนาง&amp;nbsp;พ.ต.อ.เสกสรร&amp;nbsp;แก้วสว่าง&amp;nbsp;ผกก.สภ.ลำทับ&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน&amp;nbsp;ภ.จว.กระบี่&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน&amp;nbsp;ได้นำรถแบ็คโฮเข้าทำการขุดหลุมต้องสงสัย ภายในสวนปาล์มน้ำมัน ในพื้นที่บ้านหนองแบก ม.1 ต.หนองทะเล&amp;nbsp;ห่างจากบ้านนายสุริยา&amp;nbsp;หรือ บังพิต ประมาณ 300 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจนท.สังเกตบริเวณจุดดังกล่าวมีรอยขุดหลบฝังกลบขนาดใหญ่ ร่องรอยไฟไหม้ทางปาล์ม โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ก็พบซากรถต้องสงสัย ฝังในดินลึกประมาณ 4 เมตร กว้าง 6 เมตร&amp;nbsp;จึงได้ใชรถแบ็คโฮดึงขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรวจสอบเบื้องต้น เป็นรถเก๋งโตโยต้าโคโรนา คันที่นายสุชาติขับออกจากบ้านก่อนหายตัวไป&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในรถพบป้ายทะเบียน กน 6552 กระบี่ สภาพถูกรอยเผาไหม้อยู่หลังเบาะนั่งคนขับ แต่ยังไม่พบชิ้นส่วนมนุษย์หรือหลักฐานอื่นๆเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลุมที่มีรอยฝังกลบห่างจากจุดหลุมที่พบซากรถประมาณ 200 เมตร&amp;nbsp;ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบมีกลิ่นเน่าเหม็นโชยออกมา&amp;nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างวางแผนขุดหลุมดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังจากกองปราบปราม สืบสวนภาค 8 สืบสวนจังหวัด และสืบสวนอ่าวนาง ออกกระจายกำลังเดินหาหลักฐานเพิ่ม เพราะเชื่อว่านายสุชาติน่าจะเสียชีวิตแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ได้ไปพบถุงขนมและขวดน้ำดื่มริมเชิงเขา ห่างจากบ้านบังฟิตประมาณ 2 กม. จึงได้เดินเข้าไปดูพบมีปลอกกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 2 ปลอก ตกอยู่ น่าเชื่อว่าเป็นเรื่องต่อเนื่องกันจึงได้ระดมกำลังเดินหาร่องรอยจนไปพบว่ามีร่องรอยการขุดหลุมห่างจากจุดเจอปลอกกระสุนประมาณ 100 เมตร จึงได้ใช้จอบขุดลงไปดูก็พบศีรษะคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นได้แจ้งไปยังญาติและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา ร่วมกับแพทย์เวรเดินทางมาตรวจสอบ โดยมี พล.ต.ต.นันทเดช ย้อยนวล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ขุดศพซึ่งอยู่ในสภาพนอนคว่ำหน้าอยู่ในหลุม และพบน้ำส้มฆ่ายาง หรือกรดน้ำส้ม จำนวน 24 ขวด ถูกเทราดใส่ศพ ส่วนศพมีสภาพเริ่มเน่าเปื่อย และพบชิ้นส่วนของกางเกงสีแดง แพทย์ตรวจสอบเบื้องต้นพบมีร่องรอยหัวกระสุนยิงเข้าที่ขมับซ้าย 1 นัด และที่หน้าอกซ้าย 1 นัด แต่ยังจะต้องนำไปชันสูตรตรวจดีเอ็นเอยืนยันกับทางญาติเพิ่มเติมอีกรอบหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หลังจากที่จนท.นำซากรถเก๋งขึ้นมาตรวจสอบทางญาตินายสุชาติก็มาดู&amp;nbsp;โดยนางวารุณี&amp;nbsp;จันทร์ส่องแสง อายุ 36 ปี หลานสาวนายสุชาติยืนยันว่าเป็นรถของนายสุชาติ&amp;nbsp;และเชื่อว่านายสุชาติเสียชีวิตแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.อ.อภิชาติ&amp;nbsp;จินาเพ็ญ&amp;nbsp;ผกก.สภ.อ่าวนาง เปิดเผยว่า&amp;nbsp;เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ไปตรวจค้นที่บ้านพักของนายสุริยาหรือบังพิตแต่ไม่พบอะไร&amp;nbsp; พบเพียงยาไอซ์จำนวนหนึ่งอยู่ข้างบ้าน และจนท.ชุดสืบสวนได้ควบคุมตัวนายสุริยาไปทำการสอบปากคำที่สภ.อ่าวนางแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102836</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ตามหาคนหาย, สภ.ลำทับ, สภ.