<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยติดโควิดใหม่1,390ราย เสียชีวิตเพิ่ม3คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,390 ราย ประกอบด้วย ผู้ติดเชื้อในประเทศจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,058 ราย และจากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 326 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 6 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศล่าสุดอยู่ที่ 43,742 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 19,908 ราย ตรวจคัดกรองเชิงรุก 20,594 ราย ส่วนผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 3,240 ราย โดยมีผู้ป่วยรักษาหายแล้ว 28,787 ราย เพิ่มขึ้น 104 ราย ยอดเสียชีวิตสะสมเพิ่มเป็น 104 ราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99927</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตาย, ติดเชื้อ, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, ศบค., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d08d660d3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด! กระบะ2คันประสานงาอย่างจังพังยับ ดับ1เจ็บ4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค. 63 - เมื่อเวลา​ 02.40 น.​ ร.ต.อ.ณภูมิ​ สุขประเสริฐ​ รองสารวัตรสอบสวน​ สภ.ท่าเรือ​ อ.ท่ามะกา​ จ.กาญจนบุรี​ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมูลนิธิมิราเคิล​ ออฟไลฟ์(กู้ชีพขุนนัตนาวุธ)​ว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนประสานงากับรถยนต์กระบะมีผู้ได้รับบาดเจ็บ​ จำนวนหลายราย
เหตุเกิดบนถนนแสงชูโตสายเก่า​ หน้าคุ้งน้ำรีสอร์ท​ หมู่​ 3​ ต.ตะคร้ำเอน​ อ.ท่ามะกา​ หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบพบว่า​ ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ-กู้ภัยของมูลนิธิ​ฯ​ จำนวนหลาย​สิบ​นาย กำลังเร่งช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บที่กระเด็นออกมาจากรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้ารีโว่สีขาว หมายเลขทะเบียน​ บต-3781&amp;nbsp; นครนายก​ จำนวน​ 4​ ราย​ เป็นแรงงานต่าวด้าวสัญชาติเมียนมา​ ซึ่งเป็นคนงานที่​ทำงานอยู่ที่โรงงานผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้ารถยนต์แห่งหนึ่งตั้งอยู่ในเขต อ.ท่าม่วง​ จ.กาญจนบุรี​ นอนร้องครวญครางรอความช่วยเหลือ​อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรถยนต์กระบะอีกคันเสียหลักพุ่งตกถนนในสภาพด้านหน้าพังยับเป็นรถยนต์กระบะโตโยต้าวีโก้สีบอรนซ์เงิน​ หมายเลขทะเบียน​ กพ-295&amp;nbsp; กาญจนบุรี​ ตรวจสอบภายในรถพบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บ​อาการสาหัส 1​ รายเป็นผู้ชายคนไทย​ ร่างถูกอัดก็อบปี้ติดอยู่ภายในรถ​ เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ​ ต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกมาจากรถนำส่ง​ รพ.มะการักษ์​ เพื่อให้แพทย์รักษาอาการบาดเจ็บอย่างเร่งด่วน​ เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง​ 5​ ราย​ อาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดได้รับแจ้งจากทาง​ รพ.