<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 09:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 09:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อแม่แจ้งความข้องใจหมอซ่อมผนังหัวใจรั่ว ลูกสาวตายกะทันหัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา&amp;nbsp;22.00&amp;nbsp;น. วันที่&amp;nbsp;14 พ.ย. นายเสน่ห์ ศุภฤทธิ์ อายุ&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ปี และ นางสาวพนิดา เทียนขาว อายุ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;ปี บิดามารดาของน.ส.ศศิธร ศุภฤทธิ์ หรือ น้องนุ่น อายุ 23 ปี นักศึกษาปีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีนครินทร์ ผู้เสียชีวิตจากการรักษาของแพทย์โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พร้อมด้วยนายพะเยา พวงเจริญ อายุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี ผู้ใหญ่บ้าน ต.คลองเปลง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ได้นำเอกสารหลักฐานเดินทางเข้ามาแจ้งความกับ ร.ต.อ.สมหวัง โพธิ์พันธ์ รอง.สว.สอบสวน.สภ.เมืองชลบุรี ว่า ทางครอบครัวติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของลูกสาวคือ น้องนุ่น ได้เสียชีวิตขณะรักษาอาการป่วยด้วยโรคหัวใจรั่วที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังแพทย์จากโรงพยาบาลพระพุทธโสธร อ.เมืองฉะเชิงเทรา ตรวจพบว่า น้องนุ่น ป่วยด้วยโรคผนังหัวใจรั่ว แต่เครื่องมือแพทย์ไม่มี จึงได้ทำใบส่งตัวมารักษาต่อที่ รพ.อีกแห่งหนึ่งตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมานอนเพื่ออดข้าวอดน้ำ เตรียมสอดกล้องเข้าไปรักษาผนังหัวใจรั่ว โดยทางครอบครัวของน้องนุ่น แจ้งความลงบันทึกประจำวันกับตำรวจเมืองชลบุรี ติดใจสาเหตุการตาย ซึ่งเข้ารักษาด้วยการสอดกล้องรักษาซ่อมผนังหัวใจรั่ว กลับกลายต้องรักษาผ่าตัดหัวใจกระทันหัน จนเป็นเหตุทำให้น้องนุ่นเสียชีวิตในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครอบครัวน้องนุ่น ระบุว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ตั้งแต่ 09.00 น. แพทย์ผู้รักษาให้น้องนุ่นกลืนกล้องเพื่อส่องรักษาผนังหัวใจรั่วให้ปิด&amp;nbsp;แต่ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบได้เวลา 14.40 น.ต้องกลับมาเปลี่ยนเป็นการผ่าตัดหัวใจกะทันหัน ต่อมาอีกราว 1 ชั่วโมง พยาบาลก็มาบอกว่า น้องนุ่นเสียชีวิตลง ทำให้ครอบครัวทำใจไม่ได้ ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต อยากให้แพทย์ออกมาชี้แจงให้ชัดเจนเพราะเบื้องต้น หลังน้องนุ่นเสียชีวิตแล้ว&amp;nbsp;แพทย์บอกกับทางครอบครัวเพียงว่า สอดกล้องเข้าไปในทรวงอก แล้วเกิดพลาดไปโดนเส้นเลือดจนทำให้เลือดไหลภายในไม่หยุด เป็นสาเหตุให้ต้องผ่าตัดหัวใจแต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ ต้องมาเสียชีวิตดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศศิธร ศุภฤทธิ์ อายุ&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ปี เป็นบุตรสาวคนที่สองของครอบครัว ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ ปีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คณะสาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีนครินทร์จังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อมามีอาการป่วยหายใจไม่เต็มปอด เหนื่อยง่าย จึงไปตรวจอาการที่โรงพยาบาลพระพุทธโสธร ประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา แพทย์วินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคหัวใจ ผนังหัวใจรั่ว แต่เครื่องไม่มี จึงได้ส่งตัวน้องนุ่น ให้มารักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;แพทย์ก็ได้ทำการทำการตรวจและเอกซเรย์หัวใจพบว่าน้องนุ่นนั้นเป็นโรคผนังหัวใจรั่วจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แพทย์ผู้รักษาก็ให้ผู้ป่วยเลือกแนวทางในการรักษาคือ 1.