อ่าวนาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609d21da8cd05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 20:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตาวัย 82 ปีตามหาลูก​หายจากบ้านเกือบ 10 ปี สุดท้ายตายจากไม่ทันเห็นหน้า​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.64 -&amp;nbsp;นายแถน และนางมาน ชุมหิรัญ สองสามี​ ภรรยา​ ชาวบ้านโคกใหญ่ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาวิงวอนให้ชาวเน็ตและประชาชนทั่วไปช่วยแจ้งเบาะแส หากพบเห็นนายอาจองค์ ชุมหิรัญ อายุ 45 ปี &amp;nbsp;ซึ่งเป็นหลานชาย หลังจากนายอาจองค์ ได้เดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯตั้งแต่ปี 2555 แล้วหายไปไม่เคยติดต่อหรือกลับมาบ้านอีกเลย​ เป็นเวลาเกือบ 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหลังจากหายออกจากบ้าน​ นายมีชัย ชุมหิรัญ อายุ 82 ปี ผู้เป็นพ่อ ก็ได้ไปแจ้งความกับ ร.ต.อ.พิทักษ์ สิงห์คำ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2558 เพื่อให้ช่วยตามหา ทั้งยังพยายามตามหาด้วยตัวเองมาตลอด ถึงขนาดเคยบอกว่าหากใครตามหาลูกชายเจอจะให้วัวที่เลี้ยงไว้ 1 ตัว​ ตอบแทนเพราะอยากเจอหน้าลูกชายมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเมื่อปี 2564 เริ่มมีอาการป่วยด้วยโรคปอดประกอบกับสังขารที่แก่ชราก็เข้า-ออกโรงพยาบาลเป็นประจำ และเมื่อเดือน เม.ย.2564 ได้เกิดเป็นลมที่ศาลากลางจังหวัดขณะไปทำธุระ จนมีพลเมืองดีนำส่ง รพ.บุรีรัมย์ ตอนนี้ในกระเป๋าของคุณตามีชัย พบเพียงกระดาษที่จดเบอร์โทรของ ร.ต.อ.พิทักษ์ สิงห์คำ&amp;nbsp;พนักงานสอบสวน ที่นายมีชัยเคยไปแจ้งความให้ช่วยตามหาลูกชายที่หายเท่านั้น ไม่สามารถติดต่อลูกหรือญาติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาง รพ.จึงติดต่อไปยังพนักงานสอบสวนคนดังกล่าว เพื่อให้ช่วยประสานญาติ จนน้องชายตามีชัย ทราบและไปดูแลที่ รพ. กระทั่งเมื่อวันที่ 21 เม.ย.64 คุณตามีชัยได้เสียชีวิตลงโดยที่ไม่ทันได้เห็นหน้าลูกชายที่ตามหามาเกือบ 10 ปี และญาติได้ช่วยกันประกอบพิธีฌาปนกิจศพเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแถน อายุ 74 ปี ซึ่งเป็นน้องชายคุณตามีชัย จึงอยากฝากถึงหลานชายหากยังมีชีวิตหรือได้เห็นภาพข่าวนี้หรือหากใครพบเห็นนายอาจองค์ หลานชาย ก็ให้ช่วยแจ้งข่าว เพื่อให้นายอาจองค์กลับมาทำบุญกระดูกให้กับผู้เป็นพ่อด้วย ทั้งอยากจะให้หลานกลับมาดูแลบ้าน ที่ดินและทรัพย์สินของพ่อที่เหลือด้วย เพราะมีลูกชายเพียงคนเดียว ซึ่งก่อนที่ตามีชัยจะล้มป่วยและเสียชีวิตก็ได้ตั้งเสาและซื้ออุปกรณ์มาไว้เพื่อเตรียมสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับลูกชาย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เห็นหน้าลูกชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ร.ต.อ.พิทักษ์ สิงห์คำ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ &amp;nbsp;ระบุว่า หลังจากที่คุณตามีชัยแจ้งความไว้เมื่อปี 2558 ว่าลูกชายหายออกจากบ้านติดต่อไม่ได้อยากให้ช่วยตามหาให้ด้วย เพราะเป็นห่วงลูกชายและอยากให้กลับมาดูแลบ้านและทรัพย์สินที่เหลือ เพราะเหลือลูกชายเพียงคนเดียว หลังรับแจ้งก็ได้ส่งข้อมูลคนหายไปยังศูนย์คนหาย​ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งประสานขอข้อมูลไปยังที่ที่นายอาจองค์ เคยทำงานเป็น รปภ. และ รพ.ที่มีสิทธิรักษาประกันสังคม แต่ก็ไร้วี่แวว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเมื่อประมาณปี 2563 มีใบสั่งของนายอาจองค์ ส่งมาที่บ้านว่า​ ขับรถจักรยานยนต์ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ที่เขต สน.สำราญราษฎร์ จึงได้ให้เพื่อนที่ สภ.