ฯ​ ว่า​ ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง​ 5​ ราย​ ได้เสียชีวิต​ 1​ ราย​ เป็นแรงงานชาวเมียนมา​ เพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว​ ตตรวจสอบหลักฐานภายในรถยนต์กระบะ 4​ แรงงานชาวเมียนมา​ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบเงินสด​ จำนวน​ 109,900&amp;nbsp; บาท​ จึงเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบว่า​ สาเหตุที่รถยนต์กระบะทั้ง​ 2​ คันพุ่งชนประสานงากันเป็นเพราะสาเหตุอะไร​ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า​ น่าจะมีรถคันหนึ่งคันใดที่วิ่งกินเลนเข้าไปในช่องทางของรถอีกคัน​ ซึ่งจะได้ติดตามสอบสวนหาสาเหตุเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86163</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนบุรี, ชน, ตาย, รถกระบะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcda8b091ee5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 08:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 08:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวเศร้า!ปิดตำนานแพนด้า&#039;ช่วงช่วง&#039;ทูตสันตวไมตรีจากจีน ตายฉับพลันที่สวนสัตว์เชียงใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
17 ก.ย.62- มีรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา แพนด้าช่วงช่วง ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ได้ตายแล้ว โดยทางสวนสัตว์ยังไม่ได้ระบุถึงสาเหตุของการตาย แต่มีรายงานว่า ผู้บริหารของสวนสัตว์กำลังหารือกับผู้บริหารองค์การสวนสัตว์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะเปิดเผยรายละเอียดในวันพรุ่งนี้ โดยแพนด้าช่วงช่วง เป็นแพนด้าเพศผู้ จากศูนย์วิจัยและอนุรักษ์แพนด้ายักษ์ เขตอนุรักษ์วู่หลง เมืองเฉินตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งทางการจีน ได้มอบให้กับประเทศไทยภายใต้โครงการวิจัยและจัดแสดง ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ในฐานะทูตสันถวไมตรี พร้อมกับแพนด้าเพศเมีย หลินฮุ่ย ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2546 โดยมีลูกด้วยกัน 1 ตัว คือหลินปิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแพนด้าช่วงช่วง เพิ่งฉลองครบรอบวันเกิด 19 ปี เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา และมีสุขภาพที่แข็งแรงเป็นปกติ จนกระทั่งมีข่าวว่าได้ตายลงแล้ววันนี้ ท่ามกลางความประหลาดใจของผู้ทราบข่าว โดยเฉพาะสื่อมวลชนทุกแขนงที่ต่างกำลังตรวจสอบข้อมูลอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ทางทีมพี่เลี้ยง ที่เป็นสัตวแพทย์ของโครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้า ต่างก็ช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่แพนด้าช่วงช่วงได้ตายลงอย่างฉับพลันโดยไม่มีสิ่งบ่งเหตุใด เพราะตลอดวันยังใช้ชีวิตปกติก่อนอยู่ๆก็ล้มลง ซึ่งต่างก็ ให้ข้อมูลตรงกันว่า รู้สึกเสียใจมากเพราะผูกพันมานานนับตั้งแต่มาอยู่ 16 ปีผ่านมา โดยทางผู้บริหารที่เกี่ยวข้องจะมีการแถลง ข้อเท็จจริงทั้งหมดในวันนี้ประมาณ 10.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45922</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงช่วง, ตาย, หมีแพนด้า, เสียชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d8034374fe80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2019 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2019 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น่าประหลาด พบพะยูนตายตัวที่ 4 ในจังหวัดกระบี่  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 14 ก.ค. 62 &amp;nbsp;นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี &amp;nbsp;จังหวัดกระบี่ แจ้งว่า ได้รับแจ้งจาก สมาชิกแฟนเพจกรมอุทยานฯ ว่า เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ มีชาวประมงพื้นบ้าน จ. กระบี่ พบซากพะยูนขนาดใหญ่ ยาวร่วม 2 เมตร &amp;nbsp;ลอยอยู่กลางทะเลระหว่าง เกาะปูกับเกาะพีพี จ.