จะสอดกล้องแล้วใช้อุปกรณ์เข้าไปปิดรอยรั่วของผนังหัวใจ&amp;nbsp;2.การผ่าตัดหัวใจ ซึ่งทางครอบครัวและน้องนุ่นเองก็เลือกการรักษาด้วยการสอดกล้องใช้อุปกรณ์เข้าไปปิดผนังหัวใจ&amp;nbsp;จนวันอังคารที่&amp;nbsp;13 พ.ย.&amp;nbsp;น้องนุ่นได้ขับรถยนต์มาเองพร้อมด้วยครอบครัวมายังโรงพยาบาล เพื่อมานอนเตรียมตัวที่จะรักษาอาการป่วยอยู่ที่ห้องสวนหัวใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนวันที่ 14&amp;nbsp;พ.ย. ช่วงเช้า&amp;nbsp;9.00&amp;nbsp;น. ก็เริ่มสอดกล้อง โดยการให้น้องนุ่นกลืนกล้องไป&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัวเพื่อหารอยรั่วของผนังหัวใจ ส่วนกล้องอีกตัวเจาะสอดผ่านทางหน้าขาเพื่อเอาอุปกรณ์เข้าไปปิดผนังหัวใจที่รั่ว ใช้เวลาผ่านไปเกือบ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชั่วโมงในการผ่าตัด&amp;nbsp;จนคนไข้รายอื่นที่รักษาอาการเดียวกับน้องนุ่น&amp;nbsp;นอนเตียงติดกัน ได้ออกมาหมดแล้ว เหลือเพียงแต่น้องนุ่นไม่มีที่ท่าที่ว่าจะออกจากห้องสวนหัวใจแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาบุคลากรทางการแพทย์ได้เรียกทางครอบครัวให้ไปกรอกแบบฟอร์มของทางโรงพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ได้บอกกับทางครอบครัวว่า ตอนนี้น้องนุ่นได้สอดกล้องลงไปแล้ว แต่ระหว่างการสอดกล้องอีกตัวเพื่อนำอุปกรณ์เข้าไปปิดผนังหัวใจที่รั่วอยู่นั้นเกิดผิดพลาดทำให้ผนังหัวใจจากเดิมที่รั่วเพียงเล็กน้อยกับกลายเป็นรั่วเป็นวงกว้าง จนทำให้ไม่สามารถปิดผนังหัวใจที่รั่วได้&amp;nbsp;จึงต้องมีความจำเป็นที่ต้องทำการผ่าตัดหัวใจ&amp;nbsp;จนเวลา&amp;nbsp;14.40&amp;nbsp;น.บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาลก็เข็นเตียงน้องนุ่นออกมาจากห้องสวนหัวใจ สภาพมีคนกำลังปั๊มหัวใจ และเข็นรถขึ้นไปยังห้องผ่าตัดหัวใจอีกขั้นหนึ่ง ใช้เวลาประมาณอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นทางบุคลากรของแพทย์ก็เรียกทางญาติบอกพูดคุยแล้วบอกว่าให้ทำใจ เพราะตอนนี้หัวใจน้องนุ่นจะหยุดเต้นแล้ว แต่ตอนนี้ก็กำลังรักษาอยู่ ทางญาติก็เฝ้ารอ จนบุคลากรทางการแพทย์ได้มาแจ้งกับทางญาติอีกครั้ง เวลา&amp;nbsp;15.36&amp;nbsp;น. ว่าน้องนุ่นเสียชีวิตลงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางครอบครัวเกิดความจึงเกิดความแคลงใจว่า ทำไมน้องนุ่นเลือกการรักษาด้วยการสอดกล้องแต่กลับกลายเป็นถึงต้องผ่าตัดหัวใจ ทั้งที่แพทย์ก็บอกว่า การรักษาด้วยการสอดกล้องแค่ 3 วันก็กลับบ้านได้&amp;nbsp;แต่น้องน้องนุ่นกลับเสียชีวิต&amp;nbsp;ตนก็ยังไม่ได้รับฟังแพทย์ผู้รักษาบอกสาเหตุการเสียชีวิตให้ชัดเจน&amp;nbsp;จึงมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อต้องการคำชี้แจงที่ชัดเจนจากแพทย์ผู้รักษาต่อไปเพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22005</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลบุรี, ซ่อมผนังหัวใจรั่ว, ตายกะทันหัน, น.ส.ศศิธร ศุภฤทธิ์, สภ.เมืองชลบุรี, โรคหัวใจรั่ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181115/image_big_5becd283500a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