พลับพลาชัย กรุงเทพฯ ช่วยไปตรวจสอบให้แต่ก็ไม่มีเบาะแส ส่วนใบสั่งก็ไม่มีคนไปชำระเงิน จากข้อมูลต่างๆเชื่อว่านายอาจองค์น่าจะยังมีชีวิตอยู่แต่ไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมไม่ติดต่อหรือเดินทางกลับบ้านก็อยากฝากถึงคนที่พบเห็นช่วยแจ้งเบาะแสเพราะอยากให้นายอาจองค์ กลับมาทำบุญให้กับพ่อตัวเอง&amp;nbsp;และกลับมาดูแลบ้านและมรดกที่เหลือด้วย เพราะมีลูกชายแค่คนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101437</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหาย, ตามหาคนหาย, บุรีรัมย์, สภ.เมืองบุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608d5872bac8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไร้แววชายหายตัวลึกลับในป่า 8 วัน ญาติเชื่อพลัดหลงหรือเกิดอุบัติเหตุหลังเข้าไปเก็บผักหวาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชายวัย&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ปีชาวโนนดินแดง&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ หายตัวลึกลับหลังบอกญาติจะเข้าไปเก็บผักหวานในป่าดงใหญ่&amp;nbsp;นาน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;วันยังไร่วี่แวว&amp;nbsp;จนท.ไม่ละความพยายามปรับแผนค้นหา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;น้องชายกังวลอาจประสบอุบัติเหตุตกต้นไม้หรือถูกสัตว์ทำร้ายทำให้ออกมาเองไม่ได้&amp;nbsp;ป้าผู้สูญหายเผยไปดูหมอบอกยังมีชีวิตอยู่ข้างบ่อน้ำลึกใกล้ต้นไม้ใหญ่แต่สิ่งลี้ลับบังตา&amp;nbsp;ชี้ที่หลานหายเพราะเข้าไปหาของป่าไม่ขอขมาเจ้าป่าเจ้าเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่นายวัลลภ&amp;nbsp;สอนรัมย์&amp;nbsp;หรือ ล้าน&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ชาวบ้านฐานเจ้าป่า&amp;nbsp;ต.ลำนางรอง&amp;nbsp;อ.โนนดินแดง&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ หายออกจากบ้านเข้าสู่วันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;โดยญาติเชื่อว่าน่าจะพลัดหลงหรือเกิดอุบัติเหตุติดอยู่ในป่าดงใหญ่&amp;nbsp;เพราะก่อนจะหายตัวไปบอกว่าจะเข้าไปเก็บผักหวานในป่าแล้วไม่เห็นกลับออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้ ซึ่งเข้าสู่วันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แล้วที่นายวัลลภหายตัวไปแม้จะยังมีความชัดเจนว่า หายในป่าดงใหญ่ หรือหายเพราะสาเหตุอื่น&amp;nbsp;แต่ จ.อ.ดารา วิชาศรี&amp;nbsp;ปลัดอำเภอโนนดินแดง&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายอำเภอโนนดินแดง&amp;nbsp;ก็ยังคงนำทีมค้นหาจากหลายหน่วยงาน&amp;nbsp;รวมถึงอาสาสมัครและชาวบ้านในพื้นที่กว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน แบ่งทีมออกเป็น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชุด เพื่อทำการค้นหาในพื้นที่ป่าต่อเนื่องเป็นวันที่สาม&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ทีมแรกจะกระจายกันค้นหาแนวชายป่าใกล้บ้านของนายวัลลภ&amp;nbsp;ชุดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชุดค้นหาบริเวณเขาลูกช้างรัศมี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลเมตร ที่คาดว่านายวัลลภ&amp;nbsp;อาจจะไปตีผึ้งแล้วประสบอุบัติเหตุพลัดตกต้นไม้หรือไม้&amp;nbsp;ชุดที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กระจายค้นหาบริเวณเขาแสลงพันธ์ที่มีชาวบ้านระบุว่า วันที่นายวัลลภหายตัวไปได้ยินเสียงปืน แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเสียงปืนของใคร&amp;nbsp;และชุดที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ก็ออกลาดตระเวนตามเส้นทาง&amp;nbsp;โดยทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ทีมจะยุติภารกิจการค้นหาเวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เนื่องจากช่วงเย็นและตอนกลางคืนค่อนข้างจะเสี่ยงอันตรายทั้งป่ารกทึบและสัตว์ป่าหลายชนิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการเรียกสอบปากคำภรรยาและผู้ใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อหาข้อเท็จจริงว่านายวัลลภ&amp;nbsp;หายเข้าไปป่า หรือหายไปเพราะสาเหตุปัจจัยอื่นหรือไม่&amp;nbsp;เนื่องจากไม่มีใครยืนยันได้ว่านายวัลลภหายไปในป่าจริงหรือไม่&amp;nbsp;เพราะเจ้าหน้าที่ค้นหา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วันแล้ว ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายมานพ&amp;nbsp;สอนรัมย์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;น้องชายนายวัลลภ&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ส่วนตัวเชื่อว่าพี่ชายน่าจะยังอยู่ในป่าดงใหญ่&amp;nbsp;เพราะจากการตรวจสอบข้าวของพบว่ามีกระเป๋าที่พี่ชายชอบถือเวลาเข้าป่าหายไป&amp;nbsp;พร้อมกับแบตเตอรี่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;และจากการถามชาวบ้านที่พูดคุยกับพี่ชายก่อนจะหายตัวไปพี่ชายก็บอกว่าจะเข้าไปเก็บผักหวานและหาสีเสียดมาให้ยายเคี้ยวหมาก&amp;nbsp;จากนั้นก็ไม่มีเห็นพี่ชายอีก&amp;nbsp;สิ่งที่กังวลตอนนี้คือหลัวพี่ชายอาจจะประสบอุบัติเหตุตกต้นไม้ หรืออาจจะถูกสัตว์ป่าทำร้ายบาดเจ็บแล้วไม่สามารถออกมาจากป่าได้&amp;nbsp;เพราะเชื่อว่าพี่ชายไม่น่าจะพลัดหลงป่าเองก็ชำนาญการเดินป่า&amp;nbsp;ส่วนจะมีประเด็นอื่นที่ทำให้หายตัวหรือไม่ก็ต้องรอให้เจ้าหน้าที่สอบสวนอีกครั้ง&amp;nbsp;ตอนนี้ก็อยากให้ช่วยตามหาก่อนเพราะหากปล่อยไว้นานกลัวพี่ชายจะเป็นอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสุธา&amp;nbsp;เทวินรัมย์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;76&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ป้าของนายวัลลภ&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;หลังจากนายวัลลภหายตัวไปทุกคนในครอบครัวต่างก็เป็นห่วงเพราะไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไง&amp;nbsp;จึงได้ไปดูหมอกับหมอทรงในหมู่บ้านป่าไม้สหกรณ์&amp;nbsp;ชื่อว่า ยายเป๊ะ&amp;nbsp;ที่เวลามีคนหายชาวบ้านจะให้ช่วยดูให้และที่ผ่านมาก็ดูแม่นมาก&amp;nbsp;ซึ่งกรณีของหลาน&amp;nbsp;หมอดูก็ทักว่าหลายยังมีชีวิตตอนนี้อยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ใกล้กับบ่อน้ำลึกในป่าดงใหญ่&amp;nbsp;แต่สิ่งลี้ลับบังตาเอาไว้ทำให้มองไม่เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุที่หลานหายเข้าป่า&amp;nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาเวลาหลานเข้าไปหาของป่าไม่เคยทำพิธีขอขมาเจ้าป่าเจ้าเขา&amp;nbsp;และอาจจะไปทำอะไรที่เป็นการลบหลู่โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ&amp;nbsp;สิ่งลี้ลับจึงเอาตัวไว้&amp;nbsp;พร้อมบอกว่าหากอยากมองเห็นต้องทำพิธีเปิดป่าและขอขมาเจ้าป่าเจ้าเขา&amp;nbsp;ซึ่งหากทำพิธีแล้วภายในวันนี้ก็จะหาเจออย่างแน่นอน และหากรอดชีวิตออกมาได้ก็จะต้องนำสิ่งของไปแลกคือ รูปปั้นช้าง&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ตัว กล้วยสุก&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ลูก อ้อย&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;รูปปั้นทหาร&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เพื่อแลกกับสิ่งที่หลานไปเอาออกมาจากป่าแล้วไม่ได้ขอเจ้าป่าเจ้าเขา&amp;nbsp;ซึ่งหากหลานรอดชีวิตออกมาตามที่หมอดูบอกจริงๆ ทางครอบครัวก็จะทำตามที่เจ้าป่าเจ้าเขาต้องการ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96138</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหาย, จังหวัดบุรีรัมย์, ตามหาคนหาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f320b375fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2020 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2020 06:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอภาคย์&#039; ประกาศตามหาพ่อหายออกจากบ้าน เผยมีอาการอัลไซเมอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.63 - พันเอกนายแพทย์ภาคย์ โลหารชุน นายแพทย์ใหญ่ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี อดีตผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้รับฉายา &amp;quot;หมอที่แกร่งที่สุดในปฐพี&amp;quot; ฮีโร่ถ้ำหลวง&amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กประกาศคุณพ่อหายออกจากบ้านย่านแพร่งภูธร เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยระบุว่า ใครพบเห็นคุณพ่อของผม รบกวนแจ้งทางเบอร์โทรศัพท์ 081-813-1620 หรือ 099-787-9691 ด้วยครับ ท่านชื่อนายแพทย์เจตน์ โลหารชุน อายุ 68 ปี&amp;nbsp;มีอาการอัลไซเมอร์&amp;nbsp;ออกจากบ้านที่ แพร่งภูธร แขวงเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพ เมื่อ 11 ธ.ค.63 เวลาประมาณ 19.00 น. แต่งกายสวมเสื้อโปโลสีดำ กางเกงขายาวสีดำขอบพระคุณมากครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เมื่อเวลา 07.20 น. หมอภาคย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กเพิ่มเติมว่า พบคุณพ่อแล้วครับ ขอบพระคุณทุกๆคน และ จส100 JS100radio มากๆครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบพระคุณมากครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86623</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตามหาคนหาย, พ.อ.นพ.ภาคย์ โลหารชุน, หมอภาคย์, ฮีโร่ถ้ำหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201212/image_big_5fd3ffdfb51b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2019 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2019 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องลูกสาวหายตัวนาน 15 ปี วอนตรวจดีเอ็นเอเทียบหญิงเสียชีวิตที่อังกฤษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณยายวัย 73 ชาวอุดร ร้องสมาคมเครือข่ายภาคีหญิงไทย ในสหราชอาณาจักร ช่วยตามหาลูกสาวหายตัวไปนานกว่า 15 ปี ที่ประเทศอังกฤษ ติดต่อไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมให้ตรวจพิสูจน์ศพหญิงสาวที่เสียชีวิตบนเขา เนื่องจากมีระยะเวลาที่หายใกล้เคียง และภาพสเก็ตคล้ายบุตรสาว สมาคมฯรุดลงพื้นที่เก็บข้อมูลและนำดีเอ็นเอเปรียบเทียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.62 -&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุดรธานี นางอรเกษมศิลป์ จิรวัสวงษ์ ยุติธรรมจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย นางเศรษฐินรี เวเนส นายกสมาคมเครือข่ายภาคีหญิงไทยในสหราชอาณาจักร เปิดเผยถึงกรณีนางจุมศรี สีกันยา อายุ 73 ปี ชาวบ้านโพน&amp;nbsp;หมู่ 4 ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ส่งจดหมายถึงสมาคมฯ เพื่อขอความช่วยเหลือในการตรวจพิสูจน์ศพผู้เสียชีวิตที่เมืองยอร์คเชีย ประเทศอังกฤษ เป็นบุตรสาวของตนเองหรือไม่ หลังนางลำดวน สีกันยา บุตรสาวได้เดินทางไปประเทศอังกฤษพร้อมสามีชาวต่างชาติ เมื่อปี 2547 และไม่ได้ติดต่อกลับบ้านมานานถึง 15 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด บุตรชายที่เกิดกับสามีชาวไทย