กระบี่ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าทีอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา- หมู่เกาะพีพี ซึ่ง ่ประจำเกาะไม้ไผ่ไปทำการตรวจสอบ ซึ่งจากสภาพเบื้องต้น มีสภาพสมบูรณ์ ไม่มีบาดแผลใดๆ &amp;nbsp;เป็นพะยูนที่มีอายุมากแล้วน้ำหนักประมาณ 400 กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และยังไม่สามารถระบุถึงสาเหตุการตายได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อุทยาน อยู่ระหว่างการนำซากพะยูนตัวดังกล่าว. ไปทำการผ่าพิสูจน์ หาสาเหตุการตาย ในคณะวิทยาศาสตร์ และการประมง มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ซึ่ง ใช้เรือและเจ้าหน้าที่ ของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา- หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ทำการลากซากพะยูนตัวดังกล่าว ไปอย่างระมัดระวัง ต้องใช้เวลานานพอสมควร &amp;nbsp;ประมาณ2-3 ชม. ขึ้นอยู่กับความแรง ของกระแสน้ำทะเล. เพื่อส่งตรวจสอบหา สาเหตุของการตาย ของพะยูนตัวดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;เป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มีพะยูน ตายและลอยมายังน้ำจังหวัดกระบี่ถึง 4 ตัว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะทำการสืบหาข้อ เท็จจริงของการตายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40936</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, ตัวที่ 4, ตาย, พะยูน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190714/image_big_5d2af1e881825.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 00:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 00:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘กรีน’เสียใจไม่ได้อยู่กับ’พ่อ’ในวาระสุดท้ายของชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรีน-อัษฏาพร สิริวัฒน์ธนกุล เปิดใจทั้งน้ำตา หลังสูญเสียคุณพ่อฉัตรฏรัฐ สิริวัฒน์ธรกุล วัย 59 ปีไปอย่างไม่มีวันกลับ ด้วยอาการภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เผยแม้ว่าจะเข้าใจและพยายามทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังร้องไห้อยู่ &amp;nbsp;และเสียใจที่ไม่ได้อยู่กับพ่อในวาระสุดท้ายของท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือคุณพ่อต้องเดินทางไปทำธุระที่ต่างจังหวัด แต่ท่านมีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจและโรคอื่นๆ ตามวัยของท่านอยู่แล้ว ท่านก็เลยเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันค่ะ ตัวกรีนก็รู้มาตลอดว่าพ่อมีอาการแบบนี้มาสักพักหนึ่งแล้ว ก็พยายามที่จะดูแลท่านมาตลอด พยายามหายาบำรุง หาอาหารเสริมมาให้ท่านทาน ขอให้ท่านดูแลสุขภาพตัวเองให้มากๆ &amp;nbsp;ตอนที่คุณแม่บอกว่าป๊าเสียแล้ว ตอนนั้นกรีนทำได้แค่พูดว่าทำไมป๊าไม่รอกรีนเลย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้กรีนกับคุณพ่อไม่ได้อยู่ด้วยกัน มันก็มีหลายๆ เรื่องที่เราอยากคุยกัน อยากบอกกับคุณพ่อทุกเรื่อง อยากบอกรักพ่อ อยากให้พ่อไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับตัวกรีน ให้เราได้คุยกันแบบเปิดใจกัน แต่สุดท้ายเราก็ไม่ทันได้คุยกัน &amp;nbsp;เราไม่ได้บอกลาท่านเลย วันนี้ก็ไปเคาะโลงและบอกกับคุณพ่อว่า กรีนมาแล้วนะ ครอบครัวเราทุกคนมาแล้วนะ มาร่วมส่งคุณพ่อเป็นครั้งสุดท้าย และก็ไม่อยากให้พ่อต้องกังวล อยากให้พ่อหมดห่วงและจากไปอย่างสบายจริงๆ ค่ะ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจาก @greenausadapornfanclub @green_ausadaporn&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35991</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรีน-อัษฏาพร สิริวัฒน์ธนกุล, ตาย, พ่อเสีย, สูญเสีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190515/image_big_5cdc401b13be4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2018 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2018 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอง สว.จราจรขอนแก่นดับปริศนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.2561 - ร.ต.อ.ธงชัย &amp;nbsp;แก้ววังปา &amp;nbsp;รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองไหม อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบรถยนต์เก๋งฟอร์ดสีดำ หมายเลขทะเบียน กล- 45 ขอนแก่น จอดทิ้งอยู่ริมถนนคลองชลประทาน บ.โคกแปะ ต.โคกสี อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบรถยนต์จอดอยู่ โดยล็อกประตูอย่างแน่นหนาไม่สามารถเปิดได้ เครื่องยนต์ดับสนิท แต่มีกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ และเมื่อส่องเข้าไปรถพบศพคนตายลักษณะขึ้นอืดอยู่บริเวณเบาะที่นั่งคนขับ เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบทะเบียนรถพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นของ ร.ต.อ.วรวุฒิ &amp;nbsp;ภัทรวิจิตรภักดี อายุ 31 ปี ตำแหน่งปัจจุบันเป็น รอง สว.(จร.) สภ.เมืองขอนแก่น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจจึงได้ติดต่อประสานยังพ่อของผู้ตายให้มาที่เกิดเหตุ เมื่อพ่อของผู้ตายมาถึง จึงได้เอากุญแจสำรองเปิดประตูออกซึ่ง พบ ร.ต.อ.วรวุฒินอนเสียชีวิตอยู่ในเบาะที่นั่งคนขับสภาพศพขึ้นอืดในชุดลำลอง เจ้าหน้าที่จึงนำศพลงมาจากรถเพื่อทำการชันสูตร ซึ่งพบรอยกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม.ที่บริเวณขมับขวา จำนวน 1 รู โดยบริเวณขวามือของเบาะที่นั่งคนขับพบปืนพกสั้นแบบออโตเมติก ยี่ห้อบาเร็ตต้า ขนาด 9 มม.ตกอยู่ และพบปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม. ตกอยู่ภายในรถ 1 ปลอก นอกจากนี้ยัง พบชุดเครื่องแบบตำรวจจราจร วางอยู่เบาะหลัง โทรศัพท์มือถือ &amp;nbsp;3 เครื่อง วิทยุสื่อสาร &amp;nbsp;1 เครื่อง กระเป๋าเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายเหง้า &amp;nbsp;นิคม ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ บอกว่าพบรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. ต่อมาวันที่ 9 พ.ค.ได้ออกมาเกี่ยวข้าวในที่นาก็ยังคงพบเห็นรถคันดังกล่าวจอดอยู่ที่เดิม จึงเข้าไปดูใกล้ ๆ ปรากฏว่ามีกลิ่นเหม็น จึงคาดว่าน่าจะมีศพอยู่ข้างใน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาตรวจสอบ นายเหง้ายังได้บอกอีกว่าในช่วงที่พบรถยนต์เก๋งคันนี้จอดอยู่ ยังคงพบเห็นกลุ่มวัยรุ่น ประมาณ 4 &amp;ndash; 5 นั่งรถยนต์กระบะมาจอดอยู่ใกล้ๆ กับรถเก๋งของผู้ตายถึง 2 ครั้ง แต่กลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ไม่ได้เดินมาดูที่รถผู้ตาย เมื่อมาจอดรถแล้วสักพักก็ขับรถถอยหลังกลับไปทางเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.พันกฤษณ์ วิชญชีวินทร์ ผกก.สภ.เมืองไหม กล่าวว่า &amp;nbsp;ได้ตั้งประเด็นการเสียชีวิตไว้ 2 ประเด็นคือฆ่าตัวตาย เนื่องจากผู้ตายเป็นคนดี ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครเป็นการส่วนตัว และเรื่องถูกฆาตกรรม เนื่องจากปืนกระบอกที่พบในที่เกิดเหตุนั้นพ่อผู้ตายยังไม่มั่นใจว่าเป็นปืนของลูกชาย เพราะปกติผู้ตายจะพกปืนกระบอกเล็กกว่านี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงต่อไป ทั้งนี้ได้มีการส่งศพไปทำการชันสูตรที่ สถาบันนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิต และส่งมอบศพให้กับครอบครัวเพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9080</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ฆาตกรรม, ฆ่าตัวตาย, จราจร, ตาย, ปริศนา, พ่อ, รองสารวัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180513/image_big_5af7df3189e1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