ที่ได้ถูกทอดทิ้งไว้ที่โบสถ์ในอังกฤษ มาตามหาแม่ที่เมืองไทย ตามคำบอกเล่าของพ่อว่าแม่กลับมาเมืองไทย และได้พบนางจุมศรี ผู้เป็นยาย โดยยายแจ้งว่าไม่เจอหน้าแม่มาสิบกว่าปีแล้วนึกว่าอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ยายจึงสงสัยว่าหญิงสาวที่พบเป็นศพบนเขาในประเทศอังกฤษ อาจเป็นบุตรสาวของตนเองที่หายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเศรษฐินรี เวเนส กล่าวว่า เมื่อ 14 ปี ที่ผ่านมา ตำรวจอังกฤษพบศพหญิงสาวเสียชีวิตบนเขาที่เมืองยอร์คเชีย ประเทศอังกฤษ &amp;ldquo;สตรีแห่งขุนเขา&amp;rdquo; คือชื่อในหลุมฝังศพของเธอ จากการตรวจสอบดีเอ็นเอพบว่าเป็นคนเอเชีย และดูจากแหวนทองของผู้ตายแล้ว น่าจะเป็นคนไทย จากการสอบถามประวัติจากครอบครัว และภาพถ่ายในอดีตของนางลำดวน เปรียบเทียบกับภาพสเก็ตของเจ้าหน้าที่ตำรวจอังกฤษ ทำให้เชื่อว่าผู้เสียชีวิตที่ประเทศอังกฤษ เป็นบุตรสาวของนางจุมศรี สมาคมฯ จึงได้ประสานสำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุดรธานี เพื่อขอให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมลงมาตรวจดีเอ็นเอของนางจุมศรี เพื่อนำไปเทียบกับดีเอ็นเอของศพผู้เสียชีวิตที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งหลังจากตรวจดีเอ็นเอแล้วคาดว่าจะรู้ผลประมาณ 5 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นางอรเกษมศิลป์ จิรวัสวงษ์ ยุติธรรมจังหวัดอุดรธานี และผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากนางจุมศรี สีกันยา ที่บ้านโพน ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี โดยได้นำรูปถ่ายนางลำดวน&amp;nbsp;บุตรสาวมาให้ดู เปรียบเทียบกับภาพสเก็ตศพผู้เสียชีวิตที่ประเทศอังกฤษ พร้อมกับพูดคุยถึงเหตุการณ์ต่างๆเกี่ยวกับตัวลูกสาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอรเกษมศิลป์&amp;nbsp;กล่าวว่า ทางสมาคมเครือข่ายภาคีหญิงไทยในสหราชอาณาจักร พยายามที่จะตามหาญาติของผู้เสียชีวิตมานานถึง 14 ปี ก็มีการเผยแพร่ภาพสเก็ตและทราบว่าเป็นผู้หญิงชาวเอเชีย เมื่อทราบเรื่องร้องเรียนก็เดินทางมาพบผู้ที่คาดว่าจะเป็นพ่อแม่ของผู้เสียชีวิต ซึ่งมีข้อมูลที่สูญหายใกล้เคียงกัน ประกอบกับทางญาติได้ดูรูปภาพสเก็ต คล้ายคลึงกับญาติที่เมืองไทยที่หายไป และให้ทางยุติธรรมจังหวัดลงมาเก็บข้อมูล และมีการตรวจดีเอ็นเอ เป็นกรณีพิเศษจะดำเนินการอย่างรวดเร็วไม่ใช้เวลานานเหมือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นางจุมศรี&amp;nbsp;กล่าวว่า มั่นใจว่าเป็นลูกสาวด้วยเอง คล้ายมาก และระยะเวลาที่ลูกสาวหายไปก็ใกล้เคียงกัน นับตั้งแต่ที่ลูกสาวและสามีชาวฝรั่งได้กลับมาเยี่ยมบ้านเมื่อปี 2547 และเมื่อกลับต่างประเทศ ลูกสาวกลับไปก็โทรมาบอกว่าสามีไม่ให้เงิน จากนั้นก็เงียบหายไปเลย ติดต่อไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ ต่อมาหลานได้เห็นภาพสเก็ตของผู้เสียชีวิตเหมือนกับญาติตัวเอง จึงได้เขียนหนังสือร้องเรียนถึงสมาคมเครือข่ายภาคีหญิงไทยในสหราชอาณาจักร ให้ตามหาลูกสาว จนมีเบาะแสที่เชื่อแน่ว่าจะเป็นลูกสาวของตัวเอง ก็ให้เป็นหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป หากเป็นบุตรสาวตนจริงๆก็อยากจะนำศพลูกสาวกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้าน และที่ผ่านมาตนเองก็ตามหามานานหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27432</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตามหาคนหาย, พิสูจน์ดีเอ็นเอ, ยุติธรรมจังหวัดอุดรธานี, สมาคมเครือข่ายภาคีหญิงไทยในสหราชอาณาจักร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c4999a8c598f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
